ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เรียกค่าชดเชยอะไรได้บ้าง ฎีกาสำคัญ ฉบับคนทำงานต้องรู้

สรุปประเด็นสำคัญ
เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้กระทำความผิด ลูกจ้างมีสิทธิเรียกเงินได้สูงสุด 5 ก้อน: (1) ค่าชดเชยตามอายุงาน 30–400 วัน (มาตรา 118) (2) สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า "ค่าตกใจ" (3) ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49) (4) เงินค้างจ่ายทั้งหลาย และ (5) เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม
สามก้อนแรกเป็นเงิน "คนละก้อนกัน" เรียกซ้อนกันได้ตามเงื่อนไขของแต่ละตัว ไม่ใช่เลือกได้อย่างเดียว
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คือคำที่คนทำงานจำนวนมากเพิ่งมารู้จักในวันที่ถูกเรียกเข้าห้องประชุมแล้วถูกบอกว่า "วันนี้เป็นวันสุดท้ายของคุณ" ความรู้สึกแรกคือช็อกและกลัว แต่สิ่งที่อยากให้รู้ไว้ก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ คือ กฎหมายแรงงานไทยให้สิทธิลูกจ้างเรียกเงินได้หลายก้อน และหลายกรณีเรียกได้มากกว่าที่นายจ้างเสนอมาก
เลิกจ้างไม่เป็นธรรม คืออะไร ใครเป็นคนชี้ขาด
พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49 วางหลักว่า หากศาลแรงงานเห็นว่าการเลิกจ้างลูกจ้าง "ไม่เป็นธรรม" ศาลอาจสั่งให้นายจ้างรับลูกจ้างกลับเข้าทำงานในอัตราค่าจ้างเดิม หรือหากทั้งสองฝ่ายไม่อาจทำงานร่วมกันได้แล้ว ให้ศาลกำหนดค่าเสียหายให้นายจ้างชดใช้แทน โดยคำนึงถึงอายุของลูกจ้าง ระยะเวลาทำงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ได้รับ
กฎหมายไม่ได้นิยามตายตัวว่าแบบไหนคือไม่เป็นธรรม แต่แนวฎีกาวางหลักสำคัญไว้ว่า ต้องดูว่า "มีเหตุจำเป็นหรือเหตุสมควรเพียงพอหรือไม่" และนายจ้างได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีที่เบากว่าก่อนหรือไม่ เช่น ตักเตือน โยกย้าย ลดชั่วโมงงาน หรือเปิดโครงการสมัครใจลาออก ก่อนจะใช้ไม้ตายคือการเลิกจ้าง
ข้อควรรู้เชิงปฏิบัติ: คดีตามมาตรา 49 ลูกจ้างต้องฟ้องต่อศาลแรงงานเท่านั้น จะไปยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานเพื่อขอเงินก้อนนี้ไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจสั่งจ่ายค่าเสียหายส่วนนี้
เงิน 5 ก้อนที่เรียกได้เมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม

ก้อนที่ 1: ค่าชดเชยตามอายุงาน (มาตรา 118)
| อายุงานต่อเนื่อง | ค่าชดเชยขั้นต่ำ |
|---|---|
| ครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ปี | 30 วัน |
| ครบ 1 ปี แต่ไม่ครบ 3 ปี | 90 วัน |
| ครบ 3 ปี แต่ไม่ครบ 6 ปี | 180 วัน |
| ครบ 6 ปี แต่ไม่ครบ 10 ปี | 240 วัน |
| ครบ 10 ปี แต่ไม่ครบ 20 ปี | 300 วัน |
| ครบ 20 ปีขึ้นไป | 400 วัน |
ค่าชดเชยต้องจ่ายในวันเลิกจ้าง หากนายจ้างไม่จ่าย ลูกจ้างมีสิทธิได้ดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 9 (ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดก่อนอ้างอิง)
ก้อนที่ 2: สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า (ค่าตกใจ)
หากนายจ้างเลิกจ้างทันทีโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งงวดการจ่ายค่าจ้าง ต้องจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวนั้น เช่น เงินเดือน 20,000 บาท จ่ายค่าจ้างทุกสิ้นเดือน หากแจ้งเลิกจ้างวันที่ 15 มีนาคม ให้มีผลทันที อาจต้องจ่ายถึง 45 วัน คิดเป็น 30,000 บาท (20,000 ÷ 30 × 45)
ก้อนที่ 3: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม (มาตรา 49)
กฎหมายไม่ได้กำหนดจำนวนตายตัว เป็นดุลพินิจของศาลโดยดูอายุลูกจ้าง อายุงาน ความเดือดร้อน มูลเหตุการเลิกจ้าง และค่าชดเชยที่ได้รับแล้ว แนวปฏิบัติที่พบบ่อยคือศาลมักกำหนดในระดับประมาณ "อายุงานปีละ 1 เดือนของค่าจ้าง" บวกลบตามพฤติการณ์ และที่ต้องรู้คือ จำนวนที่ศาลแรงงานกำหนดนั้นอุทธรณ์โต้แย้งได้ยาก เพราะถือเป็นดุลพินิจในปัญหาข้อเท็จจริง (แนวฎีกาที่ 9009/2549)
ก้อนที่ 4: เงินค้างจ่ายทั้งหลาย
ค่าจ้างงวดสุดท้าย ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด และเงินอื่นที่ค้างอยู่ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับครบถ้วนไม่ว่าการเลิกจ้างจะเป็นธรรมหรือไม่
ก้อนที่ 5: เงินทดแทนกรณีว่างงานจากประกันสังคม
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ถูกเลิกจ้าง มีสิทธิรับเงินทดแทนระหว่างว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม ในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างเฉลี่ย (ฐานสูงสุด 15,000 บาท) ไม่เกิน 180 วันต่อปี โดยต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานตามขั้นตอน (เงื่อนไขอาจปรับปรุง ควรตรวจสอบกับประกันสังคมล่าสุด)
โบนัสที่หลายคนไม่รู้: ค่าชดเชยกรณีถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ได้รับยกเว้นภาษีในส่วนที่ไม่เกินค่าจ้าง 400 วันสุดท้ายและไม่เกิน 600,000 บาท ส่วนค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมถือเป็นเงินได้ที่นายจ้างต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย (แนวฎีกาที่ 3353/2532) (เกณฑ์ภาษีควรตรวจสอบฉบับล่าสุด)
กรณีไหน "เป็นธรรม" กรณีไหน "ไม่เป็นธรรม" (ฎีกาจัดเต็ม)
เส้นแบ่งอยู่ที่ "เหตุสมควร + ความจำเป็น + ความพยายามแก้ปัญหาก่อนเลิกจ้าง" ลองดูจากคดีจริง (เลขฎีกาอ้างอิงจากฐานข้อมูล ควรตรวจสอบก่อนนำไปใช้)
ฝั่ง "ไม่เป็นธรรม" — ลูกจ้างมีสิทธิได้ค่าเสียหาย
กำไรลดลงแต่ยังไม่ขาดทุน — ฎ. 7083/2548: บริษัทยังมีกำไร เพียงแต่กำไรลดลงมากในปีที่ผ่านมา ยังไม่ถึงขั้นขาดทุนจนไปต่อไม่ได้ การอ้างเหตุนี้เลิกจ้างถือว่ายังไม่มีเหตุอันสมควร เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ฝั่ง "เป็นธรรม" — แต่ส่วนใหญ่ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงาน
ขาดทุนจริง + เกณฑ์คัดคนเป็นกลาง — ฎ. 2226-2304/2561: กิจการขาดทุนจนต้องลดพนักงาน และมีหลักเกณฑ์คัดออกที่เป็นกลาง เช่น สถิติขาด ลา มาสาย ผลงาน ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ถือว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
ป่วยยาวจนไม่อาจคาดหมายว่าจะกลับมาทำงานได้ — ฎ. 14670/2558: ลูกจ้างลาป่วยต่อเนื่องกว่า 9 เดือน ใบรับรองแพทย์ไม่ระบุว่าจะหายเมื่อใด นายจ้างเลิกจ้างตามข้อบังคับได้ ถือว่ามีเหตุอันสมควร (แต่การเลิกจ้างเพราะหย่อนสมรรถภาพยังต้องจ่าย "ค่าชดเชย" อยู่ — แนวฎีกาที่ 2038/2533)
ปรับโครงสร้าง/ยุบแผนกเพื่อแข่งขัน + มีมาตรการรองรับ — ฎ. 1396-1481/2568: นายจ้างยุบแผนกแล้วจ้างบุคคลภายนอกที่เชี่ยวชาญกว่า แม้ยังไม่ขาดทุน แต่เป็นอำนาจจัดการที่ทำได้ เมื่อได้แจ้งล่วงหน้า จ่ายเงินช่วยเหลือพิเศษ เปิดโครงการสมัครใจลาออก และช่วยหางานใหม่ให้ ถือว่ามีเหตุสมควรและเพียงพอ — คดีนี้คือภาพชัดว่า "มาตรการเยียวยาก่อนเลิกจ้าง" มีน้ำหนักมากในสายตาศาล
ลูกจ้างถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด — ฎ. 882/2559: ลูกจ้างตำแหน่งที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และข้อบังคับบริษัทกำหนดเรื่องหนี้สินรุงรังไว้ชัด เลิกจ้างได้โดยไม่ถือว่าไม่เป็นธรรม
ลูกค้าแจ้งความลูกจ้างลักทรัพย์ — ฎ. 3738/2536: นายจ้างย่อมระแวงไม่ไว้วางใจ เลิกจ้างได้ถือว่ามีเหตุสมควร แต่เมื่อสุดท้ายพิสูจน์ไม่ได้ว่าลูกจ้างฝ่าฝืนข้อบังคับจริง นายจ้างก็ยังต้องจ่ายค่าชดเชยพร้อมดอกเบี้ย — เห็นชัดว่า "เลิกจ้างเป็นธรรม" กับ "ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย" เป็นคนละเรื่องกัน
มุมที่คนมองข้าม: ความเป็นธรรมเชิงกระบวนการ
บทความวิชาการในวารสารดุลพาหของสำนักงานศาลยุติธรรม (พ.ศ. 2566) ชี้ประเด็นที่คนทำงานและ HR ควรรู้: ความเป็นธรรมในการเลิกจ้างมี 2 ชั้น คือ ความเป็นธรรมเชิงเนื้อหา (มีเหตุผลเพียงพอหรือไม่) และ ความเป็นธรรมเชิงกระบวนการ (นายจ้างทำตามขั้นตอนที่ข้อบังคับการทำงานหรือข้อตกลงสภาพการจ้างกำหนดหรือไม่ เช่น การตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนลงโทษ)
แนวฎีกาเรื่องนี้แบ่งเป็นสองทาง ทางหนึ่งมองว่าถ้ามีเหตุเพียงพอ แม้กระบวนการสอบสวนบกพร่อง การเลิกจ้างก็ยังเป็นธรรม แต่อีกแนวหนึ่ง (เช่น ฎ. 562/2546 และ ฎ. 987-988/2552) วางหลักว่า หากนายจ้างไม่ดำเนินการสอบสวนให้ถูกต้องตามข้อบังคับก่อน การเลิกจ้างนั้นย่อมไม่เป็นธรรม แม้จะมีเหตุผลเพียงพอก็ตาม โดยศาลอาจลดค่าเสียหายลงตามส่วนผิดของลูกจ้าง
บทเรียนสำหรับลูกจ้าง: ถ้าบริษัทมีข้อบังคับเรื่องการสอบสวนแต่ "ข้ามขั้นตอน" มาไล่คุณออกเลย นี่อาจเป็นประเด็นต่อสู้ที่มีน้ำหนัก ส่วนฝั่งนายจ้างก็ต้องทำตามขั้นตอนของตัวเองอย่างเคร่งครัดก่อนเลิกจ้างเสมอ
มาตรา 119: กรณีที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
- ทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
- จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
- ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างเสียหายอย่างร้ายแรง
- ฝ่าฝืนข้อบังคับ/ระเบียบ/คำสั่งอันชอบด้วยกฎหมาย และถูกตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว (เว้นกรณีร้ายแรงไม่ต้องเตือน) — หนังสือเตือนมีผลไม่เกิน 1 ปีนับแต่วันกระทำผิด
- ละทิ้งหน้าที่ 3 วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร
- ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด
ตัวอย่างที่ใกล้ตัวมาก: การโพสต์ด่านายจ้างบนโซเชียลอาจถึงขั้นถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้ค่าชดเชย (แนวฎีกาที่ 4206/2560) คนทำงานจึงควรระวังการระบายอารมณ์ออนไลน์ให้มาก
จุดที่ลูกจ้างใช้สู้ได้: ถ้านายจ้างจะอ้างเหตุตามมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุข้อเท็จจริงนั้นไว้ในหนังสือเลิกจ้าง หรือแจ้งให้ทราบขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกขึ้นอ้างทีหลังไม่ได้ — เจอบ่อยมากที่นายจ้างมา "หาเหตุย้อนหลัง" ซึ่งกฎหมายไม่ให้ทำ
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า… ถูกไล่ออกทั้งที ยังไงฟ้องไปก็แพ้ บริษัทมีทนายเก่งกว่า เงินหนากว่า สู้ไปก็เสียเวลา
แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า… ภาระหลักอยู่ที่นายจ้างต้องแสดงให้เห็นว่ามีเหตุจำเป็นหรือสมควรจริง และได้พยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก่อนแล้ว คดีแรงงานยังออกแบบมาให้ลูกจ้างเข้าถึงง่าย ไม่มีค่าขึ้นศาล และมีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือ
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้… ลูกจ้างจำนวนมากแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่ม เพราะเซ็นเอกสารสละสิทธิในวันที่ตกใจและกลัว ไม่เก็บหลักฐานการไล่ออกด้วยวาจา ปล่อยให้ถูกบิดเป็น "ละทิ้งหน้าที่ 3 วัน" หรือปล่อยเวลาผ่านจนหลักฐานหายและพยานย้ายงานหมด
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ… ช้าลงหนึ่งจังหวะก่อนเซ็นทุกอย่าง เก็บหลักฐานทันทีตั้งแต่วันแรก แล้วประเมินรูปคดีกับทนายก่อนตัดสินใจ
หลักฐานที่ต้องรีบเก็บ ก่อนทุกอย่างหายไป
- สถานะและรายได้: สัญญาจ้าง หนังสือปรับตำแหน่ง/เงินเดือน สลิปเงินเดือน และรายการเดินบัญชีย้อนหลังราว 6 เดือน
- การเลิกจ้าง: หนังสือเลิกจ้าง (ถ้ามี) — ถ้าถูกไล่ออกปากเปล่า ให้บันทึกเสียง หรือทักแชท/อีเมลถามยืนยันการเลิกจ้างเพื่อให้มีลายลักษณ์อักษร หรือส่งหนังสือทวงถามค่าชดเชยทางไปรษณีย์ตอบรับ กันนายจ้างพลิกเกมไปแจ้งว่าคุณ "ละทิ้งหน้าที่เกิน 3 วัน"
- ความไม่เป็นธรรม: แชท/อีเมลที่แสดงการกลั่นแกล้ง ผลประเมินงาน (KPI) ย้อนหลังที่ผ่านเกณฑ์ดี ใช้หักล้างข้ออ้าง "ผลงานแย่" และสถิติเวลาทำงานหากมีประเด็นค่าล่วงเวลา
ช่องทางเรียกร้อง: คร.7 หรือฟ้องศาลแรงงาน + อายุความ
ช่องทางที่ 1 — ยื่นคำร้อง คร.7 ต่อพนักงานตรวจแรงงาน: เหมาะกับการเรียกเงินตามสิทธิพื้นฐาน เช่น ค่าชดเชย ค่าตกใจ ค่าจ้างค้าง ยื่นที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพื้นที่ หรือออนไลน์ผ่านระบบของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เจ้าหน้าที่สอบสวนและออกคำสั่งภายในประมาณ 60 วัน (ขยายได้ราว 30 วัน) แต่จุดที่ต้องรู้คือ เจ้าหน้าที่ไม่มีอำนาจสั่งจ่าย "ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม"
ช่องทางที่ 2 — ฟ้องศาลแรงงานโดยตรง: เรียกได้ทุกก้อนรวมถึงค่าเสียหายตามมาตรา 49 ฟ้องที่ศาลแรงงานพื้นที่ หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบของศาลยุติธรรม จุดเด่นคือไม่มีค่าขึ้นศาล มีนิติกรช่วยร่างคำฟ้องให้ ลูกจ้างฟ้องเองได้
| ประเภทเงิน | อายุความ |
|---|---|
| ค่าจ้างค้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานวันหยุด | 2 ปี (ป.พ.พ. ม.193/34 (9)) |
| ค่าชดเชยตามอายุงาน | 10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30) |
| สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า | 10 ปี (ป.พ.พ. ม.193/30) |
| ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม | 10 ปี (แนวฎีกาที่ 7083/2548) |
สังเกตว่า "เงินค่าจ้างค้าง" สั้นแค่ 2 ปี ใครมีโอทีค้างหลายปีต้องรีบจัดการก่อนหมดสิทธิทีละงวด
ฎีกาสำคัญอื่นที่ควรรู้
- ฎ. 5025/2548: มาตรา 49 เป็นอำนาจพิเศษของศาลแรงงาน แม้ลูกจ้างฟ้องขอเพียงค่าเสียหาย ศาลก็อาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานแทนได้ (และกลับกัน)
- ฎ. 8629/2550: เมื่อศาลวินิจฉัยแล้วว่าเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมและไม่สั่งให้รับกลับเข้าทำงาน ศาลต้องกำหนดค่าเสียหายให้ จะไม่กำหนดเลยโดยอ้างว่าลูกจ้างได้งานใหม่แล้วไม่ได้
- ฎ. 9009/2549: จำนวนค่าเสียหายเป็นดุลพินิจของศาลแรงงาน อุทธรณ์โต้แย้งในข้อเท็จจริงไม่ได้ — แปลว่ารูปคดีและพยานหลักฐานในศาลชั้นต้นสำคัญที่สุด
- ฎ. 3353/2532: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงาน นายจ้างมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย
- ฎ. 4635/2541: ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสละได้ (ไม่ใช่กฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย) แต่สิทธิบางอย่างเช่นค่าชดเชยสละไม่ได้ — เอกสารสละสิทธิจึงต้องให้ทนายดูก่อนเซ็นเสมอ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
คดีเลิกจ้างตัดสินกันที่การประเมินรูปคดีและหลักฐานตั้งแต่ต้น ซึ่งทนายคดีแรงงานของเราดูแลให้ครบทั้งฝั่งลูกจ้างและนายจ้าง
- ประเมินข้อเท็จจริงและตัวเลขก่อนตัดสินใจ — เราสื่อสารตรงไปตรงมา และประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินคดี ไม่ใช่ชวนฟ้องทุกกรณี
- ตรวจเอกสารสละสิทธิ/ข้อตกลงเลิกจ้างก่อนเซ็น และเจรจาต่อรองยอดกับนายจ้างแทนคุณ
- วางระบบพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น ยื่น คร.7 หรือฟ้องและว่าความต่อศาลแรงงานจนจบคดี
- ฝั่งนายจ้าง/HR: วางข้อบังคับการทำงาน ขั้นตอนสอบสวน และสัญญาจ้างของธุรกิจให้เลิกจ้างได้อย่างถูกกฎหมาย
สรุป
ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรมไม่ใช่จุดจบ แต่เป็นจุดที่ต้องตั้งสติแล้วเดินให้ถูก: เช็กเงิน 5 ก้อนที่มีสิทธิได้ อย่าเพิ่งเซ็นเอกสารสละสิทธิ เก็บหลักฐานทันทีโดยเฉพาะกรณีไล่ออกปากเปล่า เลือกช่องทางให้ตรง (คร.7 สำหรับเงินพื้นฐาน ศาลแรงงานสำหรับค่าเสียหาย) และจำไว้ว่าค่าชดเชยกับค่าเสียหายเป็นคนละก้อนกัน
หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 118 — ค่าชดเชยตามอายุงาน · มาตรา 119 — ข้อยกเว้นไม่ต้องจ่าย (ต้องระบุเหตุในหนังสือเลิกจ้าง) · มาตรา 9 — ดอกเบี้ยผิดนัดร้อยละ 15 ต่อปี
- พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ มาตรา 49 — ศาลสั่งรับกลับเข้าทำงาน หรือกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
- อายุความ: ค่าจ้างค้าง/โอที 2 ปี (ป.พ.พ. ม.193/34(9)) · ค่าชดเชย ค่าตกใจ และค่าเสียหายเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 10 ปี (ม.193/30, แนวฎีกา 7083/2548)
คำถามที่พบบ่อย
ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ได้เงินอะไรบ้าง?
โดยหลักมีสิทธิได้ค่าชดเชยตามอายุงาน ค่าตกใจกรณีไม่บอกล่วงหน้า เงินค้างจ่าย เงินว่างงานจากประกันสังคม และหากการเลิกจ้างไม่มีเหตุสมควร ยังฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมเพิ่มได้
ค่าชดเชยกับค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม ต่างกันอย่างไร?
ค่าชดเชยมีอัตราตายตัวตามมาตรา 118 (30–400 วัน) ได้เมื่อถูกเลิกจ้างโดยไม่มีความผิด ส่วนค่าเสียหายตามมาตรา 49 ศาลเป็นผู้กำหนดตามพฤติการณ์ เป็นเงินคนละก้อนกัน
นายจ้างอ้างขาดทุน เลิกจ้างได้เลยไหม?
แค่กำไรลดลงยังไม่พอ (แนวฎีกาที่ 7083/2548) แต่ถ้าขาดทุนจริง มีเกณฑ์คัดคนเป็นกลาง และพยายามแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นก่อน ศาลมักมองว่ามีเหตุสมควร ทั้งนี้ค่าชดเชยตามอายุงานยังต้องจ่ายตามปกติ
โดนไล่ออกปากเปล่า ไม่มีหนังสือ ต้องทำยังไง?
รีบสร้างหลักฐาน เช่น บันทึกเสียง ทักแชทยืนยันว่าถูกเลิกจ้าง หรือส่งหนังสือทวงถามค่าชดเชยทางไปรษณีย์ตอบรับ เพื่อกันถูกบิดว่าละทิ้งหน้าที่ 3 วัน แล้วค่อยเดินเรื่อง คร.7 หรือฟ้องศาล
เซ็นใบรับเงินและสละสิทธิไปแล้ว ฟ้องได้อีกไหม?
ขึ้นกับถ้อยคำและข้อเท็จจริง มีแนวฎีกาว่าค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมสละได้ แต่สิทธิบางส่วนตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานสละไม่ได้ ควรนำเอกสารให้ทนายตรวจก่อนสรุปว่าหมดสิทธิ
ฟ้องศาลแรงงานเสียค่าใช้จ่ายไหม ต้องมีทนายไหม?
คดีแรงงานไม่มีค่าขึ้นศาล และมีนิติกรช่วยร่างคำฟ้องให้ ลูกจ้างฟ้องเองได้ แต่คดีที่ยอดสูงหรือข้อเท็จจริงซับซ้อน การมีทนายช่วยวางรูปคดีตั้งแต่ต้นมักคุ้มค่ากว่า
มีเวลากี่ปีในการใช้สิทธิ?
ค่าจ้างค้าง/โอที 2 ปี ส่วนค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 10 ปี แต่ยิ่งช้าหลักฐานยิ่งหาย จึงไม่ควรรอ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
ลาป่วยบ่อย ถูกเลิกจ้างได้ไหม? สิทธิลาป่วยตามกฎหมายแรงงานที่ลูกจ้างต้องรู้
ลาป่วยได้กี่วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์เมื่อไร นายจ้างหักเงิน-เลิกจ้างเพราะลาป่วยได้หรือไม่ สรุปสิทธิตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานพร้อมแนวฎีกา
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 3 นาที
กฎหมายแรงงาน
ถูกเลิกจ้างกะทันหัน ได้ค่าชดเชยเท่าไหร่? เช็กสิทธิครบก่อนเซ็นเอกสาร
สรุปอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน 30–400 วัน + สิทธิอื่นที่หลายคนลืมเรียก อ่านให้จบก่อนเซ็นเอกสารใด ๆ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 6 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ