081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล เจ้าหนี้บังคับคดีได้เลยไหม

โต๊ะเจรจาและเอกสารยอมความพร้อมคำว่า ยอมความแล้ว ยังผิดนัดอีก

สรุปประเด็นสำคัญ

เมื่อมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ลูกหนี้ผิดนัดอาจนำไปสู่การขอบังคับคดีเดิมได้ตามเงื่อนไข ไม่จำเป็นต้องเริ่มฟ้องหนี้เดิมใหม่ทุกครั้ง แต่ต้องแยกจากข้อตกลงนอกศาลและอ่านข้อยอมความให้ครบ โดยเฉพาะยอดเร่งรัด ดอกเบี้ย และผลของการรับชำระภายหลัง บทความนี้ช่วยจัดบัญชีและหลักฐานก่อนส่งหนังสือหรือยื่นขอบังคับคดี

ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล ต้องฟ้องใหม่หรือไม่

ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล หากศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว โดยหลักต้องตรวจทางขอบังคับตามคำพิพากษาในคดีเดิมเมื่อเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่เริ่มฟ้องหนี้เดิมใหม่ทุกครั้ง และไม่ใช่ว่าผิดนัดแล้วเจ้าหนี้ยึดทรัพย์เองได้ทันที

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วางหลักเมื่อคู่ความตกลงในประเด็นคดีโดยไม่ถอนฟ้องและข้อตกลงไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลบันทึกรายละเอียดและพิพากษาตามนั้น จุดที่ต้องตรวจจึงเป็นว่ามีคำพิพากษาจริงหรือเพียงทำบันทึกเจรจาและถอนฟ้องแล้ว เพราะผลของเอกสารสองแบบต่างกัน

ถ้ามีคำพิพากษาตามยอม ให้เปิดอ่านทั้งคำพิพากษาและสัญญาที่เป็นส่วนของคดี ดูยอดหนี้ งวดชำระ วันครบกำหนด บัญชีรับเงิน และข้อกำหนดเมื่อผิดนัด บางฉบับให้เรียกยอดที่เหลือทันทีเมื่อผิดนัดงวดใด บางฉบับกำหนดให้บอกกล่าวหรือให้เวลาแก้ไขก่อน จึงใช้ประโยคสำเร็จรูปแทนกันไม่ได้

เมื่อลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับและเข้าเงื่อนไข การขอบังคับคดีต้องดำเนินตามมาตรา 274–276 โดยระบุหนี้ที่ยังไม่ชำระและวิธีที่ขอใช้ เงินที่จ่ายแล้วต้องหักออกตามหลักที่เกี่ยวข้อง ไม่ดึงยอดฟ้องเดิมมาทวงเต็มทั้งที่ศาลพิพากษาให้ชำระคนละยอดหรือมีการจ่ายไปแล้ว

หนังสือเตือนหลังผิดนัดอาจจำเป็นตามเงื่อนไขหรือใช้เปิดทางแก้ไข แต่ไม่ได้แทนการดำเนินการในศาล หากต้องการให้ตรวจเอกสารและวางแนวทวงต่อ ดูขอบเขต บริการร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม โดยแจ้งด้วยว่ามีคำพิพากษาตามยอมแล้ว เพื่อให้เลือกข้อความและขั้นตอนจากฐานที่ถูกต้อง

ยอมความนอกศาล ถอนฟ้อง และพิพากษาตามยอมต่างกัน

ข้อตกลงนอกศาลอาจเป็นสัญญาประนีประนอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852 ถ้าเข้าองค์ประกอบ แต่ตัวสัญญาไม่ได้มีสถานะเป็นคำพิพากษาเพียงเพราะมีทนายหรือพนักงานสอบสวนอยู่ด้วย การใช้สิทธิเมื่อผิดนัดต้องดูตัวเอกสารและกระบวนการที่รองรับ

ถ้าคู่ความทำข้อตกลงแล้วถอนฟ้องโดยไม่มีคำพิพากษาตามยอม ต้องตรวจผลของการถอนและฐานสัญญาใหม่ ไม่ควรยื่นขอบังคับคดีเหมือนยังมีคำพิพากษาอยู่ ส่วนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องก็ต้องตรวจว่าได้เพียงข้อตกลงหรือมีคำพิพากษาตามขั้นตอนที่กฎหมายเปิดไว้แล้ว

แม้มีคำพิพากษาตามยอม การกลับไปทวงตามหนี้เดิมหรือข้อเสนอที่เคยพูดก่อนยอมความอาจไม่ตรงกับสิทธิที่เหลืออยู่ ต้องอ่านว่าคู่ความยอมสละข้อเรียกร้องใดและตกลงให้เกิดสิทธิใดแทน ไม่มีคำตอบว่าผิดนัดแล้ว “ย้อนกลับยอดแรก” ได้ทุกเรื่อง

หากมีข้อสงสัยเรื่องการฉ้อฉล ความชอบด้วยกฎหมาย หรือคำพิพากษาไม่ตรงข้อตกลง เป็นคนละประเด็นกับการค้างงวด มาตรา 138 มีกรอบอุทธรณ์เฉพาะและยังมีกำหนดที่ต้องตรวจ ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนใจแล้วขอให้ศาลเริ่มพิจารณาเนื้อหาหนี้ใหม่ทั้งหมด

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: อ่านข้อผิดนัดก่อนทวงยอดเต็ม

คำเดียวอาจเปลี่ยนยอดที่เรียก: เงื่อนไขว่า “ผิดนัดงวดใดให้ยอดที่เหลือถึงกำหนด” ต่างจากให้ชำระตามงวดเดิมต่อไป หรือให้ส่วนลดเมื่อชำระครบตามเงื่อนไข ต้องตีความทั้งฉบับและดูคำพิพากษา ไม่เลือกอ่านเฉพาะประโยคที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้

บัญชีชำระต้องตรงทุกครั้ง: เก็บสลิป ใบรับเงิน และข้อความว่าชำระงวดใด พร้อมตรวจว่าผู้มีอำนาจรับเงินจริงหรือไม่ หากลูกหนี้จ่ายล่าช้าแล้วเจ้าหนี้รับต่อเนื่อง ต้องให้ผู้ตรวจคดีดูผลของพฤติการณ์และข้อความที่ใช้รับ ไม่สรุปเองว่าไม่มีผลต่อข้อโต้แย้งใดเลย

หนังสือใหม่ไม่ควรเปลี่ยนสิทธิอย่างเผลอไผล: การให้โอกาสชำระควรระบุให้ชัดว่าเป็นข้อเสนอใดและมีผลต่อขั้นตอนเดิมอย่างไร อย่าลงข้อความรับรองปลดหนี้ทั้งหมดทั้งที่ได้เพียงเงินบางส่วน หรือเขียนกำหนดใหม่ที่ขัดกับคำขอซึ่งยื่นไว้ในคดีโดยไม่ตรวจ

มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้ตามยอมกับลูกหนี้ที่ผิดงวด

ประเด็นเจ้าหนี้ควรตรวจลูกหนี้ควรเตรียม
เอกสารหลักคำพิพากษาและสัญญายอมความครบหน้าฉบับที่ลงชื่อและคำสั่งที่ได้รับจริง
วันผิดนัดวันถึงกำหนดกับวันเงินเข้าตามเงื่อนไขสลิปและเหตุที่ยอดยังไม่ตรง
ยอดเร่งรัดเงื่อนไขเรียกยอดที่เหลือและการบอกกล่าวข้อกำหนดส่วนลด ดอกเบี้ย และยอดที่จ่ายแล้ว
ตกลงผ่อนใหม่ผลต่อสิทธิและกำหนดบังคับคดีกำลังจ่ายจริงและหลักฐานยอมรับข้อตกลง
บังคับคดีทรัพย์หรือสิทธิที่อยู่ในความรับผิดเงินคุ้มครองและสิทธิยื่นคำร้องตามกฎหมาย

การสื่อสารหลังผิดนัดควรจำกัดที่ข้อเท็จจริงและทางแก้ ลูกหนี้อาจมีเหตุขัดข้องจริง แต่เจ้าหนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเลื่อนให้ทุกครั้งโดยไร้เงื่อนไข หากตกลงปรับแผน ควรทำเอกสารให้ตรวจได้และเข้าใจผลตรงกันก่อนรับเงินงวดใหม่

กำหนดบังคับคดีสิบปีและวันเริ่มนับของแต่ละงวด

มาตรา 274 วางหลักสิบปี และมีข้อกำหนดสำหรับหนี้ที่ศาลให้ชำระเป็นงวดหรือในอนาคตให้นับจากวันที่หนี้นั้นอาจบังคับให้ชำระได้ จึงต้องอ่านเงื่อนไขเร่งรัดร่วมด้วย ไม่ถือว่างวดทุกงวดเริ่มเวลาเดียวกันเสมอหรือเริ่มจากวันส่งหนังสือล่าสุด

ตัวอย่างเช่น ยอมความให้ผ่อนรายเดือน ต้องดูว่างวดใดครบกำหนดแล้วและเมื่อผิดนัดจะทำให้ยอดที่เหลือถึงกำหนดด้วยหรือไม่ หากมีเงื่อนไขเตือนก่อน ต้องพิสูจน์การทำตามเงื่อนไขก่อนใช้ยอดเร่งรัด การทำตารางวันที่ช่วยให้เห็นปัญหาก่อนยื่นคำขอ

การขอหมายไว้โดยไม่ดำเนินการต่อกับทรัพย์หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องไม่ควรเข้าใจว่าเก็บสิทธิไว้ตลอดไป ต้องตรวจประวัติการยึด อายัด หรือวิธีที่ทำภายในกำหนด และผลการดำเนินต่อกับรายการนั้น อ่านขั้นตอนใน การบังคับคดีเมื่อลูกหนี้ไม่จ่าย

ถ้าต้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำพิพากษา กำหนดอาจสั้นกว่ากรอบบังคับคดีมาก อย่าใช้สิบปีตอบเรื่องอุทธรณ์หรือคำร้องทุกชนิด และอย่ารอการเจรจาจนไม่ทันใช้ช่องทางที่กฎหมายกำหนด

คำนวณยอดตามยอมอย่างไรไม่เรียกซ้ำ

สมมติคำพิพากษาตามยอมให้ชำระ 240,000 บาท แบ่ง 12 งวด งวดละ 20,000 บาท โดยสมมติว่าไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่น ลูกหนี้จ่ายครบ 3 งวดเป็นเงิน 60,000 บาท แล้วไม่จ่ายงวดที่ 4 ยอดเงินที่ยังไม่จ่ายทั้งหมดคือ 180,000 บาท แต่ยอดที่ถึงกำหนดบังคับต้องดูข้อผิดนัดอีกขั้น

หากมีเงื่อนไขเร่งรัดที่ใช้บังคับและครบเงื่อนไขแล้ว อาจเรียกยอดคงเหลือได้ตามคำพิพากษา แต่ถ้าไม่มีผลให้ทุกงวดถึงกำหนด การนำ 180,000 บาทไปเรียกทันทีอาจไม่ตรงสิทธิ จึงต้องแยกยอดค้างงวดที่ถึงกำหนดออกจากยอดอนาคต

ถ้าเอกสารกำหนดดอกเบี้ยหรือส่วนลดเมื่อจ่ายครบ ต้องใช้ฐาน วันเริ่ม และผลผิดนัดตามข้อความที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช้ดอกเบี้ยอัตราเดิมจากคำฟ้องแทนโดยอัตโนมัติ ส่วนเงินที่รับภายหลังส่งหนังสือต้องปรับบัญชีอีกครั้งก่อนยื่นหรือเดินหน้าบังคับคดี

ค่าบริการทนายในคดีเดิมกับงานตรวจผิดนัดหรือบังคับคดีอาจเป็นคนละขอบเขต ควรตรวจข้อตกลงจ้างและเงินทดรองที่ต้องใช้ ไม่คิดว่าการมีคำพิพากษาตามยอมทำให้ทุกขั้นตอนหลังจากนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย

เอกสารก่อนส่งหนังสือผิดนัดตามคำพิพากษา

  • คำพิพากษาตามยอม สัญญายอมความ และรายงานกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
  • คำบังคับ หมาย และเอกสารการดำเนินการเดิม ถ้ามี
  • ตารางงวดตามข้อตกลงพร้อมวันครบกำหนดและวันรับเงินจริง
  • สลิป ใบเสร็จ และรายการที่ชำระผ่านผู้รับมอบอำนาจ
  • ข้อความขอผ่อนผันหรือเปลี่ยนกำหนดหลังคำพิพากษา
  • โนติสที่สัญญากำหนดและหลักฐานการส่งหรือรับ
  • ข้อมูลทรัพย์หรือรายได้ที่ได้มาโดยชอบและอาจใช้บังคับ

ถ้าข้อตกลงมีผู้ค้ำ ผู้ร่วมรับผิด หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ต้องอ่านว่าคำพิพากษาผูกพันบุคคลใดและฐานใด ไม่เพิ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตคำพิพากษาเข้ามาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยหนังสือใหม่

ควรจัดสำเนาตามลำดับคดีและเก็บเอกสารฉบับจริงไว้ หากมีการชำระหลายช่องทางให้ทำตารางรวม ไม่ใช้เฉพาะบัญชีธนาคารหนึ่งแล้วมองข้ามเงินสดที่มีใบรับ เพราะจะทำให้ยอดที่ขอบังคับสูงเกินจริง

เรื่องสัญญาประนีประนอมและข้อมูลทรัพย์ต้องอ่านคู่กัน

ประเด็นแรกคือสิทธิหลังประนีประนอม สัญญาที่เข้าเงื่อนไขย่อมมีผลต่อสิทธิที่ยอมสละและสิทธิที่เกิดขึ้นใหม่ตามมาตรา 852 ก่อนออกหนังสือควรตรวจว่าข้อเรียกร้องเดิมใดยังอยู่ ดู การทำสัญญาประนีประนอมก่อนฟ้อง เพื่อเทียบกับกรณีที่มีคำพิพากษาแล้ว

ประเด็นที่สองคือการบังคับกับทรัพย์ การรู้ว่าผิดนัดจริงยังไม่พอจะรับรองว่าจะได้เงินครบ ต้องตรวจกรรมสิทธิ์ ภาระ และเงินที่กฎหมายคุ้มครอง ไม่สั่งยึดของครอบครัวลูกหนี้จากความสัมพันธ์อย่างเดียว อ่าน การตรวจข้อมูลทรัพย์อย่างชอบด้วยกฎหมาย ประกอบ

หากข้อตกลงใหม่จะเปลี่ยนสิทธิเดิม ควรตรวจในมุม กฎหมายสัญญาและการยุติข้อพิพาท ก่อนลงชื่อ โดยแยกผลของสัญญาออกจากขั้นบังคับตามคำพิพากษา

ทางไปต่อ: ตรวจคำพิพากษาแล้วใช้สิทธิให้ตรงเงื่อนไข

  1. ยืนยันว่ามีคำพิพากษาตามยอมหรือเป็นเพียงข้อตกลง
  2. อ่านเงื่อนไขผิดนัดและทำตารางยอดถึงกำหนด
  3. หักการชำระทั้งหมดและตรวจการผ่อนผันภายหลัง
  4. ทำคำบอกกล่าวที่จำเป็นหรือเสนอแก้ไขโดยรักษากำหนด
  5. หากยังไม่ชำระ ให้ประเมินคำขอและวิธีบังคับคดีตามเอกสารจริง
ทางเลือกเหมาะเมื่อสิ่งที่ต้องตรวจ
เตือนให้ชำระงวดค้างมีโอกาสแก้ไขหรือข้อตกลงกำหนดให้เตือนยอด วันรับ และเวลาที่ต้องให้
ตกลงแผนชำระใหม่เจ้าหนี้ยอมและลูกหนี้มีกำลังจ่ายผลต่อสิทธิเดิมและการดำเนินคดี
ขอบังคับตามคำพิพากษาผิดนัดและเข้าเงื่อนไขครบกำหนด ยอดคงเหลือ และทรัพย์ที่ใช้ได้

ควรตรวจเร่งด่วน: ไม่พบคำพิพากษาในชุดเอกสาร ข้อผิดนัดอ่านได้หลายแบบ ได้รับเงินแต่บัญชียังไม่หัก หรือใกล้ครบกำหนดใช้สิทธิ การส่งหนังสือแรงขึ้นไม่ได้แก้ข้อบกพร่องเหล่านี้

หากต้องการให้ตรวจและออกหนังสือตามการผิดนัด ส่งคำพิพากษา สัญญายอมความ และบัญชีชำระผ่าน ช่องทางติดต่อยอดทิพย์ธรรม เพื่อประเมินว่าควรให้โอกาสชำระตามเงื่อนไขหรือเตรียมบังคับคดี พร้อมตกลงขอบเขตและค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138: คำพิพากษาตามยอมและกรอบอุทธรณ์เฉพาะ
  • มาตรา 274–276: กำหนดและขั้นตอนขอบังคับคดี
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852: องค์ประกอบ หลักฐาน และผลประนีประนอม

แหล่งตรวจ: ตัวบทมาตรา 138, บทบังคับคดีฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 และ ตัวบทแพ่งเรื่องประนีประนอม

ตรวจสอบเมื่อ ตุลาคม 2569 ต้องอ่านคำพิพากษาและข้อตกลงของคดีจริง ไม่ใช้ตัวอย่างแทนเงื่อนไขผิดนัด

คำถามที่พบบ่อย

ผิดสัญญายอมความในศาลต้องฟ้องหนี้เดิมใหม่ไหม?
หากมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว โดยหลักต้องตรวจการขอบังคับตามคำพิพากษาเดิมเมื่อเข้าเงื่อนไข แต่ถ้าเป็นเพียงข้อตกลงหรือทำแล้วถอนฟ้องโดยไม่มีคำพิพากษา ผลอาจต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารศาลจริงก่อนเลือกขั้นตอน ไม่อาศัยชื่อว่ายอมความอย่างเดียว
ผิดนัดหนึ่งงวดเรียกยอดที่เหลือทั้งหมดได้เลยหรือไม่?
ต้องมีเงื่อนไขที่ทำให้ยอดที่เหลือถึงกำหนดและทำตามเงื่อนไขครบก่อน ไม่ใช่ผิดงวดเดียวแล้วเร่งรัดได้ทุกฉบับ หากข้อตกลงให้เตือนหรือให้เวลาแก้ไขต้องตรวจขั้นตอนนั้น และยอดที่จะเรียกต้องหักเงินที่ได้รับชำระแล้วด้วย
ส่งโนติสแล้วถือว่าเริ่มบังคับคดีไว้ทันสิบปีหรือยัง?
หนังสือทวงส่วนตัวไม่แทนการขอบังคับคดีตามกฎหมาย ต้องตรวจวันเริ่มกำหนดตามคำพิพากษาและการดำเนินการกับทรัพย์หรือสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง การขอหมายหรือส่งหนังสืออย่างเดียวไม่ควรถูกเข้าใจว่ารักษาสิทธิทุกวิธีไว้ตลอดไป
ทำสัญญาที่สถานีตำรวจถือเป็นคำพิพากษาตามยอมไหม?
การทำข้อตกลงที่สถานีตำรวจไม่ทำให้เป็นคำพิพากษาของศาลโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจเนื้อหาและกระบวนการว่ามีสถานะทางกฎหมายอย่างไร หากผิดนัด วิธีใช้สิทธิอาจต่างจากคดีที่ศาลพิพากษาตามยอมแล้ว จึงควรนำฉบับเต็มมาตรวจ
รับเงินบางส่วนหลังผิดนัดต้องทำอะไรเพิ่ม?
ต้องบันทึกวัน จำนวน และการตัดชำระให้ตรง แล้วปรับยอดก่อนส่งหนังสือหรือขอบังคับคดี พร้อมเก็บข้อความที่ใช้รับเงินและการผ่อนผันไว้ด้วย เพราะพฤติการณ์หลังผิดนัดอาจเกี่ยวกับข้อโต้แย้ง จึงไม่ควรตัดสินผลจากสลิปเพียงใบเดียว
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทนายกับลูกหนี้หารือเอกสารผ่อนชำระ พร้อมข้อความ เขาขอผ่อน ตกลงอย่างไรให้ชัด หนี้สินและบังคับคดี

ลูกหนี้ขอผ่อนหลังรับโนติส ต้องทำข้อตกลงอะไร

ลูกหนี้ขอผ่อนหลังได้โนติส อย่าจบแค่ยอดต่อเดือน ตรวจประเภทข้อตกลง วันชำระ ผลผิดนัด และสิทธิผู้ค้ำ ก่อนให้ลงชื่อรับเงื่อนไขใหม่

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
เครื่องคิดเลขและเอกสารค่าใช้จ่ายพร้อมคำว่า ฟ้องเรียกเงิน ต้องเตรียมกี่บาท หนี้สินและบังคับคดี

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงิน คิดอย่างไรและเรียกคืนได้ไหม

ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตรวจทุนทรัพย์ อัตราทั่วไป ข้อยกเว้น และการเรียกคืนจากคู่ความก่อนวางงบดำเนินคดี

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
กุญแจและเอกสารคืนห้องพร้อมคำว่า ย้ายออกแล้ว เงินประกันไม่คืน หนี้สินและบังคับคดี

เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน ผู้เช่าทวงและตรวจยอดอย่างไร

เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกันเช่าต้องทำอย่างไร ตรวจสัญญา วันคืนห้อง รายการหัก และเกณฑ์สัญญาควบคุม ก่อนส่งหนังสือทวงเงินคืน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE