081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงิน คิดอย่างไรและเรียกคืนได้ไหม

เครื่องคิดเลขและเอกสารค่าใช้จ่ายพร้อมคำว่า ฟ้องเรียกเงิน ต้องเตรียมกี่บาท

สรุปประเด็นสำคัญ

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินต้องเริ่มจากประเภทคดีและทุนทรัพย์ตามคำขอ อัตราร้อยละสองมีเพดานและมีข้อยกเว้น เช่น คดีมโนสาเร่หรือคดีที่มีกฎหมายเฉพาะ ค่าทนาย ค่าส่งหมาย และค่าใช้จ่ายบังคับคดีต้องแยกต่างหาก การชนะคดีไม่ได้รับประกันว่าจะเรียกคืนค่าใช้จ่ายที่จ่ายจริงได้ทุกบาท บทความนี้ช่วยคำนวณเบื้องต้นและจัดงบก่อนตัดสินใจฟ้อง

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินต้องคำนวณจากอะไร

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินคำนวณจากประเภทคำขอและทุนทรัพย์ตามกฎหมาย ไม่ใช่ค่าจ้างทนาย และไม่ใช่ยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดตั้งแต่เริ่มทวงจนได้เงินคืน จึงควรแยกงบแต่ละส่วนก่อนตัดสินใจดำเนินคดี

สำหรับคดีมีทุนทรัพย์ทั่วไป อัตราตามตาราง 1 ท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ในส่วนทุนทรัพย์ไม่เกิน 50 ล้านบาทใช้อัตราร้อยละ 2 แต่ไม่เกิน 200,000 บาท ส่วนที่เกิน 50 ล้านบาทใช้อัตราร้อยละ 0.1 ต้องเลือกประเภทคดีให้ถูกก่อนใช้สูตรนี้ เพราะคำขอประเภทอื่นหรือกฎหมายเฉพาะอาจกำหนดต่างออกไป

ทุนทรัพย์ไม่จำเป็นต้องเท่ากับเงินต้นที่จำได้จากวันแรก ต้องตรวจยอดที่ยังค้าง รายการดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายที่เรียกได้ และการชำระที่ต้องหักออก การรวมดอกเบี้ยก่อนฟ้องกับคำขอดอกเบี้ยในอนาคตต้องใช้หลักคำนวณที่ถูกต้อง ไม่ใช้ตัวเลขรวมแบบเหมาทั้งหมด

ถ้าเป็นคดีมโนสาเร่ในศาลชั้นต้น มาตรา 190 จัตวามีเพดานค่าขึ้นศาลรวมไม่เกิน 1,000 บาท ซึ่งเป็นข้อเฉพาะ ไม่ใช่อัตราคงที่สำหรับทุกคดีที่หนี้น้อย ส่วนคดีผู้บริโภค คดีแรงงาน หรือคำขอบังคับจำนองต้องตรวจเกณฑ์ของเรื่องนั้นแยก ไม่ใช้ตารางทั่วไปแทนกัน

ก่อนยื่นฟ้องควรมีใบประมาณค่าใช้จ่ายที่แยกเงินวางศาล ค่าจ้างวิชาชีพ และค่าใช้จ่ายอื่น พร้อมระบุสิ่งที่ยังไม่ได้รวม หากยังมีโอกาสให้คู่กรณีชำระโดยไม่ฟ้อง อาจประเมินงานบอกกล่าวก่อน ดูขอบเขต บริการร่างและส่งหนังสือทวงถาม เพื่อเทียบกับต้นทุนคดีจากเอกสารจริง

ข้อยกเว้นที่ทำให้ค่าขึ้นศาลไม่ใช่สองเปอร์เซ็นต์เสมอ

คดีมโนสาเร่ต้องตรวจทั้งจำนวนทุนทรัพย์และประเภทคดี โดยเพดาน 1,000 บาทที่กล่าวถึงเป็นชั้นต้น ไม่ใช่รับประกันค่าใช้จ่ายชั้นอุทธรณ์หรือฎีกา อ่าน การฟ้องคดีมโนสาเร่เรียกเงินคืน เพื่อแยกเกณฑ์ออกจากเรื่องศาลที่มีอำนาจ

ในคดีผู้บริโภค การยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมสำหรับผู้บริโภคมีเงื่อนไขตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ควรบอกว่าทั้งผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภคได้รับสิทธิฟรีเหมือนกันทุกฝ่าย ส่วนคดีแรงงานก็ใช้กฎหมายจัดตั้งและวิธีพิจารณาเฉพาะ จึงต้องจำแนกความสัมพันธ์ของคู่กรณีก่อน

คำขอไม่มีทุนทรัพย์ คำขอหลายประเภทในคดีเดียว หรือการบังคับตามหลักประกันอาจมีวิธีคิดแตกต่างจากเรียกเงินทั่วไป ต้องอ่านคำขอท้ายฟ้องจริง ไม่ใช้ชื่อบทความหรือชื่อสัญญาเป็นตัวเลือกในเครื่องคิดค่าธรรมเนียมโดยไม่ตรวจเนื้อหา

ผู้ที่ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลอาจยื่นคำร้องขอยกเว้นตามมาตรา 155–156/1 โดยต้องมีหลักฐานและผ่านการพิจารณา ไม่ได้ยกเว้นอัตโนมัติจากการแจ้งว่าไม่มีเงิน และการได้รับยกเว้นไม่ได้หมายความว่าค่าจ้างทนายส่วนตัวหรือค่าใช้จ่ายทุกชนิดหายไปด้วย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แยกยอดฟ้องกับงบฟ้อง

ยอดฟ้องต้องมีฐาน: ไม่ควรเพิ่มเงินที่ไม่มีหลักฐานเพื่อเผื่อให้ศาลลด เพราะทำให้ทุนทรัพย์และประเด็นพิพาทเปลี่ยน และอาจมีผลเรื่องค่าใช้จ่าย การเรียกควรแจกแจงว่าเป็นเงินต้น ดอกเบี้ย หรือความเสียหายใด พร้อมวันและวิธีคำนวณที่ตรวจย้อนกลับได้

ใบเสนอราคาต้องเห็นขอบเขต: ถ้าใช้บริการสำนักงาน ควรทราบว่ารวมการออกหนังสือ ยื่นฟ้อง ไปศาลกี่ขั้นตอน และงานหลังคำพิพากษาหรือไม่ เงินทดรองที่นำไปจ่ายหน่วยงานควรแยกจากค่าจ้าง พร้อมหลักฐานการใช้จ่าย ไม่ใช้ยอดเดียวแล้วทำให้เข้าใจว่าครอบคลุมทุกเหตุการณ์ในอนาคต

โอกาสรับเงินต้องอยู่ในแผน: คดีหลักฐานดีแต่ลูกหนี้ไม่มีทรัพย์อาจใช้เวลารับเงินจริงอีกนาน จึงควรเทียบงบดำเนินคดีกับข้อมูลทรัพย์และทางเจรจาอย่างตรงไปตรงมา การคำนวณค่าขึ้นศาลได้ถูกต้องช่วยวางแผน แต่ไม่แทนการประเมินฐานคดีหรือความสามารถชำระของคู่กรณี

มองสองฝั่ง: ผู้ฟ้องกับคู่ความที่อาจต้องรับค่าใช้จ่าย

ประเด็นผู้ฟ้องควรตรวจผู้ถูกฟ้องควรตรวจ
ทุนทรัพย์ยอดที่เรียกได้จริงและเงินที่ต้องหักรายการจ่ายแล้วกับยอดที่อ้างเกิน
ค่าขึ้นศาลอัตรา เพดาน และประเภทคำขอแยกเงินวางศาลจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวอีกฝ่าย
ค่าทนายค่าจ้างตามสัญญากับจำนวนที่ศาลกำหนดไม่ได้ต้องจ่ายตามใบเสนอราคาฝ่ายตรงข้ามเสมอ
ตกลงก่อนตัดสินระบุผู้รับผิดค่าฤชาธรรมเนียมในข้อตกลงตรวจยอดรวมก่อนลงชื่อยอมความ
ชนะเพียงบางส่วนศาลมีดุลพินิจเรื่องความรับผิดค่าใช้จ่ายอ่านคำพิพากษาว่ากำหนดให้ใครรับส่วนใด

การขอให้อีกฝ่ายรับผิดค่าใช้จ่ายควรอ้างฐานที่เกี่ยวข้อง ไม่ส่งใบค่าจ้างของตนแล้วถือว่าอีกฝ่ายเป็นหนี้ทั้งหมดทันที ส่วนการเจรจาก่อนคดียุติควรเขียนเรื่องค่าใช้จ่ายให้ชัด ไม่ปล่อยให้แต่ละฝ่ายเข้าใจว่ายอดที่ตกลงรวมคนละอย่าง

ต้องวางค่าขึ้นศาลเมื่อไร และขอคืนเมื่อใด

การยื่นคำคู่ความที่ต้องเสียค่าธรรมเนียมมีขั้นตอนชำระตามกฎหมายและระบบศาล หากศาลสั่งให้แก้หรือวางเพิ่มต้องติดตามกำหนด ไม่ถือว่าส่งเอกสารแล้วหน้าที่เสร็จทุกอย่าง การขอยกเว้นก็ควรทำในขั้นตอนที่ถูกต้องพร้อมหลักฐาน ไม่รอจนพ้นเวลาที่ศาลกำหนด

การคืนค่าขึ้นศาลจากศาลกับการให้อีกฝ่ายชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นคนละเรื่อง กรณีถอนฟ้อง ยอมความ หรือคดียุติด้วยเหตุอื่น ต้องตรวจมาตรา 151 และหลักเกณฑ์การคืนที่ใช้กับเหตุและขั้นตอนนั้น จำนวนคืนจึงไม่ใช่เต็มทุกกรณีตามที่คู่ความร้องขอ

มาตรา 161 วางหลักความรับผิดชั้นที่สุดในค่าฤชาธรรมเนียม พร้อมให้อำนาจศาลใช้ดุลพินิจตามเหตุและความสุจริตในการดำเนินคดี ดังนั้น แม้ชนะเต็มหรือบางส่วน ก็ต้องอ่านคำพิพากษาจริงว่าให้ใครรับผิดรายการใดและจำนวนเท่าไร ไม่คาดคะเนก่อนศาลมีคำสั่ง

ถ้าตกลงกันภายหลังรับเงินบางส่วน ให้ปรับยอดและแจ้งขั้นตอนทางคดีให้ถูกต้อง การรับชำระจากคู่กรณีไม่ได้ทำให้คดีที่ยื่นไว้หายไปเอง และการตกลงเรื่องค่าใช้จ่ายควรบันทึกให้ตรงกับคำขอที่เสนอศาล

ตัวอย่างคำนวณค่าขึ้นศาลและแยกงบส่วนอื่น

ตัวอย่างทุนทรัพย์วิธีคิดตามสมมติฐานค่าขึ้นศาลเบื้องต้น
20,000 บาท เข้าเกณฑ์มโนสาเร่20,000 × 2% ยังไม่ถึงเพดานชั้นต้น400 บาท
120,000 บาท เข้าเกณฑ์มโนสาเร่2,400 บาท แต่ใช้เพดานชั้นต้น1,000 บาท
500,000 บาท คดีทั่วไป500,000 × 2%10,000 บาท
12,000,000 บาท คดีทั่วไป240,000 บาท แต่ติดเพดานส่วนไม่เกิน 50 ล้านบาท200,000 บาท
60,000,000 บาท คดีทั่วไป200,000 + (10,000,000 × 0.1%)210,000 บาท

ตัวอย่างสมมติว่าเป็นทุนทรัพย์ที่คำนวณครบแล้วและเข้าเกณฑ์ตามแถว ไม่มีคำขอชนิดอื่นหรือข้อยกเว้นเพิ่มเติม ตัวเลขไม่ได้รวมค่าส่งหมาย ค่าคัดเอกสาร ค่าจ้างทนาย หรือการบังคับคดี และไม่ใช่ใบเสนอราคาของสำนักงาน

ใช้ เครื่องคำนวณค่าธรรมเนียมศาลยุติธรรม เป็นตัวช่วยประมาณได้ แต่ต้องให้ประเภทคดีและทุนทรัพย์ที่ป้อนถูกต้อง ระบบระบุเองว่าเป็นค่าใช้จ่ายโดยประมาณและไม่ใช่ยอดอ้างอิงยืนยันสำหรับการดำเนินคดีจริง

การตั้งงบควรแยกอย่างน้อยเงินที่ต้องใช้ตอนเริ่มกับเงินที่อาจต้องใช้ถ้าคดีต่อสู้เต็มรูปแบบ รวมถึงงานหลังคำพิพากษา หากตกลงกันได้เร็ว งบบางส่วนอาจไม่เกิด แต่ถ้าต้องสืบพยานเพิ่มเติมหรือดำเนินคดีต่อ ต้องทบทวนตามขอบเขตที่ตกลงกัน

ข้อมูลที่ต้องมีเพื่อประมาณค่าฟ้องให้ใกล้จริง

  • สัญญาหรือฐานสิทธิที่ใช้เรียกเงิน และสถานะคู่กรณี
  • ยอดต้นคงเหลือพร้อมรายการรับชำระและวันตัดยอด
  • อัตราและช่วงเวลาดอกเบี้ยที่มีฐานเรียกได้
  • ค่าเสียหายแต่ละรายการพร้อมเหตุและหลักฐาน
  • คำขออื่นนอกจากเงิน เช่น คืนทรัพย์หรือบังคับตามหลักประกัน
  • จำนวนและที่อยู่จำเลยเพื่อประเมินการส่งหมาย
  • เอกสารทรัพย์ รายได้ หรือฐานะ หากจะขอยกเว้นค่าธรรมเนียม
  • ขอบเขตงานที่ต้องการให้สำนักงานช่วยและขั้นตอนที่ดำเนินแล้ว

ถ้าเอกสารยังไม่ครบ ควรแยกรายการที่ยืนยันแล้วออกจากรายการที่รอตรวจ แทนการให้ยอดเดียวที่ดูแน่นอน การมีค่าปรับในสัญญาไม่ได้หมายความว่าศาลจะให้เต็ม และการมีใบเสนอราคาค่าซ่อมก็ต้องดูว่าเป็นความเสียหายจากเหตุที่อ้างจริงหรือไม่

เก็บใบเสร็จและบัญชีเงินทดรองตลอดกระบวนการ เพื่อใช้ตรวจยอดที่จ่ายจริงและยอดที่อาจคืนได้ ไม่ควรใช้ความจำว่าจ่ายไปประมาณเท่าไรเมื่อคดีใกล้จบ

โนติสก่อนฟ้องและค่าบังคับคดีเป็นคนละงบ

เรื่องแรกคือค่าใช้จ่ายก่อนฟ้อง การส่งหนังสืออาจช่วยให้คู่กรณีเห็นยอดและข้อเสนอชัดขึ้น โดยเฉพาะกรณียังไม่ปฏิเสธหนี้ แต่ไม่รับประกันว่าจะจ่าย และต้องไม่ปล่อยให้การเจรจาทำให้พ้นอายุความ ดู การประเมินค่าบริการหนังสือทวงถาม เพื่อแยกขอบเขตจากค่าฟ้อง

เรื่องที่สองคือการรับเงินจริงหลังชนะ ค่าใช้จ่ายในการตรวจทรัพย์ ยึด อายัด หรือขายทรัพย์ต้องประเมินเพิ่มตามขั้นตอน ไม่รวมอยู่ในค่าขึ้นศาลโดยอัตโนมัติ อ่าน การบังคับคดีเมื่อลูกหนี้ยังไม่จ่าย ก่อนสรุปงบทั้งเรื่อง

การเลือกคำขอบังคับและประเมินภาระค่าใช้จ่ายเป็นส่วนของ การวางแนวทางคดีแพ่ง ซึ่งควรอ่านพร้อมข้อสัญญาและหลักฐานทรัพย์ก่อนตัดสินใจใช้เงินดำเนินเรื่อง

ทางไปต่อ: คำนวณยอดแล้วเลือกขั้นตอนที่คุ้มกับเรื่อง

  1. ตรวจฐานหนี้และตัดยอดชำระให้ตรงวันที่ประเมิน
  2. จำแนกประเภทคดี คำขอ และข้อยกเว้นค่าธรรมเนียม
  3. ประมาณค่าขึ้นศาลแยกจากค่าจ้างและค่าใช้จ่ายอื่น
  4. เทียบการทวง ไกล่เกลี่ย และฟ้องกับหลักฐานและกรอบเวลา
  5. ยืนยันขอบเขตงานและติดตามยอดจ่ายจริงเมื่อเริ่มดำเนินการ
ทางเลือกเหมาะเมื่อข้อที่ต้องคิดเพิ่ม
โนติสและเจรจาคู่กรณีอาจจ่ายและมีเวลาเพียงพอไม่รับประกันผลและไม่ต่ออายุความเอง
ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องทั้งสองฝ่ายมีทางตกลงเงื่อนไขชำระและผลเมื่อผิดนัดต้องชัด
ฟ้องและวางแผนบังคับคดีมีฐานคดีและจำเป็นต้องใช้สิทธิงบระหว่างคดีกับทรัพย์ที่รับชำระได้

ควรทบทวนก่อนวางเงิน: ยอดฟ้องยังไม่หักการชำระ มีดอกเบี้ยเกินฐานกฎหมาย ไม่แน่ใจประเภทคดี หรือใบเสนอราคาไม่แยกเงินศาลกับค่าจ้าง จุดเหล่านี้ทำให้ประมาณผิดได้แม้ใช้เครื่องคำนวณถูกสูตร

หากต้องการประเมินค่าใช้จ่ายจากเรื่องจริง ส่งสัญญา ตารางยอดค้าง และสิ่งที่คู่กรณีโต้แย้งผ่าน ช่องทางติดต่อยอดทิพย์ธรรม เพื่อให้สำนักงานตรวจทางเลือกและเสนอขอบเขตงานก่อนเริ่ม โดยสามารถเริ่มจากการตรวจและออกหนังสือหากเหมาะกับกรอบเวลาของคดี

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ตาราง 1: ค่าขึ้นศาลตามประเภทคำขอ
  • มาตรา 190 จัตวา: เพดานคดีมโนสาเร่ชั้นต้น
  • มาตรา 151: การคืนค่าขึ้นศาลตามเหตุและขั้นตอน
  • มาตรา 155–156/1: การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล
  • มาตรา 161 และ 163: ความรับผิดในค่าฤชาธรรมเนียมและกรณีตกลงยุติ

แหล่งตรวจ: ตัวบทวิธีพิจารณาความแพ่งเฉพาะบทค่าธรรมเนียมที่อ้าง, ข้อมูลอัตราทั่วไปของหน่วยงาน BOI และ ระบบประมาณค่าธรรมเนียมศาลยุติธรรม

ตรวจสอบเมื่อ ตุลาคม 2569 ยอดชำระจริงขึ้นกับประเภทคดี คำขอ และการตรวจของศาล

คำถามที่พบบ่อย

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินเท่ากับค่าทนายหรือไม่?
เป็นคนละส่วน ค่าขึ้นศาลเป็นเงินตามกฎหมายและประเภทคำขอ ส่วนค่าทนายเป็นค่าบริการตามขอบเขตที่ตกลงกัน ควรแยกค่าส่งหมาย เอกสาร และงานบังคับคดีด้วย เพื่อไม่เข้าใจว่ายอดที่เสนอครั้งแรกครอบคลุมทุกขั้นตอนโดยอัตโนมัติ
ฟ้องเรียกเงิน 500,000 บาท ค่าขึ้นศาลเท่าไร?
หากเป็นคดีมีทุนทรัพย์ทั่วไปและทุนทรัพย์ที่คิดค่าธรรมเนียมคือ 500,000 บาทจริง อัตราร้อยละ 2 ให้ตัวเลข 10,000 บาท แต่ยังต้องตรวจว่ามีคำขออื่นหรือกฎหมายเฉพาะหรือไม่ และยอดนี้ไม่รวมค่าส่งหมาย ค่าทนาย หรือค่าใช้จ่ายดำเนินคดีอื่น
ชนะคดีแล้วเรียกค่าทนายที่จ่ายจริงคืนได้ทั้งหมดไหม?
ไม่รับประกันว่าจะได้คืนตามที่จ่ายจริงทุกบาท ต้องอ่านคำพิพากษาหรือคำสั่งเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมและจำนวนค่าทนายที่ศาลกำหนด ค่าจ้างที่ตกลงกับทนายส่วนตัวเป็นอีกความสัมพันธ์หนึ่ง จึงไม่ควรนำใบค่าจ้างไปถือว่าอีกฝ่ายต้องจ่ายเต็มโดยอัตโนมัติ
ไม่มีเงินค่าขึ้นศาล ยังยื่นฟ้องได้ไหม?
อาจยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมตามมาตรา 155–156/1 โดยต้องเตรียมหลักฐานและให้ศาลพิจารณาเงื่อนไข การบอกว่าไม่มีเงินอย่างเดียวไม่ทำให้ได้รับยกเว้นทันที และควรตรวจค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่ไม่อยู่ในขอบเขตการยกเว้นด้วย
ยอมความหรือถอนฟ้องแล้วได้ค่าขึ้นศาลคืนเต็มไหม?
ต้องตรวจเหตุและขั้นตอนที่คดียุติ รวมถึงหลักเกณฑ์และคำสั่งคืนค่าขึ้นศาล ไม่ใช่คืนเต็มเหมือนกันทุกกรณี การคืนจากศาลเป็นคนละเรื่องกับการตกลงให้อีกฝ่ายรับผิดค่าใช้จ่าย จึงควรระบุเรื่องนี้ในข้อตกลงและตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

อดีตคู่รักนั่งห่างกันอย่างสงบข้างหลักฐานโอนเงิน พร้อมข้อความ เลิกกันแล้ว เงินที่ยืมต้องคืนไหม หนี้สินและบังคับคดี

แฟนยืมเงินไม่คืน พิสูจน์เงินยืมกับเงินให้ตอนคบกันอย่างไร

โอนเงินตอนคบกันแล้วเลิกกัน ไม่ได้เรียกคืนได้ทุกยอด ดูวิธีแยกเงินยืม ของขวัญ และค่าใช้จ่ายร่วม พร้อมจัดแชตกับสลิปก่อนส่งหนังสือทวงอดีตคนรัก

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
ผู้มาติดต่อจัดเอกสารคดีพร้อมคำว่า หนี้ไม่เกิน 3 แสน ฟ้องเองได้ไหม หนี้สินและบังคับคดี

ฟ้องคดีมโนสาเร่เรียกเงินคืน ฟ้องเองได้ไหมและเตรียมอะไร

ฟ้องคดีมโนสาเร่เรียกเงินคืนทำเองได้ไหม ตรวจทุนทรัพย์ไม่เกิน 300,000 บาท เขตอำนาจศาล หลักฐาน และค่าใช้จ่ายก่อนตัดสินใจยื่นฟ้อง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
โต๊ะเจรจาและเอกสารยอมความพร้อมคำว่า ยอมความแล้ว ยังผิดนัดอีก หนี้สินและบังคับคดี

ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล เจ้าหนี้บังคับคดีได้เลยไหม

ลูกหนี้ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล ต้องฟ้องใหม่หรือขอบังคับคดี ตรวจคำพิพากษา เงื่อนไขผิดนัด ยอดชำระแล้ว และกำหนดเวลาก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE