สืบทรัพย์ลูกหนี้ก่อนฟ้อง ตรวจอะไรเพื่อประเมินความคุ้มค่า

สรุปประเด็นสำคัญ
สืบทรัพย์ลูกหนี้ก่อนฟ้องควรเริ่มจากข้อมูลที่เข้าถึงโดยชอบ เอกสารที่มี และสถานะนิติบุคคล เพื่อประเมินว่าทรัพย์เป็นของลูกหนี้จริงและมีภาระเท่าไร การชนะคดีไม่ได้รับรองว่าจะเก็บเงินได้ครบ ขณะที่การขอตรวจหลักทรัพย์บางประเภทต้องมีฐานสิทธิเฉพาะ จึงไม่ควรเชื่อคำอ้างว่าสามารถเปิดทุกบัญชีได้ทันที เป้าหมายคือใช้ข้อมูลเท่าที่ตรวจได้ประกอบการทวง เจรจา หรือรักษาสิทธิทางศาล
สืบทรัพย์ลูกหนี้ก่อนฟ้องเป็นขั้นที่เจ้าหนี้สนใจเมื่อเอกสารหนี้พร้อม แต่ยังไม่รู้ว่าฟ้องแล้วจะเก็บเงินจากไหน บทความนี้ช่วยจัดรายการตรวจและข้อจำกัด เพื่อให้การตัดสินใจใช้ข้อมูลจริงมากกว่าภาพว่าลูกหนี้ดูมีฐานะ
สืบทรัพย์ลูกหนี้ก่อนฟ้อง ทำได้แค่ไหน
ตรวจได้เท่าที่มีฐานสิทธิเข้าถึงข้อมูลโดยชอบ เช่น เอกสารที่ลูกหนี้เคยให้ ข้อมูลทะเบียนนิติบุคคลสาธารณะ และข้อมูลทรัพย์ที่ขอได้ตามเงื่อนไขของหน่วยงาน การเป็นเจ้าหนี้ไม่ได้เปิดสิทธิให้ดูรายการธนาคาร ประวัติส่วนตัว หรือทะเบียนทรัพย์ทุกประเภททันที ต้องแยกการสำรวจเบื้องต้นออกจากอำนาจในชั้นบังคับคดี
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 214 วางหลักการได้รับชำระจากทรัพย์สินของลูกหนี้ แต่การนำทรัพย์มาชำระต้องใช้กระบวนการที่กฎหมายกำหนด เมื่อมีคำพิพากษาและเข้าเงื่อนไขบังคับคดีจึงใช้วิธียึดทรัพย์หรืออายัดสิทธิเรียกร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ไม่ใช่เจ้าหนี้ไปหยิบรถหรือสั่งธนาคารโอนเงินเอง
- ยืนยันตัวลูกหนี้ว่าเป็นบุคคล บริษัท หรือห้างหุ้นส่วน และเลขอ้างอิงตรงกับสัญญา
- รวบรวมข้อมูลทรัพย์หรือรายได้ที่มีหลักฐาน เช่น เอกสารหลักประกันที่ได้รับโดยชอบ
- ตรวจสถานะบริษัทและงบที่ยื่นผ่านช่องทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อเป็นนิติบุคคล
- ตรวจข้อจำกัดการขอทะเบียนทรัพย์แต่ละชนิดก่อนว่าจ้างดำเนินการ
- ทำรายการสิ่งที่ยืนยันแล้ว สิ่งที่เป็นเพียงเบาะแส และสิ่งที่ยังขอไม่ได้
ตัวอย่างสมมติ เจ้าหนี้ค่าสินค้า 250,000 บาทเห็นกรรมการขับรถราคาแพง จึงคิดว่าบริษัทต้องมีทรัพย์พอ แต่รถอาจเป็นของกรรมการหรือผู้ให้เช่าซื้อ ขณะที่ลูกหนี้ตามสัญญาคือบริษัท การเก็บภาพรถช่วยเป็นเบาะแสได้ตามความเหมาะสม แต่ไม่ใช่หลักฐานว่ารถเป็นทรัพย์บริษัทที่ยึดได้
ผลตรวจที่ดีจึงไม่ใช่รายงานว่าเจอทรัพย์จำนวนมาก แต่บอกได้ว่าข้อมูลแต่ละชิ้นตรวจเมื่อไร เป็นของใคร มีภาระอะไร และต้องทำขั้นใดจึงใช้สิทธิได้ หากยังพิสูจน์เจ้าของไม่ได้ ควรแสดงความไม่แน่นอนในแผน ไม่คำนวณเป็นเงินที่จะได้รับแน่นอน
ก่อนฟ้องกับหลังมีคำพิพากษาตรวจข้อมูลต่างกันไหม
ต่างกัน โดยเฉพาะการขอตรวจหลักทรัพย์จากชื่อบุคคลเมื่อไม่ทราบเลขที่ดิน คู่มือกรมที่ดินกำหนดให้ผู้ขอมีสิทธิตามกฎหมาย เช่น เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลถึงที่สุด หรือทนายที่ได้รับมอบอำนาจ พร้อมเอกสารประกอบ จึงไม่ควรโฆษณาว่าเจ้าหนี้ก่อนฟ้องค้นที่ดินทั้งประเทศของทุกคนได้ทันที
ถ้ารู้ข้อมูลแปลงหรือมีฐานเกี่ยวข้องอย่างอื่น ต้องตรวจประเภทคำขอคัดเอกสารและสิทธิผู้ขอกับสำนักงานที่ดิน ไม่เอาเงื่อนไขการค้นจากชื่อมาสรุปแทนคำขอทุกประเภท และไม่ใช้สถานะทนายเป็นข้อยกเว้นให้เข้าถึงข้อมูลโดยไม่แสดงอำนาจหรือฐานสิทธิ
ถ้ามีคำพิพากษาแล้ว ผลคืออาจมีช่องทางตามกระบวนการบังคับคดีเพิ่ม แต่ยังต้องระบุทรัพย์และปฏิบัติตามกฎหมาย การมีหมายบังคับคดีไม่ได้ทำให้ข้อมูลทุกระบบเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าใช้ และต้องระวังทรัพย์ที่กฎหมายคุ้มครองหรือสิทธิของบุคคลภายนอก
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: งบกำไรไม่เท่ากับเงินพร้อมจ่าย
คนมักเข้าใจว่า บริษัททุนจดทะเบียนสูงหรือมีกำไรในงบย่อมมีเงินสดพร้อมจ่ายทันที และเจ้าหนี้สามารถเอาทรัพย์กรรมการหรือบริษัทในเครือมาชำระแทนได้เมื่อบริษัทคู่สัญญาไม่มีเงิน
กฎหมายมองว่า ต้องแยกตัวบุคคลกับนิติบุคคลและฐานความรับผิดของแต่ละราย ข้อมูลทุนและงบเป็นข้อมูลตามช่วงเวลาที่รายงาน ไม่ใช่ยอดเงินฝากปัจจุบัน สินทรัพย์ทางบัญชีอาจมีภาระหรือเปลี่ยนไปแล้ว
จุดเสี่ยงจริง คือวางงบฟ้องบนตัวเลขสินทรัพย์รวมโดยไม่ดูหนี้สิน สภาพคล่อง และความเป็นเจ้าของ ต้องแยกโอกาสชนะเรื่องหนี้จากโอกาสเก็บเงินตามคำพิพากษา แม้ผลตรวจจะทำให้เห็นว่าควรเจรจาต่างจากที่คาดไว้ก็ตาม
มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้ตรวจทรัพย์ ลูกหนี้มีสิทธิข้อมูล
| ประเด็น | เจ้าหนี้ | ลูกหนี้และเจ้าของข้อมูล |
|---|---|---|
| สิทธิหรือหน้าที่ | ใช้ข้อมูลที่ชอบเพื่อประเมินและบังคับสิทธิ | มีสิทธิไม่ถูกเข้าถึงข้อมูลโดยไม่มีอำนาจ |
| ความเสี่ยง | เสียค่าตรวจข้อมูลปลอมหรือฟ้องผิดบุคคล | ข้อมูลส่วนตัวถูกเผยแพร่เกินเรื่องหนี้ |
| ควรทำทันที | ตรวจแหล่งข้อมูล วันที่ และเงื่อนไขการขอ | ตอบข้อเท็จจริงเรื่องฐานหนี้และเอกสารที่เกี่ยวข้อง |
| ไม่ควรทำ | ซื้อข้อมูลรั่วหรือแอบใช้รหัสบัญชี | ย้ายทรัพย์หรือสร้างหนี้เท็จเพื่อขัดขวางสิทธิ |
การรักษาความเป็นส่วนตัวไม่ทำให้หนี้ที่บังคับได้หายไป และการมีหนี้ก็ไม่ทำให้เจ้าของข้อมูลเสียสิทธิทั้งหมด ขอบเขตตรวจจึงต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์และกฎหมายที่ให้อำนาจในแต่ละขั้น
ควรตรวจทรัพย์เมื่อไรโดยไม่ปล่อยอายุความผ่าน
ควรเริ่มรวบรวมข้อมูลพร้อมการประเมินหนี้และทวงครั้งสำคัญ ไม่รอจนจะยื่นฟ้องแล้วค่อยถามว่าทรัพย์เป็นของใคร แต่ไม่ควรเลื่อนการรักษาสิทธิจนได้ข้อมูลทรัพย์ครบทุกอย่าง
อายุความหนี้เดิมขึ้นกับประเภทสิทธิ เช่น เงินกู้ ค่าสินค้า หรือค่าเสียหาย ไม่มีกำหนดเดียวสำหรับงานสืบทรัพย์ทั้งหมด การค้นข้อมูลหรือจ้างผู้ตรวจไม่ได้ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงโดยตัวมันเอง และโนติสของเจ้าหนี้ฝ่ายเดียวก็ไม่ใช่คำรับรองว่าเวลาเริ่มใหม่
เมื่อถึงชั้นคำพิพากษา มาตรา 274 วางกำหนดขอบังคับคดีโดยทั่วไปสิบปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่ง โดยมีรายละเอียดกรณีชำระเป็นงวดหรือหนี้ในอนาคตตามบทบัญญัติ จึงต้องตรวจคำพิพากษาจริง ไม่ใช้คำว่ามีสิบปีแล้วรอจนปลายกำหนด การพบทรัพย์ช้าอาจทำให้ดำเนินขั้นตอนที่จำเป็นไม่ทัน
ใช้ เครื่องมือช่วยคำนวณเวลา จัดวันตรวจและวันรักษาสิทธิคู่กัน หากพบการโอนทรัพย์ อ่าน เงื่อนไขเพิกถอนการฉ้อฉล เพิ่ม เพราะมีวันเริ่มนับเฉพาะอีกชุดหนึ่ง
ประเมินความคุ้มค่าฟ้องจากทรัพย์อย่างไร
ควรเปรียบเทียบยอดหนี้ที่พิสูจน์ได้กับเงินสุทธิที่อาจได้รับหลังภาระและค่าใช้จ่าย โดยทำหลายสมมติฐานตามความไม่แน่นอน ไม่ใช้ราคาประกาศขายหรือมูลค่าทางบัญชีเป็นเงินสดที่จะได้ทันที
ตัวอย่างสมมติ หนี้ 300,000 บาท พบทรัพย์ที่ประเมินเพื่อวางแผนว่าจะเปลี่ยนเป็นเงินได้ 800,000 บาท สมมติมีสิทธิที่ต้องชำระก่อน 650,000 บาทและค่าใช้จ่าย 50,000 บาท เหลือเบื้องต้น 100,000 บาท ก่อนพิจารณาเจ้าหนี้อื่น หากราคาจริงต่ำกว่าสมมติ จำนวนที่เหลือก็ลดลงอีก
ตัวเลขนี้ใช้เปรียบเทียบทางเลือก ไม่ใช่การรับรองราคาขายหรือส่วนแบ่งตามกฎหมาย ควรทำตารางกรณีดีที่สุด กรณีคาดหมาย และกรณีไม่พบทรัพย์ พร้อมงบที่ยอมรับได้ในการรักษาสิทธิ หากลูกหนี้เสนอผ่อนจริงที่มีหลักฐาน อาจนำมาประเมินควบคู่กับเวลาและความเสี่ยงของการฟ้อง
ไม่มีทรัพย์ที่พบในวันนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีสิทธิฟ้องหรือจะไม่มีทรัพย์ในอนาคต แต่การฟ้องเพื่อรักษาสิทธิต้องตัดสินใจจากหลักฐาน กำหนดเวลา และความคุ้มค่าที่ผู้ว่าจ้างยอมรับ ไม่รับประกันว่าจะตามเงินได้ครบเพียงเพราะมีคำพิพากษา
รายการตรวจทรัพย์ก่อนตกลงดำเนินคดีมีอะไรบ้าง
รายการตรวจควรเริ่มจากข้อมูลจำเป็นและแบ่งระดับความน่าเชื่อถือ เพื่อให้รู้ว่าอะไรใช้ตัดสินใจได้และอะไรต้องตรวจเพิ่ม
- ชื่อลูกหนี้และเลขอ้างอิงจากสัญญา รวมชื่อเดิมเมื่อมีหลักฐาน
- สถานะนิติบุคคล ผู้มีอำนาจ และงบปีล่าสุดที่มีการยื่น พร้อมวันที่ของข้อมูล
- ข้อมูลทรัพย์ที่ได้รับโดยชอบและหลักฐานความเป็นเจ้าของ
- ภาระจำนอง เช่าซื้อ สิทธิร่วม หรือข้อจำกัดที่ทราบจากเอกสาร
- ประกาศพิทักษ์ทรัพย์ ฟื้นฟูกิจการ หรือคดีที่เกี่ยวข้องเท่าที่เข้าถึงได้
- แหล่งรายได้หรือสิทธิเรียกร้องที่มีข้อมูลรองรับ โดยไม่สรุปจากข่าวลือ
- รายการข้อมูลที่ยังไม่มีสิทธิขอและขั้นตอนที่อาจทำได้ภายหลัง
เก็บรายงานกับสำเนาเอกสารแหล่งที่มาและวันที่ตรวจ หากมีผู้รับจ้างส่งเพียงยอดเงินในบัญชีโดยไม่อธิบายวิธีได้มา ควรหยุดตรวจฐานการเข้าถึงก่อนใช้ อย่าส่งข้อมูลเช่นนั้นต่อให้ลูกหนี้เพื่อข่มขู่ว่ารู้ทุกความเคลื่อนไหว
สืบทรัพย์เกี่ยวกับ PDPA และกฎหมายบริษัทอย่างไร
ด้าน PDPA ข้อมูลบุคคลธรรมดาต้องมีฐานประมวลผล วัตถุประสงค์ และขอบเขตจำเป็นตามกฎหมาย การใช้สิทธิเรียกร้องไม่ทำให้การซื้อฐานข้อมูลรั่วหรือเปิดบัญชีโดยไม่มีอำนาจกลายเป็นเรื่องชอบ อ่าน ใช้ข้อมูลคู่กรณีเป็นหลักฐานคดี เพื่อแยกสิทธิใช้หลักฐานจากวิธีได้ข้อมูล
ด้านบริษัท ต้องตรวจว่าใครเป็นคู่สัญญาและทรัพย์เป็นของนิติบุคคลใดก่อนทวง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเปิด DBD DataWarehouse+ ให้ตรวจข้อมูลธุรกิจ แต่ข้อมูลนี้ไม่รับรองการชำระหนี้หรือความน่าเชื่อถือของธุรกรรมทั้งหมด เรื่อง ทวงบริษัทให้ถูกผู้รับ ช่วยต่อข้อมูลทะเบียนเข้ากับงานส่งหนังสือ
หากองค์กรจัดแฟ้มลูกหนี้หรือจ้างผู้ตรวจข้อมูล ควรพิจารณา งานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ควบคู่ เพื่อกำหนดผู้เข้าถึงและวิธีใช้ข้อมูลให้ตรงฐานสิทธิ
ทางไปต่อ: ใช้ผลตรวจเลือกทวง เจรจา หรือฟ้อง
เริ่มจากรายการที่ตรวจได้แล้วประเมินสิ่งที่ขาดร่วมกับวันสิ้นสุดสิทธิ เพื่อให้การหาข้อมูลช่วยตัดสินใจแทนการทำให้คดีล่าช้า
- ทำแฟ้มหนี้และยืนยันตัวลูกหนี้ให้ถูกคนหรือถูกนิติบุคคล
- รวบรวมข้อมูลทรัพย์ที่ได้มาโดยชอบและแยกเบาะแสที่ยังไม่ยืนยัน
- ตรวจภาระและสถานะคดีจากแหล่งที่เหมาะกับฐานสิทธิ
- ประเมินเงินสุทธิที่อาจได้รับพร้อมงบและเวลาที่ต้องใช้
- เลือกรูปแบบทวงหรือเจรจา โดยรักษาสิทธิทางศาลเมื่อจำเป็น
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ตรวจเอกสารและข้อมูลสาธารณะเอง | ข้อมูลตัวลูกหนี้ชัดและต้องประเมินเบื้องต้น | งบและข้อมูลทะเบียนมีช่วงเวลา ไม่ใช่ยอดปัจจุบันทั้งหมด |
| ทวงและขอแผนชำระ | ลูกหนี้ยังติดต่อและมียอดที่ยอมรับ | คำรับปากไม่แทนหลักฐานหรือรักษากำหนดทุกกรณี |
| ให้ทนายตรวจแผนคดี | ทรัพย์หลายประเภทหรือมีบุคคลภายนอก | กำหนดขอบเขตข้อมูลและวิธีได้มาให้ชัด |
| ฟ้องและบังคับตามขั้นตอน | สิทธิพร้อมและต้องรักษาหรือบังคับข้อเรียกร้อง | ชัยชนะกับการได้รับเงินจริงเป็นคนละขั้น |
ควรให้ทนายเข้าตรวจเมื่อพบเหตุเหล่านี้
- ลูกหนี้เป็นบริษัทแต่ทรัพย์ที่พบอยู่ชื่อกรรมการ
- มีการเสนอข้อมูลบัญชีลับโดยไม่บอกฐานสิทธิ
- พบหลักฐานโอนทรัพย์หรือประกาศพิทักษ์ทรัพย์
- อายุความใกล้สิ้นสุดแต่การค้นข้อมูลยังไม่จบ
นำสัญญา ยอดหนี้ และข้อมูลทรัพย์ที่มีมา ติดต่อยอดทิพย์ธรรมเพื่อประเมินแนวทาง ก่อนเลือกขั้นตอน โดย บริการหนังสือบอกกล่าวทวงถาม สามารถเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่พิจารณาผู้รับ ยอดเรียก และโอกาสดำเนินการต่อจากหลักฐานจริง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 214: หลักการได้รับชำระจากทรัพย์สินลูกหนี้
- มาตรา 193/14: การสืบค้นข้อมูลไม่ใช่เหตุอายุความสะดุดหยุดลงโดยตัวเอง
- ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 274: การขอบังคับคดีและกำหนดทั่วไปพร้อมเงื่อนไขเฉพาะ
- ระเบียบและคู่มือกรมที่ดินเรื่องการตรวจหลักฐานทะเบียนและตรวจสอบหลักทรัพย์: คุณสมบัติผู้ขอและเอกสารประกอบ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22, 24 และ 27: ความจำเป็น ฐานประมวลผล และการใช้หรือเปิดเผยข้อมูล
แหล่งตรวจ: ตัวบทแพ่ง, บทบังคับคดีที่แก้ไข พ.ศ. 2560, คู่มือตรวจสอบหลักทรัพย์กรมที่ดิน และ ตัวบท PDPA ในราชกิจจานุเบกษา
ตรวจสอบเมื่อ ตุลาคม 2569 ต้องยืนยันสิทธิขอข้อมูลและเอกสารกับหน่วยงานสำหรับคำขอแต่ละประเภท
คำถามที่พบบ่อย
มีเลขบัญชีจากสลิปเก่า ขอให้ธนาคารบอกยอดได้เลยไหม
ตรวจ DBD แล้วบริษัทกำไรดี แปลว่าฟ้องแล้วได้เงินครบไหม
รถที่ลูกหนี้ใช้ทุกวันยึดมาชำระหนี้ได้หรือไม่
ผลตรวจไม่พบทรัพย์ ควรเลิกทวงหรือเลิกฟ้องเลยไหม
ข้อมูลลูกหนี้ที่เปิดสาธารณะนำไปโพสต์เตือนคนอื่นได้ไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการร่าง–ตรวจสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ชนะคดีแล้วไม่ได้เงิน อายัดเงินเดือนลูกหนี้และยึดทรัพย์อย่างไร
ชนะคดีแล้วไม่ได้เงินต้องทำอะไรต่อ ตรวจขั้นตอนขอบังคับคดี อายัดเงินเดือน ทรัพย์ที่ยึดได้ และข้อยกเว้นก่อนคำนวณโอกาสรับเงินคืน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้ล้มละลาย เจ้าหนี้ยื่นขอรับชำระหนี้เมื่อไร
ลูกหนี้ล้มละลายหรือถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดต้องตรวจประกาศทันที รู้กำหนดขอรับชำระหนี้ หลักฐานและค่าธรรมเนียม ก่อนรอคำตอบจากโนติส
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
บริษัทปิดกิจการหรือเลิกบริษัท เจ้าหนี้ต้องทวงกับใคร
บริษัทปิดกิจการต้องแยกหยุดค้าขาย เลิกบริษัท ชำระบัญชีเสร็จ และร้าง ตรวจผู้ชำระบัญชีกับกำหนดเรียกร้องก่อนส่งโนติสไปยังสำนักงานเดิม
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน