HR Policy สำนักงานใหญ่ขัดกฎหมายไทยตรงไหน ต้องตรวจอะไรก่อน

สรุปประเด็นสำคัญ
HR Policy สำนักงานใหญ่ใช้แทนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานไม่ได้ หากนายจ้างมีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป มาตรา 108 กำหนดให้ต้องมีข้อบังคับภาษาไทยครอบคลุมอย่างน้อย 8 เรื่อง ส่วนข้อความใน Policy ที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายไทยย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกันไม่ได้
ข้อที่ให้สิทธิสูงกว่ากฎหมายต้องตรวจอีกชั้นก่อนลดหรือยกเลิก เพราะข้อความในเอกสาร การประกาศ และการปฏิบัติจริงอาจทำให้สิทธินั้นเป็นข้อผูกพันตามสัญญาหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ผลไม่เกิดขึ้นอัตโนมัติจากการจ่ายต่อเนื่องเพียงอย่างเดียว จึงต้องตรวจเอกสารและข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี
HR Policy สำนักงานใหญ่อาจผ่านการตรวจตามกฎหมายของประเทศที่บริษัทแม่ตั้งอยู่แล้ว แต่ยังต้องเทียบกับกฎหมายไทยก่อนใช้กับลูกจ้างในไทย จุดที่ต้องตรวจมีทั้งข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน การเลิกจ้าง วันลา เงินที่อาจเป็นค่าจ้าง และสิทธิที่บริษัทเคยให้ไปแล้ว
HR Policy สำนักงานใหญ่มีสถานะอย่างไรในกฎหมายไทย
มาตรา 108 กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ครอบคลุมอย่างน้อยแปดเรื่อง ได้แก่ วันทำงาน เวลาทำงานปกติและเวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด การทำงานล่วงเวลาและการทำงานในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายเงิน วันลา วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ ตลอดจนการเลิกจ้างและค่าชดเชย
ข้อบังคับต้องประกาศใช้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่นายจ้างมีลูกจ้างรวมกันครบสิบคน นายจ้างต้องเก็บสำเนาไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานตลอดเวลา และเผยแพร่พร้อมปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ใช้เพิ่มเติมได้ แต่ไม่แทนการปิดประกาศ ณ สถานที่ทำงาน
Policy จึงใช้เป็นแนวปฏิบัติภายในได้ แต่ไม่ทำให้บริษัทพ้นหน้าที่ตามมาตรา 108 วิธีจัดเอกสารที่ตรวจสอบง่ายคือให้ข้อบังคับภาษาไทยกำหนดสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมาย แล้วให้ Policy อ้างอิงข้อบังคับฉบับนั้นโดยไม่เขียนขัดกัน
เจ็ดจุดที่ Policy ต่างประเทศมักชนกับกฎหมายไทย
| # | เรื่องใน Policy | สิ่งที่ต้องตรวจกับกฎหมายไทย |
|---|---|---|
| 1 | Probation period | สัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา จึงต้องตรวจการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 และเมื่อลูกจ้างทำงานติดต่อกันครบ 120 วัน ย่อมเข้าสู่เกณฑ์ค่าชดเชยตามมาตรา 118 |
| 2 | At-will termination | บริษัทอาจเลิกสัญญาจ้างที่ไม่มีกำหนดระยะเวลาได้ แต่ต้องตรวจการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าชดเชย และเหตุยกเว้นตามมาตรา 119 แยกกัน การเลิกจ้างยังอาจถูกโต้แย้งว่าไม่เป็นธรรมได้ ดูสิทธิเมื่อถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม |
| 3 | Severance formula | สูตรค่าชดเชยของบริษัทแม่มักต่ำกว่าอัตราตามมาตรา 118 ซึ่งขั้นสูงสุดคือค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป ดูอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน |
| 4 | PTO แบบรวมวันลา | การรวมวันลาไว้ในระบบเดียวทำได้ต่อเมื่อยังรักษาสิทธิขั้นต่ำของวันลาแต่ละประเภทตามกฎหมายไทย หากกำหนดเพดานรวมจนลูกจ้างเสียสิทธิลาป่วยหรือวันหยุดพักผ่อน ระบบนั้นต้องแก้ก่อนใช้ |
| 5 | Bonus และ Incentive | มาตรา 5 นิยามค่าจ้างว่าเป็นเงินที่ตกลงจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้างสำหรับระยะเวลาทำงานปกติ จึงต้องตรวจทั้งเงื่อนไขใน Policy และวิธีจ่ายจริง ชื่อว่าโบนัสหรือเงินจูงใจไม่พอจะชี้ขาดว่าเป็นค่าจ้างหรือไม่ |
| 6 | Non-compete | ข้อห้ามแข่งขันที่เขียนกว้างทั้งประเทศและระยะเวลายาว มีความเสี่ยงถูกปรับลดตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 ซึ่งให้ข้อตกลงจำกัดสิทธิในการประกอบอาชีพมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี |
| 7 | Disciplinary matrix | บริษัทกำหนดความผิดและระดับโทษทางวินัยได้ แต่การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยต้องมีข้อเท็จจริงเข้าเหตุใดเหตุหนึ่งตามมาตรา 119 หากไม่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุเลิกจ้างไว้ในหนังสือบอกเลิกหรือไม่แจ้งขณะเลิกจ้าง นายจ้างจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ |
ข้อที่ 5 ต้องตรวจเอกสารกับวิธีจ่ายจริงควบคู่กัน หากเงื่อนไขที่เขียนไว้ไม่ตรงกับการปฏิบัติ บริษัทจะอธิบายสถานะของเงินก้อนนั้นได้ยากเมื่อเกิดข้อพิพาท
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดข้อ 1 ทีมกฎหมายบริษัทแม่ตรวจมาแล้ว · ความจริงคือ ทีมนั้นตรวจตามกฎหมายของประเทศที่ตนอยู่ · ผลเสียคือ สาขาในไทยเป็นผู้รับผิดตามกฎหมายไทย ไม่ใช่บริษัทแม่
เข้าใจผิดข้อ 2 แปล Policy เป็นไทยแล้วใช้เป็นข้อบังคับได้เลย · ความจริงคือ การแปลแก้เรื่องภาษาได้ แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อหาสอดคล้องกับกฎหมายไทย และ Policy ส่วนใหญ่ไม่ได้ครอบคลุมครบแปดเรื่องตามมาตรา 108 · ผลเสียคือ ได้เอกสารภาษาไทยที่ยังใช้เป็นข้อบังคับไม่ได้
เข้าใจผิดข้อ 3 ข้อที่ให้สิทธิสูงกว่ากฎหมายไทย ไม่ต้องกังวล · ความจริงคือ ให้สูงกว่าได้ แต่ก่อนลดหรือยกเลิกต้องตรวจว่าสิทธินั้นถูกเขียนไว้ในสัญญา ข้อบังคับ หรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างหรือไม่ รวมถึงบริษัทประกาศและปฏิบัติต่อเนื่องไว้อย่างไร · ผลเสียคือ สาขาไทยอาจทำตาม Policy ฉบับใหม่ไม่ได้ทันที แม้สำนักงานใหญ่ใช้กับประเทศอื่นแล้ว
เข้าใจผิดข้อ 4 พนักงานเซ็นรับ Policy แล้ว ถือว่าตกลง · ความจริงคือ การลงชื่อรับทราบไม่ทำให้ข้อที่ต่ำกว่ากฎหมายกลายเป็นข้อที่ใช้ได้ · ผลเสียคือ บริษัทวางแผนบนความเข้าใจที่ผิดตั้งแต่ต้น
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า Policy จากสำนักงานใหญ่เป็นมาตรฐานที่ดีกว่า เพราะผ่านการออกแบบจากทีมระดับภูมิภาคและใช้กับหลายประเทศมาแล้ว การนำมาใช้จึงเป็นการยกมาตรฐานของสาขาไทยขึ้น
ในทางคดี ต้องแยกคำถามเป็นรายข้อว่า Policy ให้สิทธิเท่าใด เทียบกับกฎหมายขั้นต่ำอย่างไร และข้อความนั้นผูกพันบริษัทผ่านเอกสารหรือการตกลงใด การที่เอกสารผ่านทีมกฎหมายของบริษัทแม่มาแล้วไม่ตอบคำถามเหล่านี้
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ข้อที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายมักตรวจพบได้จากการเทียบตัวบท แต่ข้อที่ให้สูงกว่าต้องตรวจเพิ่มว่าสิทธินั้นกลายเป็นข้อผูกพันแล้วหรือยัง การจ่ายซ้ำหลายครั้งเป็นเพียงข้อเท็จจริงหนึ่ง ไม่ใช่เกณฑ์อัตโนมัติ
เส้นทางกฎหมายต้องดูตามขนาดและเอกสารของกิจการ สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 กำหนดให้มีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างเป็นหนังสือ และหากไม่มีข้อตกลงอยู่เดิม ให้ถือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นข้อตกลงดังกล่าว เมื่อข้อตกลงมีผลใช้บังคับ มาตรา 20 ห้ามทำสัญญาจ้างที่ขัดหรือแย้ง เว้นแต่เป็นคุณแก่ลูกจ้างยิ่งกว่า การแก้ไขในทางที่ลดสิทธิจึงต้องตรวจขั้นตอนการแจ้งข้อเรียกร้องตามมาตรา 13 และข้อเท็จจริงของกิจการก่อน ไม่ควรแก้เอกสารตาม Policy ใหม่ทันที
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ก่อนรับ Policy ใหม่มาใช้ ให้ทำตารางสามคอลัมน์เพียงหน้าเดียว คือข้อความใน Policy · สิ่งที่กฎหมายไทยกำหนดขั้นต่ำ · และผลถ้ารับมาใช้จริง แล้วทำเครื่องหมายสามแบบ คือรับได้เลย ต้องแก้ก่อน และรับไม่ได้ · ตารางนี้ใช้คุยกับสำนักงานใหญ่ได้ตรงกว่าการอธิบายเป็นความ เพราะบริษัทแม่ต้องการเห็นเหตุผลที่เทียบกันได้ ไม่ใช่คำว่ากฎหมายไทยไม่อนุญาต
ลำดับการทำงานเมื่อได้รับ Policy ใหม่
- แยกก่อนว่าเรื่องใดอยู่ในแปดเรื่องตามมาตรา 108 เพราะเรื่องเหล่านั้นต้องไปอยู่ในข้อบังคับภาษาไทย ไม่ใช่อยู่ใน Policy อย่างเดียว
- ทำตารางสามคอลัมน์เทียบกับกฎหมายไทย แล้วแยกเป็นรับได้เลย ต้องแก้ก่อน และรับไม่ได้
- ตรวจเรื่องเงินเป็นพิเศษ โดยดูว่ารายการใดจ่ายเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติอย่างประจำและแน่นอน ซึ่งอาจถูกนับเป็นค่าจ้างตามมาตรา 5
- ประเมินข้อที่ให้สิทธิสูงกว่ากฎหมายไทย ว่าจะถูกบันทึกไว้ในสัญญา ข้อบังคับ หรือข้อตกลงใด และเขียนเงื่อนไขให้ตรงกับวิธีปฏิบัติจริง
- ปรับข้อบังคับภาษาไทยให้สอดคล้อง แล้วประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามมาตรา 110 พร้อมเก็บสำเนาไว้ ณ สถานประกอบกิจการ และเผยแพร่กับปิดประกาศโดยเปิดเผยเช่นเดียวกับตอนประกาศใช้ครั้งแรก แล้วเก็บหลักฐานการรับทราบใหม่
- ส่งตารางกลับให้สำนักงานใหญ่พร้อมเหตุผล เพื่อขออนุมัติเวอร์ชันสำหรับประเทศไทย และเก็บอีเมลอนุมัติไว้เป็นหลักฐานภายใน
ตัวอย่างตารางสามคอลัมน์ที่ส่งกลับสำนักงานใหญ่ได้

| ข้อความใน Policy | กฎหมายไทยกำหนดขั้นต่ำ | ผลและข้อสรุป |
|---|---|---|
| เลิกจ้างระหว่างทดลองงาน 119 วัน โดยไม่จ่ายเงินใด | ครบ 120 วันเข้าสิทธิค่าชดเชยตามมาตรา 118 และยังต้องบอกกล่าวล่วงหน้า | ต้องแก้ก่อน เพราะข้อความชวนให้เข้าใจว่าไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า |
| Serious misconduct ตามตารางโทษ 12 ข้อ เลิกจ้างทันทีไม่จ่ายค่าชดเชย | เหตุยกเว้นค่าชดเชยมีเฉพาะตามมาตรา 119 | รับไม่ได้ ในส่วนที่เกินมาตรา 119 · ปรับเป็นเหตุทางวินัยที่มีโทษระดับอื่นแทน |
| Annual Performance Bonus จ่ายทุกเดือนมีนาคมในอัตราคงที่ 1 เดือน | มาตรา 5 ต้องตรวจว่าเงินนั้นเป็นค่าตอบแทนการทำงานในเวลาปกติหรือไม่ | ต้องตรวจเพิ่ม · เทียบข้อความใน Policy กับวิธีจ่ายจริงก่อนสรุปว่าเป็นค่าจ้างหรือโบนัส |
กรณีแบบไหนที่ควรให้ทนายตรวจก่อนใช้
- Policy มีเรื่องการเลิกจ้างหรือค่าชดเชยอยู่ด้วย
- Policy กำหนดเหตุเลิกจ้างทันทีเพิ่มเติมจากที่กฎหมายไทยกำหนด
- มีโบนัสหรือเงินจูงใจที่จะเริ่มจ่ายตาม Policy ใหม่
- สำนักงานใหญ่จะยกเลิกสวัสดิการที่เคยให้ตาม Policy เดิม
- บริษัทมีสหภาพแรงงานหรือกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ
- Policy มีข้อจำกัดหลังพ้นสภาพ เช่น ข้อห้ามแข่งขันหรือข้อห้ามชักชวนพนักงาน
- Policy กำหนดให้ส่งข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงานไปยังสำนักงานใหญ่ในต่างประเทศ
- บริษัทกำลังจะควบรวมหรือรับโอนพนักงานจากนิติบุคคลอื่น
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจHR Policy สำนักงานใหญ่เทียบกับกฎหมายไทยเป็นรายข้อ พร้อมจัดทำตารางสามคอลัมน์ที่ส่งกลับให้บริษัทแม่อ่านเข้าใจได้ และร่างข้อบังคับภาษาไทยฉบับที่สอดคล้องกับ Policy เท่าที่กฎหมายไทยรองรับ
สรุป
HR Policy สำนักงานใหญ่ใช้เป็นแนวปฏิบัติในไทยได้เมื่อไม่ขัดกฎหมายและเชื่อมกับข้อบังคับภาษาไทยอย่างถูกต้อง ก่อนใช้ควรทำตารางเทียบข้อความใน Policy กับกฎหมายขั้นต่ำและผลทางปฏิบัติทีละข้อ โดยเฉพาะเรื่องเลิกจ้าง เงินจูงใจ วันลา และสิทธิเดิมของลูกจ้าง ตรวจมาตรา 108 และ 110 ฉบับปัจจุบันได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2560 และดูภาพรวมกฎหมายแรงงานสัมพันธ์จากคำอธิบายของกระทรวงแรงงาน
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจเอกสาร วิเคราะห์ผลของสิทธิเดิม ร่างข้อบังคับ และจัดเหตุผลสำหรับส่งกลับสำนักงานใหญ่ โทร 081-327-8551 LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษา
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 ถึงมาตรา 111 · กำหนดหน้าที่จัดทำ ประกาศ เก็บ และเผยแพร่ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน รวมถึงวิธีประกาศเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติม
- มาตรา 5 และมาตรา 118 · ใช้ตรวจว่าเงินตาม Policy เข้านิยามค่าจ้างหรือไม่ และใช้ฐานใดคำนวณค่าชดเชยตามระยะเวลาทำงาน
- มาตรา 17 และมาตรา 119 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงานฯ ประกอบมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานฯ · ใช้ตรวจการบอกเลิกสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา เหตุที่ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และความเสี่ยงจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม โดยสัญญาทดลองงานถือเป็นสัญญาที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา
- มาตรา 14/1 · ศาลอาจสั่งให้สัญญาจ้าง ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควรมีผลเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
- มาตรา 10 มาตรา 13 และมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 · ใช้ตรวจสถานะของข้อบังคับในกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป ขั้นตอนแก้ไขสภาพการจ้าง และข้อห้ามทำสัญญาจ้างขัดหรือแย้งกับข้อตกลงที่มีผลใช้บังคับ
- มาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 · ข้อตกลงจำกัดสิทธิหรือเสรีภาพในการประกอบอาชีพมีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
คำถามที่พบบ่อย
Policy จากสำนักงานใหญ่ใช้แทนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานได้ไหม
ใช้แทนไม่ได้ เพราะมาตรา 108 กำหนดให้นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ครอบคลุมอย่างน้อยแปดเรื่อง Policy ที่ส่งมาจากบริษัทแม่จึงมีสถานะเป็นเอกสารภายในที่บริษัทจัดทำขึ้นเอง โครงสร้างที่ใช้ได้จริงคือให้ข้อบังคับภาษาไทยเป็นเอกสารที่มีผลผูกพัน แล้วให้ Policy ทำหน้าที่เป็นแนวปฏิบัติที่อ้างอิงข้อบังคับ
แปล Policy เป็นภาษาไทยแล้วใช้เป็นข้อบังคับได้เลยหรือไม่
การแปลแก้ได้เฉพาะเรื่องภาษา แต่ไม่ได้ทำให้เนื้อหาสอดคล้องกับกฎหมายไทย และ Policy ส่วนใหญ่ไม่ได้ครอบคลุมครบทั้งแปดเรื่องตามมาตรา 108 เช่น มักไม่มีเรื่องการร้องทุกข์ซึ่งมาตรา 109 กำหนดรายละเอียดขั้นต่ำไว้ถึงห้าข้อ หรือไม่มีเรื่องวันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง สิ่งที่ควรทำคือดึงเนื้อหาส่วนที่เข้าเกณฑ์มาเรียบเรียงเป็นข้อบังคับภาษาไทยฉบับเต็ม แล้วเก็บ Policy ไว้เป็นเอกสารแนวปฏิบัติต่างหาก
ข้อใน Policy ที่ให้สิทธิต่ำกว่ากฎหมายไทย จะเกิดอะไรขึ้น
ข้อที่ให้สิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกันไม่ได้ สิทธิของลูกจ้างยังเป็นไปตามกฎหมายไทย ที่ต้องระวังคือระหว่างที่ยังไม่แก้ ฝ่ายบุคคลอาจคำนวณเงินหรือดำเนินการตาม Policy ไปแล้วหลายราย ทำให้เกิดส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มพร้อมกัน จึงควรตรวจการดำเนินการย้อนหลังไปพร้อมกับการแก้เอกสารด้วย
ข้อที่ให้สิทธิสูงกว่ากฎหมายไทย ยกเลิกภายหลังได้ไหม
ต้องตรวจที่มาของสิทธิก่อนว่าอยู่ในสัญญาจ้าง ข้อบังคับ ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง หรือเกิดจากการประกาศและการปฏิบัติแบบใด การจ่ายต่อเนื่องไม่ทำให้ทุกสิทธิยกเลิกไม่ได้โดยอัตโนมัติ แต่หากสิทธินั้นเป็นข้อผูกพันแล้ว การลดสิทธิฝ่ายเดียวอาจใช้บังคับไม่ได้ ควรตรวจเอกสารและขั้นตอนตามกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ก่อนประกาศเปลี่ยนแปลง
เก็บข้อบังคับไว้บนอินทราเน็ตอย่างเดียวได้หรือไม่
ยังไม่พอ เพราะมาตรา 108 วรรคสาม กำหนดให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงานของลูกจ้าง โดยจะเพิ่มเติมโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ด้วยก็ได้ ช่องทางออนไลน์จึงเป็นการเพิ่ม ไม่ได้ใช้แทน นอกจากนี้ยังต้องเก็บสำเนาข้อบังคับไว้ ณ สถานประกอบกิจการหรือสำนักงานของนายจ้างตลอดเวลา และเมื่อมีการแก้ไขเพิ่มเติมก็ต้องดำเนินการทำนองเดียวกันตามมาตรา 110
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
ใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงในคลังสินค้า เสี่ยงอะไรตามมาตรา 11/1
ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงอาจทำให้บริษัทมีสถานะเป็นนายจ้างตามมาตรา 11/1 ตรวจเงื่อนไข 6 จุด เอกสาร และสิทธิที่ต้องเทียบก่อนเกิดข้อพิพาท
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
กฎหมายแรงงาน
สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569
สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
กฎหมายแรงงาน
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยมีเงื่อนไขแคบมาก ใช้ผิดประเภทอาจต้องจ่ายเต็มตามอายุงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ