081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law
สาขากฎหมาย · มรดกและพินัยกรรม

ทนายความคดีมรดก
และพินัยกรรม

คดีมรดกคือการจัดการทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต ทั้งการตั้งผู้จัดการมรดก การแบ่งมรดกตามกฎหมายหรือพินัยกรรม และข้อพิพาทระหว่างทายาท เราช่วยร่างพินัยกรรม ยื่นคำร้องต่อศาล และดำเนินการแบ่งมรดกให้ถูกต้องและเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

ภาพประกอบคดีมรดกและพินัยกรรม: พินัยกรรมประทับตรา ปากกา และกองตำรากฎหมาย
เข้าใจปัญหาของคุณ

เมื่อต้องจัดการมรดกหรือวางแผนส่งต่อทรัพย์สิน

การจัดการมรดกต้องทำอะไรบ้าง?

การจัดการมรดกโดยทั่วไปเริ่มจากการตรวจสอบทายาทและทรัพย์มรดก ยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดกต่อศาล รวบรวมและแบ่งทรัพย์สินให้ทายาทตามสิทธิ ส่วนการวางแผนล่วงหน้าด้วยพินัยกรรมที่รัดกุมจะช่วยป้องกันข้อพิพาทระหว่างทายาทได้มาก

เมื่อต้องจัดการทรัพย์สินของผู้ล่วงลับ คำถามมากมายตามมา — ใครมีสิทธิรับมรดก จะตั้งผู้จัดการมรดกอย่างไร หรือทำอย่างไรเมื่อทายาทเห็นไม่ตรงกัน เราพร้อมดูแลทั้งการจัดการมรดกและการวางแผนล่วงหน้าด้วยพินัยกรรม ด้วยความเข้าใจและความรอบคอบ เพื่อให้การส่งต่อทรัพย์สินเป็นไปอย่างถูกต้องและรักษาความสัมพันธ์ของครอบครัว

ความรู้ที่ควรรู้

เข้าใจหลักกฎหมายมรดกเบื้องต้น

ก่อนตัดสินใจจัดการทรัพย์สินของผู้ที่จากไป หรือวางแผนส่งต่อทรัพย์สินของตัวเอง การเข้าใจหลักกฎหมายมรดกเบื้องต้นจะช่วยให้ท่านมองเห็นภาพรวมว่าใครมีสิทธิรับมรดก แบ่งกันอย่างไร พินัยกรรมที่สมบูรณ์ต้องทำแบบไหน และเมื่อมรดกมีหนี้สินทายาทต้องรับผิดแค่ไหน ส่วนนี้สรุปสาระสำคัญไว้ 5 หัวข้อ เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการตัดสินใจและปรึกษาทนายต่อไป

มรดกคืออะไร และทายาทมีกี่ประเภท

เมื่อบุคคลถึงแก่ความตาย ทรัพย์สิน สิทธิ หน้าที่ และความรับผิดที่ผู้ตายมีอยู่ก่อนหรือขณะตาย จะกลายเป็น “มรดก” ที่ตกทอดไปยังทายาททันที (ป.พ.พ. มาตรา 1599 วรรค 1 และมาตรา 1600) ส่วนสิ่งที่เกิดขึ้นหลังตาย เช่น เงินฌาปนกิจ หรือเงินประกันชีวิตที่ระบุชื่อผู้รับประโยชน์ไว้ ไม่ถือเป็นมรดก

กฎหมายแบ่งผู้มีสิทธิรับมรดกออกเป็น 2 ประเภท คือ

  • ทายาทโดยธรรม — ญาติและคู่สมรสที่กฎหมายกำหนดให้มีสิทธิรับมรดกตามลำดับ แม้ผู้ตายจะไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้
  • ผู้รับพินัยกรรม — บุคคลหรือองค์กรที่ผู้ตายระบุไว้ในพินัยกรรมให้ได้รับทรัพย์มรดก

ทั้งนี้ ทายาทโดยธรรมคนหนึ่งอาจได้รับมรดกทั้งในฐานะผู้รับพินัยกรรมและในฐานะทายาทโดยธรรมพร้อมกันได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1621)

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

ไม่มีพินัยกรรม แบ่งตามทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ และสิทธิคู่สมรส

หากผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกจะตกแก่ ทายาทโดยธรรม ตามลำดับที่กฎหมายวางไว้ 6 ลำดับ (ป.พ.พ. มาตรา 1629) โดยหลักคือ ลำดับต้นจะตัดลำดับหลัง ยกเว้นลำดับ 1 (ผู้สืบสันดาน) กับลำดับ 2 (บิดามารดา) ที่รับมรดกพร้อมกันได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1630) และทายาทที่อยู่ในลำดับชั้นเดียวกันจะได้รับส่วนแบ่งคนละเท่า ๆ กัน (ป.พ.พ. มาตรา 1633)

ลำดับทายาทโดยธรรม
1ผู้สืบสันดาน (ลูก หลาน เหลน โหลน)
2บิดามารดา
3พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
4พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
5ปู่ ย่า ตา ยาย
6ลุง ป้า น้า อา

สิทธิของคู่สมรส: คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่และจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย ถือเป็นทายาทโดยธรรมที่ได้รับมรดกเสมอ โดยส่วนแบ่งจะเปลี่ยนไปตามว่ามีทายาทลำดับใดเหลืออยู่ (ป.พ.พ. มาตรา 1635) ได้แก่

  • มีทายาทลำดับ 1 (ผู้สืบสันดาน) — คู่สมรสได้ส่วนแบ่งเสมือนทายาทชั้นบุตรหนึ่งคน
  • มีลำดับ 2 (บิดามารดา) หรือลำดับ 3 — คู่สมรสได้ครึ่งหนึ่ง
  • มีลำดับ 4, 5 หรือ 6 — คู่สมรสได้สองในสาม
  • ไม่มีทายาทโดยธรรมอื่นเลย — คู่สมรสได้รับมรดกทั้งหมด

หมายเหตุ (สมรสเท่าเทียม): ตามพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อต้นปี 2568 การสมรสเปลี่ยนเป็นเรื่องของ “บุคคล” สองคนโดยไม่จำกัดเพศ ทำให้คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องทุกเพศมีสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรมเท่าเทียมกัน

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

พินัยกรรม: ประเภท และทำอย่างไรให้สมบูรณ์ ไม่เป็นโมฆะ

พินัยกรรมคือการแสดงเจตนาครั้งสุดท้ายว่าหลังเสียชีวิตจะให้จัดการทรัพย์สินของตนอย่างไร กฎหมายกำหนด “แบบ” ไว้เคร่งครัด หากทำผิดแบบย่อมใช้บังคับไม่ได้ โดยรูปแบบที่ประชาชนใช้กันมี 5 แบบหลัก ได้แก่

  1. แบบธรรมดา — ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน (ป.พ.พ. มาตรา 1656)
  2. แบบเขียนเองทั้งฉบับ — ผู้ทำเขียนข้อความ วันเดือนปี และลงลายมือชื่อด้วยลายมือตนเองทั้งหมด จะมีพยานหรือไม่ก็ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1657)
  3. แบบเอกสารฝ่ายเมือง — แจ้งข้อความต่อเจ้าหน้าที่อำเภอ/เขต พร้อมพยาน 2 คน (ป.พ.พ. มาตรา 1658)
  4. แบบเอกสารลับ — ทำเอกสารปิดผนึกแล้วนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่พร้อมพยาน 2 คน (ป.พ.พ. มาตรา 1660)
  5. แบบทำด้วยวาจา — ใช้เฉพาะกรณีฉุกเฉินที่ทำแบบอื่นไม่ได้ เช่น ใกล้ความตาย โดยแสดงเจตนาต่อพยาน 2 คน (ป.พ.พ. มาตรา 1663)

เงื่อนไขความสมบูรณ์: ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์ (ป.พ.พ. มาตรา 23) และมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนขณะทำ (ป.พ.พ. มาตรา 1654 วรรคหนึ่ง) ส่วนพยานต้องไม่เป็นผู้เยาว์ คนวิกลจริต และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก

เหตุที่ทำให้เป็นโมฆะที่พบบ่อย: ทำผิดแบบ เช่น มีพยานเพียงคนเดียว หรือพยานไม่ได้ลงลายมือชื่อพร้อมกัน (ป.พ.พ. มาตรา 1705 ประกอบ ฎ.997/2549) ผู้ทำอายุไม่ถึง 15 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 1703) ผู้ทำเป็นคนไร้ความสามารถหรือวิกลจริตขณะทำ (ป.พ.พ. มาตรา 1704) รวมถึงการยกทรัพย์ให้ผู้เขียนหรือพยานในพินัยกรรม (ป.พ.พ. มาตรา 1653) พินัยกรรมที่เป็นโมฆะนั้นใช้บังคับไม่ได้มาตั้งแต่ต้นและฟ้องได้โดยไม่มีอายุความ ต่างจากพินัยกรรมที่เพียง “เพิกถอนได้” เพราะถูกข่มขู่หรือกลฉ้อฉล ซึ่งมีกำหนดเวลาฟ้อง (ป.พ.พ. มาตรา 1708 และมาตรา 1709)

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

ตั้งผู้จัดการมรดก: ทำไมต้องตั้ง เอกสาร และขั้นตอนยื่นศาล

ทำไมต้องตั้ง: ทรัพย์สินที่มีทะเบียน เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ บัญชีเงินฝาก หรือหุ้น มักโอนเปลี่ยนชื่อไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่จะไม่ดำเนินการให้หากไม่มีคำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก กฎหมายจึงเปิดให้ทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ ยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1713) โดยผู้จะเป็นผู้จัดการมรดกต้องบรรลุนิติภาวะ ไม่เป็นคนวิกลจริตหรือเสมือนไร้ความสามารถ และไม่เป็นบุคคลล้มละลาย (ป.พ.พ. มาตรา 1718)

เอกสารที่มักต้องเตรียม (อาจเปลี่ยนแปลงตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี):

  • ใบมรณบัตรและทะเบียนบ้านของผู้ตาย (ประทับคำว่าตาย)
  • ทะเบียนสมรส/ใบสำคัญการหย่า และเอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล (หากมี)
  • พินัยกรรม (หากมี)
  • เอกสารทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน สมุดบัญชีธนาคาร ทะเบียนรถ ใบหุ้น
  • หนังสือให้ความยินยอมของทายาททุกคน และบัญชีเครือญาติ

ขั้นตอนโดยสรุป: ยื่นคำร้องต่อศาลที่ผู้ตายมีภูมิลำเนาขณะถึงแก่ความตาย จากนั้นมีการประกาศและไต่สวนพยาน แล้วศาลจึงมีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดก ทั้งนี้ ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมและแบ่งปันทรัพย์ให้ทายาท ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์มรดกแต่เพียงผู้เดียว และต้องจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 1732 ประกอบมาตรา 1728)

การถอดถอนผู้จัดการมรดก: หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำตามหน้าที่ หรือมีเหตุอย่างอื่นอันสมควร ผู้มีส่วนได้เสียอาจร้องขอให้ศาลสั่งถอนได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 โดยต้องร้องขอก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น และเป็นดุลพินิจของศาลที่จะพิจารณาตามพฤติการณ์

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

มรดกมีหนี้สิน และการสละมรดก ทายาทต้องรู้อะไร

ไม่เพียงทรัพย์สินเท่านั้นที่ตกทอด หนี้สินที่ผู้ตายก่อไว้ก่อนเสียชีวิตก็เป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกด้วย แต่กฎหมายคุ้มครองทายาทไว้ว่า รับผิดในหนี้ไม่เกินมูลค่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ เช่น ได้มรดก 2 ล้าน แต่หนี้ 3 ล้าน ก็ใช้หนี้เพียง 2 ล้าน ส่วนที่เกินไม่ต้องนำทรัพย์ส่วนตัวมาชำระ (ป.พ.พ. มาตรา 1601) และเจ้าหนี้ชอบที่จะได้รับชำระหนี้จากทรัพย์ในกองมรดกเท่านั้น (ป.พ.พ. มาตรา 1734) เรื่องนี้เป็นคดีแพ่ง ไม่ใช่อาญา ทายาทจึงไม่ต้องรับโทษจำคุกแทนผู้ตาย

หากพิจารณาแล้วเห็นว่าหนี้มากกว่าทรัพย์ ทายาทมีสิทธิ สละมรดก ได้ แต่ต้องทำให้ถูกแบบ คือทำเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (ป.พ.พ. มาตรา 1612) ทั้งนี้ จะสละเพียงบางส่วน เลือกรับเฉพาะทรัพย์ทิ้งแต่หนี้ หรือสละโดยมีเงื่อนไขไม่ได้ ต้องสละทั้งหมด และเมื่อสละแล้วถอนคืนไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1613) นอกจากนี้ เจ้าหนี้กองมรดกต้องฟ้องเรียกหนี้ภายในกำหนดอายุความตามกฎหมายด้วย (ป.พ.พ. มาตรา 1754)

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นข้อมูลทางกฎหมายเบื้องต้นเพื่อความเข้าใจทั่วไป มิใช่ความเห็นทางกฎหมายเฉพาะเรื่อง ผลในแต่ละกรณีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน จึงควรปรึกษาทนายความเป็นรายกรณีก่อนตัดสินใจดำเนินการ

บริการด้านมรดกที่เราดูแล

ดูแลครบทั้งการจัดการและวางแผนมรดก

จัดการมรดกและตั้งผู้จัดการมรดก

ยื่นคำร้องต่อศาลและดำเนินการจัดการทรัพย์มรดกให้เป็นไปตามกฎหมายอย่างครบถ้วน

ร่างพินัยกรรม

จัดทำพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมายและสะท้อนเจตนาของท่านอย่างชัดเจน รัดกุม

ข้อพิพาทแบ่งมรดก

ดำเนินคดีและไกล่เกลี่ยกรณีทายาทมีข้อขัดแย้ง เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ฟ้องเรียกทรัพย์มรดก

ติดตามและเรียกคืนทรัพย์มรดกที่ควรเป็นของท่านตามสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย

อย่าปล่อยให้ลุกลาม

สัญญาณว่าคุณควรปรึกษาทนายด้านมรดก

ต้องจัดการทรัพย์สินของผู้เสียชีวิต

ต้องการโอนที่ดิน บัญชีธนาคาร หรือทรัพย์สินของผู้ล่วงลับ แต่ติดขัดเพราะยังไม่มีผู้จัดการมรดก

ทายาทขัดแย้ง แบ่งไม่ลงตัว

ทายาทเห็นไม่ตรงกันเรื่องการแบ่งทรัพย์ หรือมีคนได้เปรียบเสียเปรียบ จนต้องการคนกลางที่เป็นธรรม

อยากทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้า

ต้องการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินตามเจตนา ให้รัดกุมและถูกต้อง เพื่อป้องกันข้อพิพาทในอนาคต

มรดกมีหนี้สิน

กังวลว่าจะต้องรับผิดในหนี้ของผู้เสียชีวิตหรือไม่ และควรรับมรดกหรือสละมรดกดี

ผู้จัดการมรดกไม่ทำหน้าที่

ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่ง ปกปิดทรัพย์ หรือจัดการส่อไปในทางมิชอบ จนต้องการตรวจสอบและดำเนินการ

สงสัยพินัยกรรมไม่ชอบ หรือถูกตัดมรดก

สงสัยว่าพินัยกรรมอาจเป็นโมฆะ ถูกปลอม หรือท่านถูกตัดออกจากกองมรดกโดยไม่ชอบ

ขั้นตอนการทำงานของเรา

ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน โปร่งใสทุกระยะ

1

ปรึกษาเบื้องต้น

รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงของท่าน เพื่อทำความเข้าใจมูลคดีอย่างรอบด้าน

2

ประเมินคดีและเสนอแนวทาง

ตรวจเอกสารและสัญญา วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน

3

ดำเนินการ

ลงมือว่าความหรือเจรจาตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ

4

รายงานความคืบหน้า

อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น

ไขข้อข้องใจ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องมรดกและพินัยกรรม

เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์มรดกจะตกแก่ทายาทโดยธรรมตามลำดับที่กฎหมายกำหนด ซึ่งมี 6 ลำดับ ได้แก่ ผู้สืบสันดาน บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดา พี่น้องร่วมบิดาหรือมารดา ปู่ย่าตายาย และลุงป้าน้าอา โดยลำดับต้นจะตัดลำดับหลัง ยกเว้นบิดามารดาที่ได้ส่วนแบ่งพร้อมกับผู้สืบสันดาน (ป.พ.พ. มาตรา 1629, 1630) ส่วนคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ถือเป็นทายาทที่ได้รับมรดกเสมอ โดยส่วนแบ่งจะเปลี่ยนไปตามว่ามีทายาทลำดับใดเหลืออยู่ ตั้งแต่ได้เท่าทายาทชั้นบุตร ครึ่งหนึ่ง สองในสาม หรือทั้งหมดเมื่อไม่มีทายาทอื่น (ป.พ.พ. มาตรา 1635) ทั้งนี้หากทรัพย์เป็นสินสมรสต้องกันส่วนของคู่สมรสออกครึ่งหนึ่งก่อน เหลือเท่าใดจึงเป็นกองมรดกที่นำมาแบ่งกัน เนื่องจากแต่ละครอบครัวมีข้อเท็จจริงต่างกัน ควรปรึกษาทนายความเพื่อคำนวณส่วนแบ่งให้ถูกต้อง
มี เพราะตั้งแต่พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 มีผลใช้บังคับเมื่อ 22 มกราคม 2568 กฎหมายได้เปลี่ยนถ้อยคำให้การสมรสเป็นเรื่องของบุคคลสองคนโดยไม่จำกัดเพศ ผลคือคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายทุกเพศมีสิทธิเท่าเทียมกัน รวมถึงสิทธิรับมรดกในฐานะทายาทโดยธรรม โดยส่วนแบ่งคำนวณตามหลักเดียวกับคู่สมรสทั่วไป (ป.พ.พ. มาตรา 1629 และส่วนแบ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635) จุดสำคัญคือต้องเป็นการจดทะเบียนสมรสที่ถูกต้องตามกฎหมาย หากเพียงอยู่ร่วมกันโดยไม่จดทะเบียนจะไม่ได้สิทธินี้ แนะนำให้ตรวจสอบสถานะทางทะเบียนและปรึกษาทนายความเพื่อความชัดเจน
การตั้งผู้จัดการมรดกต้องยื่นคำร้องต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาขณะถึงแก่ความตาย โดยผู้มีสิทธิยื่นคือทายาท ผู้มีส่วนได้เสีย หรือพนักงานอัยการ (ป.พ.พ. มาตรา 1713) เอกสารหลักที่ต้องเตรียม เช่น ใบมรณบัตร ทะเบียนบ้านที่ประทับคำว่าตาย ทะเบียนสมรส บัญชีเครือญาติ หนังสือให้ความยินยอมจากทายาททุกคน เอกสารทรัพย์สิน และพินัยกรรม (หากมี) ในด้านค่าธรรมเนียม ค่าขึ้นศาลในอัตราคดีไม่มีทุนทรัพย์ บวกค่าส่งคำคู่ความและค่าพาหนะตามอัตราของศาล โดยทั่วไปกระบวนการใช้เวลาตามขั้นตอนประกาศและคิวไต่สวนของศาล ทั้งนี้ระยะเวลาและรายการเอกสารอาจเปลี่ยนแปลงตามข้อเท็จจริงของแต่ละคดี เช่น ผู้ตายเป็นบิดา มารดา บุตร คู่สมรส หรือพี่น้อง ควรปรึกษาทนายความเพื่อเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน
ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่รวบรวมทรัพย์ ทำบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี (ป.พ.พ. มาตรา 1732) และถือว่าครอบครองทรัพย์แทนทายาทอื่น จะอ้างอายุความยันทายาทไม่ได้ หากผู้จัดการมรดกละเลยไม่ทำตามหน้าที่หรือมีเหตุอันสมควรอื่น ผู้มีส่วนได้เสียสามารถร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 ซึ่งต้องร้องขอก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้น และเป็นดุลพินิจของศาล (มิใช่ผิดแล้วถูกถอนเสมอ) นอกจากนี้ทายาทยังฟ้องให้แบ่งปันมรดกได้ภายในอายุความที่กฎหมายกำหนด (ป.พ.พ. มาตรา 1733) ในกรณีร้ายแรงที่มีการยักยอกทรัพย์ อาจมีความรับผิดทางอาญาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เนื่องจากแต่ละกรณีมีรายละเอียดต่างกัน ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินแนวทาง
กฎหมายกำหนดแบบของพินัยกรรมไว้อย่างเคร่งครัด หากทำไม่ถูกต้องตามแบบจะตกเป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 1705) รูปแบบที่ประชาชนใช้กันมี 5 แบบ เช่น แบบธรรมดาที่ทำเป็นหนังสือ ลงวันเดือนปี และลงลายมือชื่อต่อหน้าพยานอย่างน้อย 2 คนพร้อมกัน โดยพยานต้องลงลายมือชื่อรับรองในขณะนั้น (ป.พ.พ. มาตรา 1656) หรือแบบเขียนเองทั้งฉบับด้วยลายมือตนเองทั้งหมดซึ่งไม่จำเป็นต้องมีพยาน (ป.พ.พ. มาตรา 1657) ผู้ทำพินัยกรรมต้องมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์และมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนขณะทำ ส่วนพยานต้องไม่เป็นผู้เยาว์ คนวิกลจริต และไม่เป็นผู้มีส่วนได้เสียในกองมรดก ทั้งนี้ยังมีแบบเอกสารฝ่ายเมือง เอกสารลับ และแบบทำด้วยวาจาในกรณีฉุกเฉิน เพื่อความมั่นคงและลดข้อโต้แย้งภายหลัง ควรปรึกษาทนายความก่อนจัดทำ
หนี้สินที่ผู้ตายก่อไว้ก่อนเสียชีวิตถือเป็นส่วนหนึ่งของกองมรดกที่ตกทอดสู่ทายาท แต่กฎหมายคุ้มครองทายาทไว้ว่า ทายาทรับผิดในหนี้ไม่เกินมูลค่าทรัพย์มรดกที่ตนได้รับ ไม่ต้องเอาเงินหรือทรัพย์ส่วนตัวมาใช้หนี้ของผู้ตาย (ป.พ.พ. มาตรา 1601) เช่น ได้รับมรดก 2 ล้านบาท แต่หนี้ 3 ล้านบาท ก็รับผิดเพียง 2 ล้านบาท ส่วนที่เกินไม่ต้องรับผิด และเจ้าหนี้ยึดได้เฉพาะทรัพย์ในกองมรดกเท่านั้น (ป.พ.พ. มาตรา 1734) หนี้มรดกเป็นเรื่องทางแพ่ง ทายาทไม่ต้องรับโทษจำคุกแทนผู้ตาย โดยทั่วไปควรนำทรัพย์มรดกชำระหนี้ให้เรียบร้อยก่อนจึงนำส่วนที่เหลือมาแบ่งกัน (ป.พ.พ. มาตรา 1736) ทั้งนี้ควรตรวจสอบกองมรดกและปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
ทายาทมีสิทธิสละมรดกได้ แต่ต้องทำให้ถูกแบบ คือแสดงเจตนาชัดแจ้งเป็นหนังสือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือทำเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ (ป.พ.พ. มาตรา 1612) ข้อสำคัญคือจะสละเพียงบางส่วน เลือกรับเฉพาะทรัพย์แล้วทิ้งหนี้ หรือสละโดยมีเงื่อนไขไม่ได้ ต้องสละทั้งหมด และเมื่อสละแล้วถอนคืนไม่ได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1613) การสละมรดกมีผลย้อนหลังไปถึงเวลาที่เจ้ามรดกตาย และผู้สืบสันดานของผู้สละสามารถสืบมรดกแทนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1615) อนึ่ง หากผู้สละเป็นผู้เยาว์หรือคนไร้ความสามารถ ต้องได้รับความยินยอมและอนุมัติจากศาล (ป.พ.พ. มาตรา 1611) และหากสละโดยรู้ว่าทำให้เจ้าหนี้ของตนเสียเปรียบ เจ้าหนี้อาจร้องขอเพิกถอนได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1614) เนื่องจากผลกระทบมีหลายด้าน ควรปรึกษาทนายความก่อนตัดสินใจ
กฎหมายกำหนดวิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกไว้ 3 วิธี คือ ต่างคนต่างเข้าครอบครองเป็นส่วนสัด ขายทรัพย์แล้วนำเงินมาแบ่งกัน หรือทำสัญญาแบ่งที่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด (ป.พ.พ. มาตรา 1750) หากทายาทตกลงกันได้ก็ทำเป็นสัญญาแบ่งมรดกซึ่งถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่หากตกลงกันไม่ได้ สามารถฟ้องขอให้ศาลพิพากษาแบ่งทรัพย์ระหว่างเจ้าของรวมได้ (ป.พ.พ. มาตรา 1364) ข้อควรระวังคือข้อตกลงแบ่งมรดกด้วยวาจาที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือยังไม่ถือว่าได้แบ่งกันแล้ว (ฎ.1681/2564) และเมื่อแบ่งโดยครอบครองเป็นส่วนสัดแล้วจะกลับมาเรียกส่วนแบ่งใหม่ไม่ได้ (ฎ.1452/2504) นอกจากนี้ยังมีอายุความที่ต้องระวัง การปรึกษาทนายความตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยหาทางออกและลดข้อพิพาทในครอบครัวได้
เจาะลึกเพิ่มเติม

บทความความรู้คดีมรดกที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่มักเกี่ยวเนื่องกับคดีมรดก

ทนายความให้คำปรึกษาการจัดการมรดกและร่างพินัยกรรมแก่ลูกความ

ปรึกษาทนายด้านมรดกของเรา

เพื่อจัดการและวางแผนทรัพย์สินอย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นธรรม ดูแลคนที่ท่านรักให้ไม่ต้องเผชิญข้อพิพาทในภายหลัง

แชทผ่าน LINE