081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law
สาขากฎหมาย · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ทนายความคดีที่ดิน
และอสังหาริมทรัพย์

คดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ครอบคลุมข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ การครอบครองปรปักษ์ การบุกรุก การเรียกที่ดินคืน และการซื้อขายโอนจำนอง เราช่วยตรวจสอบเอกสารสิทธิ วางแนวทางคดี และดำเนินการเพื่อปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของท่านอย่างถูกต้อง

ภาพประกอบคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์: โฉนดที่ดิน แผนที่รังวัด และเข็มทิศทองเหลือง
เข้าใจปัญหาของคุณ

เมื่อเรื่องที่ดินกลายเป็นข้อพิพาท

คดีที่ดินครอบคลุมเรื่องอะไรบ้าง?

ปัญหาที่ดินมีได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่การบุกรุกและครอบครองปรปักษ์ ข้อพิพาทแนวเขตและกรรมสิทธิ์ ไปจนถึงการซื้อขายโอนและข้อพิพาทกับนิติบุคคลอาคารชุด หากดำเนินการผิดขั้นตอนหรือปล่อยไว้นาน อาจกระทบสิทธิในที่ดินอันมีค่าของท่านได้

เพราะทุกเรื่องเกี่ยวพันกับเอกสารสิทธิ ประมวลกฎหมายที่ดิน และหลักกรรมสิทธิ์ที่ต้องอาศัยความรอบคอบและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง เราจึงเริ่มจากการตรวจสอบโฉนดและเอกสารสิทธิของท่านอย่างละเอียด ประเมินความเสี่ยง แล้ววางแนวทางที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี เพื่อให้ท่านตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและรักษาสิทธิได้ทันท่วงที

ความรู้ที่ควรรู้

เข้าใจหลักกฎหมายที่ดินเบื้องต้น

ก่อนตัดสินใจซื้อขาย ฟ้องคดี หรือต่อสู้เรื่องที่ดินใด ๆ สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ "สิทธิ" ในที่ดินแปลงนั้นเป็นอย่างไร เพราะเอกสารแต่ละชนิดให้สิทธิไม่เท่ากัน และหลักกฎหมายที่นำมาใช้ก็ต่างกันตามประเภทของสิทธิ ส่วนนี้สรุปหลักสำคัญ 4 เรื่องที่พบบ่อยที่สุดให้เข้าใจง่าย เพื่อเป็นจุดเริ่มต้นก่อนปรึกษาทนายเป็นรายกรณี โดยรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละเรื่องเราแยกไว้ในบทความเฉพาะทาง

ประเภทเอกสารสิทธิที่ดิน ต่างกันอย่างไร

เอกสารเกี่ยวกับที่ดินไม่ได้ให้ "กรรมสิทธิ์" เท่ากันทุกชนิด มีเพียง โฉนด (น.ส.4 จ ตราครุฑแดง) เท่านั้นที่ให้กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ เจ้าของมีสิทธิใช้สอย จำหน่าย และติดตามเอาคืนได้เต็มที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 และเป็นที่ดินประเภทเดียวที่ถูกครอบครองปรปักษ์ได้ ส่วนเอกสารอื่นให้เพียง "สิทธิครอบครอง" หรือเป็นเพียงหลักฐานเท่านั้น การแยกให้ออกตั้งแต่ต้นช่วยกันความเสียหายได้มาก โดยเฉพาะที่ดินของรัฐและที่ดิน ส.ป.ก. ที่ห้ามซื้อขายโอนให้คนนอก

ประเภทเอกสารความหมาย / สิทธิโดยย่อ
โฉนด (น.ส.4 จ) ตราครุฑแดงกรรมสิทธิ์สมบูรณ์ โอน ขาย จำนองได้โดยจดทะเบียน เป็นที่ดินประเภทเดียวที่ครอบครองปรปักษ์ได้
น.ส.3 ก / น.ส.3ให้เพียงสิทธิครอบครองและรับรองการทำประโยชน์ ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ ว่ากันด้วย "แย่งการครอบครอง" การโอนต้องจดทะเบียนและประกาศ 30 วัน
ที่ดินมือเปล่ามีเพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 โอนกันด้วยการส่งมอบการครอบครอง จำนองไม่ได้
ส.ค.1เป็นเพียงหลักฐานแจ้งการครอบครองตาม พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ไม่ใช่หนังสือแสดงสิทธิ ปัจจุบันมักมีปัญหาพิสูจน์แปลงและอาจทับซ้อนที่รัฐ
ส.ป.ก. 4-01ที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ให้แค่สิทธิทำกินเพื่อเกษตรกรรม ห้ามซื้อขายโอนให้คนนอก (เป็นโมฆะ) ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้
ที่ดินของรัฐ (สาธารณสมบัติ / ที่ราชพัสดุ / ที่ธรณีสงฆ์)โอนหรือครอบครองปรปักษ์ไม่ได้ และยกอายุความขึ้นสู้แผ่นดินไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304–1306 ประกอบ พ.ร.บ.ที่ราชพัสดุ และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์

หมายเหตุเพิ่มเติม "โฉนดเพื่อการเกษตร" ที่พัฒนาจาก ส.ป.ก. 4-01 ตาม ระเบียบ คปก. (ฉบับแก้ไข) แม้มีคำว่าโฉนด แต่กรรมสิทธิ์ยังเป็นของ ส.ป.ก. และยังมีข้อจำกัดการโอน อย่าสับสนกับโฉนด น.ส.4

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

ครอบครองปรปักษ์ คืออะไร เงื่อนไขและระยะเวลา

ครอบครองปรปักษ์คือการเข้าครอบครองที่ดิน "มีโฉนด" ของผู้อื่น จนกฎหมายให้ได้กรรมสิทธิ์ไปตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 โดยทั่วไปต้องครบองค์ประกอบทั้งหมด มิฉะนั้นคำร้องตกไป ภาระการพิสูจน์ตกแก่ผู้อ้างปรปักษ์ทั้งหมด เงื่อนไขที่ต้องครบมีดังนี้

  • เป็นทรัพย์ของผู้อื่น และเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์ (โฉนด) เท่านั้น
  • ครอบครองโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ
  • ครอบครองติดต่อกัน 10 ปี (ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ใช้ 5 ปี)

จุดที่แพ้บ่อยที่สุดคือขาด "เจตนาเป็นเจ้าของ" เช่น อยู่โดยเช่า ขออนุญาต หรืออาศัยสิทธิคนอื่นจะไม่นับเป็นปรปักษ์ และที่ดิน น.ส.3/มือเปล่าใช้ปรปักษ์ไม่ได้ ต้องว่าด้วยการแย่งการครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 ซึ่งเจ้าของเดิมต้องฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปี ส่วนที่ดินของรัฐครอบครองปรปักษ์ไม่ได้เด็ดขาดตาม ป.พ.พ. มาตรา 1306 และแม้ได้กรรมสิทธิ์โดยผลกฎหมายแล้ว หากยังไม่จดทะเบียนก็ยกขึ้นยันผู้รับโอนโดยสุจริตไม่ได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง จึงควรรีบยื่นคำร้องและจดทะเบียนโดยเร็ว

อ่านเพิ่มเติม: ครอบครองปรปักษ์ องค์ประกอบ ระยะเวลา และจุดแพ้คดีที่ต้องระวัง

รุกล้ำที่ดิน ทางจำเป็น และภาระจำยอม ต่างกันอย่างไร

สามเรื่องนี้ดูคล้ายแต่ต่างกันชัดเจนที่ "ที่มาของสิทธิ" และผลทางกฎหมาย ก่อนวางรูปคดีจึงต้องแยกให้ถูกว่ากรณีของท่านเป็นเรื่องใด

  • สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ (ป.พ.พ. มาตรา 1312): ถ้าสร้าง "โรงเรือน" ล้ำที่ดินคนอื่นโดยสุจริตและล้ำเพียงส่วนน้อย ผู้สร้างไม่ต้องรื้อ แต่ต้องจ่ายค่าใช้ที่ดินและให้เจ้าของที่ดินจดทะเบียนภาระจำยอม แต่ถ้าไม่สุจริต หรือสิ่งที่ล้ำไม่ใช่โรงเรือน (เช่น รั้ว ถังส้วม ท่อ) ก็ต้องรื้อ ทั้งนี้กฎหมายสันนิษฐานความสุจริตไว้ก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 6
  • ทางจำเป็น (ป.พ.พ. มาตรา 1349 และ มาตรา 1350): เกิดเมื่อที่ดินถูกล้อมจนไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ เป็นสิทธิตามกฎหมายโดยไม่ต้องจดทะเบียน ต้องเลือกทางที่เสียหายน้อยที่สุด โดยกรณีถูกล้อมเพราะแบ่งแยก/แบ่งโอนไม่ต้องเสียค่าทดแทน
  • ภาระจำยอม (ป.พ.พ. มาตรา 1387): เป็นทรัพยสิทธิที่ที่ดินแปลงหนึ่งได้ใช้ประโยชน์เหนือที่ดินอีกแปลง ได้มาโดยนิติกรรมซึ่งต้องจดทะเบียนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรค 1 หรือโดยอายุความใช้ทางต่อเนื่อง 10 ปีด้วยเจตนาให้เป็นภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1401 ประกอบ มาตรา 1382

ข้อควรระวังคือ "ทางจำเป็น" กับ "ภาระจำยอม" เป็นคนละเรื่อง ต่างทั้งที่มา เงื่อนไข และความถาวร ในคดีเรื่องทางเดินจึงมักควรพิจารณาตั้งประเด็นไว้คู่กันเพื่อความรอบคอบ ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละแปลง

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

ขายฝากที่ดิน ไถ่คืนได้แค่ไหน

ขายฝากคือสัญญาซื้อขายที่กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันทีที่ทำสัญญาตาม ป.พ.พ. มาตรา 491 โดยผู้ขายฝากเหลือเพียง "สิทธิไถ่คืน" ภายในเวลาที่กำหนด จุดอันตรายคือถ้าเลยกำหนดไถ่แม้เพียงวันเดียว ที่ดินหลุดเป็นของผู้ซื้อฝากทันที โดยไม่ต้องฟ้องบังคับขายทอดตลาดเหมือนจำนอง หลักการไถ่คืนและข้อคุ้มครองที่ควรรู้มีดังนี้

  • กำหนดเวลาไถ่: ที่ดิน (อสังหาริมทรัพย์) ตาม ป.พ.พ. มาตรา 494 ไถ่ได้ไม่เกิน 10 ปี ส่วนกรณีอยู่ใต้ พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ขายฝากที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัย พ.ศ. 2562 มาตรา 10 กำหนดให้ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เกิน 10 ปี เพื่อกันการบีบไถ่ระยะสั้น
  • เพดานสินไถ่: คิดเป็นดอกเบี้ยได้ไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี หากเกินไม่ทำให้สัญญาเป็นโมฆะ แต่ให้ไถ่ตามราคาขายฝากจริงบวกผลตอบแทนร้อยละ 15 ต่อปี ตาม ป.พ.พ. มาตรา 499 วรรค 2
  • ข้อคุ้มครองพิเศษตาม พ.ร.บ. 2562: ผู้ขายฝากยังครอบครองใช้สอยและได้ดอกผลจนถึงวันหมดสิทธิไถ่โดยไม่ต้องจ่ายค่าตอบแทนตาม มาตรา 12; ผู้ซื้อฝากต้องแจ้งเตือนเป็นหนังสือก่อนครบกำหนดไม่น้อยกว่า 3 เดือนแต่ไม่เกิน 6 เดือนตาม มาตรา 17; และผู้ขายฝากวางสินไถ่ที่สำนักงานที่ดินได้ตาม มาตรา 18

อีกประเด็นที่พบบ่อยคือการอ้างว่าสัญญาขายฝากเป็นเพียงนิติกรรมอำพรางการกู้ยืมเงิน ซึ่งหากพิสูจน์ได้ สัญญาขายฝากตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 155 วรรค 1 และบังคับตามสัญญากู้ที่ถูกอำพรางตาม มาตรา 155 วรรค 2 แต่ภาระการพิสูจน์ตกหนักแก่ผู้ขายฝาก ผลจึงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

ดูบทความเพิ่มเติมในคลังความรู้กฎหมาย

หมายเหตุ: ข้อมูลข้างต้นเป็นเพียงความเข้าใจเบื้องต้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของหลักกฎหมายที่ดิน มิใช่การให้คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง ประเภทเอกสารสิทธิ และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ก่อนทำธุรกรรมหรือดำเนินคดีจึงควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเป็นรายกรณีทุกครั้ง

บริการคดีที่ดินที่เราดูแล

ดูแลครบทุกข้อพิพาทเรื่องที่ดิน

คดีกรรมสิทธิ์และครอบครองปรปักษ์

ฟ้องหรือต่อสู้เรื่องสิทธิในที่ดินและการครอบครอง เพื่อยืนยันกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงของท่าน

คดีบุกรุกและเรียกที่ดินคืน

ดำเนินคดีกับผู้บุกรุกและขับไล่ เพื่อเรียกที่ดินของท่านกลับคืนตามกฎหมาย

ข้อพิพาทแนวเขตและการรังวัด

ดูแลปัญหาแนวเขตที่ดินและการสอบเขต พร้อมประสานการรังวัดเพื่อยุติข้อพิพาท

ซื้อขาย โอน จำนอง

ตรวจสอบเอกสารสิทธิและดูแลนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้ปลอดภัยและรัดกุม

ข้อพิพาทคอนโดและนิติบุคคล

ดูแลปัญหาระหว่างเจ้าของร่วมและนิติบุคคลอาคารชุด ทั้งเรื่องค่าส่วนกลาง สิทธิ และข้อบังคับ

อย่ารอจนเสียสิทธิ

สัญญาณว่าคุณควรปรึกษาทนายคดีที่ดิน

มีคนบุกรุกหรือเข้าครอบครองที่ดิน

พบคนเข้ามาใช้หรือปลูกสร้างในที่ดินของท่านโดยไม่มีสิทธิ ควรรีบดำเนินการก่อนการครอบครองจะยืดเยื้อ

ข้อพิพาทแนวเขตหรือการรังวัด

แนวเขตที่ดินไม่ตรงกับโฉนด เพื่อนบ้านอ้างแนวเขตทับซ้อน หรือมีปัญหาการสอบเขต/รังวัด

กำลังจะซื้อ–ขาย–โอน–จำนอง

ก่อนวางมัดจำหรือโอนกรรมสิทธิ์ ควรตรวจเอกสารสิทธิ ภาระผูกพัน และความเสี่ยง เพื่อไม่ให้เสียเงินฟรี

ถูกฟ้องหรือได้รับหมายเกี่ยวกับที่ดิน

ได้รับหมายศาล คำฟ้อง หรือหนังสือเรียกร้องเกี่ยวกับที่ดิน ควรปรึกษาทนายเพื่อตอบสนองให้ทันกำหนด

มีคนอ้างครอบครองปรปักษ์

มีผู้อ้างสิทธิครอบครองที่ดินของท่านมานาน หรือใกล้ครบกำหนดเวลาตามกฎหมาย การรีบปรึกษาช่วยรักษาสิทธิ

ข้อพิพาทเรื่องทางเข้าออกหรือคอนโด

ถูกปิดทางเข้าออก มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำ หรือมีปัญหากับนิติบุคคลอาคารชุดเรื่องสิทธิและค่าส่วนกลาง

ขั้นตอนการทำงานของเรา

ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน โปร่งใสทุกระยะ

1

ปรึกษาเบื้องต้น

รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงเรื่องที่ดินของท่าน เพื่อทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน

2

ประเมินคดีและเสนอแนวทาง

ตรวจเอกสารสิทธิ วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน

3

ดำเนินการ

ลงมือว่าความหรือดำเนินนิติกรรมตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ

4

รายงานความคืบหน้า

อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น

ไขข้อข้องใจ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องคดีที่ดิน

การครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 ใช้ได้เฉพาะที่ดินมีโฉนด (มีกรรมสิทธิ์) เท่านั้น และผู้ครอบครองต้องอยู่อย่างสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันครบ 10 ปี หากเขาอยู่โดยเช่า ขออนุญาต หรืออาศัยสิทธิคุณ ก็ยังไม่ถือเป็นปรปักษ์ และในฐานะเจ้าของคุณมีสิทธิติดตามเอาคืนและขัดขวางได้ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 โดยทั่วไปภาระการพิสูจน์ครบองค์ประกอบตกแก่ฝ่ายที่อ้างปรปักษ์ ผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของแต่ละแปลง ควรปรึกษาทนายเพื่อรักษาสิทธิแต่เนิ่น ๆ
สิ่งแรกคือตรวจชนิดเอกสารสิทธิ เพราะแต่ละชนิดให้สิทธิไม่เท่ากัน โฉนด (น.ส.4 จ) ตราครุฑแดงเท่านั้นที่ให้กรรมสิทธิ์สมบูรณ์ ส่วน น.ส.3/น.ส.3 ก ให้เพียงสิทธิครอบครอง และที่ดิน ส.ป.ก. 4-01 เป็นที่ดินของรัฐที่ห้ามซื้อขายให้บุคคลภายนอก การซื้อขายเป็นโมฆะตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 หากเป็นคอนโด ก่อนโอนต้องมีหนังสือรับรองการปลอดหนี้ค่าส่วนกลางจากนิติบุคคลอาคารชุดตาม พ.ร.บ.อาคารชุดฯ มาตรา 29 มิฉะนั้นโอนไม่ได้ ควรให้ทนายตรวจสารบบที่ดิน ภาระผูกพัน และเอกสารทั้งหมดก่อนวางมัดจำหรือโอนทุกครั้ง
ที่ดินมือเปล่ามีเพียงสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1367 ไม่ใช่กรรมสิทธิ์ จึงดำเนินการในเรื่องการแย่งการครอบครอง ไม่ใช่ครอบครองปรปักษ์ การซื้อขายที่ดินมือเปล่า/น.ส.3 แม้ไม่จดทะเบียน หากมีการส่งมอบการครอบครองสัญญาก็สมบูรณ์และผู้ซื้อได้สิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1377 และมาตรา 1378 (เทียบ ฎ.1828/2559) ข้อควรระวังคือ หากถูกแย่งการครอบครอง เจ้าของเดิมต้องฟ้องเอาคืนภายใน 1 ปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 1375 มิฉะนั้นหมดสิทธิ จึงควรรีบปรึกษาทนายเพราะมีกรอบเวลาบีบรัด
กรณีรุกล้ำ ถ้าเป็นโรงเรือนที่สร้างโดยสุจริตและล้ำเพียงส่วนน้อยตาม ป.พ.พ. มาตรา 1312 ผู้สร้างอาจไม่ต้องรื้อแต่ต้องจ่ายค่าใช้ที่ดินและจดทะเบียนภาระจำยอม แต่ถ้าสร้างโดยไม่สุจริต หรือสิ่งที่ล้ำไม่ใช่โรงเรือน เช่น รั้วหรือถังส้วม ก็อาจต้องรื้อ ส่วนกรณีถูกปิดทางจนที่ดินไม่มีทางออกสู่ทางสาธารณะ คุณอาจมีสิทธิขอทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 และมาตรา 1350 โดยต้องเลือกทางที่ทำให้ที่ดินที่ล้อมเสียหายน้อยที่สุด ทั้งนี้ผลขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและสภาพที่ดินแต่ละแปลง ควรให้ทนายตรวจระวางและประวัติการแบ่งแยกโฉนดก่อนวางรูปคดี
ขายฝากทำให้กรรมสิทธิ์ตกไปยังผู้ซื้อฝากทันทีตาม ป.พ.พ. มาตรา 491 โดยผู้ขายฝากเหลือเพียงสิทธิไถ่คืนภายในกำหนด หากเลยกำหนดแม้วันเดียวที่ดินจะหลุดเป็นของผู้ซื้อฝาก แต่ถ้าเป็นที่ดินเพื่อเกษตรกรรมหรือที่อยู่อาศัยและผู้ขายฝากเป็นบุคคลธรรมดา จะได้รับความคุ้มครองพิเศษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองฯ ขายฝากฯ พ.ศ. 2562 เช่น หากผู้ซื้อฝากไม่แจ้งเตือนล่วงหน้าตามมาตรา 17 ผู้ขายฝากยังมีสิทธิไถ่ได้ภายใน 6 เดือนนับแต่ครบกำหนด และยังวางทรัพย์สินไถ่ได้ตามมาตรา 18 ผลขึ้นอยู่กับเงื่อนไขสัญญาและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี ควรนำสัญญาให้ทนายตรวจโดยด่วน
ค่าส่วนกลางเป็นหนี้ตามกฎหมายที่เจ้าของร่วมทุกคนต้องจ่ายตามอัตราส่วนกรรมสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.อาคารชุดฯ มาตรา 18 และกรณีค้างชำระอาจถูกคิดเงินเพิ่มและถูกระงับบางสิทธิตามมาตรา 18/1 อย่างไรก็ดี นิติบุคคลอาคารชุดมีอำนาจดูแลทรัพย์ส่วนกลางเท่านั้นตามมาตรา 33 การกระทำที่รบกวนทรัพย์ส่วนบุคคลเกินอำนาจอาจเป็นการละเมิด หากชำระครบแล้วแต่นิติบุคคลไม่ออกหนังสือปลอดหนี้ตามมาตรา 29 อาจฟ้องบังคับและให้ศาลสั่งถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรค 2 ได้ แนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับข้อบังคับของอาคารชุดนั้น ควรให้ทนายตรวจข้อบังคับและยอดหนี้เป็นลายลักษณ์อักษรก่อน
ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายขึ้นอยู่กับประเภทคดี ความซับซ้อนของข้อเท็จจริง จำนวนพยานหลักฐาน และว่ามีผู้คัดค้านหรือไม่ ตัวอย่างเช่น คดีร้องขอแสดงกรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์ หากไม่มีผู้คัดค้านศาลจะไต่สวนฝ่ายเดียว แต่หากมีผู้คัดค้านก็จะกลายเป็นคดีมีข้อพิพาทที่ใช้เวลานานขึ้น โดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ คือค่าขึ้นศาล ค่าทนายความ และค่าใช้จ่ายในการรวบรวมพยานหลักฐาน เช่น การรังวัดหรือแผนที่ เราแนะนำให้เข้าปรึกษาเพื่อประเมินรูปคดีและประมาณการค่าใช้จ่ายตามข้อเท็จจริงของคุณก่อน โดยไม่อาจรับประกันผลคดีหรือระยะเวลาที่แน่นอนได้
โดยหลัก ทายาทที่ครอบครองที่ดินมรดกที่ยังไม่แบ่ง ถือว่าครอบครองแทนทายาทคนอื่น จะอ้างครอบครองปรปักษ์เอาเป็นของตนไม่ได้ เว้นแต่จะบอกกล่าวเปลี่ยนลักษณะการยึดถือไปยังทายาทอื่นก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1381 จึงเริ่มนับเวลาตามมาตรา 1382 (เทียบ ฎ.2760/2548 และ ฎ.4466/2532) เมื่อแบ่งกันไม่ลงตัว แนวทางที่ทำได้มีหลายทาง เช่น ตกลงแบ่งกันเอง แบ่งโดยให้คนหนึ่งถือแล้วชดใช้ส่วนของคนอื่น หรือฟ้องขอแบ่งและให้ศาลสั่งขายทอดตลาดเพื่อนำเงินมาแบ่ง แนวทางที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพินัยกรรม ควรให้ทนายช่วยวางรูปการแบ่งและไกล่เกลี่ยก่อนเข้าสู่ศาล
เจาะลึกเพิ่มเติม

บทความความรู้คดีที่ดินที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่มักเกี่ยวเนื่องกับคดีที่ดิน

ทนายความตรวจเอกสารสิทธิและให้คำปรึกษาคดีที่ดินแก่ลูกความ

ปรึกษาทนายคดีที่ดินของเรา

เพื่อปกป้องทรัพย์สินอันมีค่าของท่าน เราพร้อมประเมินสิทธิและวางแนวทางที่ดีที่สุดให้ท่าน

แชทผ่าน LINE