ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล เจ้าหนี้บังคับคดีได้เลยไหม

สรุปประเด็นสำคัญ
ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล ต้องฟ้องใหม่หรือไม่
ผิดสัญญาประนีประนอมในศาล หากศาลมีคำพิพากษาตามยอมแล้ว โดยหลักต้องตรวจทางขอบังคับตามคำพิพากษาในคดีเดิมเมื่อเข้าเงื่อนไข ไม่ใช่เริ่มฟ้องหนี้เดิมใหม่ทุกครั้ง และไม่ใช่ว่าผิดนัดแล้วเจ้าหนี้ยึดทรัพย์เองได้ทันที
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138 วางหลักเมื่อคู่ความตกลงในประเด็นคดีโดยไม่ถอนฟ้องและข้อตกลงไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ศาลบันทึกรายละเอียดและพิพากษาตามนั้น จุดที่ต้องตรวจจึงเป็นว่ามีคำพิพากษาจริงหรือเพียงทำบันทึกเจรจาและถอนฟ้องแล้ว เพราะผลของเอกสารสองแบบต่างกัน
ถ้ามีคำพิพากษาตามยอม ให้เปิดอ่านทั้งคำพิพากษาและสัญญาที่เป็นส่วนของคดี ดูยอดหนี้ งวดชำระ วันครบกำหนด บัญชีรับเงิน และข้อกำหนดเมื่อผิดนัด บางฉบับให้เรียกยอดที่เหลือทันทีเมื่อผิดนัดงวดใด บางฉบับกำหนดให้บอกกล่าวหรือให้เวลาแก้ไขก่อน จึงใช้ประโยคสำเร็จรูปแทนกันไม่ได้
เมื่อลูกหนี้ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับและเข้าเงื่อนไข การขอบังคับคดีต้องดำเนินตามมาตรา 274–276 โดยระบุหนี้ที่ยังไม่ชำระและวิธีที่ขอใช้ เงินที่จ่ายแล้วต้องหักออกตามหลักที่เกี่ยวข้อง ไม่ดึงยอดฟ้องเดิมมาทวงเต็มทั้งที่ศาลพิพากษาให้ชำระคนละยอดหรือมีการจ่ายไปแล้ว
หนังสือเตือนหลังผิดนัดอาจจำเป็นตามเงื่อนไขหรือใช้เปิดทางแก้ไข แต่ไม่ได้แทนการดำเนินการในศาล หากต้องการให้ตรวจเอกสารและวางแนวทวงต่อ ดูขอบเขต บริการร่างหนังสือบอกกล่าวทวงถาม โดยแจ้งด้วยว่ามีคำพิพากษาตามยอมแล้ว เพื่อให้เลือกข้อความและขั้นตอนจากฐานที่ถูกต้อง
ยอมความนอกศาล ถอนฟ้อง และพิพากษาตามยอมต่างกัน
ข้อตกลงนอกศาลอาจเป็นสัญญาประนีประนอมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852 ถ้าเข้าองค์ประกอบ แต่ตัวสัญญาไม่ได้มีสถานะเป็นคำพิพากษาเพียงเพราะมีทนายหรือพนักงานสอบสวนอยู่ด้วย การใช้สิทธิเมื่อผิดนัดต้องดูตัวเอกสารและกระบวนการที่รองรับ
ถ้าคู่ความทำข้อตกลงแล้วถอนฟ้องโดยไม่มีคำพิพากษาตามยอม ต้องตรวจผลของการถอนและฐานสัญญาใหม่ ไม่ควรยื่นขอบังคับคดีเหมือนยังมีคำพิพากษาอยู่ ส่วนการไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องก็ต้องตรวจว่าได้เพียงข้อตกลงหรือมีคำพิพากษาตามขั้นตอนที่กฎหมายเปิดไว้แล้ว
แม้มีคำพิพากษาตามยอม การกลับไปทวงตามหนี้เดิมหรือข้อเสนอที่เคยพูดก่อนยอมความอาจไม่ตรงกับสิทธิที่เหลืออยู่ ต้องอ่านว่าคู่ความยอมสละข้อเรียกร้องใดและตกลงให้เกิดสิทธิใดแทน ไม่มีคำตอบว่าผิดนัดแล้ว “ย้อนกลับยอดแรก” ได้ทุกเรื่อง
หากมีข้อสงสัยเรื่องการฉ้อฉล ความชอบด้วยกฎหมาย หรือคำพิพากษาไม่ตรงข้อตกลง เป็นคนละประเด็นกับการค้างงวด มาตรา 138 มีกรอบอุทธรณ์เฉพาะและยังมีกำหนดที่ต้องตรวจ ไม่ใช่เพียงเปลี่ยนใจแล้วขอให้ศาลเริ่มพิจารณาเนื้อหาหนี้ใหม่ทั้งหมด
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: อ่านข้อผิดนัดก่อนทวงยอดเต็ม
คำเดียวอาจเปลี่ยนยอดที่เรียก: เงื่อนไขว่า “ผิดนัดงวดใดให้ยอดที่เหลือถึงกำหนด” ต่างจากให้ชำระตามงวดเดิมต่อไป หรือให้ส่วนลดเมื่อชำระครบตามเงื่อนไข ต้องตีความทั้งฉบับและดูคำพิพากษา ไม่เลือกอ่านเฉพาะประโยคที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้
บัญชีชำระต้องตรงทุกครั้ง: เก็บสลิป ใบรับเงิน และข้อความว่าชำระงวดใด พร้อมตรวจว่าผู้มีอำนาจรับเงินจริงหรือไม่ หากลูกหนี้จ่ายล่าช้าแล้วเจ้าหนี้รับต่อเนื่อง ต้องให้ผู้ตรวจคดีดูผลของพฤติการณ์และข้อความที่ใช้รับ ไม่สรุปเองว่าไม่มีผลต่อข้อโต้แย้งใดเลย
หนังสือใหม่ไม่ควรเปลี่ยนสิทธิอย่างเผลอไผล: การให้โอกาสชำระควรระบุให้ชัดว่าเป็นข้อเสนอใดและมีผลต่อขั้นตอนเดิมอย่างไร อย่าลงข้อความรับรองปลดหนี้ทั้งหมดทั้งที่ได้เพียงเงินบางส่วน หรือเขียนกำหนดใหม่ที่ขัดกับคำขอซึ่งยื่นไว้ในคดีโดยไม่ตรวจ
มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้ตามยอมกับลูกหนี้ที่ผิดงวด
| ประเด็น | เจ้าหนี้ควรตรวจ | ลูกหนี้ควรเตรียม |
|---|---|---|
| เอกสารหลัก | คำพิพากษาและสัญญายอมความครบหน้า | ฉบับที่ลงชื่อและคำสั่งที่ได้รับจริง |
| วันผิดนัด | วันถึงกำหนดกับวันเงินเข้าตามเงื่อนไข | สลิปและเหตุที่ยอดยังไม่ตรง |
| ยอดเร่งรัด | เงื่อนไขเรียกยอดที่เหลือและการบอกกล่าว | ข้อกำหนดส่วนลด ดอกเบี้ย และยอดที่จ่ายแล้ว |
| ตกลงผ่อนใหม่ | ผลต่อสิทธิและกำหนดบังคับคดี | กำลังจ่ายจริงและหลักฐานยอมรับข้อตกลง |
| บังคับคดี | ทรัพย์หรือสิทธิที่อยู่ในความรับผิด | เงินคุ้มครองและสิทธิยื่นคำร้องตามกฎหมาย |
การสื่อสารหลังผิดนัดควรจำกัดที่ข้อเท็จจริงและทางแก้ ลูกหนี้อาจมีเหตุขัดข้องจริง แต่เจ้าหนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเลื่อนให้ทุกครั้งโดยไร้เงื่อนไข หากตกลงปรับแผน ควรทำเอกสารให้ตรวจได้และเข้าใจผลตรงกันก่อนรับเงินงวดใหม่
กำหนดบังคับคดีสิบปีและวันเริ่มนับของแต่ละงวด
มาตรา 274 วางหลักสิบปี และมีข้อกำหนดสำหรับหนี้ที่ศาลให้ชำระเป็นงวดหรือในอนาคตให้นับจากวันที่หนี้นั้นอาจบังคับให้ชำระได้ จึงต้องอ่านเงื่อนไขเร่งรัดร่วมด้วย ไม่ถือว่างวดทุกงวดเริ่มเวลาเดียวกันเสมอหรือเริ่มจากวันส่งหนังสือล่าสุด
ตัวอย่างเช่น ยอมความให้ผ่อนรายเดือน ต้องดูว่างวดใดครบกำหนดแล้วและเมื่อผิดนัดจะทำให้ยอดที่เหลือถึงกำหนดด้วยหรือไม่ หากมีเงื่อนไขเตือนก่อน ต้องพิสูจน์การทำตามเงื่อนไขก่อนใช้ยอดเร่งรัด การทำตารางวันที่ช่วยให้เห็นปัญหาก่อนยื่นคำขอ
การขอหมายไว้โดยไม่ดำเนินการต่อกับทรัพย์หรือสิทธิที่เกี่ยวข้องไม่ควรเข้าใจว่าเก็บสิทธิไว้ตลอดไป ต้องตรวจประวัติการยึด อายัด หรือวิธีที่ทำภายในกำหนด และผลการดำเนินต่อกับรายการนั้น อ่านขั้นตอนใน การบังคับคดีเมื่อลูกหนี้ไม่จ่าย
ถ้าต้องโต้แย้งคำสั่งหรือคำพิพากษา กำหนดอาจสั้นกว่ากรอบบังคับคดีมาก อย่าใช้สิบปีตอบเรื่องอุทธรณ์หรือคำร้องทุกชนิด และอย่ารอการเจรจาจนไม่ทันใช้ช่องทางที่กฎหมายกำหนด
คำนวณยอดตามยอมอย่างไรไม่เรียกซ้ำ
สมมติคำพิพากษาตามยอมให้ชำระ 240,000 บาท แบ่ง 12 งวด งวดละ 20,000 บาท โดยสมมติว่าไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่น ลูกหนี้จ่ายครบ 3 งวดเป็นเงิน 60,000 บาท แล้วไม่จ่ายงวดที่ 4 ยอดเงินที่ยังไม่จ่ายทั้งหมดคือ 180,000 บาท แต่ยอดที่ถึงกำหนดบังคับต้องดูข้อผิดนัดอีกขั้น
หากมีเงื่อนไขเร่งรัดที่ใช้บังคับและครบเงื่อนไขแล้ว อาจเรียกยอดคงเหลือได้ตามคำพิพากษา แต่ถ้าไม่มีผลให้ทุกงวดถึงกำหนด การนำ 180,000 บาทไปเรียกทันทีอาจไม่ตรงสิทธิ จึงต้องแยกยอดค้างงวดที่ถึงกำหนดออกจากยอดอนาคต
ถ้าเอกสารกำหนดดอกเบี้ยหรือส่วนลดเมื่อจ่ายครบ ต้องใช้ฐาน วันเริ่ม และผลผิดนัดตามข้อความที่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช้ดอกเบี้ยอัตราเดิมจากคำฟ้องแทนโดยอัตโนมัติ ส่วนเงินที่รับภายหลังส่งหนังสือต้องปรับบัญชีอีกครั้งก่อนยื่นหรือเดินหน้าบังคับคดี
ค่าบริการทนายในคดีเดิมกับงานตรวจผิดนัดหรือบังคับคดีอาจเป็นคนละขอบเขต ควรตรวจข้อตกลงจ้างและเงินทดรองที่ต้องใช้ ไม่คิดว่าการมีคำพิพากษาตามยอมทำให้ทุกขั้นตอนหลังจากนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย
เอกสารก่อนส่งหนังสือผิดนัดตามคำพิพากษา
- คำพิพากษาตามยอม สัญญายอมความ และรายงานกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้อง
- คำบังคับ หมาย และเอกสารการดำเนินการเดิม ถ้ามี
- ตารางงวดตามข้อตกลงพร้อมวันครบกำหนดและวันรับเงินจริง
- สลิป ใบเสร็จ และรายการที่ชำระผ่านผู้รับมอบอำนาจ
- ข้อความขอผ่อนผันหรือเปลี่ยนกำหนดหลังคำพิพากษา
- โนติสที่สัญญากำหนดและหลักฐานการส่งหรือรับ
- ข้อมูลทรัพย์หรือรายได้ที่ได้มาโดยชอบและอาจใช้บังคับ
ถ้าข้อตกลงมีผู้ค้ำ ผู้ร่วมรับผิด หรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ต้องอ่านว่าคำพิพากษาผูกพันบุคคลใดและฐานใด ไม่เพิ่มผู้ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตคำพิพากษาเข้ามาเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาด้วยหนังสือใหม่
ควรจัดสำเนาตามลำดับคดีและเก็บเอกสารฉบับจริงไว้ หากมีการชำระหลายช่องทางให้ทำตารางรวม ไม่ใช้เฉพาะบัญชีธนาคารหนึ่งแล้วมองข้ามเงินสดที่มีใบรับ เพราะจะทำให้ยอดที่ขอบังคับสูงเกินจริง
เรื่องสัญญาประนีประนอมและข้อมูลทรัพย์ต้องอ่านคู่กัน
ประเด็นแรกคือสิทธิหลังประนีประนอม สัญญาที่เข้าเงื่อนไขย่อมมีผลต่อสิทธิที่ยอมสละและสิทธิที่เกิดขึ้นใหม่ตามมาตรา 852 ก่อนออกหนังสือควรตรวจว่าข้อเรียกร้องเดิมใดยังอยู่ ดู การทำสัญญาประนีประนอมก่อนฟ้อง เพื่อเทียบกับกรณีที่มีคำพิพากษาแล้ว
ประเด็นที่สองคือการบังคับกับทรัพย์ การรู้ว่าผิดนัดจริงยังไม่พอจะรับรองว่าจะได้เงินครบ ต้องตรวจกรรมสิทธิ์ ภาระ และเงินที่กฎหมายคุ้มครอง ไม่สั่งยึดของครอบครัวลูกหนี้จากความสัมพันธ์อย่างเดียว อ่าน การตรวจข้อมูลทรัพย์อย่างชอบด้วยกฎหมาย ประกอบ
หากข้อตกลงใหม่จะเปลี่ยนสิทธิเดิม ควรตรวจในมุม กฎหมายสัญญาและการยุติข้อพิพาท ก่อนลงชื่อ โดยแยกผลของสัญญาออกจากขั้นบังคับตามคำพิพากษา
ทางไปต่อ: ตรวจคำพิพากษาแล้วใช้สิทธิให้ตรงเงื่อนไข
- ยืนยันว่ามีคำพิพากษาตามยอมหรือเป็นเพียงข้อตกลง
- อ่านเงื่อนไขผิดนัดและทำตารางยอดถึงกำหนด
- หักการชำระทั้งหมดและตรวจการผ่อนผันภายหลัง
- ทำคำบอกกล่าวที่จำเป็นหรือเสนอแก้ไขโดยรักษากำหนด
- หากยังไม่ชำระ ให้ประเมินคำขอและวิธีบังคับคดีตามเอกสารจริง
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| เตือนให้ชำระงวดค้าง | มีโอกาสแก้ไขหรือข้อตกลงกำหนดให้เตือน | ยอด วันรับ และเวลาที่ต้องให้ |
| ตกลงแผนชำระใหม่ | เจ้าหนี้ยอมและลูกหนี้มีกำลังจ่าย | ผลต่อสิทธิเดิมและการดำเนินคดี |
| ขอบังคับตามคำพิพากษา | ผิดนัดและเข้าเงื่อนไขครบ | กำหนด ยอดคงเหลือ และทรัพย์ที่ใช้ได้ |
ควรตรวจเร่งด่วน: ไม่พบคำพิพากษาในชุดเอกสาร ข้อผิดนัดอ่านได้หลายแบบ ได้รับเงินแต่บัญชียังไม่หัก หรือใกล้ครบกำหนดใช้สิทธิ การส่งหนังสือแรงขึ้นไม่ได้แก้ข้อบกพร่องเหล่านี้
หากต้องการให้ตรวจและออกหนังสือตามการผิดนัด ส่งคำพิพากษา สัญญายอมความ และบัญชีชำระผ่าน ช่องทางติดต่อยอดทิพย์ธรรม เพื่อประเมินว่าควรให้โอกาสชำระตามเงื่อนไขหรือเตรียมบังคับคดี พร้อมตกลงขอบเขตและค่าใช้จ่ายก่อนดำเนินการ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 138: คำพิพากษาตามยอมและกรอบอุทธรณ์เฉพาะ
- มาตรา 274–276: กำหนดและขั้นตอนขอบังคับคดี
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852: องค์ประกอบ หลักฐาน และผลประนีประนอม
แหล่งตรวจ: ตัวบทมาตรา 138, บทบังคับคดีฉบับแก้ไข พ.ศ. 2560 และ ตัวบทแพ่งเรื่องประนีประนอม
ตรวจสอบเมื่อ ตุลาคม 2569 ต้องอ่านคำพิพากษาและข้อตกลงของคดีจริง ไม่ใช้ตัวอย่างแทนเงื่อนไขผิดนัด
คำถามที่พบบ่อย
ผิดสัญญายอมความในศาลต้องฟ้องหนี้เดิมใหม่ไหม?
ผิดนัดหนึ่งงวดเรียกยอดที่เหลือทั้งหมดได้เลยหรือไม่?
ส่งโนติสแล้วถือว่าเริ่มบังคับคดีไว้ทันสิบปีหรือยัง?
ทำสัญญาที่สถานีตำรวจถือเป็นคำพิพากษาตามยอมไหม?
รับเงินบางส่วนหลังผิดนัดต้องทำอะไรเพิ่ม?
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการร่าง–ตรวจสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้ขอผ่อนหลังรับโนติส ต้องทำข้อตกลงอะไร
ลูกหนี้ขอผ่อนหลังได้โนติส อย่าจบแค่ยอดต่อเดือน ตรวจประเภทข้อตกลง วันชำระ ผลผิดนัด และสิทธิผู้ค้ำ ก่อนให้ลงชื่อรับเงื่อนไขใหม่
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงิน คิดอย่างไรและเรียกคืนได้ไหม
ค่าขึ้นศาลฟ้องเรียกเงินไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด ตรวจทุนทรัพย์ อัตราทั่วไป ข้อยกเว้น และการเรียกคืนจากคู่ความก่อนวางงบดำเนินคดี
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกัน ผู้เช่าทวงและตรวจยอดอย่างไร
เจ้าของห้องไม่คืนเงินประกันเช่าต้องทำอย่างไร ตรวจสัญญา วันคืนห้อง รายการหัก และเกณฑ์สัญญาควบคุม ก่อนส่งหนังสือทวงเงินคืน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน