081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law
สาขากฎหมาย · กฎหมายแพ่ง

ทนายความคดีแพ่ง

คดีแพ่งคือข้อพิพาทระหว่างเอกชนเรื่องสิทธิและทรัพย์สิน เช่น การผิดสัญญา การละเมิด การเรียกค่าเสียหาย และการกู้ยืมค้ำประกัน ทีมทนายความของเราดูแลทั้งฝ่ายฟ้องและฝ่ายถูกฟ้อง วางรูปคดีอย่างรัดกุมและคำนึงถึงอายุความ เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของท่านอย่างเต็มที่

ภาพประกอบคดีแพ่ง: สัญญาที่ลงนาม ปากกา และตราชั่งความยุติธรรมบนโต๊ะทำงาน
เข้าใจปัญหาของคุณ

เมื่อข้อตกลงกลายเป็นข้อพิพาท

คดีแพ่งครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง?

คดีแพ่งคือข้อพิพาทระหว่างเอกชนเรื่องทรัพย์สินและหนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การผิดสัญญา การละเมิดทำให้ผู้อื่นเสียหาย การกู้ยืมค้ำประกัน ไปจนถึงข้อพิพาทในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนมีอายุความและขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องดำเนินให้ถูกต้อง

หัวใจของคดีแพ่งคือการพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและเอกสารที่หนักแน่น ไม่ว่าจะเป็นสัญญา ใบเสร็จรับเงิน ข้อความหรือพยานบุคคล เราจึงเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของท่านอย่างละเอียด ประเมินรูปคดีและโอกาสชนะ แล้ววางแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านรักษาสิทธิได้เต็มที่และคุ้มค่าใช้จ่ายมากที่สุด

ความรู้กฎหมายแพ่ง

เข้าใจหลักกฎหมายแพ่งเบื้องต้น

คดีแพ่งส่วนใหญ่อาศัย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เป็นกฎหมายหลัก การเข้าใจหลักพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้ท่านประเมินสถานการณ์ของตนเองได้ดีขึ้นก่อนตัดสินใจ — แต่โดยทั่วไปแล้วผลทางกฎหมายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

1. หนี้และการผิดนัด

“หนี้” ในทางแพ่งคือความผูกพันที่ฝ่ายหนึ่ง (ลูกหนี้) ต้องชำระเงิน ส่งมอบสิ่งของ หรือกระทำ/งดเว้นการอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่อีกฝ่าย (เจ้าหนี้) ซึ่งอาจเกิดจากสัญญา เช่น กู้ยืม ซื้อขาย เช่า หรือเกิดจากมูลอื่น เช่น การละเมิด

เมื่อถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้ไม่ชำระ โดยทั่วไปถือว่า “ผิดนัด” ผลคือเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ชำระหนี้พร้อม ดอกเบี้ยผิดนัด และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และหากเป็นหนี้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด เมื่อลูกหนี้ผิดนัดงวดใด กฎหมายปัจจุบันให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจาก “ต้นเงินของงวดที่ผิดนัด” เท่านั้น ข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 224/1)

ในทางปฏิบัติ การมีหลักฐานวันถึงกำหนดชำระและการทวงถามที่ชัดเจน จะช่วยกำหนด “วันผิดนัด” ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดดอกเบี้ยและความเสียหาย หากเป็นข้อพิพาทเรื่องการติดตามหนี้และบังคับชำระ ดูเพิ่มที่ ทนายความคดีหนี้สินและการบังคับคดี

2. ละเมิด เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง

“ละเมิด” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 คือการที่ผู้หนึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย จนทำให้เขาเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้ทำละเมิดจึงต้องชดใช้ “ค่าสินไหมทดแทน” โดยทั่วไปการกระทำจะเป็นละเมิดต้องครบ 4 องค์ประกอบ คือ มีการกระทำ (รวมถึงการงดเว้นหน้าที่ที่ต้องทำ) · กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ · ต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย · และเกิดความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำนั้น

ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้ขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหาย โดยทั่วไปได้แก่

  • กรณีทรัพย์สินเสียหายหรือสูญหาย — คืนทรัพย์หรือใช้ราคาทรัพย์ รวมถึงค่าขาดประโยชน์จากการใช้ทรัพย์ และอาจเรียกดอกเบี้ยได้ (มาตรา 438, 440)
  • กรณีบาดเจ็บต่อร่างกายหรืออนามัย — ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ระหว่างเจ็บป่วย ค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานทั้งปัจจุบันและอนาคต รวมถึงค่าเสียหายที่มิใช่ตัวเงิน เช่น ความทุกข์ทรมานหรือการเสียโฉม (มาตรา 444, 446)
  • กรณีถึงแก่ความตาย — ค่าปลงศพและค่าใช้จ่ายจำเป็น ค่าขาดไร้อุปการะของผู้ที่มีสิทธิได้รับการอุปการะตามกฎหมาย และค่าขาดแรงงาน (มาตรา 443)

นอกจากตัวผู้กระทำเองแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้บางบุคคลร่วมรับผิดด้วย เช่น นายจ้างร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลละเมิดที่ลูกจ้างทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) บิดามารดาของผู้เยาว์ (มาตรา 429) หรือเจ้าของสัตว์ (มาตรา 433) เป็นต้น หากการละเมิดนั้นเป็นความผิดอาญาด้วย อาจต้องดำเนินคดีควบคู่กัน ดูเพิ่มที่ ทนายความคดีอาญา

3. อายุความที่ต้องระวัง

“อายุความ” คือกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิฟ้องร้อง หากปล่อยให้ล่วงพ้น ลูกหนี้มีสิทธิยกอายุความขึ้นปฏิเสธการชำระหนี้ได้ (มาตรา 193/10) ข้อควรรู้คือ ศาลจะไม่ยกอายุความขึ้นมาเองหากคู่ความไม่ยกขึ้นต่อสู้ และคู่กรณีจะตกลงขยายหรือย่นอายุความกันไม่ได้ (มาตรา 193/11) อายุความแตกต่างกันตามประเภทของสิทธิ ตัวอย่างที่พบบ่อย:

ประเภทสิทธิเรียกร้องอายุความมาตรา
ละเมิด1 ปี (นับแต่รู้เหตุและรู้ตัวผู้กระทำ) หรือ 10 ปี (นับแต่วันทำละเมิด) แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน448
กู้ยืมเงินทั่วไป (ชำระครั้งเดียว)10 ปี193/30
กู้ยืมที่ผ่อนคืนเป็นงวด5 ปี193/33(2)
ดอกเบี้ยค้างชำระ5 ปี193/33(1)
ผู้ประกอบการค้าเรียกค่าสินค้าที่ส่งมอบ2 ปี193/34
ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค1 ปี1002
สิทธิตามคำพิพากษาถึงที่สุด10 ปี193/32
คดีทั่วไปที่ไม่มีกำหนดเฉพาะ10 ปี193/30
ติดตามเอาทรัพย์คืนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ไม่มีอายุความ1336

จุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม: ในคดีละเมิดอย่ามุ่งนับเฉพาะ “1 ปีนับแต่รู้” จนลืมเส้น “10 ปีนับแต่วันทำละเมิด” และหากเป็นข้อพิพาทแบบคดีผู้บริโภคอาจใช้อายุความที่ต่างออกไป การรีบปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยรักษาสิทธิไม่ให้ขาดอายุความโดยไม่จำเป็น

4. ดอกเบี้ยผิดนัดคิดอย่างไร

ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ โดยสรุปหลักที่ใช้กันบ่อยคือ

  • ดอกเบี้ยทั่วไป (กรณีไม่ได้ตกลงอัตรากันไว้): ร้อยละ 3 ต่อปี (มาตรา 7 — เดิมร้อยละ 7.5)
  • ดอกเบี้ยผิดนัด ของหนี้เงิน: ใช้อัตราตามมาตรา 7 บวกเพิ่มอีกร้อยละ 2 ต่อปี รวมเป็นร้อยละ 5 ต่อปี (มาตรา 224 — เดิมร้อยละ 7.5)
  • ห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ย (ทบต้น) ในระหว่างผิดนัด
  • หนี้ที่ผ่อนเป็นงวด: ผิดนัดงวดใด ให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดเฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัดนั้น ข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ (มาตรา 224/1)

หมายเหตุ: อัตราตามมาตรา 7 อาจปรับเปลี่ยนได้โดยพระราชกฤษฎีกา (โดยปกติทบทวนทุกประมาณ 3 ปี) จึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับ ณ ปัจจุบันก่อนนำไปคำนวณจริง

เนื้อหาข้างต้นเป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี ผลในทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลเป็นรายกรณี แนะนำให้ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

บริการคดีแพ่งที่เราดูแล

ดูแลครบทุกข้อพิพาททางแพ่ง

คดีผิดสัญญา

ฟ้องหรือต่อสู้เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญา เรียกให้ชำระหนี้ ส่งมอบงาน หรือชดใช้ค่าเสียหายตามข้อตกลง

คดีละเมิดและเรียกค่าเสียหาย

เรียกร้องค่าเสียหายจากการละเมิด ทั้งคดีอุบัติเหตุ ทรัพย์สินเสียหาย และละเมิดสิทธิอื่น เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น

คดีกู้ยืมและค้ำประกัน

ดำเนินคดีกู้ยืมเงิน ค้ำประกัน และตั๋วเงิน ทั้งฝั่งเจ้าหนี้และลูกหนี้ พร้อมตรวจสอบเอกสารและอายุความให้รอบคอบ

คดีแพ่งทั่วไป

ดูแลข้อพิพาททางแพ่งทุกประเภท ทั้งการฟ้องและต่อสู้คดี พร้อมให้คำปรึกษาและวางรูปคดีที่รัดกุมตามข้อเท็จจริง

ประเมินตัวเองเบื้องต้น

สัญญาณว่าคุณควรปรึกษาทนายคดีแพ่ง

หลายเรื่องที่ดูเล็กในตอนแรกอาจกระทบสิทธิได้มากหากปล่อยไว้หรือดำเนินผิดขั้นตอน ต่อไปนี้คือสัญญาณที่ควรปรึกษาทนายคดีแพ่งโดยเร็ว — ยิ่งปรึกษาเร็ว ยิ่งมีทางเลือกมากและรักษาสิทธิได้ดีกว่า

คู่สัญญาไม่ทำตามข้อตกลง

อีกฝ่ายไม่ชำระหนี้หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาตามกำหนด และทวงถามแล้วยังไม่เป็นผล

ถูกผู้อื่นทำให้เสียหาย

เช่น อุบัติเหตุ ทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกทำให้เสียชื่อเสียง และต้องการเรียกค่าเสียหายตามสิทธิ

มีข้อพิพาทเรื่องหนี้หรือค้ำประกัน

เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้เงินกู้ ค้ำประกัน หรือตั๋วเงิน ที่เริ่มมีปัญหาในการชำระ

ได้รับหมายศาลหรือคำฟ้อง

ได้รับหมายศาล คำฟ้อง หรือหนังสือบอกกล่าว/ทวงถามทางกฎหมาย และต้องตอบสนองให้ทันกำหนด

ไม่แน่ใจเรื่องอายุความ

กังวลว่าเรื่องของท่านใกล้ “ขาดอายุความ” หรือยัง ซึ่งหากเลยกำหนดอาจกระทบสิทธิในการฟ้อง

อยากประเมินก่อนตัดสินใจฟ้อง

ต้องการทราบว่า “ฟ้องแล้วคุ้มหรือไม่” หรือเจรจาเองแล้วไม่คืบหน้า และอยากได้มืออาชีพช่วยวางรูปคดี

ขั้นตอนการทำงานของเรา

ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน โปร่งใสทุกระยะ

1

ปรึกษาเบื้องต้น

รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงของท่าน เพื่อทำความเข้าใจมูลคดีอย่างรอบด้าน

2

ประเมินคดีและเสนอแนวทาง

ตรวจเอกสารและสัญญา วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน

3

ดำเนินการ

ลงมือว่าความหรือเจรจาตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ

4

รายงานความคืบหน้า

อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น

ไขข้อข้องใจ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องคดีแพ่ง

คดีแพ่งเป็นข้อพิพาทระหว่างเอกชนเรื่องสิทธิและหน้าที่ต่อกัน มุ่งให้ชดใช้หรือบังคับตามสิทธิ ส่วนคดีอาญาเป็นเรื่องระหว่างรัฐกับผู้กระทำความผิดที่มีโทษ บางเรื่องเกิดได้ทั้งสองส่วนพร้อมกัน เราจะประเมินข้อเท็จจริงของท่านว่าควรดำเนินทางใด
หลายกรณียังฟ้องได้ แม้สัญญาจะไม่ครบถ้วนหรือเป็นข้อตกลงด้วยวาจา เพราะยังมีพยานหลักฐานอื่นประกอบได้ เช่น หลักฐานการโอนเงิน ข้อความ หรือพยานบุคคล เราจะตรวจหลักฐานที่ท่านมีและประเมินโอกาสให้ก่อนดำเนินคดี
อายุความของคดีแพ่งแตกต่างกันตามประเภทของสิทธิและมูลเหตุแห่งคดี เช่น คดีละเมิดโดยทั่วไปมีอายุความ 1 ปีนับแต่รู้เหตุและรู้ตัวผู้กระทำ (หรือ 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด) ตามมาตรา 448 ส่วนหนี้เงินกู้ยืมทั่วไปมักมีอายุความ 10 ปี และดอกเบี้ยค้างชำระ 5 ปี การรีบปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงสำคัญ เพื่อไม่ให้สิทธิของท่านขาดอายุความไปโดยไม่จำเป็น
คดีมโนสาเร่คือคดีที่มีทุนทรัพย์พิพาทไม่เกิน 300,000 บาท หรือคดีฟ้องขับไล่ออกจากอสังหาริมทรัพย์ที่มีค่าเช่า (หรืออาจให้เช่าได้) ขณะยื่นฟ้องไม่เกินเดือนละ 30,000 บาท ซึ่งกระบวนพิจารณาออกแบบให้กระชับและรวดเร็วกว่า ส่วน “คดีไม่มีข้อยุ่งยาก” คือการฟ้องให้ชำระเงินจำนวนแน่นอนตามตั๋วเงินที่ถูกปฏิเสธ หรือตามสัญญาเป็นหนังสือที่ปรากฏเบื้องต้นว่าสมบูรณ์และบังคับได้ ขณะที่ “คดีสามัญ” คือคดีแพ่งทั่วไปที่ดำเนินกระบวนการเต็มรูปแบบ เราจะช่วยประเมินว่าเรื่องของท่านเข้าประเภทใดเพื่อวางแนวทางที่เหมาะสม
ค่าบริการขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อน และจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาท โดยเราจะประเมินและแจ้งแนวทางค่าบริการให้ท่านทราบอย่างชัดเจนก่อนเริ่มงานทุกครั้ง โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อนของข้อเท็จจริง และกระบวนพิจารณาของศาล โดยทั่วไปคดีมโนสาเร่หรือคดีไม่มีข้อยุ่งยากมักใช้เวลาน้อยกว่าคดีสามัญ เราจะประเมินกรอบเวลาเบื้องต้นให้ท่านทราบ พร้อมรายงานความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง
เอกสารที่เกี่ยวข้องจะช่วยให้ประเมินได้แม่นยำขึ้น เช่น สัญญาหรือข้อตกลง ใบเสร็จ/หลักฐานการโอนเงิน ข้อความหรือจดหมายโต้ตอบ หมายศาลหรือคำฟ้อง (ถ้ามี) และข้อมูลพยานบุคคล หากยังไม่มีเอกสารครบก็สามารถปรึกษาเบื้องต้นได้ก่อน
ตามที่แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. เมื่อ พ.ศ. 2564 ดอกเบี้ยกรณีไม่ได้ตกลงกันไว้อยู่ที่ร้อยละ 3 ต่อปี (มาตรา 7) ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดของหนี้เงินคิดที่อัตราตามมาตรา 7 บวกเพิ่มอีกร้อยละ 2 รวมเป็นร้อยละ 5 ต่อปี (มาตรา 224) และหนี้ที่ผ่อนเป็นงวดจะคิดดอกเบี้ยผิดนัดเฉพาะต้นเงินงวดที่ผิดนัด ทั้งนี้อัตราอาจปรับเปลี่ยนได้โดยพระราชกฤษฎีกา จึงควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันก่อนคำนวณจริง
ความรู้กฎหมาย

บทความความรู้ที่เกี่ยวข้อง

รวมสาระน่ารู้เรื่องคดีแพ่งที่ทีมทนายของเรากำลังทยอยเผยแพร่ในคลังความรู้กฎหมาย

บริการที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่มักเกี่ยวเนื่องกับคดีแพ่ง

ทนายความให้คำปรึกษาคดีแพ่งและตรวจสัญญาแก่ลูกความ

ปรึกษาทนายคดีแพ่งของเรา

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายฟ้องหรือฝ่ายถูกฟ้อง เราพร้อมประเมินสิทธิและวางแนวทางคดีแพ่งที่ดีที่สุดให้ท่าน

แชทผ่าน LINE