081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ระเบียบร้องทุกข์พนักงาน ต้องมีอะไรตามมาตรา 109

พนักงานพูดคุยกับ HR พร้อมข้อความ พนักงานร้องทุกข์ ใครต้องรับเรื่อง

สรุปประเด็นสำคัญ

ระเบียบร้องทุกข์ต้องมีสาระอย่างน้อยห้าเรื่องตามมาตรา 109 ตั้งแต่ขอบเขตถึงความคุ้มครองผู้เกี่ยวข้อง ควรมีผู้รับเรื่องสำรองเมื่อหัวหน้าถูกร้องและมีทะเบียนติดตามที่จำกัดผู้เข้าถึง เวลาเป้าหมายเป็นกติกาบริษัทที่ต้องออกแบบให้ทำได้จริง และไม่หยุดกำหนดใช้สิทธิภายนอกโดยอัตโนมัติ

ระเบียบร้องทุกข์พนักงานควรตอบได้ว่าร้องเรื่องใด ส่งให้ใคร และบริษัทจัดการต่ออย่างไร ไม่ใช่มีเพียงกล่องรับความคิดเห็นที่ไม่มีคนเปิด บทความนี้ใช้กับบริษัทเอกชนทั่วไปที่ต้องการร่างขั้นตอนให้สอดคล้องข้อบังคับและรักษาสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง

ระเบียบร้องทุกข์พนักงานต้องมีอะไรตามมาตรา 109

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 109 กำหนดสาระอย่างน้อยห้าเรื่อง คือขอบเขตข้อร้องทุกข์ วิธีและขั้นตอนร้องทุกข์ การสอบสวนและพิจารณา กระบวนการยุติเรื่อง และความคุ้มครองผู้ร้องกับผู้เกี่ยวข้อง บริษัทต้องนำสาระเหล่านี้มาเขียนเป็นวิธีที่พนักงานใช้ได้จริงตามระบบงานของตน

หน้าที่นี้เชื่อมกับมาตรา 108 ซึ่งกำหนดให้การร้องทุกข์เป็นหนึ่งในสาระข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป การระบุเพียงว่าให้ร้องต่อผู้บังคับบัญชาจึงยังไม่ตอบกรณีที่ผู้บังคับบัญชาคือคนถูกร้อง หรือไม่ยอมรับเอกสาร บริษัทควรมีช่องทางสำรองและผู้ทำหน้าที่แทนที่ตรวจสอบได้

ขอบเขตควรอธิบายตัวอย่างเรื่องที่เกี่ยวกับการทำงาน เช่น การปฏิบัติไม่ตรงข้อตกลง การจัดกะที่มีข้อโต้แย้ง หรือพฤติกรรมของผู้บังคับบัญชา พร้อมแยกเรื่องเร่งด่วนด้านความปลอดภัยออกจากเรื่องที่รอการประชุมตามรอบได้ แบบรับเรื่องควรเก็บข้อเท็จจริง วันเวลา ผู้เกี่ยวข้องและผลที่ผู้ร้องต้องการ ไม่ตั้งต้นด้วยข้อสรุปว่าผู้ใดผิด

ตัวอย่างสมมติ พนักงานเห็นว่าตนถูกตัดออกจากตารางกะหลังทักท้วงยอดเงิน หากระเบียบกำหนดให้ส่งเรื่องได้เฉพาะผู้จัดกะคนเดิม ผู้ร้องย่อมติดอยู่ที่ขั้นแรก บริษัทควรเปิดทางส่งต่อ HR หรือผู้รับเรื่องสำรอง เก็บตารางก่อนและหลังเกิดเหตุ แล้วให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องตรวจเหตุผลการจัดกะ โดยยังไม่สรุปว่าการเปลี่ยนกะทุกครั้งคือการกลั่นแกล้ง

การยุติเรื่องควรมีผลพิจารณา เหตุผลในระดับที่เปิดเผยได้ วิธีแก้ไขและผู้ติดตาม ไม่ใช้การให้ผู้ร้องถอนเรื่องเป็นเกณฑ์สำเร็จเพียงอย่างเดียว ระบบนี้ควรอยู่ใน ชุดเอกสารแรงงานของบริษัท และเชื่อมกับระเบียบวินัยอย่างชัดเจนว่าเมื่อใดจึงส่งเข้าสู่การสอบสวนอีกกระบวนการหนึ่ง

ถ้าร้องหัวหน้า ไม่เปิดชื่อ หรือขอถอนเรื่อง

ถ้าข้อร้องเกี่ยวกับผู้รับเรื่องตามปกติ ให้ใช้ช่องทางสำรองที่ระบุไว้ก่อนเกิดเหตุ พร้อมกำหนดว่าใครมีอำนาจแต่งตั้งผู้พิจารณา หากผู้บริหารระดับสูงเกี่ยวข้อง อาจต้องให้ผู้มีอำนาจคนอื่นหรือผู้ตรวจภายนอกที่เหมาะสมเข้าดำเนินงานตามการมอบหมาย ไม่ให้ผู้ถูกร้องเป็นคนเลือกเฉพาะหลักฐานที่ส่งต่อ

ถ้าไม่เปิดชื่อ บริษัทอาจรับเป็นข้อมูลเบื้องต้นและตรวจสิ่งที่พิสูจน์ได้ เช่น ตารางงานหรือภาพจากระบบที่เข้าถึงโดยชอบ แต่ไม่ควรลงโทษจากข้อความนิรนามอย่างเดียว ระเบียบต้องอธิบายข้อจำกัดการติดตามเมื่อไม่สามารถถามข้อมูลเพิ่ม และไม่รับประกันว่าจะปกปิดตัวตนได้ตลอดทุกขั้นตอนหากจำเป็นต้องใช้ข้อมูลตามกฎหมาย

ถ้าผู้ร้องขอถอน ให้บันทึกคำขอและเหตุผลเท่าที่สมัครใจแจ้ง แล้วพิจารณาว่ายังมีประเด็นความปลอดภัย การคุกคามหรือหน้าที่ที่บริษัทต้องตรวจต่อหรือไม่ การถอนเรื่องไม่จำเป็นต้องทำให้ลบหลักฐานทั้งหมดทันที และไม่ควรถูกใช้กดดันให้ผู้ร้องเซ็นรับว่าข้อเท็จจริงที่เคยแจ้งเป็นเท็จ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ช่องทางร้องทุกข์

คนมักเข้าใจว่า เปิดอีเมลรับเรื่องแล้วถือว่ามีระบบครบ หรือให้ทุกคนร้องกับหัวหน้าเป็นลำดับจนกว่าจะถึงผู้บริหาร แม้ลำดับนั้นมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับข้อร้องอยู่หลายคนก็ตาม วิธีนี้อาจทำให้ข่าวแพร่กว้างกว่าที่จำเป็นและทำให้ผู้ร้องไม่กล้าใช้ช่องทาง

กฎหมายมองว่า ต้องมีรายละเอียดครบตามมาตรา 109 รวมความคุ้มครองผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง กระบวนการจึงต้องอธิบายการรับเรื่อง การตรวจและการปิดเรื่องด้วย ไม่ควรตีความว่ากฎหมายรับรองผลการสอบสวนภายในทุกครั้ง หรือกำหนดให้ทุกบริษัทใช้จำนวนวันเดียวกันทั้งหมด

จุดเสี่ยงจริง คือการรับเรื่องแล้วไม่มีเจ้าของงาน หรือส่งผลสรุปโดยไม่ตรวจคำชี้แจงอีกฝ่าย ควรใช้ทะเบียนหมายเลขเรื่องที่จำกัดสิทธิเข้าถึง กำหนดผู้รับผิดชอบและวันติดตาม พร้อมตรวจว่ามีการเปลี่ยนกะ ประเมินผลงานหรือปฏิบัติต่อผู้ร้องผิดไปเพราะการร้องโดยสุจริตหรือไม่

มองสองฝั่ง: ร้องทุกข์ให้ตรวจได้

ประเด็นบริษัทพนักงานและผู้เกี่ยวข้อง
สิทธิและหน้าที่ตรวจข้อมูลและจัดการเรื่องตามกติกาที่ชอบยื่นเรื่องและชี้แจงข้อเท็จจริงโดยไม่ถูกตัดสินล่วงหน้า
ความเสี่ยงผู้รับเรื่องมีส่วนได้เสียหรือปล่อยข้อมูลรั่วส่งข้อความกว้างเกินจริงหรือเข้าใจว่าร้องแล้วหยุดกำหนดภายนอก
ควรทำตอนนี้ตั้งผู้รับผิดชอบและคัดความเร่งด่วนระบุเหตุการณ์กับหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
ไม่ควรทำให้ถอนเรื่องแลกกับการไม่ลงโทษเผยแพร่ข้อมูลคนอื่นทั้งหมดเพื่อกดดันให้บริษัทตอบ

ผู้ถูกร้องควรทราบข้อกล่าวหาในรายละเอียดเพียงพอที่จะตอบ โดยไม่จำเป็นต้องได้รับข้อมูลสุขภาพหรือข้อมูลส่วนตัวของบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวกับประเด็น ผู้พิจารณาต้องแยกความไม่พอใจส่วนตัวออกจากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้ และบันทึกเหตุที่เชื่อหรือไม่เชื่อหลักฐานแต่ละส่วนอย่างมีเหตุผล

กำหนดวันรับเรื่องและวันติดตามอย่างไร

มาตรา 109 ไม่ได้กำหนดว่าข้อร้องทุกเรื่องต้องเสร็จภายในเจ็ดหรือสามสิบวัน บริษัทอาจตั้งเวลาเป้าหมาย เช่น แจ้งรับภายในสองวันทำการและแจ้งความคืบหน้าภายในเจ็ดวันทำการ โดยต้องระบุว่าเป็นมาตรฐานภายในตัวอย่างและกำหนดวิธีขยายเมื่อมีเหตุ ไม่ใส่ตัวเลขไว้แล้วปล่อยให้เรื่องเลยกำหนดโดยไม่แจ้ง

เรื่องที่มีอันตรายหรือเสี่ยงทำลายหลักฐานควรมีขั้นรับมือทันทีแยกจากกรอบสอบสวน เช่น ติดต่อผู้ดูแลความปลอดภัยหรือรักษาข้อมูลต้นฉบับ การรอให้ครบขั้นร้องกับหัวหน้าทุกระดับอาจไม่เหมาะสม และไม่ควรให้ผู้ร้องต้องพบผู้ถูกร้องตามลำพังเพื่อให้ผ่านเงื่อนไขรับเรื่อง

กำหนดภายในไม่หยุดอายุความหรือระยะยื่นคำร้อง ฟ้องคดีหรือโต้แย้งคำสั่งภายนอกโดยอัตโนมัติ หากมีหนังสือราชการหรือสิทธิเรียกเงิน ให้แยกปฏิทินกฎหมายออกจากทะเบียนร้องทุกข์ และให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจทางเลือกทันเวลา ไม่เขียนว่าต้องรอผลบริษัทเด็ดขาดก่อนใช้สิทธิตามกฎหมายทุกกรณี

ข้อร้องเรื่องเงินควรตรวจยอดอย่างไร

ตัวอย่างสมมติ พนักงานแจ้งว่าบริษัทจ่ายเงินตามข้อตกลงขาดเดือนละ 2,000 บาทจำนวนสามเดือน ยอดที่ขอให้ตรวจเบื้องต้นคือ 2,000 × 3 = 6,000 บาท แต่ทะเบียนร้องทุกข์ควรแยกยอดที่อ้าง หลักฐานข้อตกลง จำนวนที่จ่ายจริงและส่วนที่บริษัทรับหรือโต้แย้ง ไม่ลงยอดหกพันเป็นหนี้ที่ยอมรับทันทีเพียงเพราะรับเรื่องแล้ว

หากตรวจแล้วพบว่ามีส่วนที่ต้องจ่ายจริง ควรระบุผู้อนุมัติ วันดำเนินการและหลักฐานจ่ายให้ตรวจย้อนกลับได้ ส่วนที่ยังโต้แย้งให้บันทึกเหตุผลต่างหาก ไม่บังคับผู้ร้องสละยอดทั้งหมดก่อนรับเงินส่วนที่ไม่มีข้อพิพาท และไม่ใช้การร้องทุกข์เป็นเหตุหักค่าจ้างหรือเรียกค่าปรับจากพนักงาน

สำหรับบริษัท ต้นทุนที่ควรติดตามคือเงินที่อาจขาดจ่าย จำนวนคนที่เกิดปัญหาเดียวกันและการแก้ระบบ หากพบสูตรผิดในหนึ่งคนต้องตรวจขอบเขตว่ากระทบใครบ้างโดยใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่ประมาณความรับผิดทั้งองค์กรจากเรื่องเดียวโดยไม่ตรวจเงื่อนไขของแต่ละคน

เก็บหลักฐานร้องทุกข์อย่างไรให้ปลอดภัย

  • คำร้องต้นฉบับ วันรับ ช่องทางส่งและหมายเลขเรื่อง พร้อมคำขอแก้ไขของผู้ร้อง
  • ข้อตกลงหรือข้อบังคับรุ่นที่เกี่ยวข้องกับช่วงเหตุการณ์
  • ตารางงาน สลิป ข้อความหรือเอกสารเฉพาะรายการที่พิสูจน์ประเด็น
  • คำชี้แจงของแต่ละฝ่ายและบันทึกว่าใครเห็นเหตุการณ์เองหรือรับฟังมา
  • การมอบหมายผู้พิจารณา การตรวจส่วนได้เสียและบันทึกความคืบหน้า
  • ผลพิจารณา วิธีแจ้ง การแก้ไขจริงและการติดตามการปฏิบัติต่อผู้เกี่ยวข้อง

เก็บต้นฉบับก่อนทำสำเนาปิดข้อมูล กำหนดว่าผู้รับเรื่อง ผู้สอบสวนและผู้อนุมัติจะเห็นส่วนใด และทบทวนระยะเก็บตามวัตถุประสงค์กับข้อพิพาทที่ยังมีอยู่ ไม่รับปากว่าจะลบทุกอย่างทันทีเมื่อปิดเรื่อง หากยังมีหน้าที่หรือเหตุจำเป็นต้องเก็บ แต่ก็ไม่เก็บโดยไม่มีกำหนดและไม่มีผู้รับผิดชอบ

ร้องทุกข์เชื่อมกับสิทธิเรื่องใด

ข้อมูลส่วนบุคคล: แฟ้มร้องทุกข์อาจมีข้อมูลสุขภาพหรือข้อกล่าวหาที่อ่อนไหว ต้องตรวจฐานการประมวลผลและจำกัดการเปิดเผยตามประเด็น การมีข้อความว่าเป็นความลับในระเบียบยังไม่แทนมาตรการจริง ดู บริการด้าน PDPA เมื่อต้องจัดสิทธิการเข้าถึงหรือแบบแจ้งข้อมูลให้เหมาะสม

ข้อพิพาทแรงงาน: การรับเรื่องภายในไม่แทนการตรวจสิทธิร้องต่อเจ้าหน้าที่หรือศาล หากเรื่องอาจนำไปสู่โทษทางวินัย ให้แยกขั้นตรวจข้อเท็จจริงและสิทธิชี้แจงตามแนวทาง หนังสือสอบสวนพนักงาน ไม่ใช้ผลร้องทุกข์สั้น ๆ เป็นคำสั่งเลิกจ้างทันที

สาระขั้นต่ำของระบบตรวจได้จาก พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 108 และ 109 แล้วออกแบบขั้นตอนให้เข้ากับจำนวนคนและโครงสร้างบริษัท ไม่คัดระเบียบข้าราชการมาใช้เป็นกำหนดบังคับของลูกจ้างเอกชน

ทางไปต่อ: ร่างระเบียบร้องทุกข์ที่ไม่ค้างเรื่อง

  1. กำหนดขอบเขตและแยกเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรับมือทันที
  2. ระบุผู้รับเรื่อง ช่องทางสำรองและผู้ตัดสินเมื่อมีส่วนได้เสีย
  3. ทำแบบรับเรื่องกับทะเบียนติดตามที่เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น
  4. เขียนวิธีสอบสวน แจ้งผล ทบทวนและคุ้มครองผู้เกี่ยวข้อง
  5. ทดลองเดินเรื่องสมมติแล้วแก้จุดที่ไม่มีผู้รับผิดชอบก่อนประกาศใช้
ลักษณะเรื่องทางเลือกจัดการสิ่งที่ต้องตรวจ
คำถามสิทธิที่ยังไม่เป็นข้อพิพาทชี้แจงพร้อมเอกสารและติดตามคำตอบตรงกติกาปัจจุบันหรือไม่
ข้อเท็จจริงสองฝ่ายไม่ตรงกันมอบหมายผู้พิจารณาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องพยานและโอกาสชี้แจง
มีอันตรายหรือกำหนดทางกฎหมายจัดการความปลอดภัยและตรวจช่องทางภายนอกควบคู่เหตุเร่งด่วนและวันครบกำหนด

ควรตรวจร่างละเอียดเมื่อเรื่องเกี่ยวกับผู้บริหาร มีข้อมูลสุขภาพ มีการเปลี่ยนสภาพการทำงานหลังร้อง หรือบริษัทไม่มีผู้รับเรื่องสำรอง หากต้องการจัดทำระเบียบและแบบเอกสารให้ใช้ต่อกัน ดู บริการร่างเอกสารแรงงาน และ ติดต่อพร้อมโครงสร้างผู้รับเรื่องและข้อบังคับเดิม เพื่อวางขั้นตอนที่เหมาะกับกิจการ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108: การร้องทุกข์เป็นสาระข้อบังคับ
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 109: สาระขั้นต่ำห้าเรื่องของการร้องทุกข์
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 22 และ 23: เก็บข้อมูลจำเป็นและแจ้งรายละเอียดการใช้
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 และ 37: ข้อมูลอ่อนไหวและมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

แจ้งด้วยวาจาบริษัทควรรับเรื่องไหม
ควรมีวิธีช่วยบันทึกข้อเท็จจริงเมื่อผู้แจ้งไม่สะดวกเขียน โดยให้ตรวจความถูกต้องของบันทึกและระบุวันรับเรื่องตามจริง ไม่ควรเติมข้อสรุปแทนผู้แจ้งหรือปฏิเสธเรื่องเร่งด่วนเพียงเพราะยังกรอกแบบไม่ครบ ส่วนวิธีติดตามและหลักฐานเพิ่มเติมควรอธิบายให้ผู้แจ้งเข้าใจตั้งแต่ต้น
ร้องแล้วพิสูจน์ไม่ได้ถือว่าร้องเท็จหรือไม่
การที่หลักฐานยังไม่พอไม่เท่ากับพิสูจน์ว่าผู้ร้องตั้งใจให้ข้อมูลเท็จ ต้องแยกข้อจำกัดของหลักฐานออกจากพฤติการณ์การแจ้งโดยไม่สุจริต และตรวจข้อเท็จจริงก่อนตัดสิน การเขียนลงโทษทุกเรื่องที่ตรวจไม่พบอาจทำให้พนักงานไม่กล้าแจ้งปัญหาที่ควรตรวจสอบ
ผู้ถูกร้องขอดูแฟ้มทั้งหมดได้ทันทีไหม
ควรได้รับรายละเอียดข้อกล่าวหาเพียงพอที่จะชี้แจง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องเปิดข้อมูลส่วนตัวของทุกคนทั้งหมด ต้องตรวจความจำเป็น ฐานการใช้ข้อมูลและสิทธิของบุคคลอื่นด้วย บริษัทอาจจัดชุดข้อมูลที่ตรงประเด็นและปิดส่วนไม่เกี่ยวข้อง พร้อมบันทึกสิ่งที่ส่งให้ตรวจสอบได้
ไม่มี HR ประจำจะตั้งผู้รับเรื่องอย่างไร
ควรกำหนดผู้รับผิดชอบและผู้สำรองที่ติดต่อได้จริงตามขนาดกิจการ พร้อมระบุวิธีส่งต่อเมื่อบุคคลนั้นเกี่ยวข้องกับข้อร้อง อาจมอบหมายผู้เหมาะสมภายนอกช่วยตรวจตามขอบเขตงาน แต่บริษัทต้องรักษาอำนาจตัดสินและหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ปล่อยให้เรื่องไม่มีเจ้าของเพียงเพราะไม่มีฝ่ายบุคคล
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีตรวจร่างข้อตกลงกับทนาย พร้อมข้อความ ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ข้อตกลงครบหรือยัง กฎหมายแรงงาน

สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง

ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
พนักงานส่งคืนอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมข้อความ คืนของบริษัท แยกจากเงินงวดสุดท้าย กฎหมายแรงงาน

บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม

บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
HR ส่งหนังสือรับรองให้พนักงาน พร้อมข้อความ ออกจากงานแล้ว ขอหนังสือรับรองได้ไหม กฎหมายแรงงาน

หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร

แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE