081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย: งานแบบไหนถึงใช้ได้

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 10 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลเรียงสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหลายฉบับของพนักงานคนเดียวกันเพื่อตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุด

สรุปประเด็นสำคัญ

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคสาม มีเงื่อนไขแคบกว่าที่หลายบริษัทเข้าใจมาก เพราะวรรคสี่จำกัดไว้เฉพาะ งานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น

และยังต้องครบอีกสองเงื่อนไขพร้อมกัน คืองานนั้นต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง แปลว่างานที่เป็นงานปกติของกิจการ เช่น พนักงานไลน์ผลิตประจำ จะใช้สัญญาแบบนี้เพื่อเลี่ยงค่าชดเชยไม่ได้ แม้จะเขียนวันสิ้นสุดไว้ชัดเจนก็ตาม

เครื่องมือที่โรงงานใช้กันแพร่หลายคือสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา โดยเข้าใจว่าเมื่อครบกำหนดก็จบกันไป ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ความเข้าใจนี้ถูกเพียงบางส่วน เพราะกฎหมายจำกัดการยกเว้นไว้เฉพาะงานบางลักษณะเท่านั้น บทความนี้อธิบายว่างานแบบไหนใช้ได้จริง และการใช้ผิดประเภททำให้เกิดภาระอะไรตามมา

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาใช้ได้กับงานแบบไหน

หลักทั่วไปคือ เมื่อเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง แต่วรรคสามกำหนดข้อยกเว้นว่า ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ได้เปิดกว้าง เพราะวรรคสี่จำกัดว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้เฉพาะสามลักษณะงาน คืองานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรืองานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น

และต้องครบอีกสองเงื่อนไขคู่กัน คืองานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เขียนวันสิ้นสุดไว้ในสัญญา ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้ว

การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามวรรคสี่ด้วย วางแผนต้นทุนโดยไม่ได้ตั้งงบค่าชดเชยไว้เลยทั้งกลุ่ม

ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตประจำได้

งานไลน์ผลิตโดยทั่วไปเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานที่สะสมมา

ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปี

การแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ โดยที่งานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่อง มักถูกพิจารณาจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริง ไม่ใช่จากจำนวนฉบับสัญญา คำนวณภาระเงินต่ำกว่าความจริงมาก โดยเฉพาะเมื่อรวมกันแล้วเกินหลายปี

เลิกจ้างก่อนครบกำหนดก็ทำได้ เพราะเป็นสัญญามีกำหนดเวลา

ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้กับกรณีเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น การเลิกก่อนกำหนดเป็นคนละกรณีและมีผลทางกฎหมายต่างกัน คิดว่าปลอดภัยแต่กลับมีทั้งค่าชดเชยและประเด็นผิดสัญญาตามมา

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าเขียนสัญญาให้มีวันเริ่มและวันจบชัดเจน แล้วทั้งสองฝ่ายเซ็นยอมรับ ก็ถือว่าตกลงกันแล้ว เมื่อครบกำหนดก็แยกกันไปโดยไม่มีภาระอะไร

ในทางคดี สิ่งที่ชี้ขาดคือลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร คำถามที่ตามมาคืองานนั้นเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอนจริงหรือเปล่า และเมื่อครบกำหนดแล้วงานนั้นหมดไปจริงหรือยังมีคนอื่นทำต่อ

จุดที่ควรตรวจ ข้อเท็จจริงที่หักล้างสัญญาได้ทันทีคือเมื่อครบกำหนดแล้วบริษัทรับคนใหม่มาทำงานเดิมต่อ หรือตำแหน่งนั้นยังอยู่ในผังองค์กรและมีคนทำต่อเนื่อง เพราะทั้งสองอย่างแสดงว่างานนั้นไม่ได้สิ้นสุดจริง สิ่งที่สิ้นสุดคือสัญญาของคนคนนั้นเท่านั้น

แนวทางดำเนินการ แยกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าบริษัทต้องการอะไร ถ้าต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ให้ไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต ไม่ใช่ใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือลดภาระ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้บริษัทตั้งงบผิดทั้งระบบและรู้ตัวตอนที่แก้ไม่ทันแล้ว

เช็กก่อนใช้ ว่างานนี้เข้าเงื่อนไขหรือไม่

คำถามที่ต้องตอบให้ได้ถ้าตอบว่าใช่ถ้าตอบว่าไม่
งานนี้เป็นงานปกติของธุรกิจหรือการค้าของบริษัทหรือไม่ไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องเตรียมจ่ายค่าชดเชยตามปกติผ่านข้อแรก ไปดูข้อถัดไป
งานนี้มีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดที่แน่นอนตามลักษณะงานจริงหรือไม่ การระบุวันในสัญญาอย่างเดียวไม่เพียงพอผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น
งานจะแล้วเสร็จภายในสองปีหรือไม่ผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น
ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันเริ่มจ้างหรือไม่ผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น แม้งานจะเข้าลักษณะก็ตาม
เมื่อครบกำหนดแล้ว งานนั้นจะหมดไปจริงหรือไม่ผ่านเสี่ยงถูกโต้แย้งว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมาย
บริษัทเคยต่อสัญญากับคนเดิมมาแล้วกี่รอบยิ่งหลายรอบยิ่งเสี่ยง ควรให้ทนายตรวจก่อนยังไม่เคยต่อ ความเสี่ยงต่ำกว่า

ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ผ่าน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้สัญญาจ้างปกติแล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง รายการที่ควรมีในสัญญาทุกประเภทดูได้ที่สิ่งที่สัญญาจ้างพนักงานโรงงานต้องเขียนให้ชัด

เรื่องที่ต้องรู้เพิ่ม แม้สัญญาจะเข้าเงื่อนไข

  • เมื่อครบกำหนดสัญญาย่อมสิ้นสุดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แต่ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐานไว้อยู่ดี
  • ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้เฉพาะเรื่องค่าชดเชย ไม่ได้ยกเว้นสิทธิอื่นของลูกจ้าง เช่น ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา และวันหยุดพักผ่อนตามส่วน
  • ยังต้องจ่ายเงินให้ทันกรอบเวลา ตามมาตรา 70 วรรคสอง คือภายในสามวันนับแต่วันที่สิ้นสุดการจ้าง ผิดนัดมีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 9
  • ประเด็นความเป็นธรรมตามมาตรา 49 ยังอาจถูกยกขึ้นได้ หากข้อเท็จจริงแสดงว่าการใช้รูปแบบสัญญานี้เป็นการเลี่ยงหน้าที่ตามกฎหมาย
  • หากเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง เพราะหากนายจ้างจะอ้างมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย วรรคท้ายกำหนดให้แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ดูจุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง

ถ้าใช้ผิดประเภทมาแล้ว ควรทำอะไร

  1. รวบรวมสัญญาทุกฉบับของพนักงานแต่ละคน เรียงตามวันที่ แล้วดูว่าช่วงว่างระหว่างฉบับมีจริงหรือเป็นเพียงเอกสาร
  2. ตรวจว่างานที่ทำจริงเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ โดยดูจากผังองค์กรและแผนการผลิต ไม่ใช่ดูจากชื่อตำแหน่งในสัญญา
  3. คำนวณภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุด คือนับอายุงานต่อเนื่องทั้งหมด เพื่อให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ
  4. หยุดต่อสัญญาแบบเดิมกับคนใหม่ทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้สัญญาที่ถูกประเภทสำหรับการจ้างรอบถัดไป
  5. วางแผนแก้ไขกลุ่มเดิมอย่างเป็นระบบ โดยไม่ทำแบบรีบร้อนจนกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง
  6. ทบทวนแบบฟอร์มทั้งชุด ทั้งสัญญา ใบต่อสัญญา และหนังสือแจ้งสิ้นสุด ให้สอดคล้องกัน

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน

  • บริษัทใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในสายการผลิตหลัก
  • มีพนักงานที่ต่อสัญญามาแล้วเกินสองปีรวมทุกช่วง
  • กำลังจะไม่ต่อสัญญาให้พนักงานหลายคนพร้อมกัน
  • เคยมีช่วงว่างระหว่างสัญญาเพียงไม่กี่วัน แล้วให้กลับมาทำงานเดิม
  • งานที่จ้างเป็นงานตามฤดูกาลหรืองานโครงการ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขตามวรรคสี่หรือไม่
  • ต้องการเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญา

ทดสอบสัญญากำหนดระยะเวลาด้วยประตู 4 ชั้น

การระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุดยังไม่พอ ต้องตรวจว่างานเข้าลักษณะที่กฎหมายเปิดให้ตกลงจ้างมีกำหนดระยะเวลาและสิ้นสุดตามกำหนดโดยไม่จ่ายค่าชดเชยหรือไม่ เงื่อนไขสำคัญต้องพิจารณาร่วมกัน ไม่ควรเลือกเฉพาะคำว่า “โครงการ” มาใช้กับงานประจำของธุรกิจ

  1. ลักษณะงานเป็นโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรือ งานตามฤดูกาลตามกรอบกฎหมายหรือไม่
  2. งานมีวันเริ่มและสิ้นสุดแน่นอนที่เชื่อมกับลักษณะงานจริงหรือไม่
  3. ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้างหรือไม่
  4. ระยะเวลาและพฤติการณ์การต่อสัญญาสอดคล้องกับข้อยกเว้นหรือทำให้เห็นว่าเป็นงานต่อเนื่องหรือไม่

การต่อสัญญาซ้ำต้องดูภาพรวมทั้งความสัมพันธ์

สัญญาณความเสี่ยงคำถามตรวจ
ต่อสัญญาหลายรอบโดยหน้าที่เดิมงานสิ้นสุดจริงในแต่ละรอบ หรือเพียงเปลี่ยนเลขสัญญา
เว้นช่วงสั้นแล้วกลับมาทำต่อพนักงานหยุดทำงานจริงและงานถูกปิดหรือไม่
ใช้คำว่าโครงการแต่เป็นงานหลักผลผลิตของงานเป็นส่วนปกติของธุรกิจหรือไม่
บอกเลิกก่อนวันสิ้นสุดสัญญาให้อำนาจอย่างไร และผลจากการยุติก่อนกำหนดคืออะไร

ทำ Project Closure File ก่อนรับคนเข้าทำงาน

แฟ้มควรมีขอบเขตโครงการ ผู้ว่าจ้างหรือมติอนุมัติ ผลงานส่งมอบ งบประมาณ วันเริ่มและสิ้นสุด ตำแหน่งที่ผูกกับโครงการ และแผนเมื่อโครงการจบ หากไม่มีหลักฐานตั้งแต่ต้น การอธิบายภายหลังว่างานเป็นโครงการเฉพาะจะยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพนักงานทำงานอื่นนอกโครงการเป็นประจำ

ก่อนสิ้นสุดให้ตรวจว่าขอบเขตงานจบจริงหรือถูกขยาย พนักงานยังถูกมอบหมายงานต่อหรือไม่ และมีเอกสารใดที่สื่อว่าจะต่อสัญญา การปล่อยให้ทำงานต่อหลังวันที่กำหนดโดยไม่มีการตัดสินใจและเอกสารที่ชัด อาจทำให้ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับแบบสัญญาที่นายจ้างตั้งใจใช้

สร้าง Project Employment File ตั้งแต่ก่อนจ้าง

แฟ้มควรเชื่อมสัญญาของพนักงานกับเอกสารโครงการจริง ได้แก่ ขอบเขตงาน ผลส่งมอบ งบ ระยะเวลา ผู้อนุมัติ และเหตุที่ต้องใช้ตำแหน่งนั้น หากโครงการเปลี่ยน ต้องบันทึกว่าหน้าที่ของพนักงานเปลี่ยนตามหรือยังทำงานเดิมต่อ

Red-Team ข้อยกเว้นสัญญากำหนดระยะเวลา

ข้อโต้แย้งข้อมูลที่บริษัทต้องแสดง
งานเป็นงานปกติของธุรกิจความต่างของโครงการจากงานประจำและเหตุที่งานสิ้นสุด
วันสิ้นสุดมีเพียงในกระดาษMilestone และผลปิดโครงการที่เกิดจริง
ต่อสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยงสิทธิเหตุของแต่ละรอบและช่องว่างของงาน
พนักงานทำงานอื่นต่อหลังโครงการบันทึกมอบหมายและเวลาที่ใช้กับแต่ละงาน

แฟ้มจำลอง: โครงการจบแต่พนักงานทำงานประจำต่อ

สัญญาระบุโครงการติดตั้งระบบ เมื่อส่งมอบแล้วบริษัทให้พนักงานดูแลระบบและรับ Ticket ต่อเนื่อง หน้าที่ใหม่เป็นงานดำเนินงานปกติ ข้อเท็จจริงหลังโครงการจึงต้องถูกประเมินแยกจากสัญญาเดิม หากต้องการจ้างต่อ ควรออกเอกสารที่ตรงกับความสัมพันธ์ใหม่และวางสิทธิให้ถูกต้อง

End-of-Term Playbook

  1. ตรวจว่างานตามสัญญาสิ้นสุดจริงและไม่มีคำสั่งทำต่อ
  2. ยืนยันการต่อหรือไม่ต่อก่อนระบบสร้างตารางงานรอบใหม่
  3. คำนวณเงินและวันลาจากข้อมูลจริง
  4. แจ้งผู้เกี่ยวข้องด้วยข้อความที่ตรงกับสัญญาและข้อเท็จจริง
  5. ปิดสิทธิระบบหลังการส่งมอบตามแผน
  6. เก็บ Closure File ที่แสดงผลสำเร็จของงาน

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจว่าการใช้สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาของบริษัทเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 118 วรรคสี่หรือไม่ โดยดูจากลักษณะงานจริง ผังองค์กร และประวัติการต่อสัญญา แล้วประเมินภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุดให้เห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ

แนวทางของสำนักงานคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ และบอกตรงไปตรงมาเมื่อเห็นว่ารูปแบบสัญญาที่ใช้อยู่มีความเสี่ยง เพราะการรู้ตัวเลขที่แท้จริงตั้งแต่ต้นทำให้บริษัทวางแผนได้ ดีกว่ามารู้ในวันที่มีคนยื่นคำร้อง

สรุป

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาไม่ใช่เครื่องมือลดภาระค่าชดเชยแบบทั่วไป เพราะข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามถูกจำกัดโดยวรรคสี่ไว้เฉพาะงานโครงการที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด และงานตามฤดูกาล อีกทั้งต้องแล้วเสร็จภายในสองปีและทำเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง สิ่งที่ชี้ขาดจึงเป็นลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร ตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และขั้นตอนคดีที่ศาลยุติธรรม โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทกำลังจะจ้างพนักงานตามโครงการ ต่อสัญญา หรือไม่ต่อสัญญาให้พนักงานกลุ่มใด ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสาม : ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
  • มาตรา 118 วรรคสี่ : การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามกระทำได้เฉพาะ (1) งานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน (2) งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน (3) งานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น โดยงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทฉบับล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 17 วรรคหนึ่ง : สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐาน
  • มาตรา 118 วรรคหนึ่ง : หากไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามขั้นบันได ขั้นสูงสุด 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ตามฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562
  • มาตรา 119 วรรคท้าย : หากนายจ้างจะอ้างเหตุแห่งการไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือหรือแจ้งลูกจ้างในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
  • มาตรา 14/1 : สัญญาจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี

คำถามที่พบบ่อย

เขียนวันสิ้นสุดในสัญญาแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใช่ไหม

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามมาตรา 118 วรรคสี่ด้วย คืองานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรืองานตามฤดูกาล และงานต้องแล้วเสร็จภายในสองปี พร้อมทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น

ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตได้ไหม

โดยทั่วไปทำได้ยาก เพราะงานไลน์ผลิตมักเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ หากบริษัทต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ควรไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้ตั้งงบผิดทั้งระบบ

ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปีไหม

ไม่ได้เริ่มนับใหม่โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณาดูจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริงประกอบด้วย ว่างานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่องหรือไม่ ไม่ได้ดูเพียงจำนวนฉบับสัญญาหรือช่วงว่างสั้น ๆ ระหว่างฉบับ บริษัทที่ใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่จึงควรคำนวณภาระตามสมมติฐานที่นับอายุงานต่อเนื่องไว้ด้วย

เลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญาได้ไหม

ทำได้ แต่เป็นคนละกรณีกับข้อยกเว้นตามวรรคสาม เพราะข้อยกเว้นนั้นใช้กับการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลา การเลิกก่อนกำหนดจึงมีผลทางกฎหมายต่างออกไป ทั้งเรื่องค่าชดเชยและประเด็นการผิดสัญญา หากนายจ้างจะอ้างมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุในหนังสือหรือแจ้งแก่ลูกจ้างในขณะเลิกจ้างตามวรรคท้าย จึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนดำเนินการ

ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข ควรใช้สัญญาแบบไหนแทน

ควรใช้สัญญาจ้างปกติที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา แล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ซึ่งมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้และวางแผนล่วงหน้าได้ ต่างจากการใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง ซึ่งทำให้ภาระเงินมาปรากฏพร้อมกันทั้งกลุ่มในวันที่บริษัทไม่ได้เตรียมไว้

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE