081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เรียกค่าชดเชยอะไรได้บ้าง ฎีกาสำคัญ ฉบับคนทำงานต้องรู้

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม ลูกจ้างถูกให้ออกจากงานและตรวจสอบสิทธิค่าชดเชยตามกฎหมาย

สรุปประเด็นสำคัญ

เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิด ลูกจ้างมีสิทธิเรียกเงินได้สูงสุด 5 ก้อน: (1) ค่าชดเชยตามอายุงาน 30–400 วัน (มาตรา 118) (2) สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า "ค่าตกใจ" (3) ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49) (4) เงินค้างจ่ายทั้งหลาย และ (5) เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม

สามก้อนแรกเป็นเงิน "คนละก้อนกัน" เรียกซ้อนกันได้ตามเงื่อนไขของแต่ละตัว ไม่ใช่เลือกได้อย่างเดียว

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คือคำที่คนทำงานจำนวนมากเพิ่งมารู้จักในวันที่ถูกเรียกเข้าห้องประชุมแล้วถูกบอกว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายของคุณ" ความรู้สึกแรกคือช็อกและกลัว แต่สิ่งที่อยากให้รู้ไว้ก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ คือ กฎหมายแรงงานไทยให้สิทธิลูกจ้างเรียกเงินได้หลายก้อน และหลายกรณีเรียกได้มากกว่าที่นายจ้างเสนอมาก

เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คืออะไร ใครเป็นคนชี้ขาด

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 วางหลักว่า หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้าง "ไม่เป็นธรรม" ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม หรือหากทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันได้แล้ว ให้ศาลกำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้แทน โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ได้รับ

กฎหมายไม่ได้นิยามตายตัวว่าแบบไหนคือไม่เป็นธรรม แต่แนวฎีกาวางหลักสำคัญไว้ว่า ต้องดูว่า "มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสมควรเพียงพอหรือไม่" และนายจ้างได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เบากว่าก่อนหรือไม่ เช่น ตักเตือน โยกย้าย ลดชั่วโมงงาน หรือเปิดโครงการสมัครใจลาออก ก่อนจะใช้ไม้ตายคือการเลิกจ้าง

ข้อควรรู้เชิงปฏิบัติ: คดีตามมาตรา 49 ลูกจ้างต้องฟ้องต่อศาลแรงงานเท่านั้น จะไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อขอเงินก้อนนี้ไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจสั่งจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้

เงิน 5 ก้อนที่เรียกได้เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ถูกเลิกจ้างไม่ใช่จุดจบ กฎหมายให้สิทธิเรียกเงินได้หลายก้อน

ก้อนที่ 1: ค่าชดเชยตามอายุงาน (มาตรา 118)

อายุงานต่อเนื่องค่าชดเชยขั้นต่ำ
ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี30 วัน
ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี90 วัน
ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี180 วัน
ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี240 วัน
ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี300 วัน
ครบ 20 ปีขึ้นไป400 วัน

ค่าชดเชยต้องจ่ายในวันเลิกจ้าง หากนายจ้างไม่จ่าย ลูกจ้างมีสิทธิได้ดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 9 (ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนอ้างอิง)

ก้อนที่ 2: สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)

หากนายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ต้องจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวนั้น เช่น เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน หากแจ้งเลิกจ้างวันที่ 15 มีนาคม ให้มีผลทันที อาจต้องจ่ายถึง 45 วัน คิดเป็น 30,000 บาท (20,000 ÷ 30 × 45)

ก้อนที่ 3: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (มาตรา 49)

กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนตายตัว เป็นดุลพินิจของศาลโดยดูอายุลูกจ้าง อายุงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ได้รับแล้ว แนวปฏิบัติที่พบบ่อยคือศาลมักกำหนดในระดับประมาณ "อายุงานปีละ 1 เดือนของค่าจ้าง" บวกลบตามพฤติการณ์ และที่ต้องรู้คือ จำนวนที่ศาลแรงงานกำหนดนั้นอุทธรณ์โต้แย้งได้ยาก เพราะถือเป็นดุลพินิจในปัญหาข้อเท็จจริง (แนวฎีกาที่ 9009/2549)

ก้อนที่ 4: เงินค้างจ่ายทั้งหลาย

ค่าจ้างงวดสุดท้าย ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และเงินอื่นที่ค้างอยู่ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับครบถ้วนไม่ว่าการเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่

ก้อนที่ 5: เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้าง มีสิทธิรับเงินทดแทนระหว่างว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างเฉลี่ย (ฐานสูงสุด 15,000 บาท) ไม่เกิน 180 วันต่อปี โดยต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานตามขั้นตอน (เงื่อนไขอาจปรับปรุง ควรตรวจสอบกับประกันสังคมล่าสุด)

โบนัสที่หลายคนไม่รู้: ค่าชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ได้รับยกเว้นภาษีในส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 400 วันสุดท้ายและไม่เกิน 600,000 บาท ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมถือเป็นเงินได้ที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (แนวฎีกาที่ 3353/2532) (เกณฑ์ภาษีควรตรวจสอบฉบับล่าสุด)

กรณีไหน "เป็นธรรม" กรณีไหน "ไม่เป็นธรรม" (ฎีกาจัดเต็ม)

เส้นแบ่งอยู่ที่ "เหตุสมควร + ความจำเป็น + ความพยายามแก้ปัญหาก่อนเลิกจ้าง" ลองดูจากคดีจริง (เลขฎีกาอ้างอิงจากฐานข้อมูล ควรตรวจสอบก่อนนำไปใช้)

ฝั่ง "ไม่เป็นธรรม" — ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าเสียหาย

กำไรลดลงแต่ยังไม่ขาดทุน — ฎ. 7083/2548: บริษัทยังมีกำไร เพียงแต่กำไรลดลงมากในปีที่ผ่านมา ยังไม่ถึงขั้นขาดทุนจนไปต่อไม่ได้ การอ้างเหตุนี้เลิกจ้างถือว่ายังไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ฝั่ง "เป็นธรรม" — แต่ส่วนใหญ่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน

ขาดทุนจริง + เกณฑ์คัดคนเป็นกลาง — ฎ. 2226-2304/2561: กิจการขาดทุนจนต้องลดพนักงาน และมีหลักเกณฑ์คัดออกที่เป็นกลาง เช่น สถิติขาด ลา มาสาย ผลงาน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

ป่วยยาวจนไม่อาจคาดหมายว่าจะกลับมาทำงานได้ — ฎ. 14670/2558: ลูกจ้างลาป่วยต่อเนื่องกว่า 9 เดือน ใบรับรองแพทย์ไม่ระบุว่าจะหายเมื่อใด นายจ้างเลิกจ้างตามข้อบังคับได้ ถือว่ามีเหตุอันสมควร (แต่การเลิกจ้างเพราะหย่อนสมรรถภาพยังต้องจ่าย "ค่าชดเชย" อยู่ — แนวฎีกาที่ 2038/2533)

ปรับโครงสร้าง/ยุบแผนกเพื่อแข่งขัน + มีมาตรการรองรับ — ฎ. 1396-1481/2568: นายจ้างยุบแผนกแล้วจ้างบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญกว่า แม้ยังไม่ขาดทุน แต่เป็นอำนาจจัดการที่ทำได้ เมื่อได้แจ้งล่วงหน้า จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษ เปิดโครงการสมัครใจลาออก และช่วยหางานใหม่ให้ ถือว่ามีเหตุสมควรและเพียงพอ — คดีนี้คือภาพชัดว่า "มาตรการเยียวยาก่อนเลิกจ้าง" มีน้ำหนักมากในสายตาศาล

ลูกจ้างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด — ฎ. 882/2559: ลูกจ้างตำแหน่งที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และข้อบังคับบริษัทกำหนดเรื่องหนี้สินรุงรังไว้ชัด เลิกจ้างได้โดยไม่ถือว่าไม่เป็นธรรม

ลูกค้าแจ้งความลูกจ้างลักทรัพย์ — ฎ. 3738/2536: นายจ้างย่อมระแวงไม่ไว้วางใจ เลิกจ้างได้ถือว่ามีเหตุสมควร แต่เมื่อสุดท้ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับจริง นายจ้างก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย — เห็นชัดว่า "เลิกจ้างเป็นธรรม" กับ "ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" เป็นคนละเรื่องกัน

มุมที่คนมองข้าม: ความเป็นธรรมเชิงกระบวนการ

บทความวิชาการในวารสารดุลพาหของสำนักงานศาลยุติธรรม (พ.ศ. 2566) ชี้ประเด็นที่คนทำงานและ HR ควรรู้: ความเป็นธรรมในการเลิกจ้างมี 2 ชั้น คือ ความเป็นธรรมเชิงเนื้อหา (มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่) และ ความเป็นธรรมเชิงกระบวนการ (นายจ้างทำตามขั้นตอนที่ข้อบังคับการทำงานหรือข้อตกลงสภาพการจ้างกำหนดหรือไม่ เช่น การตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนลงโทษ)

แนวฎีกาเรื่องนี้แบ่งเป็นสองทาง ทางหนึ่งมองว่าถ้ามีเหตุเพียงพอ แม้กระบวนการสอบสวนบกพร่อง การเลิกจ้างก็ยังเป็นธรรม แต่อีกแนวหนึ่ง (เช่น ฎ. 562/2546 และ ฎ. 987-988/2552) วางหลักว่า หากนายจ้างไม่ดำเนินการสอบสวนให้ถูกต้องตามข้อบังคับก่อน การเลิกจ้างนั้นย่อมไม่เป็นธรรม แม้จะมีเหตุผลเพียงพอก็ตาม โดยศาลอาจลดค่าเสียหายลงตามส่วนผิดของลูกจ้าง

บทเรียนสำหรับลูกจ้าง: ถ้าบริษัทมีข้อบังคับเรื่องการสอบสวนแต่ "ข้ามขั้นตอน" มาไล่คุณออกเลย นี่อาจเป็นประเด็นต่อสู้ที่มีน้ำหนัก ส่วนฝั่งนายจ้างก็ต้องทำตามขั้นตอนของตัวเองอย่างเคร่งครัดก่อนเลิกจ้างเสมอ

มาตรา 119: กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

  • ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับ/ระเบียบ/คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย และถูกตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (เว้นกรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน) — หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันกระทำผิด
  • ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด

ตัวอย่างที่ใกล้ตัวมาก: การโพสต์ด่านายจ้างบนโซเชียลอาจถึงขั้นถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ค่าชดเชย (แนวฎีกาที่ 4206/2560) คนทำงานจึงควรระวังการระบายอารมณ์ออนไลน์ให้มาก

จุดที่ลูกจ้างใช้สู้ได้: ถ้านายจ้างจะอ้างเหตุตามมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุข้อเท็จจริงนั้นไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งให้ทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกขึ้นอ้างทีหลังไม่ได้ — เจอบ่อยมากที่นายจ้างมา "หาเหตุย้อนหลัง" ซึ่งกฎหมายไม่ให้ทำ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า… ถูกไล่ออกทั้งที ยังไงฟ้องไปก็แพ้ บริษัทมีทนายเก่งกว่า เงินหนากว่า สู้ไปก็เสียเวลา

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า… ภาระหลักอยู่ที่นายจ้างต้องแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นหรือสมควรจริง และได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก่อนแล้ว คดีแรงงานยังออกแบบมาให้ลูกจ้างเข้าถึงง่าย ไม่มีค่าขึ้นศาล และมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้… ลูกจ้างจำนวนมากแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเซ็นเอกสารสละสิทธิในวันที่ตกใจและกลัว ไม่เก็บหลักฐานการไล่ออกด้วยวาจา ปล่อยให้ถูกบิดเป็น "ละทิ้งหน้าที่ 3 วัน" หรือปล่อยเวลาผ่านจนหลักฐานหายและพยานย้ายงานหมด

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ… ช้าลงหนึ่งจังหวะก่อนเซ็นทุกอย่าง เก็บหลักฐานทันทีตั้งแต่วันแรก แล้วประเมินรูปคดีกับทนายก่อนตัดสินใจ

หลักฐานที่ต้องรีบเก็บ ก่อนทุกอย่างหายไป

  1. สถานะและรายได้: สัญญาจ้าง หนังสือปรับตำแหน่ง/เงินเดือน สลิปเงินเดือน และรายการเดินบัญชีย้อนหลังราว 6 เดือน
  2. การเลิกจ้าง: หนังสือเลิกจ้าง (ถ้ามี) — ถ้าถูกไล่ออกปากเปล่า ให้บันทึกเสียง หรือทักแชท/อีเมลถามยืนยันการเลิกจ้างเพื่อให้มีลายลักษณ์อักษร หรือส่งหนังสือทวงถามค่าชดเชยทางไปรษณีย์ตอบรับ กันนายจ้างพลิกเกมไปแจ้งว่าคุณ "ละทิ้งหน้าที่เกิน 3 วัน"
  3. ความไม่เป็นธรรม: แชท/อีเมลที่แสดงการกลั่นแกล้ง ผลประเมินงาน (KPI) ย้อนหลังที่ผ่านเกณฑ์ดี ใช้หักล้างข้ออ้าง "ผลงานแย่" และสถิติเวลาทำงานหากมีประเด็นค่าล่วงเวลา

ช่องทางเรียกร้อง: คร.7 หรือฟ้องศาลแรงงาน + อายุความ

ช่องทางที่ 1 — ยื่นคำร้อง คร.7 ต่อพนักงานตรวจแรงงาน: เหมาะกับการเรียกเงินตามสิทธิพื้นฐาน เช่น ค่าชดเชย ค่าตกใจ ค่าจ้างค้าง ยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ หรือออนไลน์ผ่านระบบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เจ้าหน้าที่สอบสวนและออกคำสั่งภายในประมาณ 60 วัน (ขยายได้ราว 30 วัน) แต่จุดที่ต้องรู้คือ เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจสั่งจ่าย "ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม"

ช่องทางที่ 2 — ฟ้องศาลแรงงานโดยตรง: เรียกได้ทุกก้อนรวมถึงค่าเสียหายตามมาตรา 49 ฟ้องที่ศาลแรงงานพื้นที่ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบของศาลยุติธรรม จุดเด่นคือไม่มีค่าขึ้นศาล มีนิติกรช่วยร่างคำฟ้องให้ ลูกจ้างฟ้องเองได้

ประเภทเงินอายุความ
ค่าจ้างค้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด2 ปี (ป.พ.พ. ม.193/34 (9))
ค่าชดเชยตามอายุงาน10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30)
สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30)
ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม10 ปี (แนวฎีกาที่ 7083/2548)

สังเกตว่า "เงินค่าจ้างค้าง" สั้นแค่ 2 ปี ใครมีโอทีค้างหลายปีต้องรีบจัดการก่อนหมดสิทธิทีละงวด

ฎีกาสำคัญอื่นที่ควรรู้

  • ฎ. 5025/2548: มาตรา 49 เป็นอำนาจพิเศษของศาลแรงงาน แม้ลูกจ้างฟ้องขอเพียงค่าเสียหาย ศาลก็อาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานแทนได้ (และกลับกัน)
  • ฎ. 8629/2550: เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่สั่งให้รับกลับเข้าทำงาน ศาลต้องกำหนดค่าเสียหายให้ จะไม่กำหนดเลยโดยอ้างว่าลูกจ้างได้งานใหม่แล้วไม่ได้
  • ฎ. 9009/2549: จำนวนค่าเสียหายเป็นดุลพินิจของศาลแรงงาน อุทธรณ์โต้แย้งในข้อเท็จจริงไม่ได้ — แปลว่ารูปคดีและพยานหลักฐานในศาลชั้นต้นสำคัญที่สุด
  • ฎ. 3353/2532: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
  • ฎ. 4635/2541: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสละได้ (ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย) แต่สิทธิบางอย่างเช่นค่าชดเชยสละไม่ได้ — เอกสารสละสิทธิจึงต้องให้ทนายดูก่อนเซ็นเสมอ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

คดีเลิกจ้างตัดสินกันที่การประเมินรูปคดีและหลักฐานตั้งแต่ต้น ซึ่งทนายคดีแรงงานของเราดูแลให้ครบทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง

  • ประเมินข้อเท็จจริงและตัวเลขก่อนตัดสินใจ — เราสื่อสารตรงไปตรงมา และประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินคดี ไม่ใช่ชวนฟ้องทุกกรณี
  • ตรวจเอกสารสละสิทธิ/ข้อตกลงเลิกจ้างก่อนเซ็น และเจรจาต่อรองยอดกับนายจ้างแทนคุณ
  • วางระบบพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น ยื่น คร.7 หรือฟ้องและว่าความต่อศาลแรงงานจนจบคดี
  • ฝั่งนายจ้าง/HR: วางข้อบังคับการทำงาน ขั้นตอนสอบสวน และสัญญาจ้างของธุรกิจให้เลิกจ้างได้อย่างถูกกฎหมาย

สรุป

ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดที่ต้องตั้งสติแล้วเดินให้ถูก: เช็กเงิน 5 ก้อนที่มีสิทธิได้ อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารสละสิทธิ เก็บหลักฐานทันทีโดยเฉพาะกรณีไล่ออกปากเปล่า เลือกช่องทางให้ตรง (คร.7 สำหรับเงินพื้นฐาน ศาลแรงงานสำหรับค่าเสียหาย) และจำไว้ว่าค่าชดเชยกับค่าเสียหายเป็นคนละก้อนกัน

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 — ค่าชดเชยตามอายุงาน · มาตรา 119 — ข้อยกเว้นไม่ต้องจ่าย (ต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง) · มาตรา 9 — ดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี
  • พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 — ศาลสั่งรับกลับเข้าทำงาน หรือกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
  • อายุความ: ค่าจ้างค้าง/โอที 2 ปี (ป.พ.พ. ม.193/34(9)) · ค่าชดเชย ค่าตกใจ และค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 10 ปี (ม.193/30, แนวฎีกา 7083/2548)

คำถามที่พบบ่อย

ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ได้เงินอะไรบ้าง?

โดยหลักมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงาน ค่าตกใจกรณีไม่บอกล่วงหน้า เงินค้างจ่าย เงินว่างงานจากประกันสังคม และหากการเลิกจ้างไม่มีเหตุสมควร ยังฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มได้

ค่าชดเชยกับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต่างกันอย่างไร?

ค่าชดเชยมีอัตราตายตัวตามมาตรา 118 (30–400 วัน) ได้เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ส่วนค่าเสียหายตามมาตรา 49 ศาลเป็นผู้กำหนดตามพฤติการณ์ เป็นเงินคนละก้อนกัน

นายจ้างอ้างขาดทุน เลิกจ้างได้เลยไหม?

แค่กำไรลดลงยังไม่พอ (แนวฎีกาที่ 7083/2548) แต่ถ้าขาดทุนจริง มีเกณฑ์คัดคนเป็นกลาง และพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก่อน ศาลมักมองว่ามีเหตุสมควร ทั้งนี้ค่าชดเชยตามอายุงานยังต้องจ่ายตามปกติ

โดนไล่ออกปากเปล่า ไม่มีหนังสือ ต้องทำยังไง?

รีบสร้างหลักฐาน เช่น บันทึกเสียง ทักแชทยืนยันว่าถูกเลิกจ้าง หรือส่งหนังสือทวงถามค่าชดเชยทางไปรษณีย์ตอบรับ เพื่อกันถูกบิดว่าละทิ้งหน้าที่ 3 วัน แล้วค่อยเดินเรื่อง คร.7 หรือฟ้องศาล

เซ็นใบรับเงินและสละสิทธิไปแล้ว ฟ้องได้อีกไหม?

ขึ้นกับถ้อยคำและข้อเท็จจริง มีแนวฎีกาว่าค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสละได้ แต่สิทธิบางส่วนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานสละไม่ได้ ควรนำเอกสารให้ทนายตรวจก่อนสรุปว่าหมดสิทธิ

ฟ้องศาลแรงงานเสียค่าใช้จ่ายไหม ต้องมีทนายไหม?

คดีแรงงานไม่มีค่าขึ้นศาล และมีนิติกรช่วยร่างคำฟ้องให้ ลูกจ้างฟ้องเองได้ แต่คดีที่ยอดสูงหรือข้อเท็จจริงซับซ้อน การมีทนายช่วยวางรูปคดีตั้งแต่ต้นมักคุ้มค่ากว่า

มีเวลากี่ปีในการใช้สิทธิ?

ค่าจ้างค้าง/โอที 2 ปี ส่วนค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 10 ปี แต่ยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหาย จึงไม่ควรรอ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เหตุการณ์ HR ควรโทรหาทนายก่อน กฎหมายแรงงาน

10 เหตุการณ์ที่ HR ควรโทรหาทนาย “ก่อนทำ” ไม่ใช่รอให้พนักงานฟ้องแล้วค่อยปรึกษา

10 เหตุการณ์แรงงานที่แก้ย้อนหลังยาก ตั้งแต่ใบเตือน เลิกจ้าง เปลี่ยนเงื่อนไข ปรับโครงสร้าง ไปจนถึงร้องเรียนคุกคาม HR ควรขอ Legal Review ก่อนลงมือ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
มี HR แล้ว ทำไมยังต้องมีทนายแรงงานภายนอก กฎหมายแรงงาน

บริษัทมี HR Manager อยู่แล้ว ทำไมยังควรมีที่ปรึกษากฎหมายแรงงานภายนอก

HR ดูแลคนและระบบทุกวัน ส่วนทนายภายนอกช่วยตรวจความเสี่ยงอย่างอิสระ อัปเดตกฎหมาย วางเอกสารก่อนตัดสินใจ และรับช่วงเมื่อเรื่องมีโอกาสเป็นคดี

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที
Legal Health Check HR ต้องตรวจทุกปี 12 จุด กฎหมายแรงงาน

HR ควรส่งเอกสารอะไรให้ทนายตรวจทุกปี? 12 จุด Legal Health Check ด้านแรงงานสำหรับนายจ้าง

เช็กลิสต์ 12 จุดที่ HR ควรให้ทนายแรงงานตรวจทุกปี ตั้งแต่สัญญา ข้อบังคับ ค่าจ้าง OT วินัย ไปจนถึง Outsource และแผนลดคน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE