ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีเป็นหลักฐานฟ้องคดี ต้องขออนุญาตไหม

สรุปประเด็นสำคัญ
การใช้ข้อมูลเพื่อสิทธิเรียกร้องอาจทำได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมเมื่อเข้าเงื่อนไขกฎหมาย แต่ต้องมีข้อมูลที่ได้มาโดยชอบ ใช้เท่าที่จำเป็นและส่งให้ผู้เกี่ยวข้อง ข้อยกเว้นการทำงานของศาลไม่ได้ครอบคลุมการรวบรวมหรือเผยแพร่ทุกอย่างของคู่กรณีโดยอัตโนมัติ
ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลฟ้องคดีเป็นคำถามที่พบเมื่อเอกสารสัญญามีเลขบัตร ที่อยู่หรือประวัติสุขภาพของอีกฝ่าย การปิดทุกข้อมูลอาจทำให้พิสูจน์เรื่องไม่ได้ แต่การส่งแฟ้มทั้งหมดก็อาจเปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับคดี จึงควรเริ่มจากประเด็นที่จะพิสูจน์ก่อนเลือกเอกสาร
สถานการณ์ที่ต้องแยกก่อนตัดสินใจ
กรณีต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ใช้อธิบายความแตกต่างของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา
- ผู้ให้เช่ามีสัญญาและหลักฐานชำระที่ได้รับในความสัมพันธ์การเช่า ต้องตรวจข้อมูลที่จำเป็นต่อการเรียกหนี้และผู้รับเอกสาร
- คู่กรณีมีใบรับรองแพทย์ที่เกี่ยวกับค่าเสียหาย ข้อมูลสุขภาพต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 26 เพิ่มจากข้อมูลทั่วไป
- ผู้ชนะคดีนำสำเนาหลักฐานที่มีข้อมูลส่วนตัวคู่กรณีไปโพสต์ทั้งหมด การใช้หลังคดีเพื่อสาธารณะไม่ได้มีฐานเดียวกับการยื่นศาลเสมอ
เริ่มแก้ปัญหาตามลำดับใด
กำหนดข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ตรวจที่มาของเอกสาร จัดข้อมูลทั่วไปและอ่อนไหวแยกกัน ให้ทนายเลือกฐานกับขอบเขตผู้รับ แล้วเตรียมสำเนาที่ปกปิดส่วนไม่จำเป็นโดยเก็บต้นฉบับครบไว้ตามขั้นตอนคดี
ใช้ข้อมูลในคดีให้ตอบประเด็นที่ต้องพิสูจน์
มาตรา 4(5) ไม่ใช่ข้อยกเว้นให้ทุกคนที่คิดจะฟ้อง
ตัวบทระบุการพิจารณาพิพากษาและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ในกระบวนการที่กำหนด ต้องแยกจากกิจกรรมเอกชนก่อนคดี เช่น เก็บข้อมูล ทำหนังสือทวง หรือส่งให้ผู้รับจ้างสืบข้อเท็จจริง การเขียนคำว่าเพื่อดำเนินคดีบนแฟ้มไม่ทำให้ทุกการเก็บพ้น PDPA จึงต้องตรวจฐานของผู้ดำเนินการเอง
ข้อมูลทั่วไปกับข้อมูลอ่อนไหวใช้เงื่อนไขต่างกัน
ข้อมูลทั่วไปต้องดูมาตรา 24 และวัตถุประสงค์จริง เช่น ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายที่ผ่านการประเมินเงื่อนไข ส่วนมาตรา 26(4) ระบุความจำเป็นเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง ปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้อง และยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายสำหรับข้อมูลอ่อนไหว ต้องอธิบายความจำเป็น ไม่ใช้ชื่อมาตราแทนเหตุผล
การมีสิทธิเรียกร้องไม่ให้อำนาจหาข้อมูลทุกวิธี
หากเอกสารอยู่กับผู้อื่น ให้พิจารณาขอผ่านช่องทางที่มีสิทธิหรือกระบวนการศาลตามลักษณะคดี การแอบเข้าระบบ ปลอมตัวหรือบังคับให้คนในองค์กรส่งแฟ้มลับอาจสร้างความรับผิดใหม่ เมื่อรับหลักฐานจากบุคคลอื่นต้องถามที่มาและแยกส่วนที่ยังตรวจไม่ได้ ไม่รับรองความจริงเพียงเพราะเอกสารดูเหมือนของจริง
ปกปิดข้อมูลโดยไม่บิดเบือนพยาน
ทำสำเนาทำงานแยกจากต้นฉบับ ระบุว่าปิดส่วนใดและเหตุใด หากส่วนที่ต้องปิดอาจเกี่ยวกับประเด็นพิพาทให้ปรึกษาทนายและใช้ขั้นตอนขอต่อศาลตามที่เหมาะสม ไม่ตัดข้อความจนเปลี่ยนความหมายหรือทำให้เข้าใจว่าเอกสารต้นฉบับไม่มีส่วนนั้น การยื่นจริงต้องเป็นไปตามคำสั่งและกฎหมายวิธีพิจารณา
ระยะเก็บตามคดีต้องมีขอบเขต
ระหว่างข้อพิพาทอาจจำเป็นต้องพักทำลายเอกสารที่เกี่ยวข้อง แต่ควรกำหนดแฟ้ม ผู้เข้าถึงและเหตุเก็บไว้ ตรวจทั้งกำหนดคดี อายุความและหน้าที่กฎหมายอื่น เมื่อเหตุเก็บหมดให้ทบทวนตามนโยบาย การอ้างว่าอาจถูกฟ้องในอนาคตไม่ควรกลายเป็นเหตุเก็บข้อมูลทุกคนทุกเรื่องโดยไม่มีกำหนด
ข้อกฎหมายที่ใช้และเงื่อนไขที่ต้องระวัง
PDPA มาตรา 4(5) กำหนดข้อยกเว้นตามกิจกรรมกระบวนการยุติธรรม มาตรา 24 ใช้ตรวจฐานข้อมูลทั่วไป และมาตรา 26(4) ใช้กับข้อมูลอ่อนไหวที่จำเป็นต่อสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การใช้หรือเปิดเผยต้องพิจารณามาตรา 27 และความปลอดภัยตามมาตรา 37 ประกอบ ส่วนความเกี่ยวข้องและการรับฟังพยานขึ้นกับกฎหมายวิธีพิจารณาของคดีนั้น
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ฉบับราชกิจจานุเบกษา เป็นตัวบทหลักที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วต้องรับมืออะไร
ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงฝ่ายตรงข้ามร้อง PDPA เอกสารที่ขาดที่มา ถูกแก้หรือเปิดเผยเกินประเด็นอาจทำให้เกิดข้อโต้แย้งเรื่องพยานและความน่าเชื่อถือ ควรให้ผู้ดูแลคดีอนุมัติขอบเขตการส่ง โดยเฉพาะข้อมูลเด็ก สุขภาพหรือประวัติส่วนตัวที่ไม่ได้จำเป็นต่อข้อเรียกร้อง
หลักฐานที่ควรเก็บก่อนข้อมูลเปลี่ยนไป
- รายการประเด็นพิพาทกับเอกสารที่ใช้พิสูจน์แต่ละข้อ
- ไฟล์ต้นฉบับและบันทึกที่มาโดยชอบ
- เหตุผลความจำเป็นของข้อมูลอ่อนไหวถ้ามี
- สำเนาที่ปกปิดข้อมูลพร้อมบันทึกส่วนที่ปิด
- รายการผู้รับเอกสารและคำสั่งเกี่ยวกับการเก็บหรือเปิดเผย
เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ต่างหากจากสำเนาที่ทำเครื่องหมายอธิบาย ภาพหน้าจอควรเห็นบริบท วันเวลาและช่องทางต้นทางเท่าที่จำเป็น หากเหตุการณ์ต่อเนื่องให้ทำตารางเรียงเวลา ระบุว่าส่วนใดเห็นเอง ส่วนใดได้รับแจ้ง และส่วนใดยังเป็นข้อสงสัย การแยกเช่นนี้ช่วยให้ผู้รับเรื่องตรวจต่อได้โดยไม่เข้าใจว่าข้อสันนิษฐานเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ก่อนส่งหลักฐานให้ผู้อื่น ตรวจว่ามีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องปะปนหรือไม่ สำเนาสำหรับตรวจอาจปกปิดส่วนที่ไม่จำเป็นได้ โดยรักษาต้นฉบับไว้ในพื้นที่จำกัดสิทธิ บันทึกผู้รับ วันที่ส่งและวัตถุประสงค์ หากมีข้อพิพาทต้องพิจารณาระยะเก็บและการพักทำลายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช้เหตุเตรียมคดีเป็นข้ออ้างเก็บข้อมูลทุกชุดไม่มีกำหนด
คู่กรณีคัดค้านว่าเอกสารมีข้อมูลส่วนตัว จึงใช้ไม่ได้ทั้งหมด
แยกประเด็นว่าเอกสารเกี่ยวกับข้อพิพาทอย่างไรและได้มาอย่างไรจากประเด็นการเปิดเผยส่วนที่ไม่จำเป็น ทำรายการข้อความที่จะใช้พิสูจน์ข้อเท็จจริง พร้อมชี้ส่วนที่ปกปิดได้โดยไม่เปลี่ยนความหมาย หากคู่กรณีโต้ความแท้ ให้รักษาต้นฉบับและหลักฐานเส้นทางรับส่งไว้ การมีข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่คำตอบเดียวของการรับฟังพยาน ขณะเดียวกันการยื่นเอกสารต่อศาลก็ไม่ได้อนุญาตให้แจกเอกสารทั้งชุดแก่คนนอกคดี
แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน
ช่วงเวลานี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงาน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย หากมีเหตุเร่งด่วน หนังสือกำหนดตอบหรืออายุความ ต้องดำเนินการตามกำหนดนั้นก่อน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| วันนี้ | แยกเอกสารเกี่ยวข้องออกจากข้อมูลส่วนตัวที่ไม่ตอบประเด็น |
| ภายใน 7 วัน | ตรวจฐานและที่มาร่วมกับทนายก่อนส่งหลักฐาน |
| ภายใน 30 วัน | จัดระบบแฟ้มคดีและทบทวนสิทธิผู้เข้าถึงตามความคืบหน้า |
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
อย่าอ้างมาตรา 4(5) ครอบคลุมกิจกรรมทุกอย่างของเอกชน และอย่าคิดว่าคู่กรณีปฏิเสธความยินยอมแล้วจะใช้เอกสารตามฐานอื่นไม่ได้ การเลือกฐานต้องเป็นไปตามเงื่อนไขและข้อเท็จจริง
อ่านต่อและเตรียมเรื่องก่อนปรึกษา
อ่านภาพรวมในถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ร้องเรียน สคส. หรือฟ้องศาล ทางไหนได้อะไร แล้วนำมาเทียบกับเหตุการณ์และเอกสารของตน
เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือเปิดมือถือคู่สมรสและใช้แชตฟ้องหย่า ต้องระวัง PDPA และที่มาหลักฐาน และตำรวจหรือหน่วยงานรัฐขอข้อมูลลูกค้า บริษัทส่งได้แค่ไหน
หากต้องพิจารณาขั้นตอนที่เชื่อมกัน อ่านปกปิดข้อมูลบุคคลที่สามในไฟล์ที่ส่งมอบอย่างไรให้ถูกต้อง 6 ขั้นตอนและกับดักทางเทคนิคที่คนพลาดบ่อยประกอบ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยคัดหลักฐานตามประเด็นพิพาท ตรวจฐานการใช้ข้อมูลและจัดสำเนาที่ปกปิดส่วนไม่จำเป็นโดยไม่บิดเบือนต้นฉบับผ่านบริการกฎหมาย PDPA โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินร่วมกับกฎหมายแพ่ง ก่อนนัดหมายปรึกษา ควรเตรียมลำดับเหตุการณ์ เอกสารที่ได้รับ และผลที่ต้องการให้อีกฝ่ายดำเนินการ เพื่อประเมินทางเลือกจากหลักฐานที่มีจริง
บทความโดยนายเอกราช ทิพย์แมม ดูข้อมูลผู้เขียนและทีมทนายความยอดทิพย์ธรรมประกอบการติดต่อ
อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลของผู้ตาย PDPA ไม่คุ้มครอง ทายาทขอข้อมูลได้แค่ไหน
- ถูกทวงหนี้ประจาน โทรหาที่ทำงานหรือญาติ ใช้สิทธิเรื่องข้อมูลอย่างไร
- ถูกโพสต์รูป ชื่อ ที่อยู่หรือแชตโดยไม่ยินยอม ใช้ PDPA ช่วยอย่างไร
- ข้อมูลรั่วแล้วถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ใครต้องรับผิดและต้องพิสูจน์อะไร
- PDPA เจ้าของห้องเช่า เก็บบัตรผู้เช่า ติดกล้องและแจ้งนิติบุคคลได้แค่ไหน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 4(5): ข้อยกเว้นตามกิจกรรมกระบวนการยุติธรรม ไม่ครอบคลุมเอกชนที่เตรียมคดีทุกกิจกรรม
- มาตรา 24 และ 26(4): ฐานทั่วไปและความจำเป็นเพื่อก่อตั้ง ใช้ ปฏิบัติตามหรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องสำหรับข้อมูลอ่อนไหว
- มาตรา 27 และ 37: ขอบเขตการใช้หรือเปิดเผยและมาตรการความปลอดภัย
- กฎหมายวิธีพิจารณาที่ใช้กับคดีเป็นตัวกำหนดเรื่องการยื่นและรับฟังพยาน ต้องตรวจแยกจากฐานประมวลผล
คำถามที่พบบ่อย
คู่กรณีไม่ยินยอม ยังยื่นข้อมูลเป็นหลักฐานได้ไหม
อาจได้หากมีฐานและเงื่อนไขกฎหมายรองรับ ต้องตรวจความจำเป็นและขั้นตอนคดี การไม่ต้องขอความยินยอมไม่ได้ให้อำนาจแอบเข้าถึงระบบหรือใช้เอกสารทุกส่วนโดยไม่จำกัด
ข้อมูลสุขภาพใช้ต่อสู้คดีได้หรือไม่
ต้องพิจารณาความจำเป็นและเงื่อนไขมาตรา 26(4) รวมทั้งกฎหมายเฉพาะกับขั้นตอนการยื่น ควรระบุว่าข้อมูลส่วนใดพิสูจน์ประเด็นคดีและลดส่วนที่ไม่เกี่ยวข้อง
ยื่นศาลแล้วนำเอกสารไปโพสต์ได้เลยไหม
ไม่ได้สรุปเช่นนั้น การเปิดเผยสาธารณะเป็นอีกกิจกรรมที่ต้องมีฐานและตรวจความเสี่ยงแยก ต้องพิจารณาผู้รับและวัตถุประสงค์ของการโพสต์ใหม่ แม้เอกสารนั้นเคยยื่นในคดีแล้ว
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร
AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร
AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ