081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงในคลังสินค้า เสี่ยงอะไรตามมาตรา 11/1

หัวหน้าคลังสินค้าสั่งงานพนักงานบริษัทและลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในพื้นที่เดียวกัน

สรุปประเด็นสำคัญ

มาตรา 11/1 วรรคหนึ่ง ใช้เมื่อผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลอื่นจัดหาคนมาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ โดยงานนั้นไม่ใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน เมื่อครบเงื่อนไข กฎหมายให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้าง แม้ผู้จัดหาคนจะเป็นผู้ควบคุมงานหรือจ่ายค่าจ้าง

วรรคสอง กำหนดให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงซึ่งทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างที่บริษัทจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ เครื่องแบบ พื้นที่ทำงาน หรือชื่อสัญญาไม่ใช่เกณฑ์ตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจลักษณะงานและการจัดคนทำงานจริง

คลังสินค้าที่ใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงต้องตรวจมากกว่าชื่อบริษัทบนสัญญา หากคนที่ผู้รับเหมาจัดหามาทำงานเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ มาตรา 11/1 อาจทำให้บริษัทมีสถานะเป็นนายจ้างด้วย บทความนี้อธิบายเงื่อนไข จุดเสี่ยง และเอกสารที่ควรมี

มาตรา 11/1 กำหนดว่าอย่างไร

มาตรา 11/1 วรรคหนึ่ง วางหลักไว้ว่า ในกรณีที่ผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดเป็นผู้จัดหาคนมาทำงานอันมิใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน โดยการทำงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ และโดยบุคคลนั้นจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือรับผิดชอบในการจ่ายค่าจ้างให้แก่คนที่มาทำงานนั้นหรือไม่ก็ตาม ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างของคนที่มาทำงานดังกล่าว · มาตรานี้เพิ่มเข้ามาโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551

ข้อความว่าผู้จัดหาคนจะเป็นผู้ควบคุมดูแลการทำงานหรือจ่ายค่าจ้างหรือไม่ก็ตาม ทำให้บริษัทอาศัยข้อเท็จจริงสองเรื่องนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อปฏิเสธสถานะตามมาตรา 11/1 ไม่ได้ เครื่องแบบ บัตรพนักงาน และผู้จ่ายเงินเป็นหลักฐานประกอบ แต่ไม่แทนการตรวจเงื่อนไขของมาตรา

ต้องตรวจให้ครบว่าเป็นการมอบหมายให้บุคคลอื่นจัดหาคนมาทำงานหรือไม่ งานนั้นเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของบริษัทหรือไม่ และข้อเท็จจริงตรงกับสัญญาที่เขียนไว้เพียงใด งานหยิบ แพ็ก ตรวจนับ งานทำความสะอาด หรืองานรักษาความปลอดภัยจึงไม่มีคำตอบตายตัวจากชื่องาน ต้องดูบทบาทของงานนั้นในกิจการและรูปแบบการจัดคนทำงานจริง

หกจุดที่คลังสินค้ามักเสี่ยงโดยไม่รู้ตัว

#สิ่งที่ทำอยู่จริงความเสี่ยงที่ตามมา
1ไม่แยกว่างานใดเป็นการจัดหาคน และงานใดเป็นบริการที่รับผลสำเร็จชื่อสัญญาว่า “จ้างบริการ” ไม่ชี้ขาด หากข้อเท็จจริงเป็นการจัดหาคนมาทำงานในกระบวนการของบริษัท ความเสี่ยงตามมาตรา 11/1 ยังอยู่
2สวัสดิการต่างกันทั้งที่ทำงานลักษณะเดียวกัน เช่น พนักงานบริษัทได้ค่าอาหารหรือค่ากะ แต่ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงไม่ได้ต้องตรวจมาตรา 11/1 วรรคสอง และเหตุผลของความแตกต่างเป็นรายรายการ การต่างกันเพียงเพราะสังกัดผู้รับเหมาเป็นจุดเสี่ยงโดยตรง
3ไม่มีวันที่เริ่มทำงานจริงและประวัติการเปลี่ยนผู้รับเหมาหากบริษัทมีสถานะเป็นนายจ้างตามมาตรา 11/1 ข้อมูลนี้มีผลต่อการคำนวณสิทธิตามอายุงาน บริษัทจะประเมินยอดเงินและพิสูจน์ความต่อเนื่องไม่ได้
4สิ่งที่ทำจริงไม่ตรงกับสัญญาจ้างเหมา เช่น หัวหน้าบริษัทจัดกะ อนุมัติล่วงเวลา และประเมินผลงานทั้งหมดการสั่งงานโดยบริษัทไม่ใช่เงื่อนไขตัดสินเพียงข้อเดียว แต่เป็นหลักฐานว่ารูปแบบการจัดคนทำงานจริงอาจต่างจากโครงสร้างในสัญญา
5ผู้รับเหมาไม่จ่ายค่าจ้างหรือจ่ายไม่ครบเมื่อเงื่อนไขมาตรา 11/1 ครบและบริษัทถูกถือเป็นนายจ้าง การจ่ายค่าบริการให้ผู้รับเหมาครบแล้วไม่ตัดความรับผิดต่อลูกจ้างโดยอัตโนมัติ
6ตัดช่วงสัญญาแล้วเรียกคนเดิมกลับมามาตรา 20 ให้นับระยะเวลาทุกช่วงเข้าด้วยกัน หากการเว้นช่วงเกิดจากเจตนาไม่ให้ลูกจ้างมีสิทธิตามกฎหมาย ต้องพิสูจน์ทั้งสถานะนายจ้างและเจตนา ไม่ควรสรุปจากช่วงว่างเพียงอย่างเดียว

เริ่มตรวจจากสัญญา รายชื่องาน และตารางเทียบสิทธิประโยชน์ แล้วเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในคลัง วิธีนี้จะแยกได้ว่าปัญหาอยู่ที่โครงสร้างสัญญา การจัดคน หรือยอดเงินที่ยังจ่ายไม่ครบ

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดข้อ 1 เขาเป็นลูกจ้างของผู้รับเหมา บริษัทไม่เกี่ยว · ความจริงคือ หากครบเงื่อนไขเรื่องการจัดหาคนและงานในกระบวนการตามมาตรา 11/1 กฎหมายให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้างด้วย · ผลเสียคือ บริษัทอาจประเมินต้นทุนและความรับผิดต่ำกว่าความจริง

เข้าใจผิดข้อ 2 เขียนในสัญญาจ้างเหมาว่าผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งหมด · ความจริงคือ สัญญาระหว่างบริษัทกับผู้รับเหมาผูกพันกันเองสองฝ่าย ไม่ตัดสถานะที่กฎหมายกำหนดไว้ · ผลเสียคือ ข้อที่บริษัทหวังพึ่งใช้ได้เฉพาะการไล่เบี้ยกับผู้รับเหมาภายหลัง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับความรับผิดต่อลูกจ้าง

เข้าใจผิดข้อ 3 ใส่เครื่องแบบคนละสีก็แยกกันชัดแล้ว · ความจริงคือ เครื่องแบบเป็นหลักฐานประกอบ แต่ไม่แทนการตรวจว่าผู้รับเหมาจัดหาคนมาทำงานอะไร งานนั้นอยู่ในกระบวนการของใคร และการทำงานจริงตรงกับสัญญาหรือไม่ · ผลเสียคือ บริษัทจัดการเพียงรูปลักษณ์ แต่ยังไม่ได้แก้โครงสร้างงาน

เข้าใจผิดข้อ 4 ให้สวัสดิการเท่ากันแล้วจะกลายเป็นพนักงานบริษัทไปเลย · ความจริงคือ การให้สิทธิประโยชน์ที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติเป็นสิ่งที่มาตรา 11/1 วรรคสองกำหนดไว้อยู่แล้ว การทำตามจึงเป็นการลดความเสี่ยง · ผลเสียคือ บริษัทเลี่ยงไม่ให้เพราะกลัวผลที่ไม่ได้เป็นอย่างที่กลัว แล้วกลายเป็นสร้างความเสี่ยงที่ใหญ่กว่า

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การใช้ผู้รับเหมาค่าแรงเป็นการโอนความรับผิดชอบด้านแรงงานออกไปจากบริษัท บริษัทจ่ายค่าบริการ ผู้รับเหมาดูแลคนของตัวเอง เป็นการแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจน

ในทางคดี ต้องพิสูจน์ให้ครบทั้งรูปแบบการจัดหาคน ลักษณะงาน และกระบวนการที่บริษัทรับผิดชอบ ชื่อสัญญา ผู้จ่ายค่าจ้าง เครื่องแบบ หรือผู้สั่งงานเป็นหลักฐานคนละชิ้น ไม่มีชิ้นใดชี้ขาดได้ลำพัง

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ มาตรา 11/1 ไม่ได้กำหนดว่าต้องใช้คนครบหนึ่งปีหรือหลายปีก่อนจึงเกิดความเสี่ยง ระยะเวลามีผลต่อจำนวนสิทธิที่สะสม แต่สถานะตามมาตรานี้เริ่มจากเงื่อนไขของงาน การใช้คนกลุ่มเดิมต่อเนื่องจึงทำให้ยอดเงินและหลักฐานสะสมมากขึ้น ไม่ใช่เพราะมีกำหนดเวลาพิเศษหนึ่งปี

หากบริษัทรับคนของผู้รับเหมาเข้าเป็นพนักงานโดยตรง ต้องตรวจว่าช่วงก่อนรับเข้าตรงเข้าเงื่อนไขมาตรา 11/1 หรือไม่ หากตรง การเปลี่ยนชื่อคู่สัญญาในภายหลังอาจไม่ทำให้ระยะเวลาที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเริ่มนับใหม่ ต้องประเมินจากวันเริ่มทำงานจริง ความต่อเนื่อง และเอกสารของแต่ละคน พร้อมเทียบอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ จัดทำตารางรายบุคคล ระบุวันที่เริ่มทำงานจริง งานที่ทำ ผู้สั่งงาน ลูกจ้างบริษัทที่ใช้เปรียบเทียบ และสิทธิประโยชน์ที่ได้รับ ตารางเดียวนี้ช่วยให้ฝ่ายกฎหมายประเมินสถานะและยอดความเสี่ยงได้โดยไม่ใช้เกณฑ์หนึ่งปีที่กฎหมายไม่ได้กำหนด

เอกสารที่ต้องมีเมื่อใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรง

  • สัญญาจ้างเหมาที่ระบุขอบเขตงานให้ชัด ว่าเป็นงานประเภทใด ในพื้นที่ใด และช่วงเวลาใด
  • รายชื่อบุคคลที่เข้ามาทำงานพร้อมวันที่เริ่มและวันที่สิ้นสุด ซึ่งบริษัทต้องเก็บเอง ไม่ใช่ให้ผู้รับเหมาเก็บฝ่ายเดียว
  • ตารางเทียบสิทธิประโยชน์และสวัสดิการ ระหว่างพนักงานบริษัทกับลูกจ้างรับเหมาที่ทำงานลักษณะเดียวกัน พร้อมระบุว่ารายการใดให้เท่ากันแล้ว และรายการใดต่างกันด้วยเหตุผลใด
  • บันทึกการสั่งงานและการอนุมัติล่วงเวลา ที่ระบุชัดว่าใครเป็นผู้สั่งและใครเป็นผู้อนุมัติ
  • หลักฐานการตรวจสอบว่าผู้รับเหมาจ่ายค่าจ้างครบ เช่น สำเนาหลักฐานการจ่ายรายงวด ซึ่งควรเขียนไว้ในสัญญาจ้างเหมาว่าเป็นหน้าที่ต้องส่งให้บริษัท
  • หลักฐานการอบรมความปลอดภัยและการรับทราบระเบียบพื้นที่ ของทุกคนที่เข้ามาทำงาน
  • ข้อสัญญาเรื่องการไล่เบี้ย ระหว่างบริษัทกับผู้รับเหมา ซึ่งช่วยเรื่องการเรียกคืนภายหลัง แม้ไม่ตัดความรับผิดต่อลูกจ้าง

ลำดับการตรวจที่ทำได้ในหนึ่งวัน

  1. ทำรายชื่อคนที่ใช้ผ่านผู้รับเหมาทั้งหมด พร้อมวันที่เริ่มทำงานจริงในพื้นที่ของบริษัท
  2. จับคู่งานที่มีลักษณะเดียวกับงานของลูกจ้างบริษัท เพื่อใช้ตรวจสิทธิประโยชน์และสวัสดิการตามวรรคสอง
  3. ดูว่ามีการตัดช่วงสัญญาแล้วเรียกคนเดิมกลับมาหรือไม่ และเก็บเหตุผลของช่วงว่างไว้ เพราะมาตรา 20 ต้องพิจารณาเจตนาไม่ให้เกิดสิทธิ
  4. เทียบสิทธิประโยชน์รายการต่อรายการ ทั้งเบี้ยขยัน ค่าอาหาร ค่ากะ และสวัสดิการอื่นที่บริษัทให้พนักงานของตน
  5. ตรวจว่าใครเป็นผู้สั่งงานจริงในแต่ละวัน โดยดูจากบันทึกการสั่งงานและใบอนุมัติล่วงเวลา
  6. ตรวจว่าผู้รับเหมาจ่ายค่าจ้างครบตามกำหนดหรือไม่ และเก็บหลักฐานไว้
  7. สรุปกลุ่มความเสี่ยงและตัดสินใจ ว่าจะรับเข้าเป็นพนักงานโดยตรง ปรับสิทธิประโยชน์ให้เป็นธรรม หรือปรับโครงสร้างงาน โดยให้ฝ่ายกฎหมายดูก่อนดำเนินการ

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน

  • ไม่แน่ใจว่างานที่จ้างเป็นการจัดหาคนหรือเป็นบริการที่ผู้รับเหมารับผิดชอบผลสำเร็จของงาน
  • สวัสดิการระหว่างสองกลุ่มต่างกันชัดเจนทั้งที่ทำงานลักษณะเดียวกัน
  • ผู้รับเหมาค้างจ่ายค่าจ้างหรือมีปัญหาทางการเงิน
  • บริษัทกำลังจะรับคนของผู้รับเหมาเข้าเป็นพนักงานโดยตรง ซึ่งมีประเด็นเรื่องการนับระยะเวลาการทำงานย้อนหลัง
  • บริษัทกำลังจะยุติสัญญากับผู้รับเหมาและลดจำนวนคนพร้อมกัน
  • เกิดอุบัติเหตุในพื้นที่กับคนของผู้รับเหมา
  • บริษัทกำลังจะเปลี่ยนไปใช้ผู้รับเหมาแทนพนักงานเดิม ซึ่งต้องตรวจทั้งการเลิกจ้างเดิมและโครงสร้างงานใหม่
  • มีสหภาพแรงงานหรือกรรมการลูกจ้างในสถานประกอบกิจการ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจสถานะการใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงทั้งระบบ ตั้งแต่ตรวจว่างานนั้นอยู่ในกระบวนการของบริษัทหรือไม่ เทียบสิทธิประโยชน์รายการต่อรายการ ไปจนถึงร่างสัญญาจ้างเหมาที่มีข้อกำหนดเรื่องการส่งหลักฐานการจ่ายค่าจ้างและการไล่เบี้ย

สรุป

การใช้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 11/1 จากงานและการจัดคนจริง หากบริษัทถูกถือเป็นนายจ้าง ความรับผิดตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอาจมาถึงบริษัท และเมื่อคนกลุ่มนี้ทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างโดยตรง บริษัทต้องจัดสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ตรวจถ้อยคำมาตรา 11/1 ได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2551 และดูเอกสารกฎหมายของกระทรวงแรงงาน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจสัญญาและการทำงานจริง เทียบสิทธิ คำนวณความเสี่ยง และร่างข้อกำหนดสำหรับผู้รับเหมา โทร 081-327-8551 LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษา

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 11/1 วรรคหนึ่ง · เมื่อผู้ประกอบกิจการมอบหมายให้บุคคลอื่นจัดหาคนมาทำงานที่เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของผู้ประกอบกิจการ โดยไม่ใช่การประกอบธุรกิจจัดหางาน ให้ถือว่าผู้ประกอบกิจการเป็นนายจ้าง แม้ผู้จัดหาคนจะควบคุมงานหรือจ่ายค่าจ้าง
  • มาตรา 11/1 วรรคสอง · ผู้ประกอบกิจการต้องดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานลักษณะเดียวกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรงได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ
  • มาตรา 20 · หากลูกจ้างไม่ได้ทำงานติดต่อกันเพราะนายจ้างมีเจตนาไม่ให้ลูกจ้างมีสิทธิตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นับระยะเวลาการทำงานทุกช่วงเข้าด้วยกัน
  • มาตรา 118 และมาตรา 119 · ใช้ตรวจค่าชดเชยตามระยะเวลาทำงานและเหตุที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย เมื่อผู้ประกอบกิจการมีสถานะเป็นนายจ้างตามมาตรา 11/1
  • มาตรา 144/1 · ผู้ประกอบกิจการที่ไม่ปฏิบัติตามมาตรา 11/1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท

คำถามที่พบบ่อย

พนักงาน Outsource ในคลัง ถือเป็นลูกจ้างของบริษัทหรือไม่

ต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 11/1 ว่าเป็นการมอบหมายให้บุคคลอื่นจัดหาคนมาทำงานหรือไม่ และงานนั้นเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการผลิตหรือธุรกิจในความรับผิดชอบของบริษัทหรือไม่ หากครบเงื่อนไข กฎหมายให้ถือว่าบริษัทเป็นนายจ้างด้วย ชื่องาน เครื่องแบบ ผู้สั่งงาน และผู้จ่ายค่าจ้างเป็นข้อเท็จจริงประกอบ ไม่มีข้อใดชี้ขาดเพียงลำพัง

เขียนในสัญญาจ้างเหมาว่าผู้รับเหมารับผิดชอบทั้งหมด ใช้ได้ไหม

ข้อสัญญานี้ใช้แบ่งความรับผิดระหว่างบริษัทกับผู้รับเหมาและช่วยเรื่องการไล่เบี้ยภายหลัง แต่ไม่ตัดผลของมาตรา 11/1 หากข้อเท็จจริงครบเงื่อนไขเรื่องการจัดหาคนและงานในกระบวนการของบริษัท ควรเขียนข้อไล่เบี้ยให้ชัด พร้อมกำหนดให้ผู้รับเหมาส่งหลักฐานการจ่ายค่าจ้างรายงวด

ต้องให้สวัสดิการเท่ากับพนักงานบริษัททุกรายการเลยหรือไม่

มาตรา 11/1 วรรคสอง กำหนดให้ผู้ประกอบกิจการดำเนินการให้ลูกจ้างรับเหมาค่าแรงที่ทำงานในลักษณะเดียวกันกับลูกจ้างตามสัญญาจ้างโดยตรง ได้รับสิทธิประโยชน์และสวัสดิการที่เป็นธรรมโดยไม่เลือกปฏิบัติ ถ้อยคำที่เป็นแกนคือทำงานในลักษณะเดียวกันและไม่เลือกปฏิบัติ ซึ่งไม่เท่ากับการเทียบทุกรายการให้เหมือนกันหมดโดยไม่ดูลักษณะงาน สิ่งที่ควรทำคือตารางเทียบรายการต่อรายการ แล้วดูว่ารายการใดต่างกันและมีเหตุผลรองรับหรือไม่ รายการที่ต่างกันเพียงเพราะเป็นคนของผู้รับเหมา คือจุดที่มีปัญหาชัดที่สุด

ใช้ผู้รับเหมามานานหลายปีแล้ว ควรทำอย่างไร

เริ่มจากทำรายชื่อพร้อมวันที่เริ่มงานจริง งานที่ทำ ผู้สั่งงาน ลูกจ้างบริษัทที่ทำงานลักษณะเดียวกัน และสิทธิที่แต่ละคนได้รับ มาตรา 11/1 ไม่ได้กำหนดเกณฑ์หนึ่งปี แต่ระยะเวลามีผลต่อสิทธิที่สะสมและยอดความเสี่ยง หากจะรับเข้าเป็นพนักงานโดยตรงหรือยุติสัญญา ควรประเมินความต่อเนื่องของอายุงานก่อนดำเนินการ

ผู้รับเหมาไม่จ่ายค่าจ้างให้คนงาน บริษัทต้องรับผิดชอบไหม

มีความเสี่ยงที่ความรับผิดจะมาถึงบริษัทได้ เพราะเมื่อบริษัทมีสถานะเป็นนายจ้างของคนกลุ่มนั้นด้วยตามมาตรา 11/1 การที่บริษัทจ่ายค่าบริการให้ผู้รับเหมาครบแล้วจึงไม่ตัดความรับผิดนี้โดยอัตโนมัติ สิ่งที่ควรทำเพื่อป้องกันคือกำหนดในสัญญาจ้างเหมาให้ผู้รับเหมาส่งหลักฐานการจ่ายค่าจ้างรายงวดให้บริษัทตรวจก่อนจ่ายค่าบริการงวดถัดไป และเก็บหลักฐานเหล่านั้นไว้

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลเทียบ HR Policy สำนักงานใหญ่ฉบับภาษาอังกฤษกับข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานภาษาไทย กฎหมายแรงงาน

HR Policy สำนักงานใหญ่ขัดกฎหมายไทยตรงไหน ต้องตรวจอะไรก่อน

HR Policy สำนักงานใหญ่ใช้แทนข้อบังคับตามมาตรา 108 ไม่ได้ ตรวจ 7 จุดเสี่ยง พร้อมวิธีเทียบ Policy กับกฎหมายไทยก่อนใช้จริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
หัวหน้างานโรงงานเซ็นอนุมัติเอกสารให้พนักงาน สะท้อนอำนาจที่ต้องระบุในสัญญาจ้างหัวหน้างาน กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
ฝ่ายบุคคลเรียงสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหลายฉบับของพนักงานคนเดียวกันเพื่อตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุด กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยมีเงื่อนไขแคบมาก ใช้ผิดประเภทอาจต้องจ่ายเต็มตามอายุงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE