ถูกละเมิด เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง? เช็กให้ครบก่อนหมดอายุความ 1 ปี

สรุปประเด็นสำคัญ
เมื่อมีคนจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้คุณเสียหายโดยผิดกฎหมาย ถือเป็น "ละเมิด" ผู้ทำละเมิดต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน คุณจึงมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้
สิ่งที่เรียกได้ไม่ใช่แค่ค่าซ่อมหรือค่ารักษา แต่รวมถึงค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ (รายได้ที่หายไป) ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน และค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ความเจ็บปวดทรมานจากการบาดเจ็บ
ที่ต้องระวังที่สุดคือ อายุความละเมิดสั้นเพียง 1 ปี นับแต่วันที่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หากปล่อยไว้อาจเสียสิทธิทั้งที่มีสิทธิเต็ม ๆ
เมื่อถูกคนอื่นทำให้เสียหาย ไม่ว่าจะเป็นรถถูกชน ของถูกทำพัง หรือได้รับบาดเจ็บ คำถามแรกคือจะเรียกค่าเสียหายได้เท่าไหร่ และเรียกได้อะไรบ้าง หลายคนคิดว่าเรียกได้แค่ค่าซ่อมกับค่ารักษา แต่ความจริงกฎหมายให้เรียกได้หลายรายการมากกว่านั้น และมีกำหนดเวลาที่สั้นกว่าที่คิด
เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยอย่างไร
กรณีละเมิดพบได้ทุกวัน ทั้งอุบัติเหตุรถชน ของหล่นใส่ทรัพย์สินเสียหาย สุนัขกัด งานก่อสร้างทำบ้านข้างเคียงร้าว หรือถูกทำร้ายร่างกาย
ปัญหาที่พบซ้ำ ๆ คือ ผู้เสียหายมัวรอเจรจากับคู่กรณีหรือบริษัทประกัน คุยไปคุยมาจนเวลาผ่านไปเป็นปี แล้วเพิ่งรู้ว่าคดีขาดอายุความ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดที่ 1: "เรียกได้แค่ค่าซ่อมกับค่ารักษา" — ความจริงคือ ยังเรียกค่าขาดรายได้และค่าเสียหายทางจิตใจได้ด้วย ผลเสียคือเรียกน้อยกว่าที่ควรได้
เข้าใจผิดที่ 2: "ยังไม่รีบ ค่อยฟ้องเมื่อไรก็ได้" — ความจริงคือ อายุความละเมิดสั้นเพียง 1 ปี ผลเสียคือเสียสิทธิถาวร
เข้าใจผิดที่ 3: "คนขับเป็นคนผิด ก็ฟ้องแค่คนขับ" — ความจริงคือ ถ้าคนขับเป็นลูกจ้างที่ทำในทางการที่จ้าง นายจ้างอาจต้องร่วมรับผิดด้วย ผลเสียคือฟ้องผิดคนหรือพลาดตัวที่มีกำลังจ่าย
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ถูกชนก็เรียกแค่ค่าซ่อมรถกับค่าหมอ จบเรื่อง
แต่ในทางคดี กฎหมายมักมองว่า... ค่าสินไหมทดแทนมีหลายหัว และศาลจะกำหนดตามพฤติการณ์และความร้ายแรงของการละเมิด โดยดูจากพยานหลักฐานที่พิสูจน์ความเสียหายได้จริง
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... สองเรื่อง หนึ่งคืออายุความ 1 ปีที่วิ่งเร็วมากระหว่างที่มัวเจรจา สองคือหลักฐานความเสียหายไม่ครบ โดยเฉพาะ "รายได้ที่ขาดหายไป" ซึ่งคนมักไม่เก็บหลักฐาน
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... เก็บใบเสร็จ ใบรับรองแพทย์ และหลักฐานรายได้ให้ครบตั้งแต่วันแรก พร้อมนับอายุความไว้ และอย่าปล่อยให้การเจรจากินเวลาจนเสียสิทธิ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบเข้าใจง่าย
หลักละเมิด (มาตรา 420): ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมาย ให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิต ร่างกาย อนามัย เสรีภาพ ทรัพย์สิน หรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใด ผู้นั้นทำละเมิด จำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน
ค่าเสียหายที่เรียกได้ (โดยหลัก):
- ค่ารักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายที่ต้องเสียไป
- ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ (รายได้ที่หายไปจากการบาดเจ็บ)
- ค่าเสียหายต่อทรัพย์สิน เช่น ค่าซ่อม ค่าเสื่อมราคา
- ค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงิน เช่น ความเจ็บปวดทรมาน (มาตรา 446)
- กรณีถึงแก่ความตาย: ค่าปลงศพ และค่าขาดไร้อุปการะของผู้มีสิทธิ

ศาลกำหนดอย่างไร (มาตรา 438): ศาลจะกำหนดค่าสินไหมทดแทนตามพฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด ไม่ได้มีอัตราตายตัว
นายจ้างร่วมรับผิด (มาตรา 425): หากผู้ทำละเมิดเป็นลูกจ้างและทำไปในทางการที่จ้าง นายจ้างอาจต้องร่วมรับผิดด้วย ซึ่งสำคัญมากในคดีรถชนที่คนขับเป็นพนักงานบริษัท
อายุความ (มาตรา 448): โดยหลักมีกำหนด 1 ปี นับแต่วันที่ผู้เสียหายรู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรืออย่างช้า 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด และหากการละเมิดนั้นเป็นความผิดอาญาที่มีอายุความยาวกว่า ก็อาจใช้อายุความทางอาญาแทน
บางกรณี เช่น คดีที่เข้าลักษณะคดีผู้บริโภค อาจใช้กำหนดเวลาต่างออกไป จึงควรตรวจสอบเป็นรายกรณี ดูตัวบทเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้จริง
เพราะอายุความสั้นมาก แนะนำให้ลองนับวันครบกำหนดด้วย เครื่องคำนวณระยะเวลาและอายุความ ของเรา
ถ้าเป็นผู้เสียหาย ต้องเก็บอะไรบ้าง (เช็กลิสต์)
- บันทึกประจำวัน/รายงานตำรวจ และภาพถ่ายที่เกิดเหตุ
- ใบรับรองแพทย์ ใบเสร็จค่ารักษา และประวัติการรักษา
- หลักฐานรายได้ก่อนเกิดเหตุ (สลิปเงินเดือน ใบรับงาน บัญชีรายรับ)
- ใบเสนอราคา/ใบเสร็จค่าซ่อมทรัพย์สิน
- ชื่อ ที่อยู่ ของคู่กรณี และข้อมูลนายจ้างของคู่กรณี (ถ้ามี)
- พยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์
- จดวันที่ "รู้ตัวผู้ต้องรับผิด" ไว้ เพราะเป็นจุดเริ่มนับอายุความ
อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร
- อ้างว่าผู้เสียหายมีส่วนประมาทร่วมด้วย จึงควรลดค่าเสียหาย
- อ้างว่าค่าเสียหายที่เรียกสูงเกินจริง ไม่มีหลักฐานรองรับ
- อ้างว่าไม่ได้ทำในทางการที่จ้าง นายจ้างจึงไม่ต้องร่วมรับผิด
- อ้างว่าคดีขาดอายุความแล้ว
- อ้างว่าความเสียหายบางส่วนไม่ได้เกิดจากเหตุนี้
ก่อนฟ้อง ควรทำอะไร (ขั้นตอน)
- รวบรวมหลักฐานความเสียหายให้ครบทุกหัว
- คำนวณยอดค่าเสียหายแยกเป็นรายการอย่างมีเหตุผล
- ตรวจสอบว่าใครบ้างที่ต้องรับผิด (คนทำ + นายจ้าง + ประกัน)
- ทำหนังสือทวงถามอย่างเป็นทางการ
- เจรจา แต่ต้องคุมไม่ให้เวลาล่วงเลยจนขาดอายุความ
- ยื่นฟ้องภายในกำหนด
วิธีเขียนหนังสือทวงถามให้รัดกุม ดูได้ที่บทความ หนังสือทวงถาม (โนติส) เขียนอย่างไรให้ถูกต้อง
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย (สัญญาณ)
- บาดเจ็บสาหัส พิการ หรือมีผู้เสียชีวิต
- คู่กรณีปฏิเสธความรับผิดหรือโยนให้ประกัน
- ประกันเสนอยอดต่ำกว่าความเสียหายจริงมาก
- ใกล้ครบ 1 ปีนับแต่วันเกิดเหตุ
- คู่กรณีเป็นลูกจ้างบริษัท และไม่แน่ใจว่าฟ้องใครได้บ้าง
- ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนประมาทร่วม
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
เราช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริงและจัดระบบพยานหลักฐาน คำนวณค่าเสียหายให้ครบทุกหัว ตรวจสอบว่าใครบ้างต้องร่วมรับผิด ร่างหนังสือทวงถาม เจรจาแทน และดำเนินคดีในศาล โดยทนายคดีแพ่งของเราจะประเมินความคุ้มค่าก่อนเริ่มเสมอ
หากคู่กรณีตกลงจ่ายแล้วเบี้ยว หรือมีปัญหาการบังคับตามคำพิพากษา เราดูแลงานการบังคับคดีและสืบทรัพย์ต่อเนื่องได้ จุดเด่นของเราคือเน้นจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น ลดความเสี่ยง "เสียเปรียบเพราะเริ่มผิดทาง" ดูข้อมูลทีมทนายความได้ก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ถูกรถชน เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง?
ตอบ: โดยหลักเรียกได้ทั้งค่าซ่อมรถ ค่ารักษาพยาบาล ค่าขาดรายได้ระหว่างพักรักษาตัว และค่าเสียหายอันมิใช่ตัวเงินจากความเจ็บปวด
ถาม: อายุความละเมิดกี่ปี?
ตอบ: โดยหลัก 1 ปีนับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรืออย่างช้า 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด บางกรณีอาจต่างออกไป ควรตรวจสอบเป็นรายกรณี
ถาม: คนขับเป็นพนักงานบริษัท ฟ้องบริษัทได้ไหม?
ตอบ: หากทำละเมิดไปในทางการที่จ้าง นายจ้างอาจต้องร่วมรับผิดด้วย จึงควรตรวจสอบสถานะการจ้างของคู่กรณี
ถาม: มีประกันแล้ว ยังต้องฟ้องไหม?
ตอบ: หากประกันชดใช้ไม่ครบความเสียหายจริง ส่วนที่ขาดยังเรียกจากผู้ทำละเมิดได้ ควรให้ทนายช่วยประเมิน
ถาม: เจรจาอยู่ อายุความหยุดไหม?
ตอบ: การเจรจาเฉย ๆ โดยหลักไม่ทำให้อายุความหยุด ควรระวังและดำเนินการภายในกำหนด
สรุป
การเรียกค่าเสียหายจากละเมิดทำได้มากกว่าค่าซ่อมและค่ารักษา แต่ทุกหัวต้องพิสูจน์ได้ด้วยหลักฐาน และมีอายุความสั้นเพียง 1 ปี การเก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่วันแรกและไม่ปล่อยเวลาให้ล่วงเลย คือกุญแจสำคัญ
หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ปรึกษาทีมทนายของ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เอกสาร และแนวทางที่เหมาะกับกรณีของคุณ โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa | อีเมล info@yodthiptham.com หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแพ่ง
โดนหมิ่นประมาท ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้ไหม? ต่างจากคดีอาญาอย่างไร
โดนหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง ฟ้องแพ่งเรียกค่าเสียหายได้ไหม ต่างจากคดีอาญาอย่างไร ตามมาตรา 423 พร้อมเตือนอายุความ ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 21 นาที
กฎหมายแพ่ง
อายุความคดีแพ่งกี่ปี? สรุปครบ 1–2–5–10 ปี พร้อมวิธีนับที่คนพลาดบ่อย
อายุความคดีแพ่งกี่ปี? สรุปครบ 1 ปี 2 ปี 5 ปี และ 10 ปี พร้อมวิธีนับและสิ่งที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 10 นาที
ปรึกษาทนายคดีแพ่งของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ