คดีผิดสัญญา
ฟ้องหรือต่อสู้เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญา เรียกให้ชำระหนี้ ส่งมอบงาน หรือชดใช้ค่าเสียหายตามข้อตกลง
คดีแพ่งคือข้อพิพาทระหว่างเอกชนเรื่องสิทธิและทรัพย์สิน เช่น การผิดสัญญา การละเมิด การเรียกค่าเสียหาย และการกู้ยืมค้ำประกัน ทีมทนายความของเราดูแลทั้งฝ่ายฟ้องและฝ่ายถูกฟ้อง วางรูปคดีอย่างรัดกุมและคำนึงถึงอายุความ เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของท่านอย่างเต็มที่

คดีแพ่งคือข้อพิพาทระหว่างเอกชนเรื่องทรัพย์สินและหนี้ ครอบคลุมตั้งแต่การผิดสัญญา การละเมิดทำให้ผู้อื่นเสียหาย การกู้ยืมค้ำประกัน ไปจนถึงข้อพิพาทในชีวิตประจำวัน ซึ่งล้วนมีอายุความและขั้นตอนตามกฎหมายที่ต้องดำเนินให้ถูกต้อง
หัวใจของคดีแพ่งคือการพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐานและเอกสารที่หนักแน่น ไม่ว่าจะเป็นสัญญา ใบเสร็จรับเงิน ข้อความหรือพยานบุคคล เราจึงเริ่มจากการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของท่านอย่างละเอียด ประเมินรูปคดีและโอกาสชนะ แล้ววางแนวทางที่เหมาะสม เพื่อให้ท่านรักษาสิทธิได้เต็มที่และคุ้มค่าใช้จ่ายมากที่สุด
คดีแพ่งส่วนใหญ่อาศัย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ป.พ.พ.) เป็นกฎหมายหลัก การเข้าใจหลักพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้ท่านประเมินสถานการณ์ของตนเองได้ดีขึ้นก่อนตัดสินใจ — แต่โดยทั่วไปแล้วผลทางกฎหมายจะขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี
“หนี้” ในทางแพ่งคือความผูกพันที่ฝ่ายหนึ่ง (ลูกหนี้) ต้องชำระเงิน ส่งมอบสิ่งของ หรือกระทำ/งดเว้นการอย่างใดอย่างหนึ่งให้แก่อีกฝ่าย (เจ้าหนี้) ซึ่งอาจเกิดจากสัญญา เช่น กู้ยืม ซื้อขาย เช่า หรือเกิดจากมูลอื่น เช่น การละเมิด
เมื่อถึงกำหนดชำระแล้วลูกหนี้ไม่ชำระ โดยทั่วไปถือว่า “ผิดนัด” ผลคือเจ้าหนี้มีสิทธิเรียกให้ชำระหนี้พร้อม ดอกเบี้ยผิดนัด และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้ และหากเป็นหนี้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด เมื่อลูกหนี้ผิดนัดงวดใด กฎหมายปัจจุบันให้คิดดอกเบี้ยผิดนัดได้เฉพาะจาก “ต้นเงินของงวดที่ผิดนัด” เท่านั้น ข้อตกลงที่ขัดกับหลักนี้เป็นโมฆะ (ป.พ.พ. มาตรา 224/1)
ในทางปฏิบัติ การมีหลักฐานวันถึงกำหนดชำระและการทวงถามที่ชัดเจน จะช่วยกำหนด “วันผิดนัด” ซึ่งเป็นจุดตั้งต้นของการคิดดอกเบี้ยและความเสียหาย หากเป็นข้อพิพาทเรื่องการติดตามหนี้และบังคับชำระ ดูเพิ่มที่ ทนายความคดีหนี้สินและการบังคับคดี
“ละเมิด” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 420 คือการที่ผู้หนึ่งจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย จนทำให้เขาเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้ทำละเมิดจึงต้องชดใช้ “ค่าสินไหมทดแทน” โดยทั่วไปการกระทำจะเป็นละเมิดต้องครบ 4 องค์ประกอบ คือ มีการกระทำ (รวมถึงการงดเว้นหน้าที่ที่ต้องทำ) · กระทำโดยจงใจหรือประมาทเลินเล่อ · ต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย · และเกิดความเสียหายที่เป็นผลโดยตรงจากการกระทำนั้น
ค่าสินไหมทดแทนที่เรียกได้ขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหาย โดยทั่วไปได้แก่
นอกจากตัวผู้กระทำเองแล้ว กฎหมายยังกำหนดให้บางบุคคลร่วมรับผิดด้วย เช่น นายจ้างร่วมรับผิดกับลูกจ้างในผลละเมิดที่ลูกจ้างทำไปในทางการที่จ้าง (มาตรา 425) บิดามารดาของผู้เยาว์ (มาตรา 429) หรือเจ้าของสัตว์ (มาตรา 433) เป็นต้น หากการละเมิดนั้นเป็นความผิดอาญาด้วย อาจต้องดำเนินคดีควบคู่กัน ดูเพิ่มที่ ทนายความคดีอาญา
“อายุความ” คือกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ใช้สิทธิฟ้องร้อง หากปล่อยให้ล่วงพ้น ลูกหนี้มีสิทธิยกอายุความขึ้นปฏิเสธการชำระหนี้ได้ (มาตรา 193/10) ข้อควรรู้คือ ศาลจะไม่ยกอายุความขึ้นมาเองหากคู่ความไม่ยกขึ้นต่อสู้ และคู่กรณีจะตกลงขยายหรือย่นอายุความกันไม่ได้ (มาตรา 193/11) อายุความแตกต่างกันตามประเภทของสิทธิ ตัวอย่างที่พบบ่อย:
| ประเภทสิทธิเรียกร้อง | อายุความ | มาตรา |
|---|---|---|
| ละเมิด | 1 ปี (นับแต่รู้เหตุและรู้ตัวผู้กระทำ) หรือ 10 ปี (นับแต่วันทำละเมิด) แล้วแต่อย่างใดถึงก่อน | 448 |
| กู้ยืมเงินทั่วไป (ชำระครั้งเดียว) | 10 ปี | 193/30 |
| กู้ยืมที่ผ่อนคืนเป็นงวด | 5 ปี | 193/33(2) |
| ดอกเบี้ยค้างชำระ | 5 ปี | 193/33(1) |
| ผู้ประกอบการค้าเรียกค่าสินค้าที่ส่งมอบ | 2 ปี | 193/34 |
| ฟ้องเรียกเงินตามเช็ค | 1 ปี | 1002 |
| สิทธิตามคำพิพากษาถึงที่สุด | 10 ปี | 193/32 |
| คดีทั่วไปที่ไม่มีกำหนดเฉพาะ | 10 ปี | 193/30 |
| ติดตามเอาทรัพย์คืนในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ | ไม่มีอายุความ | 1336 |
จุดเสี่ยงที่มักถูกมองข้าม: ในคดีละเมิดอย่ามุ่งนับเฉพาะ “1 ปีนับแต่รู้” จนลืมเส้น “10 ปีนับแต่วันทำละเมิด” และหากเป็นข้อพิพาทแบบคดีผู้บริโภคอาจใช้อายุความที่ต่างออกไป การรีบปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยรักษาสิทธิไม่ให้ขาดอายุความโดยไม่จำเป็น
ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 มีพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ปรับอัตราดอกเบี้ยให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ โดยสรุปหลักที่ใช้กันบ่อยคือ
หมายเหตุ: อัตราตามมาตรา 7 อาจปรับเปลี่ยนได้โดยพระราชกฤษฎีกา (โดยปกติทบทวนทุกประมาณ 3 ปี) จึงควรตรวจสอบอัตราที่ใช้บังคับ ณ ปัจจุบันก่อนนำไปคำนวณจริง
เนื้อหาข้างต้นเป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี ผลในทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และดุลพินิจของศาลเป็นรายกรณี แนะนำให้ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
ฟ้องหรือต่อสู้เมื่ออีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญา เรียกให้ชำระหนี้ ส่งมอบงาน หรือชดใช้ค่าเสียหายตามข้อตกลง
เรียกร้องค่าเสียหายจากการละเมิด ทั้งคดีอุบัติเหตุ ทรัพย์สินเสียหาย และละเมิดสิทธิอื่น เพื่อชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น
ดำเนินคดีกู้ยืมเงิน ค้ำประกัน และตั๋วเงิน ทั้งฝั่งเจ้าหนี้และลูกหนี้ พร้อมตรวจสอบเอกสารและอายุความให้รอบคอบ
ดูแลข้อพิพาททางแพ่งทุกประเภท ทั้งการฟ้องและต่อสู้คดี พร้อมให้คำปรึกษาและวางรูปคดีที่รัดกุมตามข้อเท็จจริง
หลายเรื่องที่ดูเล็กในตอนแรกอาจกระทบสิทธิได้มากหากปล่อยไว้หรือดำเนินผิดขั้นตอน ต่อไปนี้คือสัญญาณที่ควรปรึกษาทนายคดีแพ่งโดยเร็ว — ยิ่งปรึกษาเร็ว ยิ่งมีทางเลือกมากและรักษาสิทธิได้ดีกว่า
อีกฝ่ายไม่ชำระหนี้หรือไม่ปฏิบัติตามสัญญาตามกำหนด และทวงถามแล้วยังไม่เป็นผล
เช่น อุบัติเหตุ ทรัพย์สินเสียหาย หรือถูกทำให้เสียชื่อเสียง และต้องการเรียกค่าเสียหายตามสิทธิ
เป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้เงินกู้ ค้ำประกัน หรือตั๋วเงิน ที่เริ่มมีปัญหาในการชำระ
ได้รับหมายศาล คำฟ้อง หรือหนังสือบอกกล่าว/ทวงถามทางกฎหมาย และต้องตอบสนองให้ทันกำหนด
กังวลว่าเรื่องของท่านใกล้ “ขาดอายุความ” หรือยัง ซึ่งหากเลยกำหนดอาจกระทบสิทธิในการฟ้อง
ต้องการทราบว่า “ฟ้องแล้วคุ้มหรือไม่” หรือเจรจาเองแล้วไม่คืบหน้า และอยากได้มืออาชีพช่วยวางรูปคดี
รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงของท่าน เพื่อทำความเข้าใจมูลคดีอย่างรอบด้าน
ตรวจเอกสารและสัญญา วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน
ลงมือว่าความหรือเจรจาตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ
อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น
รวมสาระน่ารู้เรื่องคดีแพ่งที่ทีมทนายของเรากำลังทยอยเผยแพร่ในคลังความรู้กฎหมาย

ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายฟ้องหรือฝ่ายถูกฟ้อง เราพร้อมประเมินสิทธิและวางแนวทางคดีแพ่งที่ดีที่สุดให้ท่าน