081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

อายุความคดีแพ่งกี่ปี? สรุปครบ 1–2–5–10 ปี พร้อมวิธีนับที่คนพลาดบ่อย

อายุความคดีแพ่ง ตรวจสอบกำหนดเวลาก่อนฟ้อง

สรุปประเด็นสำคัญ

อายุความคดีแพ่งไม่ได้มีตัวเลขเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ "ประเภทของสิทธิเรียกร้อง" โดยหลักที่พบบ่อยมี 4 ระดับ

  • 1 ปี — คดีละเมิด นับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด
  • 2 ปี — ผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมเรียกค่าของที่ส่งมอบ หรือค่าการงานที่ได้ทำ
  • 5 ปี — สิทธิเรียกร้องบางประเภทที่ชำระเป็นคราว ๆ เช่น ดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าเช่า
  • 10 ปี — อายุความทั่วไป กรณีที่กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ที่คนพลาดบ่อยที่สุดคือคิดว่า "ทุกเรื่องมี 10 ปี" ทั้งที่คดีละเมิดมีแค่ 1 ปี และหนี้การค้ามีแค่ 2 ปี

อายุความคดีแพ่ง คือกำหนดเวลาที่กฎหมายให้คุณใช้สิทธิเรียกร้อง ถ้าปล่อยจนเลยกำหนด แม้คุณจะเป็นฝ่ายถูกเต็มร้อย ลูกหนี้ก็มีสิทธิยกขึ้นต่อสู้จนคุณบังคับอะไรไม่ได้ คำถามคือคดีของคุณมีอายุความกี่ปี และนับจากวันไหน บทความนี้สรุปให้ครบในที่เดียว

เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยอย่างไร

เจ้าหนี้จำนวนมากมัวรอให้ลูกหนี้ "ใจอ่อน" หรือเจรจากันไปเรื่อย ๆ โดยไม่รู้ว่าเวลากำลังเดิน พอตัดสินใจจะฟ้องจริงจัง กลับพบว่าคดีขาดอายุความไปแล้ว

อีกกลุ่มคือผู้ประกอบการที่ส่งของหรือส่งงานให้ลูกค้าแล้วยังไม่ได้เงิน คิดว่ามีเวลา 10 ปี ทั้งที่ความจริงหนี้ประเภทนี้อาจมีอายุความเพียง 2 ปี

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1: "คดีแพ่งมีอายุความ 10 ปีเสมอ" — ความจริงคือ 10 ปีเป็นเพียงอายุความทั่วไป หลายเรื่องสั้นกว่านั้นมาก ผลเสียคือปล่อยจนขาดอายุความ

เข้าใจผิดที่ 2: "ขาดอายุความแล้วหนี้หายไปเลย" — ความจริงคือ หนี้ยังอยู่ แต่ลูกหนี้มีสิทธิปฏิเสธการชำระ และศาลจะไม่ยกอายุความขึ้นเองหากลูกหนี้ไม่ยกขึ้นต่อสู้ ผลเสียคือเข้าใจสถานะคดีคลาดเคลื่อน

เข้าใจผิดที่ 3: "แค่โทรทวงก็ทำให้อายุความหยุดแล้ว" — ความจริงคือ การทวงถามเฉย ๆ โดยหลักไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ผลเสียคือนึกว่าปลอดภัยแต่จริง ๆ เวลายังเดินอยู่

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... ยังไงก็มีเวลาฟ้องอีกนาน ค่อยไปว่ากันทีหลังก็ได้

แต่ในทางคดี กฎหมายมักมองว่า... อายุความผูกกับ "ประเภทของสิทธิเรียกร้อง" และ "วันเริ่มนับ" ซึ่งต่างกันในแต่ละเรื่อง การนับผิดเพียงเรื่องเดียวก็ทำให้เสียคดีได้

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... คนมักนับจากวันที่ "ตัดสินใจจะฟ้อง" แต่กฎหมายนับจากวันที่สิทธิเรียกร้องเกิดขึ้นหรือวันที่รู้เรื่องรู้ตัว ซึ่งมักเร็วกว่าที่คิดมาก

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... ระบุประเภทหนี้ให้ชัด หาวันเริ่มนับให้ถูก และถ้าเวลาใกล้หมด ให้รีบทำสิ่งที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงอย่างถูกวิธี

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบเข้าใจง่าย

อายุความทั่วไป (มาตรา 193/30): ถ้ากฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้โดยเฉพาะ ให้มีกำหนด 10 ปี

หนี้การค้า (มาตรา 193/34): สิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบการค้าหรืออุตสาหกรรมที่เรียกเอาค่าของที่ได้ส่งมอบ ค่าการงานที่ได้ทำ หรือค่าดูแลกิจการของผู้อื่น มีกำหนด 2 ปี — ข้อนี้สำคัญมากสำหรับเจ้าของธุรกิจ

คดีละเมิด (มาตรา 448): โดยหลัก 1 ปี นับแต่รู้ถึงการละเมิดและรู้ตัวผู้จะพึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทน หรืออย่างช้า 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด

สิทธิเรียกร้องเป็นคราว ๆ: บางประเภท เช่น ดอกเบี้ยค้างชำระหรือค่าเช่า มีกำหนดสั้นกว่าอายุความทั่วไป (โดยทั่วไปกล่าวถึงกันที่ 5 ปี) ควรตรวจสอบตามลักษณะหนี้เป็นรายกรณี

รายละเอียดอายุความแต่ละประเภทมีข้อยกเว้นและเงื่อนไขปลีกย่อย ควรตรวจสอบตัวบทล่าสุดที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำไปใช้จริงทุกครั้ง

อยากรู้ว่าคดีของคุณครบกำหนดวันไหน ลองใช้ เครื่องคำนวณระยะเวลาและอายุความ ของเราได้ฟรี

ตารางอายุความ 1–2–5–10 ปี

เรื่องละเมิดและสิทธิเรียกร้องทางแพ่งที่มักสับสน อายุความละเมิดโดยตรงอยู่ในกรอบ 1 ปีและ 10 ปี ส่วน 2 ปีและ 5 ปี เป็นอายุความของสิทธิเรียกร้องทางแพ่งประเภทอื่น

อายุความ ใช้กับสิทธิเรียกร้อง เริ่มนับเมื่อใด ตัวอย่างและข้อสังเกต ข้อกฎหมาย

1 ปี

ค่าเสียหายจากการทำละเมิดทั่วไป

ละเมิดโดยตรง

นับแต่วันที่ผู้เสียหาย รู้ถึงการละเมิด และ รู้ตัวผู้ที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทน

เช่น ทำร้ายร่างกาย ประมาททำให้ทรัพย์สินเสียหาย หมิ่นประมาททางแพ่ง หรือกระทำโดยผิดกฎหมายจนผู้อื่นเสียหาย

ป.พ.พ. มาตรา 448

2 ปี

ค่าของ ค่าจ้าง หรือค่าบริการบางประเภท

ไม่ใช่อายุความละเมิดทั่วไป

โดยหลักนับตั้งแต่วันที่เจ้าหนี้สามารถบังคับตามสิทธิได้ หรือเมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ

เช่น ผู้ประกอบการเรียกค่าของหรือค่าการงาน ผู้ขนส่งเรียกค่าระวาง โรงแรมเรียกค่าที่พัก สถานพยาบาลเรียกค่ารักษา หรือผู้ประกอบวิชาชีพเรียกค่าบริการ

ป.พ.พ. มาตรา 193/34

5 ปี

หนี้ค้างชำระที่กำหนดจ่ายเป็นระยะ

ไม่ใช่อายุความละเมิดทั่วไป

นับเมื่อเงินแต่ละงวดถึงกำหนดชำระ โดยแต่ละงวดอาจเริ่มนับอายุความแยกจากกัน

เช่น ดอกเบี้ยค้างชำระ ค่าเช่าค้างชำระ เงินเดือน เงินบำนาญ ค่าอุปการะเลี้ยงดู และสิทธิทางการค้าบางกรณี

ป.พ.พ. มาตรา 193/33

10 ปี

กรอบสูงสุดของละเมิดและอายุความทั่วไป

เกี่ยวข้องกับละเมิดโดยตรง

สำหรับละเมิด ให้นับแต่วันทำละเมิด ส่วนสิทธิเรียกร้องทั่วไปให้นับเมื่อสามารถบังคับตามสิทธิได้

แม้ผู้เสียหายจะยังไม่รู้ตัวผู้ทำละเมิด สิทธิอาจขาดเมื่อพ้น 10 ปีนับแต่วันทำละเมิด

หากเป็นสิทธิเรียกร้องที่ไม่มีกฎหมายกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ โดยหลักใช้อายุความ 10 ปี

ป.พ.พ. มาตรา 448

ป.พ.พ. มาตรา 193/30

ข้อยกเว้นสำคัญ ถ้าการทำละเมิดเป็นความผิดอาญาด้วย และอายุความทางอาญายาวกว่าอายุความตามมาตรา 448 อาจนำอายุความทางอาญาที่ยาวกว่ามาใช้กับการเรียกค่าเสียหาย

คดีตามกฎหมายพิเศษ เช่น ความรับผิดของเจ้าหน้าที่ ความเสียหายจากสินค้า หรือคดีสิ่งแวดล้อม อาจมีอายุความแตกต่างออกไป


ข้อมูลกฎหมาย: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30, 193/33, 193/34 และมาตรา 448

ตรวจสอบข้อมูลเมื่อ 13 กรกฎาคม 2569 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี

ตรวจสอบประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

อะไรทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

โดยหลัก การกระทำบางอย่างทำให้อายุความ "สะดุดหยุดลง" แล้วเริ่มนับใหม่ทั้งหมด เช่น

  • ลูกหนี้รับสภาพหนี้ต่อเจ้าหนี้ เช่น ทำหนังสือรับสภาพหนี้
  • ลูกหนี้ชำระหนี้บางส่วน หรือชำระดอกเบี้ย
  • ลูกหนี้ให้ประกันหนี้
  • เจ้าหนี้ยื่นฟ้องคดีต่อศาล

ส่วนการโทรทวง ส่งข้อความทวง หรือส่งหนังสือทวงถาม โดยหลักไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง แม้จะเป็นเอกสารสำคัญในคดีก็ตาม

ดูวิธีทำหนังสือทวงถามให้ถูกต้องได้ที่ หนังสือทวงถาม (โนติส) เขียนอย่างไรให้ถูกต้อง

ถ้าคดีขาดอายุความแล้ว เกิดอะไรขึ้น

  • หนี้ไม่ได้หายไป แต่ลูกหนี้มีสิทธิ "ปฏิเสธการชำระหนี้"
  • ศาลจะไม่ยกเรื่องอายุความขึ้นเอง หากลูกหนี้ไม่ยกขึ้นต่อสู้
  • ถ้าลูกหนี้ยกขึ้นต่อสู้และฟังขึ้น เจ้าหนี้จะบังคับไม่ได้
  • หากลูกหนี้ชำระหนี้ไปแล้วโดยสมัครใจ จะเรียกคืนไม่ได้

ก่อนตัดสินใจฟ้อง ควรทำอะไร (ขั้นตอน)

  1. ระบุให้ชัดว่าเป็นสิทธิเรียกร้องประเภทใด (ละเมิด / หนี้การค้า / หนี้ทั่วไป)
  2. หา "วันเริ่มนับอายุความ" ให้ถูกต้อง
  3. ตรวจว่ามีเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงหรือไม่
  4. คำนวณวันครบกำหนด และเผื่อเวลาเตรียมคดี
  5. หากใกล้ครบกำหนด ให้รีบปรึกษาทนายเพื่อดำเนินการทันเวลา

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย (สัญญาณ)

  • ไม่แน่ใจว่าหนี้ของคุณเข้าอายุความประเภทไหน
  • เหตุเกิดมานานแล้วและกำลังจะครบกำหนด
  • ลูกหนี้เคยผ่อนจ่ายบางส่วน แต่ไม่แน่ใจว่านับใหม่ได้หรือไม่
  • เป็นหนี้การค้าที่อาจมีอายุความเพียง 2 ปี
  • ถูกฟ้องและอยากยกอายุความขึ้นต่อสู้
  • มีหนี้หลายก้อนที่อายุความไม่เท่ากัน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

เราช่วยจำแนกประเภทสิทธิเรียกร้อง คำนวณวันครบกำหนดอย่างแม่นยำ ตรวจหาเหตุที่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง ร่างหนังสือรับสภาพหนี้ให้รัดกุม และยื่นฟ้องให้ทันเวลา โดยทนายคดีแพ่งของเราจะสื่อสารตรงไปตรงมาและประเมินความคุ้มค่าก่อนเริ่มดำเนินคดี

หากเป็นหนี้ที่ต้องติดตามและบังคับคดีต่อ เราดูแลงานหนี้สินและบังคับคดีควบคู่กันได้ ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดคือกรณีให้ยืมเงินโดยไม่มีสัญญา ซึ่งการปล่อยเวลานานอาจทำให้เสียสิทธิได้ ดูข้อมูลทีมทนายความได้ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: คดีแพ่งมีอายุความกี่ปี?
ตอบ: ขึ้นกับประเภทสิทธิเรียกร้อง โดยหลักที่พบบ่อยคือ 1 ปี (ละเมิด) 2 ปี (หนี้การค้า) 5 ปี (บางประเภทที่ชำระเป็นคราว) และ 10 ปี (อายุความทั่วไป)

ถาม: ส่งของให้ลูกค้าแล้วไม่ได้เงิน มีเวลาฟ้องกี่ปี?
ตอบ: หากเป็นสิทธิเรียกร้องของผู้ประกอบการค้าเรียกค่าของที่ส่งมอบ โดยหลักมีกำหนด 2 ปี จึงไม่ควรปล่อยไว้นาน

ถาม: ลูกหนี้ผ่อนจ่ายมาบางส่วน อายุความเริ่มใหม่ไหม?
ตอบ: การชำระหนี้บางส่วนโดยหลักถือเป็นการรับสภาพหนี้ ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงและเริ่มนับใหม่ ควรเก็บหลักฐานการชำระไว้

ถาม: ส่งหนังสือทวงถามแล้ว อายุความหยุดไหม?
ตอบ: โดยหลักไม่หยุด การทวงถามเป็นหลักฐานสำคัญแต่ไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลง

ถาม: ขาดอายุความแล้ว ยังฟ้องได้ไหม?
ตอบ: ยื่นฟ้องได้ แต่ถ้าลูกหนี้ยกอายุความขึ้นต่อสู้และฟังขึ้น ศาลอาจยกฟ้อง ควรประเมินกับทนายก่อน

สรุป

อายุความคดีแพ่งไม่ใช่ 10 ปีเสมอไป คดีละเมิดมีเพียง 1 ปี และหนี้การค้ามีเพียง 2 ปี การรู้ประเภทหนี้และวันเริ่มนับให้ถูกต้อง คือสิ่งที่แยกระหว่าง "ยังฟ้องได้" กับ "เสียสิทธิถาวร"

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ปรึกษาทีมทนายของ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เอกสาร และแนวทางที่เหมาะกับกรณีของคุณ โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa | อีเมล info@yodthiptham.com หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

เรียกค่าเสียหาย จากการถูกละเมิด รวบรวมหลักฐานความเสียหาย กฎหมายแพ่ง

ถูกละเมิด เรียกค่าเสียหายอะไรได้บ้าง? เช็กให้ครบก่อนหมดอายุความ 1 ปี

เรียกค่าเสียหายจากการถูกละเมิด เรียกได้อะไรบ้าง ค่ารักษา ค่าขาดรายได้ ค่าเสียหายทางจิตใจ พร้อมเตือนอายุความ 1 ปี ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแพ่งของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE