ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ร้องเรียน สคส. หรือฟ้องศาล ทางไหนได้อะไร

สรุปประเด็นสำคัญ
การร้องเรียน สคส. ใช้ตรวจสอบการฝ่าฝืน PDPA และขอให้แก้ไขการปฏิบัติ ส่วนค่าเสียหายของผู้เสียหายต้องพิจารณาการเจรจาหรือสิทธิเรียกร้องทางแพ่ง ค่าปรับทางปกครองไม่ใช่เงินชดเชยที่จ่ายให้ผู้ร้อง และเหตุละเมิดข้อมูลทุกกรณีไม่ได้เป็นคดีอาญา
ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว สิ่งที่ต้องกำหนดก่อนยื่นเรื่องคืออยากให้อีกฝ่ายหยุดทำอะไร และต้องการเยียวยาความเสียหายส่วนไหน คนที่ถูกนำเบอร์ไปขายอาจต้องการหยุดสายโฆษณา คนที่ข้อมูลสุขภาพถูกเผยแพร่อาจต้องการนำโพสต์ลงและเรียกค่าเสียหาย เป้าหมายต่างกันทำให้ช่องทางและหลักฐานต่างกันด้วย
สถานการณ์ที่ต้องแยกก่อนตัดสินใจ
กรณีต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ใช้อธิบายความแตกต่างของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา
- บริษัทไม่ยอมตอบคำขอเข้าถึงข้อมูล ทั้งที่ผู้ขอระบุตัวตนและข้อมูลได้ชัด ประเด็นหลักคือการปฏิบัติตามสิทธิของเจ้าของข้อมูล ไม่จำเป็นต้องมีเงินถูกขโมยจึงร้องเรียนได้
- ข้อมูลลูกค้ารั่วและผู้เสียหายเสียค่าใช้จ่ายป้องกันการสวมสิทธิ ต้องแยกการพิสูจน์การฝ่าฝืนออกจากการพิสูจน์ค่าใช้จ่ายและความเชื่อมโยงของความเสียหาย
- มีคนนำข้อมูลสุขภาพไปเผยแพร่ให้เสียชื่อเสียง ต้องตรวจบทบาทของผู้กระทำ วิธีได้ข้อมูลและองค์ประกอบความผิดอาญา ไม่สรุปจากคำว่าข้อมูลอ่อนไหวเพียงอย่างเดียว
เริ่มแก้ปัญหาตามลำดับใด
เริ่มจากระบุผู้เก็บหรือเปิดเผยข้อมูล เก็บหลักฐานต้นทาง แล้วประเมินว่าการกระทำอยู่ภายใต้ PDPA หรือมีข้อยกเว้น หากต้องการหยุดการใช้ข้อมูลให้ส่งคำขอที่ตรงสิทธิ พร้อมประเมินการร้องเรียนเมื่อมีการฝ่าฝืน ถ้ามีความเสียหายให้ทำบัญชีความเสียหายแยก และตรวจอายุความกับช่องทางศาลโดยไม่รอผลเรื่องอื่นจนเสียสิทธิ
ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แต่ละช่องทางช่วยอะไรได้
ร้องเรียนเพื่อให้ตรวจสอบการปฏิบัติ
มาตรา 73 ให้เจ้าของข้อมูลร้องเรียนการฝ่าฝืนของผู้ควบคุม ผู้ประมวลผล รวมถึงลูกจ้างหรือผู้รับจ้างตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ตรวจสอบและอาจสั่งแก้ไขหรือดำเนินการตามอำนาจ การจัดทำคำร้องควรบอกว่าข้อมูลใดถูกใช้ ใครทำ เมื่อใด และต้องการให้แก้ไขอะไร แนบการติดต่อที่เคยทำไว้ การเขียนเพียงว่าไม่พอใจโดยไม่มีเหตุการณ์ให้ตรวจทำให้หาประเด็นยาก
ค่าเสียหายต้องมีฐานเรียกร้องและหลักฐาน
มาตรา 77 วางความรับผิดของผู้ควบคุมหรือผู้ประมวลผลที่ฝ่าฝืนกฎหมายจนทำให้เจ้าของข้อมูลเสียหาย โดยมีข้อยกเว้นตามตัวบท ผู้เสียหายจึงควรอธิบายทั้งหน้าที่ที่ถูกฝ่าฝืน ความเสียหาย และเหตุที่เชื่อมกัน ค่าใช้จ่ายจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับความเสียหายอยู่ในขอบเขตที่กฎหมายกล่าวถึง เก็บใบเสร็จพร้อมคำอธิบายความจำเป็น การแจ้งยอดก้อนเดียวโดยไม่มีรายการย่อมถูกโต้แย้งได้
ค่าสินไหมเพื่อการลงโทษไม่ได้เกิดอัตโนมัติ
มาตรา 78 ให้อำนาจศาลกำหนดเพิ่มได้ไม่เกินสองเท่าของค่าสินไหมที่แท้จริงตามพฤติการณ์ เช่น ความร้ายแรงและการบรรเทาความเสียหาย นี่เป็นดุลพินิจของศาล ไม่ใช่สูตรที่ผู้ร้องมีสิทธิได้รับสูงสุดเสมอ การประเมินความคุ้มค่าคดีควรอิงหลักฐานที่มี ค่าใช้จ่าย และความสามารถในการบังคับคดี ไม่ตั้งงบประมาณครอบครัวจากยอดเรียกร้องสูงสุดในโพสต์โฆษณา
คดีอาญาต้องตรวจองค์ประกอบเฉพาะ
มาตรา 79 เกี่ยวกับการฝ่าฝืนมาตรา 27 วรรคหนึ่งหรือสอง หรือมาตรา 28 อันเกี่ยวกับข้อมูลตามมาตรา 26 และมีลักษณะตามที่กำหนด เช่น น่าจะทำให้เสียหายหรือแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบ จึงไม่ครอบคลุมความผิดพลาดทางข้อมูลทุกชนิด ความผิดตามมาตรานี้ยอมความได้ แต่การตกลงต้องตรวจด้วยว่ามีฐานความผิดอื่นหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องหรือไม่ การลงบันทึกประจำวันก็ต้องแยกจากการร้องทุกข์ที่ประสงค์ให้ดำเนินคดี
ใช้หลายช่องทางได้ แต่ต้องจัดข้อเท็จจริงให้ตรงกัน
การร้องเรียนกับการเรียกค่าเสียหายมีวัตถุประสงค์ต่างกัน อาจต้องดำเนินควบคู่ตามข้อเท็จจริง การเจรจาชดเชยก็เป็นทางเลือกโดยไม่จำเป็นต้องเริ่มจากฟ้องเสมอ หากตกลงกัน ให้ระบุรายการเยียวยา กำหนดทำงาน และขอบเขตสิทธิที่ระงับอย่างอ่านเข้าใจ หลีกเลี่ยงลงนามสละสิทธิทุกเรื่องทั้งที่ยังไม่ทราบขอบเขตเหตุรั่ว และอย่าถือว่าการยื่นเรื่องหนึ่งทำให้อายุความทุกประเภทหยุดลง
ข้อกฎหมายที่ใช้และเงื่อนไขที่ต้องระวัง
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 มาตรา 73–74 ว่าด้วยการร้องเรียนและอำนาจพิจารณา มาตรา 77–78 ว่าด้วยค่าเสียหาย โดยมาตรา 78 กำหนดอายุความสามปีนับแต่รู้ความเสียหายและรู้ตัวผู้ต้องรับผิด หรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่มีการละเมิด จึงต้องตรวจทั้งสองกรอบ ไม่ใช่เลือกรอกรอบที่ยาวกว่า ต้องคำนวณตามข้อเท็จจริงและฐานสิทธิที่ใช้ มาตรา 79 เป็นความผิดอาญาเฉพาะองค์ประกอบ มิใช่โทษสำหรับทุกเหตุข้อมูลรั่ว
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ฉบับราชกิจจานุเบกษา เป็นตัวบทหลักที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วต้องรับมืออะไร
จุดเสียเปรียบเกิดเมื่อขอให้หน่วยงานทำสิ่งที่อยู่นอกอำนาจ หรือรอคำตอบจนหลักฐานและอายุความมีปัญหา ทนายควรแยกคำขอหยุดการละเมิด คำขอเยียวยา และประเด็นลงโทษออกจากกัน แล้วดูว่ามีเหตุเร่งด่วนที่ต้องใช้มาตรการทางศาลหรือไม่ การมีคำสั่งปรับไม่ได้รับรองยอดค่าเสียหายของแต่ละคนแทนการพิสูจน์ในคดี
หลักฐานที่ควรเก็บก่อนข้อมูลเปลี่ยนไป
- ต้นฉบับโพสต์ ข้อความ อีเมลหรือไฟล์ที่แสดงข้อมูลของผู้เสียหาย พร้อมวันเวลาและที่มา
- คำขอใช้สิทธิ หลักฐานส่งถึง และคำตอบของผู้รับผิดชอบ
- รายการค่าเสียหายแต่ละรายการ ใบเสร็จ และคำอธิบายเหตุที่เกี่ยวข้องกับเหตุละเมิด
- ข้อมูลระบุตัวองค์กรหรือผู้กระทำโดยไม่สรุปจากชื่อเพจอย่างเดียว
- ลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ทราบเหตุ รวมวันที่รู้ตัวผู้ที่อาจต้องรับผิด
เก็บต้นฉบับแยกจากสำเนาที่ทำเครื่องหมายหรือปกปิดข้อมูล บันทึกที่มา วันเวลาและผู้รับไฟล์ โดยแยกสิ่งที่เห็นเองออกจากข้อสงสัย หากพักทำลายเพื่อคดีให้ระบุเฉพาะแฟ้มที่เกี่ยวข้อง ผู้เข้าถึงและวันทบทวน ไม่ใช้ข้อพิพาทเป็นเหตุเก็บข้อมูลทุกชุดไม่มีกำหนด
บริษัทโต้ว่าไม่เสียเงิน จึงไม่มีสิทธิเรียกร้อง ต้องแยกอะไร
การไม่มีเงินถูกโอนไม่ได้ตอบว่ามีการฝ่าฝืนสิทธิหรือไม่ ส่วนการเรียกค่าสินไหมต้องระบุความเสียหายที่กฎหมายรับรองและหลักฐานของแต่ละรายการ หากบริษัทอ้างว่าเหตุเกิดจากบุคคลภายนอก ให้ตรวจว่ามีหน้าที่ใดของบริษัทที่ถูกฝ่าฝืนและเหตุเชื่อมถึงความเสียหายอย่างไร ข้อยกเว้นตามมาตรา 77 ต้องพิจารณาเนื้อหาจริง ไม่ใช่เพียงคำว่าโดนแฮกจึงไม่ต้องรับผิด ผู้เรียกร้องควรแยกยอดที่มีหลักฐานออกจากยอดที่ยังประเมิน ไม่รวมค่าปรับของรัฐเป็นเงินที่ตนจะได้รับ
แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน
ช่วงเวลานี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงาน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย หากมีเหตุเร่งด่วน หนังสือกำหนดตอบหรืออายุความ ต้องดำเนินการตามกำหนดนั้นก่อน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| วันนี้ | เก็บต้นฉบับและระบุเป้าหมายเร่งด่วน เช่น ระงับโพสต์หรือหยุดใช้ข้อมูล |
| ภายใน 7 วัน | จัดแฟ้มความเสียหาย ตรวจผู้รับผิดและเลือกคำขอให้ตรงช่องทาง |
| ภายใน 30 วัน | ติดตามผลการแก้ไขและประเมินการเจรจาหรือดำเนินคดีตามกำหนดจริง |
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
อย่าสับสนค่าปรับกับค่าสินไหม อย่าใช้การแจ้งความแทนคำขอใช้สิทธิทุกชนิด และอย่าเผยแพร่ข้อมูลของคู่กรณีตอบโต้เพื่อกดดัน การแนบข้อมูลลูกค้าคนอื่นทั้งหมดเพื่อพิสูจน์ว่ามีข้อมูลรั่วอาจสร้างความเสียหายเพิ่ม ควรส่งเฉพาะส่วนจำเป็นผ่านช่องทางที่ผู้รับกำหนด
อ่านต่อและเตรียมเรื่องก่อนปรึกษา
เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือได้เบอร์ฉันมาจากไหน ใช้สิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยแหล่งที่มาข้อมูล และถูกโพสต์รูป ชื่อ ที่อยู่หรือแชตโดยไม่ยินยอม ใช้ PDPA ช่วยอย่างไร
หากต้องพิจารณาขั้นตอนที่เชื่อมกัน อ่านขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล กฎใหม่ปี 2569 องค์กรต้องทำอะไรบ้าง ฉบับทนายประกอบ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยแยกคำขอให้หยุดการละเมิดจากรายการค่าเสียหาย ตรวจอายุความและเตรียมหนังสือเจรจาหรือคำร้องผ่านบริการกฎหมาย PDPA โดยประเด็นที่เกี่ยวข้องสามารถประเมินร่วมกับกฎหมายแพ่ง และกฎหมายอาญา ก่อนนัดหมายปรึกษา ควรเตรียมลำดับเหตุการณ์ เอกสารที่ได้รับ และผลที่ต้องการให้อีกฝ่ายดำเนินการ เพื่อประเมินทางเลือกจากหลักฐานที่มีจริง
คู่มือสิทธิประชาชนและข้อพิพาทที่เกี่ยวข้อง
- ได้เบอร์ฉันมาจากไหน ใช้สิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยแหล่งที่มาข้อมูล
- โทรและ SMS ขายของไม่หยุด คัดค้านการตลาดแบบตรงได้ทันที
- เพื่อนบ้านติดกล้องส่องเข้าบ้าน ผิด PDPA ไหม และใช้สิทธิทางแพ่งอย่างไร
- ข้อมูลของผู้ตาย PDPA ไม่คุ้มครอง ทายาทขอข้อมูลได้แค่ไหน
- ถูกทวงหนี้ประจาน โทรหาที่ทำงานหรือญาติ ใช้สิทธิเรื่องข้อมูลอย่างไร
- เปิดมือถือคู่สมรสและใช้แชตฟ้องหย่า ต้องระวัง PDPA และที่มาหลักฐาน
- ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของคู่กรณีเป็นหลักฐานฟ้องคดี ต้องขออนุญาตไหม
- ถูกโพสต์รูป ชื่อ ที่อยู่หรือแชตโดยไม่ยินยอม ใช้ PDPA ช่วยอย่างไร
- ข้อมูลรั่วแล้วถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน ใครต้องรับผิดและต้องพิสูจน์อะไร
บทความโดยนายเอกราช ทิพย์แมม ดูข้อมูลผู้เขียนและทีมทนายความยอดทิพย์ธรรมประกอบการติดต่อ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 73–74: สิทธิร้องเรียนและการดำเนินการของคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ
- มาตรา 77: ความรับผิดทางแพ่งจากการฝ่าฝืนที่ทำให้เสียหาย และข้อยกเว้นตามตัวบท
- มาตรา 78: ค่าสินไหมเพื่อการลงโทษเพิ่มเติมตามดุลพินิจศาลไม่เกินสองเท่าของค่าสินไหมที่แท้จริง และอายุความตามเงื่อนไขสามปีหรือสิบปี
- มาตรา 79: ความผิดอาญาเกี่ยวกับข้อมูลตามมาตรา 26 ต้องครบองค์ประกอบเฉพาะ ไม่ใช่ทุกเหตุละเมิดข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
ร้องเรียน สคส. แล้วได้เงินชดเชยเลยหรือไม่
ไม่อัตโนมัติ การร้องเรียนใช้ตรวจการฝ่าฝืน ส่วนค่าปรับทางปกครองเป็นคนละเรื่องกับเงินชดเชยของผู้เสียหาย การชดเชยอาจได้จากข้อตกลงหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ข้อมูลรั่วทุกครั้งแจ้งความอาญาได้หรือไม่
ต้องตรวจองค์ประกอบความผิดก่อน มาตรา 79 มีขอบเขตเฉพาะเกี่ยวกับข้อมูลตามมาตรา 26 และลักษณะการกระทำที่กำหนด เหตุที่ไม่เข้าองค์ประกอบอาญาอาจยังมีประเด็นทางแพ่งหรือปกครอง
ต้องรอ สคส. ตัดสินก่อนฟ้องหรือไม่
ไม่ควรถือว่าต้องรอเสมอ ให้ประเมินฐานสิทธิ เขตอำนาจศาลและอายุความของเรื่องที่จะดำเนิน การรอผลช่องทางหนึ่งไม่ได้ทำให้อายุความทุกฐานหยุดโดยอัตโนมัติ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร
AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร
AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ