081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law
สาขากฎหมาย · กฎหมายอาญา

ทนายความคดีอาญา

คดีอาญาคือการกระทำที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดและมีโทษ เราเป็นทนายความให้ทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ดูแลตั้งแต่ชั้นสอบสวน การขอประกันตัว ไปจนถึงการต่อสู้คดีในชั้นศาล ด้วยความรอบคอบและรักษาความลับอย่างเคร่งครัด

ภาพประกอบคดีอาญา: ค้อนผู้พิพากษา ประมวลกฎหมาย และตราชั่งความยุติธรรม
เข้าใจปัญหาของคุณ

เมื่อต้องเผชิญกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

คดีอาญาควรมีทนายตั้งแต่เมื่อไหร่?

ควรปรึกษาทนายตั้งแต่ชั้นแรกสุดที่เป็นไปได้ — ตั้งแต่ได้รับหมายเรียก ถูกแจ้งความ หรือก่อนให้การชั้นสอบสวน เพราะคำให้การและพยานหลักฐานในชั้นต้นมีผลต่อรูปคดีอย่างมาก การมีทนายเคียงข้างช่วยให้ท่านเข้าใจสิทธิและตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

คดีอาญาเป็นเรื่องที่กระทบทั้งอิสรภาพ ชื่อเสียง และอนาคต ความกังวล ความไม่แน่ใจในสิทธิ และแรงกดดันในกระบวนการ ล้วนเป็นสิ่งที่เราเข้าใจ เราพร้อมให้คำแนะนำอย่างใจเย็นและรอบคอบ ดูแลท่านตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ จนถึงชั้นพิจารณาของศาล เพื่อให้ท่านเข้าใจสถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างมั่นใจในทุกขั้นตอน

ความรู้ที่ควรรู้

เข้าใจหลักกฎหมายอาญาเบื้องต้น

การเข้าใจหลักพื้นฐานของคดีอาญาช่วยให้ท่านมองเห็นทางเลือกและตัดสินใจได้อย่างมั่นใจตั้งแต่ต้น ส่วนนี้สรุปสาระสำคัญแบบเข้าใจง่าย หากต้องการรายละเอียดเชิงลึกแต่ละเรื่อง สามารถอ่านต่อได้ในบทความเฉพาะทางที่เราลิงก์ไว้ด้านล่าง

1. คดีอาญาคืออะไร ต่างจากคดีแพ่งอย่างไร

คดีอาญาคือการกระทำที่กฎหมายกำหนดไว้ว่าเป็น “ความผิด” และมี “โทษ” เช่น ปรับ กักขัง จำคุก ริบทรัพย์สิน ไปจนถึงโทษสูงสุด โดยรัฐเป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีและลงโทษผู้กระทำผิด เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม ส่วนคดีแพ่งเป็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิและหน้าที่ระหว่างเอกชน ซึ่งมุ่งให้ “ชดใช้หรือเยียวยา” ความเสียหาย ไม่ใช่การลงโทษ

บางเหตุการณ์เกิดได้ทั้งสองส่วนพร้อมกัน เช่น การฉ้อโกงหรือยักยอกทรัพย์ อาจเป็นทั้งคดีอาญา (เพื่อลงโทษผู้กระทำ) และคดีแพ่ง (เพื่อเรียกเงินหรือทรัพย์คืน) ในกรณีเช่นนี้สามารถวางแผนดำเนินการควบคู่กันได้ ดูเพิ่มที่ ทนายความคดีแพ่ง

2. ความผิดอันยอมความได้ vs ความผิดต่อแผ่นดิน

กฎหมายแบ่งความผิดอาญาออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ ซึ่งมีผลต่อแนวทางคดีอย่างมาก:

  • ความผิดต่อแผ่นดิน (ยอมความไม่ได้): เป็นเรื่องที่กระทบสังคมส่วนรวม แม้ผู้เสียหายจะไม่ติดใจเอาความ รัฐก็ยังมีหน้าที่ดำเนินคดีต่อ เช่น ความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกายที่ร้ายแรง ลักทรัพย์โดยทั่วไป หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หลักสำคัญคือ หากกฎหมายไม่ได้ระบุไว้ว่าเป็นความผิดอันยอมความได้ ให้ถือว่าเป็นความผิดต่อแผ่นดิน
  • ความผิดอันยอมความได้ (ความผิดต่อส่วนตัว): เป็นเรื่องที่กระทบเฉพาะตัวผู้เสียหาย กฎหมายจึงให้สิทธิผู้เสียหายเลือกที่จะดำเนินคดีหรือไม่ก็ได้ และสามารถถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง หรือยอมความกันได้ ตัวอย่างเช่น หมิ่นประมาท (มาตรา 326, 328) ฉ้อโกง (มาตรา 341) ยักยอก (มาตรา 352) บุกรุก (มาตรา 362) ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358) ความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค รวมถึงความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานเมื่อผู้เสียหายกับผู้กระทำเป็นญาติกัน (มาตรา 71)

เมื่อเป็นความผิดต่อส่วนตัวและมีการยอมความ ถอนคำร้องทุกข์ หรือถอนฟ้องโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจะ “ระงับ” ไป และนำเรื่องเดิมมาฟ้องซ้ำอีกไม่ได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2)) ทั้งนี้ ผู้ร้องทุกข์สามารถถอนคำร้องทุกข์เมื่อใดก็ได้ (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 126)

3. ขั้นตอนคดีอาญา ตั้งแต่แจ้งความถึงศาล

โดยทั่วไปคดีอาญาจะผ่านขั้นตอนหลัก ๆ ดังนี้ (รายละเอียดอาจแตกต่างกันตามประเภทคดี):

  1. ร้องทุกข์ / กล่าวโทษ — ผู้เสียหายแจ้งความร้องทุกข์ หรือมีผู้กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน (ในความผิดต่อส่วนตัว ต้องมีการร้องทุกข์จากผู้เสียหายก่อน จึงจะเริ่มสอบสวนได้)
  2. ชั้นสอบสวน — พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน แจ้งข้อกล่าวหา และสอบปากคำ อาจมีการควบคุมตัวหรือยื่นฝากขังต่อศาล (มาตรา 87) ขั้นนี้สำคัญมาก เพราะคำให้การในชั้นต้นมีผลต่อรูปคดี
  3. ชั้นพนักงานอัยการ — อัยการพิจารณาสำนวนการสอบสวนแล้วมีคำสั่ง “ฟ้อง” หรือ “ไม่ฟ้อง”
  4. ชั้นศาล — หากมีการฟ้อง ศาลชั้นต้นจะดำเนินการสืบพยานและมีคำพิพากษา
  5. อุทธรณ์ – ฎีกา — คู่ความที่ไม่เห็นด้วยกับคำพิพากษาอาจอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ และฎีกาต่อศาลฎีกาได้ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังสามารถเลือก “ฟ้องคดีเอง” ต่อศาลได้โดยไม่ต้องแจ้งความก่อนก็ได้ ซึ่งแต่ละแนวทางมีข้อดีและข้อควรพิจารณาต่างกัน ควรปรึกษาทนายเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับข้อเท็จจริงของคดี

4. อายุความคดีอาญา (ตามอัตราโทษ มาตรา 95)

อายุความคดีอาญาผูกกับ “อัตราโทษสูงสุด” ของความผิดนั้น โทษยิ่งหนัก อายุความยิ่งยาว โดยทั่วไปเริ่มนับแต่วันกระทำความผิด และจะหยุดนับเมื่อได้ตัวผู้กระทำผิดมาฟ้องต่อศาลแล้ว

อัตราโทษสูงสุดของความผิด อายุความ
ประหารชีวิต / จำคุกตลอดชีวิต / จำคุก 20 ปี20 ปี
จำคุกเกิน 7 ปี แต่ไม่ถึง 20 ปี15 ปี
จำคุกเกิน 1 ปี ถึง 7 ปี (เช่น ฉ้อโกง ลักทรัพย์)10 ปี
จำคุกเกิน 1 เดือน ถึง 1 ปี (เช่น ความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค)5 ปี
จำคุก 1 เดือนลงมา หรือต้องระวางโทษอย่างอื่น (เช่น ดูหมิ่นซึ่งหน้า)1 ปี

ข้อควรระวังพิเศษ: ในความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายต้อง “ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน” นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิด มิฉะนั้นคดีจะขาดอายุความ (มาตรา 96) จึงควรรีบปรึกษาทนายแต่เนิ่น ๆ เพื่อรักษาสิทธิ

5. ฐานความผิดอาญาที่พบบ่อย

คดีอาญามีหลายฐานความผิด ในที่นี้สรุปฐานที่พบบ่อยพอให้เห็นภาพ ส่วนรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละฐาน เราแยกอธิบายไว้ในบทความเฉพาะทาง (ดูหัวข้อ “บทความความรู้คดีอาญาที่เกี่ยวข้อง” ด้านล่าง):

  • ฉ้อโกง (มาตรา 341): หลอกลวงผู้อื่นด้วยข้อความเท็จจนได้ทรัพย์สินหรือประโยชน์ไป เป็นความผิดอันยอมความได้ และมักเรียกทรัพย์คืนทางแพ่งควบคู่ได้
  • ยักยอก (มาตรา 352): เบียดบังเอาทรัพย์ที่ตนครอบครองอยู่ของผู้อื่นมาเป็นของตนโดยทุจริต เป็นความผิดอันยอมความได้
  • ลักทรัพย์ (มาตรา 334): เอาทรัพย์ของผู้อื่นไปโดยทุจริต โดยทั่วไปเป็นความผิดต่อแผ่นดิน (ยอมความไม่ได้) เว้นแต่บางกรณีที่กระทำต่อญาติ (มาตรา 71)
  • หมิ่นประมาท (มาตรา 326, 328): ใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สามจนน่าจะเสียชื่อเสียง หากทำโดยการโฆษณาหรือผ่านสื่อ/ช่องทางออนไลน์จะเข้ามาตรา 328 ซึ่งมีโทษหนักขึ้น เป็นความผิดอันยอมความได้
  • ทำให้เสียทรัพย์ (มาตรา 358): ทำลายหรือทำให้ทรัพย์ของผู้อื่นเสียหาย ใช้การไม่ได้ เป็นความผิดอันยอมความได้
  • ความผิดตาม พ.ร.บ. เช็ค: ออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงแต่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เป็นความผิดอันยอมความได้ และมักเกี่ยวเนื่องกับการติดตามหนี้

ทั้งนี้ การจะเข้าองค์ประกอบความผิดฐานใดและมีโทษเพียงใด ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นรายกรณี

หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นเป็นการสรุปหลักกฎหมายเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น มิใช่ความเห็นทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่ง ผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ควรปรึกษาทนายความเพื่อพิจารณาเป็นรายกรณี

บริการคดีอาญาที่เราดูแล

ดูแลครบทุกขั้นตอนของคดีอาญา

เราดูแลคดีอาญาแบบครบวงจร ทั้งฝั่งผู้เสียหายที่ต้องการเรียกร้องความเป็นธรรม และฝั่งผู้ถูกกล่าวหาที่ต้องการปกป้องสิทธิและอิสรภาพ ตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ จนถึงชั้นพิจารณาของศาล ด้วยความรอบคอบและรักษาความลับ

ที่ปรึกษาและทนายให้ผู้ต้องหา/จำเลย

ดูแลและต่อสู้คดีให้ตั้งแต่ชั้นสอบสวน ชั้นพนักงานอัยการ จนถึงชั้นพิจารณาของศาล

ดำเนินคดีให้ผู้เสียหาย

ฟ้องร้องและดำเนินคดีแทนผู้เสียหาย เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมที่ท่านควรได้รับ

การขอประกันตัว

ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวและดูแลเรื่องหลักประกัน เพื่อให้ท่านได้รับสิทธิตามกฎหมาย

คดีเช็คและความผิดต่อทรัพย์/ชีวิต–ร่างกาย

ครอบคลุมความผิดอาญาหลากหลายฐาน ด้วยการวางรูปคดีที่รัดกุมและรอบคอบ

อย่ารอจนสาย

สัญญาณว่าคุณควรปรึกษาทนายคดีอาญาทันที

ได้รับหมายเรียกหรือหมายนัด

ได้รับหมายเรียกจากตำรวจ หมายนัดจากศาล หรือหนังสือเรียกให้ไปพบ ควรปรึกษาทนายก่อนไปตามนัดทุกครั้ง

ถูกจับกุมหรือควบคุมตัว

เมื่อท่านหรือคนใกล้ตัวถูกจับหรือควบคุมตัว ควรติดต่อทนายโดยเร็วที่สุด เพื่อดูแลเรื่องสิทธิและการขอประกันตัว

กำลังจะให้การหรือถูกสอบปากคำ

คำให้การในชั้นสอบสวนมีผลต่อรูปคดีอย่างมาก ควรปรึกษาทนายและให้ทนายเข้าฟังการสอบปากคำก่อนตัดสินใจให้การ

ถูกแจ้งความหรือถูกกล่าวหา

เมื่อรู้ว่ามีการแจ้งความหรือถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด การวางแนวทางตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยปกป้องสิทธิและรูปคดีของท่าน

เป็นผู้เสียหายและต้องการดำเนินคดี

โดยเฉพาะความผิดอันยอมความได้ที่มีกำหนดร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน หากปล่อยไว้อาจขาดอายุความ ควรรีบปรึกษาเพื่อรักษาสิทธิ

ต้องการขอประกันตัว

เมื่อต้องการยื่นขอปล่อยชั่วคราวให้ตนเองหรือคนใกล้ตัว เราช่วยเตรียมหลักประกันและเอกสาร พร้อมยื่นคำร้องอย่างถูกขั้นตอน

ขั้นตอนการทำงานของเรา

ทำงานอย่างเป็นขั้นตอน โปร่งใสทุกระยะ

1

ปรึกษาเบื้องต้น

รับฟังปัญหาและข้อเท็จจริงของท่าน เพื่อทำความเข้าใจมูลคดีอย่างรอบด้าน

2

ประเมินคดีและเสนอแนวทาง

ตรวจเอกสารและสัญญา วิเคราะห์ข้อกฎหมายและทางเลือก พร้อมแจ้งแนวทางค่าบริการชัดเจน

3

ดำเนินการ

ลงมือว่าความหรือเจรจาตามแผนที่ตกลง ด้วยความรอบคอบและมืออาชีพ

4

รายงานความคืบหน้า

อัปเดตสถานะและผลการดำเนินงานให้ท่านทราบอย่างต่อเนื่องจนเสร็จสิ้น

ไขข้อข้องใจ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องคดีอาญา

ควรปรึกษาทนายก่อนเข้าพบหรือก่อนให้การทุกครั้ง เพราะคำให้การและพยานหลักฐานในชั้นสอบสวนมีผลต่อรูปคดีอย่างมาก แนะนำให้ติดต่อเราโดยเร็วเพื่อวางแนวทางและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่กระบวนการ ไม่ควรให้การโดยลำพังหากยังไม่แน่ใจในสิทธิของตน
คดีอาญาเป็นการกระทำที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความผิดและมีโทษ โดยรัฐเป็นผู้ลงโทษเพื่อรักษาความสงบของสังคม ส่วนคดีแพ่งเป็นข้อพิพาทเรื่องสิทธิและทรัพย์สินระหว่างเอกชน ที่มุ่งให้ชดใช้หรือเยียวยา บางเรื่องเกิดได้ทั้งสองส่วนพร้อมกัน เช่น ฉ้อโกงหรือยักยอก ที่ดำเนินคดีอาญาควบคู่กับการเรียกทรัพย์คืนทางแพ่ง
กฎหมายรับรองสิทธิของผู้ต้องหาไว้หลายประการ เช่น สิทธิที่จะถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าไม่มีความผิด สิทธิที่จะให้การหรือไม่ให้การก็ได้ สิทธิพบและปรึกษาทนายเป็นการเฉพาะตัว สิทธิให้ทนายเข้าฟังการสอบปากคำ และสิทธิขอประกันตัว ทั้งนี้พนักงานสอบสวนจะใช้วิธีขู่เข็ญ หลอกลวง หรือบังคับให้รับสารภาพไม่ได้ (อ้างอิงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 7/1, 134/4 และ 135)
การปล่อยชั่วคราวมี 3 แบบ คือ ไม่มีประกัน มีประกัน และมีประกันพร้อมหลักประกัน ส่วนหลักประกันที่ใช้ได้โดยทั่วไปมี 3 ชนิด คือ เงินสด หลักทรัพย์ (เช่น โฉนดที่ดิน สมุดเงินฝาก พันธบัตร) และบุคคลที่มีตำแหน่งหรือรายได้แน่นอน นอกจากนี้ยังมีทางเลือกใช้กรมธรรม์ประกันภัยอิสรภาพได้ เราจะช่วยประเมินและเตรียมเอกสารยื่นคำร้องให้เหมาะกับคดีของท่าน
หากศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ต้องหาหรือจำเลยมีสิทธิยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งนั้นได้ และโดยทั่วไปยังสามารถยื่นคำร้องขอประกันใหม่พร้อมเหตุผลหรือหลักประกันเพิ่มเติมได้ (อ้างอิงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 119 ทวิ) เราจะช่วยพิจารณาเหตุที่ศาลใช้และวางแนวทางยื่นใหม่ให้เหมาะสม
ขึ้นอยู่กับว่าเป็นความผิดประเภทใด ความผิดอันยอมความได้ (ความผิดต่อส่วนตัว) เช่น หมิ่นประมาท ฉ้อโกง ยักยอก สามารถยอมความ ถอนคำร้องทุกข์ หรือถอนฟ้องได้ และเมื่อทำโดยถูกต้องตามกฎหมาย สิทธิฟ้องคดีอาญาจะระงับไป ส่วนความผิดต่อแผ่นดิน เช่น ความผิดร้ายแรงต่อชีวิตร่างกายหรือยาเสพติด ยอมความไม่ได้ แม้ผู้เสียหายไม่ติดใจ รัฐก็ยังดำเนินคดีต่อ เราจะประเมินจากข้อเท็จจริงและอธิบายแนวทางให้ชัดเจน
อายุความขึ้นอยู่กับอัตราโทษสูงสุดของความผิด ตั้งแต่ 1 ปี ไปจนถึง 20 ปี ตามมาตรา 95 โทษยิ่งหนักอายุความยิ่งยาว โดยทั่วไปเริ่มนับแต่วันกระทำความผิด นอกจากนี้ ความผิดอันยอมความได้ยังมีกำหนดพิเศษว่าผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำผิด (มาตรา 96) จึงควรปรึกษาทนายตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อไม่ให้คดีขาดอายุความ
ค่าบริการขึ้นอยู่กับประเภทและความซับซ้อนของคดี ขั้นตอนที่ต้องดำเนินการ และชั้นของคดี โดยจะประเมินและแจ้งแนวทางค่าบริการอย่างชัดเจนก่อนเริ่มงานทุกครั้ง โปร่งใส ไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝง
เจาะลึกเพิ่มเติม

บทความความรู้คดีอาญาที่เกี่ยวข้อง

บริการที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่มักเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา

ทนายความให้คำปรึกษาคดีอาญาแก่ลูกความอย่างเป็นความลับ

ปรึกษาทนายคดีอาญาของเรา

อย่างเป็นความลับ เพื่อปกป้องสิทธิและอิสรภาพของท่านตั้งแต่วันนี้ เราพร้อมรับฟังและวางแนวทางที่ดีที่สุดให้ท่าน

แชทผ่าน LINE