คดีเลิกจ้างและค่าชดเชย
ดูแลสิทธิการเลิกจ้างที่เป็นธรรมและการเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
คดีแรงงานคือข้อพิพาทระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เช่น การเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และสิทธิตามกฎหมายแรงงาน เราให้บริการทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง ดูแลคดีในศาลแรงงานอย่างเข้าใจกระบวนการ เพื่อผลลัพธ์ที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

คดีแรงงานครอบคลุมการเลิกจ้างและค่าชดเชย ข้อพิพาทระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง สัญญาจ้างและข้อบังคับการทำงาน รวมถึงการดำเนินคดีในศาลแรงงาน เรื่องเหล่านี้มีกฎหมายเฉพาะและกระบวนการพิเศษ ฝั่งลูกจ้างต้องการความเป็นธรรม ฝั่งนายจ้างต้องการดำเนินการที่ถูกต้องและลดความเสี่ยง
เรื่องแรงงานมีความละเอียดอ่อนและมีกฎหมายเฉพาะ ทั้งเรื่องการเลิกจ้าง ค่าชดเชย สัญญาจ้าง หรือข้อพิพาทในที่ทำงาน เราพร้อมดูแลทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างด้วยมาตรฐานมืออาชีพ เข้าใจทั้งตัวบทกฎหมายแรงงานและแนวปฏิบัติของศาลแรงงาน เพื่อหาทางออกที่ถูกต้องและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
กฎหมายแรงงานหลักคือ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) ประกอบกับ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 การเข้าใจสิทธิและหน้าที่พื้นฐานช่วยให้ทั้งลูกจ้างและนายจ้างดำเนินการได้ถูกต้อง ลดข้อพิพาท — แต่ผลในแต่ละกรณีย่อมขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและเอกสาร
เมื่อลูกจ้างถูกเลิกจ้างโดยไม่ใช่ความผิดของตน นายจ้างต้องจ่าย “ค่าชดเชย” ตามอายุงาน คิดจากอัตราค่าจ้างสุดท้าย ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 (อัตราสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปเพิ่มเป็น 400 วัน ตามที่แก้ไขโดยฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562):
| อายุงาน (ทำงานติดต่อกัน) | ค่าชดเชย (อัตราค่าจ้างสุดท้าย) |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ถึง 1 ปี | 30 วัน |
| 1 ปี แต่ไม่ถึง 3 ปี | 90 วัน |
| 3 ปี แต่ไม่ถึง 6 ปี | 180 วัน |
| 6 ปี แต่ไม่ถึง 10 ปี | 240 วัน |
| 10 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี | 300 วัน |
| 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
อย่างไรก็ดี มีบางกรณีที่นายจ้าง ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เช่น ลูกจ้างทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจทำให้นายจ้างเสียหาย ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้เสียหายร้ายแรง ฝ่าฝืนข้อบังคับร้ายแรง หรือละทิ้งหน้าที่ติดต่อกัน 3 วันทำงานโดยไม่มีเหตุอันสมควร (มาตรา 119) ทั้งนี้นายจ้างต้องระบุเหตุไว้ให้ชัดเจน
นอกจากค่าชดเชยแล้ว ยังมีสิทธิอีก 2 เรื่องที่มักสับสน:
จุดสำคัญคือ “ค่าชดเชย” “ค่าตกใจ” และ “ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม” เป็นคนละส่วนกัน ลูกจ้างอาจมีสิทธิได้รับมากกว่าหนึ่งอย่างในคราวเดียว
กฎหมายกำหนดสิทธิขั้นพื้นฐานที่นายจ้างต้องให้ เช่น เวลาทำงานปกติไม่เกิน 8 ชั่วโมงต่อวันและไม่เกิน 48 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ค่าจ้างต้องไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกาศคณะกรรมการค่าจ้างกำหนด (ปัจจุบันแตกต่างกันตามจังหวัดและประเภทกิจการ โดยทั่วไปอยู่ในช่วงราว 337–400 บาทต่อวัน ควรตรวจสอบอัตราล่าสุด)
ส่วนค่าล่วงเวลาในวันทำงานต้องจ่ายไม่น้อยกว่า 1.5 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมง และการทำงานในวันหยุดหรือล่วงเวลาในวันหยุดได้รับค่าตอบแทนเพิ่มขึ้น (ตั้งแต่ 1 เท่าถึง 3 เท่าแล้วแต่กรณี) ด้านวันหยุดและวันลา ลูกจ้างมีสิทธิหยุดประจำสัปดาห์อย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 วัน วันหยุดตามประเพณีไม่น้อยกว่าปีละ 13 วัน วันหยุดพักผ่อนประจำปีไม่น้อยกว่าปีละ 6 วันเมื่อทำงานครบ 1 ปี ลาป่วยได้เท่าที่ป่วยจริง (ได้ค่าจ้างไม่เกินปีละ 30 วันทำงาน) ลาเพื่อกิจธุระจำเป็นโดยได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าปีละ 3 วันทำงาน และลาคลอดได้ครรภ์ละไม่เกิน 98 วัน
เมื่อเกิดปัญหา ลูกจ้างมีทางเลือกหลัก 2 ทาง คือ ยื่นคำร้องต่อ พนักงานตรวจแรงงาน เพื่อให้มีคำสั่งให้นายจ้างจ่ายเงินตามสิทธิ หรือ ฟ้องคดีต่อศาลแรงงาน โดยตรง ข้อดีของคดีแรงงานคือกระบวนพิจารณาออกแบบให้สะดวกและรวดเร็ว เน้นการไกล่เกลี่ย และ ลูกจ้างได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมศาล ส่วนฝ่ายนายจ้าง การวางระบบสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน และกระบวนการเลิกจ้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงข้อพิพาทและค่าใช้จ่ายในภายหลังได้มาก
เนื้อหาข้างต้นเป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี ผลในทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และกฎหมายที่บังคับใช้ ณ ขณะนั้นเป็นรายกรณี (เช่น อัตราค่าจ้างขั้นต่ำที่ปรับปรุงเป็นระยะ) แนะนำให้ปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
ดูแลสิทธิการเลิกจ้างที่เป็นธรรมและการเรียกค่าชดเชยตามกฎหมายแรงงาน
ว่าความและไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในความสัมพันธ์การจ้าง เพื่อหาข้อยุติที่เป็นธรรม
ร่างและตรวจสอบสัญญาจ้างและข้อบังคับให้ถูกต้องตามกฎหมายแรงงาน
ดำเนินคดีในศาลแรงงานครบทุกขั้นตอน ด้วยความเข้าใจในกระบวนการเฉพาะ
คดีแรงงานมีกรอบเวลาและกระบวนการเฉพาะ ทั้งฝ่ายลูกจ้างที่ต้องการความเป็นธรรมและฝ่ายนายจ้างที่ต้องการดำเนินการให้ถูกต้อง การปรึกษาตั้งแต่เนิ่นๆ ช่วยรักษาสิทธิและลดความเสี่ยง
ถูกเลิกจ้าง ปลดออก หรือบีบให้ออก ควรประเมินสิทธิค่าชดเชยและความเป็นธรรมก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ
นายจ้างไม่จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า หรือเงินที่ควรได้ตามกฎหมาย
ไม่ได้รับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด หรือสิทธิวันลาที่ควรได้รับตามกฎหมาย
เลิกจ้างโดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือเลือกปฏิบัติ อาจขอให้รับกลับเข้าทำงานหรือเรียกค่าเสียหายได้
หากถูกบังคับหรือหลอกให้ลาออกเพื่อเลี่ยงค่าชดเชย ควรปรึกษาก่อน เพราะกระทบสิทธิอย่างมาก
ร่างสัญญาจ้าง ข้อบังคับการทำงาน หรือดำเนินการเลิกจ้างให้ถูกกฎหมาย เพื่อลดความเสี่ยงข้อพิพาท
รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงของท่าน เพื่อทำความเข้าใจมูลคดีอย่างรอบด้าน
ตรวจเอกสารและสัญญา วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน
ลงมือว่าความหรือเจรจาตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ
อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น
รวมสาระน่ารู้เรื่องกฎหมายแรงงานสำหรับทั้งลูกจ้างและนายจ้างที่ทีมทนายของเรากำลังทยอยเผยแพร่ในคลังความรู้กฎหมาย

ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง เพื่อแนวทางที่ถูกต้องและเป็นธรรม ด้วยความเข้าใจในกฎหมายแรงงานและศาลแรงงาน