081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

อยู่กินไม่จดทะเบียน เลิกกันแล้วมีสิทธิอะไรบ้าง? เรื่องที่คู่รักต้องรู้

อยู่กินไม่จดทะเบียน แบ่งทรัพย์สินเมื่อเลิกกัน

สรุปประเด็นสำคัญ

การอยู่กินไม่จดทะเบียนทำให้ไม่เป็นสามีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่มี "สินสมรส" ให้แบ่งครึ่งเหมือนคู่ที่จดทะเบียน

แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิอะไรเลย ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกันระหว่างอยู่กิน โดยหลักถือเป็น "กรรมสิทธิ์รวม" ซึ่งแบ่งกันตามส่วนที่แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วม

ส่วนเรื่องลูก บุตรที่เกิดมาเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ ส่วนฝ่ายบิดาต้องมีการรับรองบุตรจึงจะเกิดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายอย่างครบถ้วน แต่หน้าที่อุปการะบุตรเป็นเรื่องที่เรียกร้องได้

อยู่ด้วยกันมาหลายปี มีบ้าน มีรถ มีลูกด้วยกัน แต่ไม่เคยจดทะเบียนสมรส พอถึงวันที่ต้องเลิกกัน คำถามใหญ่คือ การอยู่กินไม่จดทะเบียนทำให้เรามีสิทธิอะไรบ้าง บ้านที่ผ่อนร่วมกันเป็นของใคร และลูกจะได้รับการดูแลอย่างไร บทความนี้สรุปให้เข้าใจง่ายก่อนตัดสินใจ

เรื่องนี้เกิดขึ้นบ่อยอย่างไร

คนไทยจำนวนมากอยู่กินฉันสามีภรรยาโดยไม่จดทะเบียน ด้วยเหตุผลหลายอย่าง ทั้งไม่สะดวก ไม่คิดว่าจำเป็น หรือเข้าใจว่าอยู่ด้วยกันนานก็เท่ากับเป็นสามีภรรยาแล้ว

ปัญหามาปรากฏตอนเลิกกันหรือฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต เพราะสิทธิหลายอย่างที่คู่จดทะเบียนมี เช่น สินสมรสและการรับมรดกในฐานะคู่สมรส คู่ที่ไม่จดทะเบียนจะไม่ได้โดยอัตโนมัติ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1: "อยู่ด้วยกันนานก็ถือเป็นสามีภรรยาตามกฎหมาย" — ความจริงคือ หากไม่จดทะเบียนก็ไม่เป็นคู่สมรสตามกฎหมาย ผลเสียคือคาดหวังสิทธิที่ไม่มี

เข้าใจผิดที่ 2: "ไม่จดทะเบียนก็ไม่มีสิทธิในทรัพย์อะไรเลย" — ความจริงคือ ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นกรรมสิทธิ์รวมที่แบ่งได้ ผลเสียคือยอมสละสิทธิทั้งที่มี

เข้าใจผิดที่ 3: "พ่อไม่จดทะเบียนก็ไม่ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูก" — ความจริงคือ หน้าที่อุปการะบุตรเรียกร้องได้ และบุตรอาจมีสิทธิเป็นทายาทหากบิดารับรอง ผลเสียคือลูกเสียสิทธิที่ควรได้

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า... อยู่ด้วยกันมานาน ทรัพย์ที่มีก็ต้องแบ่งครึ่งเหมือนสามีภรรยาทั่วไป

แต่ในทางคดี กฎหมายมักมองว่า... เมื่อไม่จดทะเบียนจึงไม่มีสินสมรส แต่พิจารณาตามหลักกรรมสิทธิ์รวม โดยดูว่าใครมีส่วนร่วมลงทุนลงแรงในทรัพย์นั้นเพียงใด

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้... การพิสูจน์ "ส่วนร่วม" ในทรัพย์เป็นเรื่องยากหากไม่มีหลักฐาน เช่น ทรัพย์อยู่ในชื่อฝ่ายเดียว ไม่มีหลักฐานการโอนเงินหรือการผ่อนร่วม ทำให้ฝ่ายที่ลงแรงแต่ไม่มีเอกสารเสียเปรียบ

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ... เก็บหลักฐานการมีส่วนร่วมในทรัพย์ให้ครบ ทำบัญชีทรัพย์และหนี้ที่เกิดร่วมกัน และหากมีบุตร ให้จัดการเรื่องการรับรองบุตรและค่าอุปการะไปพร้อมกัน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องแบบเข้าใจง่าย

ไม่จดทะเบียน = ไม่มีสินสมรส: สิทธิเรื่องสินสมรสและการแบ่งครึ่งใช้กับคู่ที่จดทะเบียนสมรสตามกฎหมาย คู่ที่ไม่จดทะเบียนจึงไม่มีสินสมรส


จดทะเบียนสมรสกับไม่จด ต่างกันมากกว่าแค่ “กระดาษหนึ่งใบ”

ความสัมพันธ์อาจเหมือนกัน แต่สิทธิในศาลไม่เหมือนกัน

หลายคู่จัดงานแต่ง อยู่กินกันมานาน มีบุตร ซื้อบ้าน และทำธุรกิจร่วมกัน จนเชื่อว่ากฎหมายต้องถือว่าเป็นสามีภริยาแล้ว

แต่หลักกฎหมายไทยเริ่มต้นอย่างตรงไปตรงมาว่า การสมรสจะมีผลตามกฎหมายต่อเมื่อจดทะเบียนสมรส การจัดพิธีแต่งงาน ภาพถ่าย คำเรียกว่าสามีภริยา หรือการอยู่ร่วมกันหลายสิบปี ไม่สามารถใช้แทนทะเบียนสมรสได้

ปัจจุบันบุคคลสองคนไม่ว่าเพศใดสามารถจดทะเบียนสมรสได้ โดยกฎหมายสมรสเท่าเทียมมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มกราคม 2568 เป็นต้นมา พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ฉบับที่ 24 พ.ศ. 2567 และ ข้อมูลรัฐบาลเรื่องวันเริ่มจดทะเบียนสมรสเท่าเทียม

ตารางเปรียบเทียบสิทธิสำคัญ

ประเด็นจดทะเบียนสมรสไม่จดทะเบียนสมรส
สถานะตามกฎหมายเป็นคู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมายถือเป็นบุคคลสองคนที่อยู่ร่วมกัน
ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่ร่วมกันโดยหลักเป็นสินสมรส แม้ใส่ชื่อฝ่ายเดียวไม่เป็นสินสมรส ต้องพิสูจน์ว่าออกเงิน ออกแรง หรือมีเจตนาเป็นเจ้าของร่วม
การแบ่งทรัพย์เมื่อเลิกกันสินสมรสโดยหลักแบ่งคนละครึ่งแบ่งตามสิทธิที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่ครึ่งหนึ่งโดยอัตโนมัติ
มรดกเป็นทายาทโดยธรรมไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่ชีวิต เว้นแต่มีพินัยกรรมหรือฐานสิทธิอื่น
ค่าอุปการะเลี้ยงดูมีหน้าที่อุปการะกัน และบางกรณีเรียกค่าเลี้ยงชีพหลังหย่าได้ไม่มีสิทธิเรียกค่าเลี้ยงดูในฐานะคู่สมรส เว้นแต่มีสัญญาหรือมูลหนี้อื่น
ฟ้องบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับคู่ของตนอาจเรียกค่าทดแทนตามมาตรา 1523 ได้ใช้สิทธิคู่สมรสตามมาตรา 1523 ไม่ได้
หนี้ครอบครัวหนี้บางประเภทเป็นหนี้ร่วมตามกฎหมายรับผิดเมื่อร่วมทำสัญญา ค้ำประกัน ร่วมประกอบกิจการ หรือมีมูลหนี้เฉพาะตัว
ภาษีและสวัสดิการมีสิทธิบางประการในฐานะคู่สมรสโดยทั่วไปถูกปฏิบัติในสถานะโสด
การยุติความสัมพันธ์ต้องจดทะเบียนหย่าหรือมีคำพิพากษาแยกกันอยู่ได้ แต่ต้องจัดการทรัพย์และบุตรต่างหาก
บุตรของคู่ชายหญิงกฎหมายมีข้อสันนิษฐานเรื่องบิดาในกรณีที่กำหนดบิดาต้องทำให้บุตรเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายตามขั้นตอน

1. จุดที่คดีแพ้กันจริง คือ “ภาระการพิสูจน์”

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดไม่ใช่คำถามว่าใครควรได้ทรัพย์ แต่คือใครมีหน้าที่นำหลักฐานมาพิสูจน์

หากจดทะเบียนสมรส ทรัพย์ที่ได้มาระหว่างสมรสโดยหลักเป็นสินสมรส แม้เงินจะมาจากรายได้ของฝ่ายเดียว หรือโฉนด รถยนต์ หุ้น และบัญชีลงทุนจะมีชื่อเพียงฝ่ายเดียว กฎหมายยังสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นสินสมรส เว้นแต่พิสูจน์ได้ว่าเป็นสินส่วนตัว เช่น มีอยู่ก่อนสมรส ได้รับมรดก หรือได้รับให้โดยเสน่หาเป็นการเฉพาะ ข้อมูลภาครัฐเรื่องสินส่วนตัวและสินสมรส

แต่ถ้าไม่จดทะเบียน ไม่มีระบบสินสมรสเกิดขึ้น ผู้ที่ขอแบ่งทรัพย์ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นทรัพย์ที่ร่วมกันทำมาหาได้ หรือมีเจตนาเป็นเจ้าของร่วม เช่น

  • หลักฐานการโอนเงินดาวน์และผ่อนชำระ

  • รายการเดินบัญชี

  • หลักฐานร่วมลงทุน

  • ข้อความสนทนาเรื่องการซื้อทรัพย์ร่วมกัน

  • รายรับของกิจการที่นำมาซื้อทรัพย์

  • พยานเรื่องการออกแรงบริหารกิจการหรือก่อสร้างทรัพย์

แนวคำพิพากษาศาลฎีกายอมรับว่าทรัพย์ที่คู่รักไม่ได้จดทะเบียนร่วมแรงร่วมทุนหามา อาจเป็นกรรมสิทธิ์รวมได้ แต่ต้องพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว ไม่ได้เป็นเจ้าของครึ่งหนึ่งเพียงเพราะอยู่กินกันฉันคู่สมรส คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1562/2518 และ คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1296/2558

กล่าวให้ชัดที่สุดคือ

คู่สมรสที่จดทะเบียนเริ่มคดีจากข้อสันนิษฐานว่า “ทรัพย์นี้เป็นสินสมรส” แต่คู่ที่ไม่จดทะเบียนมักต้องเริ่มคดีด้วยการพิสูจน์ก่อนว่า “ตนมีส่วนเป็นเจ้าของทรัพย์นี้”

2. จดทะเบียนภายหลัง ไม่ทำให้ทรัพย์เก่ากลายเป็นสินสมรสย้อนหลัง

นี่คือประเด็นที่คนจำนวนมากเข้าใจผิด

สมมติคู่รักอยู่ด้วยกันสิบปี ซื้อบ้านก่อนจดทะเบียนสมรส แล้วจึงไปจดทะเบียนในปีที่สิบเอ็ด บ้านหลังนั้นไม่ได้กลายเป็นสินสมรสย้อนหลังโดยอัตโนมัติ

ทรัพย์ที่ได้มาก่อนวันจดทะเบียนต้องวิเคราะห์ตามหลักกรรมสิทธิ์เดิม หากซื้อร่วมกันก็อาจเป็นกรรมสิทธิ์รวม หากซื้อด้วยเงินของฝ่ายเดียวก็อาจเป็นของฝ่ายนั้น แม้ต่อมาจะจดทะเบียนสมรสแล้วก็ตาม

ดังนั้น วันจดทะเบียนสมรสจึงเป็นเสมือน “วันตัดบัญชีทางกฎหมาย” ทรัพย์ก่อนวันนั้นกับทรัพย์หลังวันนั้นอาจอยู่คนละระบบ การฟ้องรวมทั้งหมดว่าเป็นสินสมรสโดยไม่แยกช่วงเวลา อาจทำให้ตั้งรูปคดีผิดตั้งแต่ต้น

3. คู่สมรสไม่ได้รับมรดกทั้งหมด แต่ได้รับสิทธิสองชั้น

เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ต้องแยกทรัพย์สินระหว่างคู่สมรสก่อน แล้วจึงแบ่งมรดก

ตัวอย่างแบบย่อ:

  • มีสินสมรส 6 ล้านบาท

  • ผู้ตายมีสินส่วนตัว 3 ล้านบาท

  • มีคู่สมรสและบุตรสองคน

คู่สมรสที่ยังมีชีวิตได้รับสินสมรสส่วนของตน 3 ล้านบาทก่อน ส่วนอีก 3 ล้านบาทของผู้ตายรวมกับสินส่วนตัว 3 ล้านบาท กลายเป็นกองมรดก 6 ล้านบาท จากนั้นคู่สมรสและบุตรสองคนจึงรับมรดกคนละหนึ่งส่วน คือคนละ 2 ล้านบาท

คู่สมรสจึงได้รับรวม 5 ล้านบาท ไม่ใช่เพราะรับมรดกทั้งหมด แต่เพราะได้รับทั้งส่วนของตนในสินสมรสและส่วนแบ่งในฐานะทายาท ทั้งนี้ ตัวเลขจริงต้องหักหนี้และค่าใช้จ่ายกองมรดกก่อน

ในทางกลับกัน คู่ชีวิตที่ไม่จดทะเบียนไม่ใช่ทายาทโดยธรรม ต่อให้อยู่ดูแลผู้ตายมาหลายสิบปี ก็ไม่มีสิทธิรับมรดกในฐานะคู่ชีวิต หากไม่มีพินัยกรรม สิทธิผู้รับผลประโยชน์ หรือกรรมสิทธิ์ของตนในทรัพย์นั้น มรดกอาจตกแก่บุตร บิดามารดา หรือญาติของผู้ตายแทน

สำหรับทรัพย์มูลค่าสูงยังมีผลด้านภาษีด้วย เพราะคู่สมรสของเจ้ามรดกได้รับยกเว้นภาษีการรับมรดก แต่คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่อยู่ในข้อยกเว้นนี้ พระราชบัญญัติภาษีการรับมรดกและคำอธิบายกรมสรรพากร

4. “โอนเงินให้แฟน” กับ “โอนเงินให้คู่สมรส” อาจเสียภาษีไม่เหมือนกัน

ภาษีการรับให้เป็นอีกจุดหนึ่งที่มักถูกมองข้าม

การให้สังหาริมทรัพย์แก่บุพการี ผู้สืบสันดาน หรือคู่สมรส มีวงเงินยกเว้นโดยหลักไม่เกิน 20 ล้านบาทต่อปีภาษี ขณะที่การให้แก่บุคคลอื่นโดยหลักอยู่ในวงเงินยกเว้นไม่เกิน 10 ล้านบาท และยังมีเงื่อนไขเกี่ยวกับลักษณะการให้อีกหลายประการ

ดังนั้น คู่ที่อยู่ร่วมกันแต่ไม่จดทะเบียนอาจถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “บุคคลอื่น” แม้ในชีวิตจริงจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็ตาม คำอธิบายภาษีการรับให้ของกรมสรรพากร

ส่วนค่าลดหย่อนคู่สมรส กรมสรรพากรระบุชัดว่าคู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนต้องแจ้งสถานะโสดและไม่สามารถหักลดหย่อนคู่สมรสได้ คำตอบกรมสรรพากรเรื่องค่าลดหย่อนคู่สมรส

5. ไม่มีทะเบียนสมรส ก็ไม่มีสิทธิ “ฟ้องชู้” ในฐานะคู่สมรส

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1523 ให้สิทธิคู่สมรสเรียกค่าทดแทนจากบุคคลภายนอกที่มีความสัมพันธ์กับคู่สมรสของตนตามเงื่อนไขของกฎหมาย

สิทธินี้ผูกกับสถานะคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนจึงไม่อาจใช้เพียงภาพงานแต่ง การอยู่กินร่วมกัน หรือการมีบุตรเป็นฐานฟ้องตามมาตรานี้

อีกจุดที่ต้องระวังคือ สิทธิตามมาตรา 1523 มีกรอบเวลาสั้น โดยมาตรา 1529 กำหนดให้สิทธิระงับเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ข้อเท็จจริงที่ใช้กล่าวอ้าง อย่างไรก็ตาม หากพฤติการณ์ยังเกิดต่อเนื่อง การนับระยะเวลาอาจต้องวิเคราะห์จากข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6804/2558

6. มีชื่อเป็นพ่อในสูติบัตร ไม่ได้แปลว่าเป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายเสมอไป

สำหรับคู่ชายหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดาตั้งแต่เกิด แต่ฝ่ายชายต้องทำให้เด็กเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายผ่านวิธีที่กฎหมายกำหนด ได้แก่

  • บิดามารดาจดทะเบียนสมรสกันภายหลัง

  • บิดาจดทะเบียนรับรองบุตร

  • ศาลมีคำพิพากษาว่าเป็นบุตร

เรื่องนี้กระทบถึงอำนาจปกครอง การให้ความยินยอมแทนบุตร สิทธิสวัสดิการ การลดหย่อนภาษี และสิทธิรับมรดกระหว่างบิดากับบุตร คำอธิบายการจดทะเบียนรับรองบุตรของภาครัฐ

การเขียนชื่อบิดาในสูติบัตรจึงไม่ควรถูกเข้าใจว่าใช้แทนการจดทะเบียนรับรองบุตรได้ในทุกกรณี

7. จดทะเบียนแล้ว ไม่ได้แปลว่าต้องรับผิดหนี้ของอีกฝ่ายทุกก้อน

ทะเบียนสมรสทำให้เกิด “หนี้ร่วม” บางประเภท เช่น

  • หนี้เกี่ยวกับการจัดการบ้านเรือนและสิ่งจำเป็นในครอบครัว

  • หนี้เกี่ยวกับการอุปการะเลี้ยงดู การรักษาพยาบาล และการศึกษาตามสมควร

  • หนี้เกี่ยวกับสินสมรส

  • หนี้จากกิจการที่คู่สมรสทำร่วมกัน

  • หนี้ที่ฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นแล้วอีกฝ่ายให้สัตยาบัน

แต่หนี้ส่วนตัวทุกก้อนไม่ได้กลายเป็นหนี้ร่วมเพียงเพราะลูกหนี้จดทะเบียนสมรสแล้ว ทนายต้องตรวจวัตถุประสงค์ของหนี้ เส้นทางเงิน ผู้ได้รับประโยชน์ และพฤติการณ์การยินยอม ไม่ใช่ดูเพียงชื่อผู้กู้

ส่วนคู่ที่ไม่จดทะเบียนจะรับผิดหนี้เมื่อมีฐานความรับผิดของตน เช่น ลงชื่อเป็นผู้กู้ร่วม ค้ำประกัน ร่วมประกอบกิจการ รับเงิน หรือร่วมกระทำละเมิด การเป็นแฟนหรืออยู่บ้านเดียวกันไม่ทำให้เป็นลูกหนี้ร่วมโดยอัตโนมัติ

8. ทะเบียนสมรสมีทั้ง “สิทธิ” และ “ข้อจำกัด”

การจดทะเบียนไม่ได้มีแต่ประโยชน์ แต่ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดการทรัพย์สินด้วย

นิติกรรมสำคัญเกี่ยวกับสินสมรสบางประเภท เช่น การขายหรือจำนองอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่าระยะยาว หรือการให้โดยเสน่หาบางกรณี ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่าย การทำไปฝ่ายเดียวอาจถูกฟ้องเพิกถอนได้ตามเงื่อนไขและกำหนดเวลาของกฎหมาย

อีกเรื่องที่แทบไม่มีใครกล่าวถึงคือ นิติกรรมที่คู่สมรสทำต่อกันระหว่างสมรสอาจถูกคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกล้างได้ขณะยังเป็นคู่สมรสหรือภายในหนึ่งปีหลังขาดจากการสมรส ตามมาตรา 1469 เว้นแต่กระทบสิทธิบุคคลภายนอกผู้สุจริต

ดังนั้น สัญญากู้ยืม สัญญาแบ่งผลประโยชน์ หรือการโอนทรัพย์ระหว่างคู่สมรส ไม่ควรร่างเสมือนเป็นสัญญาระหว่างบุคคลทั่วไป

9. ประเด็นที่คาดไม่ถึง: ความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานระหว่างคู่สมรสได้รับยกเว้นโทษ

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71 กำหนดเหตุยกเว้นโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์บางฐานที่คู่สมรสกระทำต่อกัน เช่น ความผิดบางกรณีเกี่ยวกับการลักทรัพย์ ฉ้อโกง ยักยอก หรือบุกรุก

ผลนี้เกิดจากสถานะคู่สมรสตามกฎหมาย คู่ที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่อาจอ้างเหตุยกเว้นโทษในฐานะคู่สมรสได้

อย่างไรก็ตาม เหตุยกเว้นนี้ไม่ได้ครอบคลุมความผิดทุกประเภท โดยเฉพาะการใช้ความรุนแรง การชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ หรือความผิดอื่นนอกบัญชีที่มาตรา 71 กำหนด และไม่ได้ทำให้กรรมสิทธิ์หรือหน้าที่คืนทรัพย์ในทางแพ่งหายไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 71

นี่เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า “ทะเบียนสมรส” ไม่ได้มีเฉพาะด้านที่เพิ่มสิทธิ แต่ยังเปลี่ยนผลทางกฎหมายอาญาบางเรื่องด้วย

10. ไม่จดทะเบียน ไม่ได้แปลว่ากฎหมายไม่คุ้มครองทุกเรื่อง

กฎหมายบางฉบับตั้งใจคุ้มครองความสัมพันธ์ตามความเป็นจริง ไม่ได้จำกัดเฉพาะคู่สมรสที่จดทะเบียน

ตัวอย่างสำคัญคือกฎหมายคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งนิยามบุคคลในครอบครัวครอบคลุมถึงผู้ที่อยู่กินหรือเคยอยู่กินฉันสามีภริยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสด้วย ผู้เสียหายจึงไม่ควรถูกปฏิเสธความช่วยเหลือเพียงเพราะไม่มีทะเบียนสมรส คำอธิบายของกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

นอกจากนี้ สิทธิประกันสังคมบางประเภทไม่ได้ตัดสิทธิทั้งหมดเพียงเพราะไม่จดทะเบียน เช่น การเบิกค่าคลอดบุตรบางกรณีสามารถใช้หนังสือรับรองเมื่อไม่มีทะเบียนสมรสได้ แต่สิทธิกรณีตาย เงินสงเคราะห์ และบำเหน็จชราภาพมีหลักเกณฑ์ผู้รับสิทธิและเอกสารต่างกัน จึงต้องตรวจเป็นรายสิทธิ รายการเอกสารของสำนักงานประกันสังคม

11. สัญญาอยู่ร่วมกันช่วยได้ แต่ไม่สามารถสร้างสถานะคู่สมรส

คู่ที่ยังไม่ประสงค์จดทะเบียนสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการจัดเอกสาร เช่น

  • สัญญากรรมสิทธิ์และสัดส่วนการลงทุน

  • สัญญากู้ยืมเมื่อฝ่ายหนึ่งออกเงินแทน

  • การลงชื่อร่วมในทรัพย์สิน

  • บัญชีรายรับรายจ่ายของกิจการ

  • พินัยกรรม

  • การระบุผู้รับผลประโยชน์ในกรมธรรม์และกองทุน

  • การจดทะเบียนรับรองบุตร

  • หนังสือกำหนดวิธีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายและหนี้สิน

แต่เอกสารเหล่านี้สร้างได้เฉพาะสิทธิตามสัญญาหรือทรัพย์สิน ไม่สามารถเปลี่ยนคู่รักให้เป็นทายาทโดยธรรม ไม่สามารถสร้างสิทธิฟ้องตามมาตรา 1523 และไม่สามารถทำให้ได้รับสิทธิภาษีหรือสวัสดิการที่กฎหมายสงวนไว้แก่คู่สมรส

บทสรุปในมุมทนายคดีครอบครัว

ความแตกต่างระหว่างจดทะเบียนกับไม่จดทะเบียน ไม่ใช่เพียงคำถามว่า “รักกันจริงหรือไม่” แต่คือความแตกต่างระหว่างสิทธิที่กฎหมายสันนิษฐานให้ กับสิทธิที่ต้องเริ่มพิสูจน์ใหม่ตั้งแต่ศูนย์

ในคดีจริง ทนายไม่ควรถามเพียงว่าใครเป็นคนหาเงิน แต่ต้องตรวจอย่างน้อยห้าเรื่อง:

  1. ทรัพย์ได้มาก่อนหรือหลังวันจดทะเบียน

  2. เงินที่ใช้ซื้อทรัพย์มาจากแหล่งใด

  3. ทรัพย์มีชื่อใครและถือแทนกันหรือไม่

  4. มีหลักฐานแสดงเจตนาเป็นเจ้าของร่วมหรือไม่

  5. หากฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต ใครมีฐานะเป็นทายาท ผู้รับผลประโยชน์ หรือเจ้าของทรัพย์อยู่ก่อนแล้ว

คดีครอบครัวจำนวนมากไม่ได้เสียเปรียบกันเพราะฝ่ายหนึ่งไม่มีสิทธิ แต่เสียเปรียบเพราะเข้าใจผิดว่าสิทธินั้นเกิดขึ้นเอง และปล่อยให้หลักฐานสูญหายก่อนมาพบทนาย


ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน = กรรมสิทธิ์รวม: ทรัพย์ที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันทำมาหาได้ระหว่างอยู่กิน โดยหลักถือเป็นกรรมสิทธิ์รวม เมื่อเลิกกันจึงแบ่งกันตามส่วนที่แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วม ซึ่งต้องพิสูจน์ด้วยพยานหลักฐาน

สิทธิของบุตร: บุตรที่เกิดจากหญิงที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของมารดาเสมอ ส่วนฝ่ายบิดา หากมีการรับรองบุตร (โดยพฤติการณ์ จดทะเบียนรับรองบุตร หรือคำพิพากษา) บุตรก็เป็นผู้สืบสันดานที่มีสิทธิ รวมถึงสิทธิรับมรดกของบิดาตามที่กฎหมายกำหนด (มาตรา 1627)

ค่าอุปการะบุตร: ไม่ว่าจะจดทะเบียนหรือไม่ หน้าที่อุปการะเลี้ยงดูบุตรผู้เยาว์ยังคงเรียกร้องได้

สินสอด–ของหมั้น: อาจมีประเด็นเรียกคืนหรือเกี่ยวข้องได้ตามข้อเท็จจริง ทั้งนี้ กฎหมายครอบครัวมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับหลักความเท่าเทียมมากขึ้น จึงควรตรวจสอบตัวบทล่าสุดที่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ก่อนนำไปใช้จริง

ถ้ากำลังจะเลิกกัน ต้องเตรียมอะไร (เช็กลิสต์)

  • ทำบัญชีทรัพย์ที่ได้มาระหว่างอยู่กิน พร้อมที่มาของเงิน
  • รวบรวมหลักฐานการมีส่วนร่วม (โอนเงิน ผ่อนร่วม บิลค่าใช้จ่าย)
  • ตรวจว่าทรัพย์อยู่ในชื่อใคร และมีหนี้ผูกพันหรือไม่
  • เก็บหลักฐานความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกัน
  • หากมีบุตร เตรียมเรื่องการรับรองบุตรและค่าอุปการะ
  • ระวังการยักย้ายทรัพย์ของอีกฝ่าย

อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร

  • อ้างว่าทรัพย์เป็นของตนเพราะอยู่ในชื่อตนคนเดียว
  • อ้างว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีส่วนร่วมลงทุนลงแรง
  • อ้างว่าเงินที่ใช้ซื้อทรัพย์เป็นเงินส่วนตัวหรือได้จากมรดก
  • ปฏิเสธความเป็นบิดาเพื่อเลี่ยงค่าอุปการะ

ข้อโต้แย้งเหล่านี้จะหักล้างได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลักฐานการมีส่วนร่วมในทรัพย์และหลักฐานความเป็นบิดา

ก่อนตกลงแบ่ง ควรทำอะไร (ขั้นตอน)

  1. ทำบัญชีทรัพย์และหนี้ที่เกิดร่วมกัน
  2. รวบรวมหลักฐานส่วนร่วมในแต่ละทรัพย์
  3. ประเมินสัดส่วนที่ควรได้ตามหลักกรรมสิทธิ์รวม
  4. จัดการเรื่องบุตร ทั้งการรับรองและค่าอุปการะ
  5. ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร และให้ทนายตรวจก่อนเซ็น

หากคุณเป็นคู่ที่จดทะเบียน หลักการแบ่งจะต่างออกไป ดูได้ที่ หย่าแบ่งสินสมรสอย่างไร และเรื่องบุตรอ่านต่อที่ สิทธิเลี้ยงดูบุตรและค่าอุปการะ

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย (สัญญาณ)

  • มีทรัพย์มูลค่าสูงหรือบ้านที่ผ่อนร่วมกัน
  • ทรัพย์อยู่ในชื่ออีกฝ่ายทั้งหมด
  • อีกฝ่ายเริ่มยักย้ายทรัพย์หรือปฏิเสธส่วนร่วม
  • มีบุตรและต้องเรียกค่าอุปการะหรือรับรองบุตร
  • ฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตและมีปัญหาเรื่องมรดก
  • ตกลงแบ่งกันเองไม่ได้

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

เราช่วยจัดระบบหลักฐานการมีส่วนร่วมในทรัพย์ ประเมินสัดส่วนตามหลักกรรมสิทธิ์รวม จัดการเรื่องการรับรองบุตรและค่าอุปการะ ร่างข้อตกลงแบ่งทรัพย์ให้รัดกุม และดำเนินคดีในศาลเมื่อจำเป็น โดยทนายคดีครอบครัวของเราจะสื่อสารตรงไปตรงมาและประเมินความคุ้มค่าก่อนเริ่ม

หากมีประเด็นมรดกของคู่ที่ไม่จดทะเบียน เราให้คำปรึกษาด้านมรดกและพินัยกรรมควบคู่กันได้ ดูข้อมูลทีมทนายความได้ก่อนตัดสินใจ

คำถามที่พบบ่อย

ถาม: อยู่กินไม่จดทะเบียน เลิกกันแบ่งทรัพย์ครึ่งหนึ่งได้ไหม?
ตอบ: ไม่มีสินสมรสให้แบ่งครึ่งอัตโนมัติ แต่ทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกันเป็นกรรมสิทธิ์รวม แบ่งตามส่วนที่แต่ละฝ่ายมีส่วนร่วมซึ่งต้องพิสูจน์

ถาม: บ้านผ่อนร่วมกันแต่ชื่อฝ่ายเดียว ทำอย่างไร?
ตอบ: หากพิสูจน์ได้ว่าร่วมผ่อนหรือร่วมลงทุน อาจมีสิทธิในฐานะเจ้าของรวมตามส่วน ควรเก็บหลักฐานการผ่อนและปรึกษาทนาย

ถาม: พ่อไม่จดทะเบียน ต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกไหม?
ตอบ: หน้าที่อุปการะบุตรผู้เยาว์เรียกร้องได้ และหากมีการรับรองบุตร บุตรยังมีสิทธิอื่นตามกฎหมายด้วย

ถาม: ไม่จดทะเบียน คู่ของเราได้รับมรดกไหมถ้าอีกฝ่ายเสีย?
ตอบ: คู่ที่ไม่จดทะเบียนไม่เป็นทายาทโดยธรรมในฐานะคู่สมรส แต่บุตรที่บิดารับรองยังมีสิทธิ ควรวางแผนด้วยพินัยกรรมหากต้องการ

ถาม: จะป้องกันปัญหาในอนาคตอย่างไร?
ตอบ: เก็บหลักฐานการมีส่วนร่วมในทรัพย์ ทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษร จัดการรับรองบุตร และพิจารณาทำพินัยกรรม

สรุป

อยู่กินไม่จดทะเบียนไม่มีสินสมรส แต่ยังมีสิทธิผ่านหลักกรรมสิทธิ์รวมในทรัพย์ที่ทำมาหาได้ร่วมกัน และเรื่องบุตรก็เรียกร้องค่าอุปการะและจัดการเรื่องการรับรองได้ กุญแจสำคัญคือการเก็บหลักฐานการมีส่วนร่วมให้ครบตั้งแต่ต้น

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ และไม่แน่ใจว่าควรเริ่มจากตรงไหน ปรึกษาทีมทนายของ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อเท็จจริง เอกสาร และแนวทางที่เหมาะกับกรณีของคุณ โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa | อีเมล info@yodthiptham.com หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

บทความนี้เป็นข้อมูลกฎหมายทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยเฉพาะคดี เพราะแต่ละกรณีต้องพิจารณาจากข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานประกอบ

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

สิทธิเลี้ยงดูบุตร หลังพ่อแม่หย่าร้าง กฎหมายครอบครัว

สิทธิเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า ใครได้ลูก? ค่าเลี้ยงดูเรียกเท่าไหร่

สิทธิเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า ใครได้อำนาจปกครอง ศาลดูอะไร และเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรได้เท่าไหร่ สรุปเข้าใจง่าย ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 16 นาที
ฟ้องชู้ เรียกค่าทดแทนตามกฎหมายครอบครัว กฎหมายครอบครัว

คู่สมรสมีชู้ ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากมือที่สามได้ไหม (อัปเดตกฎหมายใหม่)

ฟ้องชู้เรียกค่าทดแทนจากมือที่สามได้ไหม หลังกฎหมายแก้ไขใหม่ให้สิทธิเท่าเทียมทุกเพศ สรุปเงื่อนไขและหลักฐานที่ต้องมี ปรึกษาทีมทนายยอดทิพย์ธรรม

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 11 นาที

ปรึกษาทนายคดีครอบครัวของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE