คู่สมรสมีชู้ ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากมือที่สามได้ไหม (อัปเดตกฎหมายใหม่)

สรุปประเด็นสำคัญ
โดยหลัก การฟ้องชู้เพื่อเรียกค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกสามารถทำได้ แต่ต้องเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายและมีพยานหลักฐานสนับสนุน ไม่ใช่เพียงสงสัยหรือรู้สึกว่าถูกนอกใจ
ปัจจุบันประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ได้รับการแก้ไข (โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมฯ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 22 มกราคม 2568) ให้ใช้ถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ คู่สมรสไม่ว่าเพศใดจึงมีสิทธิในการเรียกค่าทดแทนอย่างเท่าเทียมกัน
สาระสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ การเรียกค่าทดแทนมักเชื่อมโยงกับ "การหย่าเพราะเหตุนอกใจ" และการเรียกจากบุคคลภายนอกต้องเข้าองค์ประกอบที่กฎหมายกำหนด เช่น มีพฤติการณ์ในทำนองชู้สาวหรือแสดงตนโดยเปิดเผย
เมื่อจับได้ว่าคู่สมรสมีคนอื่น คำถามแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึงคือ จะฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนจาก "มือที่สาม" ได้หรือไม่ ยิ่งช่วงที่กฎหมายครอบครัวเพิ่งถูกแก้ไขให้สอดคล้องกับหลักความเท่าเทียมทางเพศ คำตอบจึงมีรายละเอียดที่ควรเข้าใจให้ชัดก่อนตัดสินใจ บทความนี้สรุปแบบเข้าใจง่าย
เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยอย่างไร
ปัญหาคู่สมรสนอกใจเป็นเรื่องที่พบได้ในทุกยุค และในยุคโซเชียล หลักฐานความสัมพันธ์มักปรากฏผ่านข้อความ รูปภาพ หรือการแสดงออกในที่สาธารณะ ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่าจะใช้สิ่งเหล่านี้เรียกร้องทางกฎหมายได้แค่ไหน
สิ่งที่พบบ่อยคือ ฝ่ายที่เสียหายรีบเปิดเผยหรือกระทำการบางอย่างด้วยอารมณ์ จนกลายเป็นเสียเปรียบในแง่กฎหมายเสียเอง
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดที่ 1: "รู้ว่ามีชู้ก็ฟ้องเรียกเงินได้ทันที" — ความจริงคือ ต้องเข้าองค์ประกอบและมีหลักฐานที่หนักแน่น ผลเสียคือฟ้องไปโดยหลักฐานอ่อนอาจไม่เป็นผล
เข้าใจผิดที่ 2: "ต้องหย่าก่อนเท่านั้นถึงเรียกอะไรได้" — ความจริงคือ การเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสและจากบุคคลภายนอกมีเงื่อนไขต่างกัน บางกรณีเชื่อมกับการหย่า บางกรณีพิจารณาจากพฤติการณ์ ผลเสียคือถ้าเข้าใจผิดอาจเลือกแนวทางผิด
เข้าใจผิดที่ 3: "ยิ่งหาหลักฐานมาเยอะยิ่งดี ไม่ว่าได้มาอย่างไร" — ความจริงคือ หลักฐานที่ได้มาโดยมิชอบหรือละเมิดสิทธิผู้อื่นอาจมีปัญหา ผลเสียคืออาจกลายเป็นความผิดย้อนกลับมา
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... จับได้ว่าคู่สมรสมีชู้ ก็ฟ้องเรียกเงินจากมือที่สามได้ทันที
แต่ในทางคดี กฎหมายมักมองว่า... ต้องดูว่าพฤติการณ์เข้าองค์ประกอบ "ในทำนองชู้สาว" หรือ "แสดงตนโดยเปิดเผย" หรือไม่ และพิสูจน์ได้ด้วยพยานหลักฐานเพียงใด ไม่ใช่ดูที่ความรู้สึกของฝ่ายเสียหาย
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... หลายคนมีเพียงข้อสงสัยหรือหลักฐานคลุมเครือ และบางครั้งวิธีได้มาซึ่งหลักฐานก็สุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิผู้อื่น
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... เก็บหลักฐานอย่างถูกวิธี ประเมินองค์ประกอบทางกฎหมายกับทนาย และวางแผนทั้งเรื่องการหย่าและการเรียกค่าทดแทนไปพร้อมกัน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบเข้าใจง่าย
การเรียกค่าทดแทน (มาตรา 1523): โดยหลัก เมื่อมีการหย่าเพราะเหตุที่อีกฝ่ายอุปการะยกย่องผู้อื่นฉันคู่สมรส หรือมีพฤติการณ์ในทำนองชู้สาว (ตามเหตุหย่าในมาตรา 1516 (1)) คู่สมรสฝ่ายที่เสียหายมีสิทธิเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสอีกฝ่าย และจากบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องได้
การแก้ไขล่าสุด: มาตรา 1523 ได้รับการแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อ 22 มกราคม 2568 เปลี่ยนถ้อยคำให้เป็นกลางทางเพศ คู่สมรสทุกเพศจึงมีสิทธิเรียกค่าทดแทนได้อย่างเท่าเทียม
ค่าทดแทนคิดอย่างไร: ศาลจะกำหนดค่าทดแทนตามพฤติการณ์และความเสียหายเป็นรายกรณี ไม่ได้มีอัตราตายตัว
เนื่องจากบทบัญญัตินี้เพิ่งแก้ไข ควรตรวจสอบถ้อยคำมาตราและรายละเอียดล่าสุดจาก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือราชกิจจานุเบกษา ก่อนนำไปใช้จริงทุกครั้ง
กฎหมายครอบครัวฉบับใหม่เงื่อนไขฟ้องมือที่สาม เรียกค่าทดแทน
สรุปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ซึ่งแก้ไขโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567
ผู้มีสิทธิฟ้อง คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย ไม่จำกัดเพศ ผู้ฟ้องและมือที่สามเป็นบุคคลเพศใดก็ได้ ระยะเวลาฟ้อง ภายใน 1 ปี นับแต่รู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริง| ลำดับ | ประเด็น | เงื่อนไขตามกฎหมาย | ผลทางกฎหมาย |
|---|---|---|---|
| 1 | ผู้มีสิทธิฟ้อง | ต้องเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย และมีการจดทะเบียนสมรส | ผู้ที่จัดงานแต่งงานหรืออยู่กินกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่มีสิทธิฟ้องตามมาตรา 1523 |
| 2 | เพศของคู่กรณี | คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งสามารถฟ้องบุคคลที่สามได้ โดยไม่จำกัดเพศของผู้ฟ้อง คู่สมรส หรือบุคคลที่สาม | ใช้ได้ทั้งคู่สมรสชาย–หญิงและคู่สมรสเพศเดียวกัน |
| 3 | พฤติการณ์แบบที่หนึ่ง | บุคคลที่สามล่วงเกินคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งไปในทำนองชู้สาว | สามารถเรียกค่าทดแทนได้ หากมีพยานหลักฐานพิสูจน์พฤติการณ์ดังกล่าว |
| 4 | พฤติการณ์แบบที่สอง | บุคคลที่สามแสดงตนโดยเปิดเผยว่ามีความสัมพันธ์กับคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ในทำนองชู้สาว | เช่น เปิดตัวเป็นคนรัก อยู่กินกัน หรือเปิดเผยความสัมพันธ์ต่อสังคม และสื่อออนไลน์ |
| 5 | เงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์ | พิสูจน์พฤติการณ์ตามข้อ 3 หรือข้อ 4 อย่างใดอย่างหนึ่ง | ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ทั้งการล่วงเกินและการแสดงตนโดยเปิดเผยพร้อมกัน |
| 6 | ความยินยอมของผู้ฟ้อง | ผู้ฟ้องต้องไม่ได้ยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจให้เกิดความสัมพันธ์ดังกล่าว | หากผู้ฟ้องยินยอมหรือรู้เห็นเป็นใจ จะเรียกค่าทดแทนไม่ได้ |
| 7 | ต้องฟ้องหย่าหรือไม่ | การฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามตามมาตรา 1523 วรรคสอง ไม่จำเป็นต้องฟ้องหย่า | ผู้เสียหายสามารถรักษาสถานะสมรสไว้และฟ้องเฉพาะบุคคลที่สามได้ |
| 8 | เรียกจากคู่สมรสด้วย | หากต้องการเรียกค่าทดแทนจากคู่สมรสฝ่ายที่ผิดตามมาตรา 1523 วรรคหนึ่ง ต้องฟ้องหย่าและศาลพิพากษาให้หย่าเพราะเหตุตามมาตรา 1516 (1) | เป็นคนละเงื่อนไขกับการฟ้องเรียกค่าทดแทนจากบุคคลที่สามเพียงรายเดียว |
| 9 | ระยะเวลาฟ้อง | ต้องฟ้องภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ผู้ฟ้องรู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริง ซึ่งสามารถนำมาใช้กล่าวอ้างได้ | หากพ้นกำหนด สิทธิฟ้องตามมาตรา 1523 อาจระงับตามมาตรา 1529 |
| 10 | หลักฐานสำคัญ | ทะเบียนสมรส ข้อความสนทนา ภาพถ่าย คลิป โพสต์ออนไลน์ หลักฐานการพักอาศัยหรือเดินทางร่วมกัน การโอนเงิน และพยานบุคคล | ศาลพิจารณาหลักฐานทั้งหมดประกอบกัน ไม่ได้ตัดสินจากหลักฐานชิ้นเดียวเสมอไป |
| 11 | จำนวนค่าทดแทน | กฎหมายไม่ได้กำหนดอัตราขั้นต่ำหรือขั้นสูงไว้ตายตัว | ศาลพิจารณาความร้ายแรง ระยะเวลาสมรส ความเปิดเผย ผลกระทบต่อครอบครัว ชื่อเสียง ฐานะ และพฤติการณ์แห่งคดี |
| 12 | ลักษณะของคดี | เป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับครอบครัว ไม่ใช่ความผิดอาญาฐานเป็นชู้ | โดยทั่วไปยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจ |
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำปรึกษากฎหมายเฉพาะคดี เนื่องจากผลคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานแต่ละกรณี
ถ้าเป็นฝ่ายคู่สมรสที่เสียหาย ต้องดูอะไรบ้าง (เช็กลิสต์)
- ทะเบียนสมรสและเอกสารแสดงสถานะการเป็นคู่สมรส
- พยานหลักฐานพฤติการณ์ความสัมพันธ์ที่ได้มาโดยชอบ
- หลักฐานการแสดงตนโดยเปิดเผยของบุคคลภายนอก (ถ้ามี)
- ไทม์ไลน์เหตุการณ์และพยานบุคคลที่รับรู้
- ประเมินว่าจะดำเนินเรื่องการหย่าควบคู่หรือไม่
- หลีกเลี่ยงการเก็บหลักฐานด้วยวิธีที่ละเมิดสิทธิผู้อื่น
- เก็บข้อมูลเรื่องทรัพย์สิน/สินสมรสไว้ประกอบด้วย
อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร
- อ้างว่าเป็นเพียงความสัมพันธ์ปกติ ไม่ถึงขั้นในทำนองชู้สาว
- อ้างว่าไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีคู่สมรสอยู่แล้ว
- อ้างว่าไม่มีการแสดงตนโดยเปิดเผย
- อ้างว่าหลักฐานได้มาโดยมิชอบ จึงรับฟังไม่ได้
- โต้แย้งจำนวนค่าทดแทนว่าสูงเกินพฤติการณ์
ข้อโต้แย้งเหล่านี้จะหักล้างได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความหนักแน่นและความชอบด้วยกฎหมายของพยานหลักฐาน
ก่อนฟ้อง ควรทำอะไร (ขั้นตอน)
- รวบรวมหลักฐานที่ได้มาโดยชอบและจัดเรียงตามไทม์ไลน์
- ประเมินองค์ประกอบทางกฎหมายกับทนายว่าเข้าเงื่อนไขหรือไม่
- ตัดสินใจแนวทาง: เรื่องการหย่า การเรียกค่าทดแทน หรือทั้งสองอย่าง
- กำหนดจำนวนค่าทดแทนที่จะเรียกอย่างสมเหตุผล
- ยื่นฟ้องต่อศาลเยาวชนและครอบครัวที่มีเขตอำนาจภายในกรอบเวลา
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย (สัญญาณ)
- ไม่แน่ใจว่าพฤติการณ์เข้าเงื่อนไข "ในทำนองชู้สาว" หรือไม่
- มีหลักฐานแต่ไม่รู้ว่าใช้ได้ตามกฎหมายหรือเปล่า
- ต้องการหย่าและแบ่งสินสมรสไปพร้อมกัน
- มีบุตรและต้องพิจารณาอำนาจปกครองและค่าอุปการะ
- อีกฝ่ายข่มขู่หรือมีการตอบโต้ทางกฎหมาย
- กังวลว่าการกระทำของตนจะกลายเป็นความผิดย้อนกลับ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
เราช่วยประเมินตั้งแต่ว่าข้อเท็จจริงของคุณเข้าเงื่อนไขทางกฎหมายหรือไม่ จัดระบบพยานหลักฐานให้ใช้ได้จริง วางแผนเรื่องการหย่า การเรียกค่าทดแทน และการแบ่งสินสมรสไปพร้อมกัน โดยทนายคดีครอบครัวของเราจะสื่อสารตรงไปตรงมาและประเมินความคุ้มค่าก่อนเริ่มดำเนินคดี
หากกรณีของคุณเกี่ยวพันกับทรัพย์สินที่ต้องส่งต่อในอนาคต เรายังให้คำปรึกษาด้านมรดกและพินัยกรรมควบคู่กันได้ และดูประวัติทีมทนายความของเราได้ก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ต้องหย่าก่อนถึงจะเรียกค่าทดแทนได้ไหม?
ตอบ: การเรียกค่าทดแทนมักเชื่อมโยงกับการหย่าเพราะเหตุนอกใจ ส่วนการเรียกจากบุคคลภายนอกมีเงื่อนไขเฉพาะ ควรให้ทนายประเมินตามข้อเท็จจริง
ถาม: ผู้หญิงหรือผู้ชายมีสิทธิเท่ากันไหม?
ตอบ: หลังการแก้ไขกฎหมายล่าสุด ถ้อยคำเป็นกลางทางเพศ คู่สมรสทุกเพศจึงมีสิทธิอย่างเท่าเทียม
ถาม: แค่แชตคุยกันถือเป็นชู้ไหม?
ตอบ: ต้องดูว่าพฤติการณ์เข้าลักษณะ "ในทำนองชู้สาว" หรือ "แสดงตนโดยเปิดเผย" หรือไม่ เพียงข้อความคุยกันอาจไม่พอ ต้องพิจารณาประกอบหลักฐานอื่น
ถาม: ค่าทดแทนเรียกได้เท่าไหร่?
ตอบ: ไม่มีอัตราตายตัว ศาลกำหนดตามพฤติการณ์และความเสียหายเป็นรายกรณี
ถาม: แอบบันทึกเสียง/ติดตามอีกฝ่ายเพื่อเก็บหลักฐานได้ไหม?
ตอบ: ต้องระวัง เพราะการได้หลักฐานโดยมิชอบอาจมีปัญหาทางกฎหมายและย้อนกลับมาเป็นความผิด ควรปรึกษาทนายเรื่องวิธีที่เหมาะสม
สรุป
การฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนทำได้ และปัจจุบันให้สิทธิเท่าเทียมทุกเพศ แต่หัวใจอยู่ที่การเข้าเงื่อนไขทางกฎหมายและการมีพยานหลักฐานที่หนักแน่นและได้มาโดยชอบ การวางแผนร่วมกับการหย่าและสินสมรสตั้งแต่ต้นจะช่วยให้ไม่เสียเปรียบ
หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ปรึกษาทีมทนายของ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เอกสาร และแนวทางที่เหมาะกับกรณีของคุณ โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa | อีเมล info@yodthiptham.com หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ และข้อกฎหมายเรื่องนี้เพิ่งมีการแก้ไข ควรตรวจสอบฉบับล่าสุดก่อนนำไปใช้
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายครอบครัว
สิทธิเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า ใครได้ลูก? ค่าเลี้ยงดูเรียกเท่าไหร่
สิทธิเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า ใครได้อำนาจปกครอง ศาลดูอะไร และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้เท่าไหร่ สรุปเข้าใจง่าย ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 16 นาที
กฎหมายครอบครัว
หย่าแบ่งสินสมรสอย่างไร? อะไรต้องแบ่งครึ่ง อะไรเป็นของเราคนเดียว
หย่าแบ่งสินสมรส อะไรแบ่งครึ่ง อะไรไม่ต้องแบ่ง ฉบับทนาย 2569
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 11 นาที
ปรึกษาทนายคดีครอบครัวของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ