081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569

ฝ่ายบุคคลเรียงสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหลายฉบับของพนักงานคนเดียวกันเพื่อตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุด

สรุปประเด็นสำคัญ

<p><strong>สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา</strong>ที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตาม<strong>มาตรา 118 วรรคสาม</strong> มีเงื่อนไขแคบกว่าที่หลายบริษัทเข้าใจมาก เพราะ<strong>วรรคสี่</strong>จำกัดไว้เฉพาะ <strong>งานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน</strong> · <strong>งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน</strong> · หรือ<strong>งานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น</strong></p>
<p>และยังต้องครบอีกสองเงื่อนไขพร้อมกัน คือ<strong>งานนั้นต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี</strong> และ<strong>นายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง</strong> · แปลว่างานที่เป็นงานปกติของกิจการ เช่น พนักงานไลน์ผลิตประจำ จะใช้สัญญาแบบนี้เพื่อเลี่ยงค่าชดเชยไม่ได้ แม้จะเขียนวันสิ้นสุดไว้ชัดเจนก็ตาม</p>

เครื่องมือที่โรงงานใช้กันแพร่หลายคือสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา โดยเข้าใจว่าเมื่อครบกำหนดก็จบกันไป ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ความเข้าใจนี้ถูกเพียงบางส่วน เพราะกฎหมายจำกัดการยกเว้นไว้เฉพาะงานบางลักษณะเท่านั้น บทความนี้อธิบายว่างานแบบไหนใช้ได้จริง และการใช้ผิดประเภททำให้เกิดภาระอะไรตามมา

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาใช้ได้กับงานแบบไหน

หลักทั่วไปคือ เมื่อเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง แต่วรรคสามกำหนดข้อยกเว้นว่า ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น

แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ได้เปิดกว้าง เพราะวรรคสี่จำกัดว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้เฉพาะสามลักษณะงาน คืองานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรืองานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น

และต้องครบอีกสองเงื่อนไขคู่กัน คืองานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดข้อ 1 — เขียนวันสิ้นสุดไว้ในสัญญา ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้ว · ความจริงคือ การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามวรรคสี่ด้วย · ผลเสียคือ วางแผนต้นทุนโดยไม่ได้ตั้งงบค่าชดเชยไว้เลยทั้งกลุ่ม

เข้าใจผิดข้อ 2 — ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตประจำได้ · ความจริงคือ งานไลน์ผลิตโดยทั่วไปเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ · ผลเสียคือ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานที่สะสมมา

เข้าใจผิดข้อ 3 — ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปี · ความจริงคือ การแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ โดยที่งานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่อง มักถูกพิจารณาจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริง ไม่ใช่จากจำนวนฉบับสัญญา · ผลเสียคือ คำนวณภาระเงินต่ำกว่าความจริงมาก โดยเฉพาะเมื่อรวมกันแล้วเกินหลายปี

เข้าใจผิดข้อ 4 — เลิกจ้างก่อนครบกำหนดก็ทำได้ เพราะเป็นสัญญามีกำหนดเวลา · ความจริงคือ ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้กับกรณีเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น การเลิกก่อนกำหนดเป็นคนละกรณีและมีผลทางกฎหมายต่างกัน · ผลเสียคือ คิดว่าปลอดภัยแต่กลับมีทั้งค่าชดเชยและประเด็นผิดสัญญาตามมา

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าเขียนสัญญาให้มีวันเริ่มและวันจบชัดเจน แล้วทั้งสองฝ่ายเซ็นยอมรับ ก็ถือว่าตกลงกันแล้ว เมื่อครบกำหนดก็แยกกันไปโดยไม่มีภาระอะไร

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า สิ่งที่ชี้ขาดคือลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร คำถามที่ตามมาคืองานนั้นเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอนจริงหรือเปล่า และเมื่อครบกำหนดแล้วงานนั้นหมดไปจริงหรือยังมีคนอื่นทำต่อ

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ข้อเท็จจริงที่หักล้างสัญญาได้ทันทีคือเมื่อครบกำหนดแล้วบริษัทรับคนใหม่มาทำงานเดิมต่อ หรือตำแหน่งนั้นยังอยู่ในผังองค์กรและมีคนทำต่อเนื่อง เพราะทั้งสองอย่างแสดงว่างานนั้นไม่ได้สิ้นสุดจริง สิ่งที่สิ้นสุดคือสัญญาของคนคนนั้นเท่านั้น

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ แยกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าบริษัทต้องการอะไร ถ้าต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ให้ไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต ไม่ใช่ใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือลดภาระ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้บริษัทตั้งงบผิดทั้งระบบและรู้ตัวตอนที่แก้ไม่ทันแล้ว

เช็กก่อนใช้ ว่างานนี้เข้าเงื่อนไขหรือไม่

ผู้จัดการโรงงานทบทวนแผนงานโครงการที่มีวันเริ่มและวันสิ้นสุดชัดเจนก่อนใช้สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา
คำถามที่ต้องตอบให้ได้ถ้าตอบว่าใช่ถ้าตอบว่าไม่
งานนี้เป็นงานปกติของธุรกิจหรือการค้าของบริษัทหรือไม่ไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องเตรียมจ่ายค่าชดเชยตามปกติผ่านข้อแรก ไปดูข้อถัดไป
งานนี้มีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดที่แน่นอนจริงหรือไม่ ไม่ใช่แค่ใส่วันในสัญญาผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น
งานจะแล้วเสร็จภายในสองปีหรือไม่ผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น
ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันเริ่มจ้างหรือไม่ผ่านไม่เข้าข้อยกเว้น แม้งานจะเข้าลักษณะก็ตาม
เมื่อครบกำหนดแล้ว งานนั้นจะหมดไปจริงหรือไม่ผ่านเสี่ยงถูกโต้แย้งว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมาย
บริษัทเคยต่อสัญญากับคนเดิมมาแล้วกี่รอบยิ่งหลายรอบยิ่งเสี่ยง ควรให้ทนายตรวจก่อนยังไม่เคยต่อ ความเสี่ยงต่ำกว่า

ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ผ่าน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้สัญญาจ้างปกติแล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง · รายการที่ควรมีในสัญญาทุกประเภทดูได้ที่สิ่งที่สัญญาจ้างพนักงานโรงงานต้องเขียนให้ชัด

เรื่องที่ต้องรู้เพิ่ม แม้สัญญาจะเข้าเงื่อนไข

  • เมื่อครบกำหนดสัญญาย่อมสิ้นสุดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แต่ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐานไว้อยู่ดี
  • ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้เฉพาะเรื่องค่าชดเชย ไม่ได้ยกเว้นสิทธิอื่นของลูกจ้าง เช่น ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา และวันหยุดพักผ่อนตามส่วน
  • ยังต้องจ่ายเงินให้ทันกรอบเวลา ตามมาตรา 70 วรรคสอง คือภายในสามวันนับแต่วันที่สิ้นสุดการจ้าง ผิดนัดมีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 9
  • ประเด็นความเป็นธรรมตามมาตรา 49 ยังอาจถูกยกขึ้นได้ หากข้อเท็จจริงแสดงว่าการใช้รูปแบบสัญญานี้เป็นการเลี่ยงหน้าที่ตามกฎหมาย
  • หากเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง เพราะมาตรา 119 วรรคท้ายปิดทางไม่ให้ยกเหตุใหม่ภายหลัง ดูจุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง

ถ้าใช้ผิดประเภทมาแล้ว ควรทำอะไร

  1. รวบรวมสัญญาทุกฉบับของพนักงานแต่ละคน เรียงตามวันที่ แล้วดูว่าช่วงว่างระหว่างฉบับมีจริงหรือเป็นเพียงเอกสาร
  2. ตรวจว่างานที่ทำจริงเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ โดยดูจากผังองค์กรและแผนการผลิต ไม่ใช่ดูจากชื่อตำแหน่งในสัญญา
  3. คำนวณภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุด คือนับอายุงานต่อเนื่องทั้งหมด เพื่อให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ
  4. หยุดต่อสัญญาแบบเดิมกับคนใหม่ทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้สัญญาที่ถูกประเภทสำหรับการจ้างรอบถัดไป
  5. วางแผนแก้ไขกลุ่มเดิมอย่างเป็นระบบ โดยไม่ทำแบบรีบร้อนจนกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง
  6. ทบทวนแบบฟอร์มทั้งชุด ทั้งสัญญา ใบต่อสัญญา และหนังสือแจ้งสิ้นสุด ให้สอดคล้องกัน

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน

  • บริษัทใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในสายการผลิตหลัก
  • มีพนักงานที่ต่อสัญญามาแล้วเกินสองปีรวมทุกช่วง
  • กำลังจะไม่ต่อสัญญาให้พนักงานหลายคนพร้อมกัน
  • เคยมีช่วงว่างระหว่างสัญญาเพียงไม่กี่วัน แล้วให้กลับมาทำงานเดิม
  • งานที่จ้างเป็นงานตามฤดูกาลหรืองานโครงการ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขตามวรรคสี่หรือไม่
  • ต้องการเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญา

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจว่าการใช้สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาของบริษัทเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 118 วรรคสี่หรือไม่ โดยดูจากลักษณะงานจริง ผังองค์กร และประวัติการต่อสัญญา แล้วประเมินภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุดให้เห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ

แนวทางของสำนักงานคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ และบอกตรงไปตรงมาเมื่อเห็นว่ารูปแบบสัญญาที่ใช้อยู่มีความเสี่ยง เพราะการรู้ตัวเลขที่แท้จริงตั้งแต่ต้นทำให้บริษัทวางแผนได้ ดีกว่ามารู้ในวันที่มีคนยื่นคำร้อง

สรุป

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาไม่ใช่เครื่องมือลดภาระค่าชดเชยแบบทั่วไป เพราะข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามถูกจำกัดโดยวรรคสี่ไว้เฉพาะงานโครงการที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด และงานตามฤดูกาล อีกทั้งต้องแล้วเสร็จภายในสองปีและทำเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง สิ่งที่ชี้ขาดจึงเป็นลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร ตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และขั้นตอนคดีที่ศาลยุติธรรม โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทกำลังจะจ้างพนักงานตามโครงการ ต่อสัญญา หรือไม่ต่อสัญญาให้พนักงานกลุ่มใด ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสาม ⭐ — ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
  • มาตรา 118 วรรคสี่ ⭐ — การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามกระทำได้เฉพาะ (1) งานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน · (2) งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน · (3) งานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น · โดยงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทฉบับล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 17 วรรคหนึ่งสัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า · อย่างไรก็ตาม ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐาน
  • มาตรา 118 วรรคหนึ่ง — หากไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามขั้นบันได ขั้นสูงสุด 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ตามฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562
  • มาตรา 119 วรรคท้าย — กรณีเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ถ้าไม่ระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างในภายหลังไม่ได้
  • มาตรา 14/1 — สัญญาจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
  • มาตรา 70 วรรคสอง และ มาตรา 9 — ต้องจ่ายค่าจ้างและเงินที่กำหนดภายในสามวันนับแต่วันที่สิ้นสุดการจ้าง · ผิดนัดต้องเสียดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี
  • มาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ยังอาจถูกยกขึ้นได้หากข้อเท็จจริงแสดงว่าการใช้รูปแบบสัญญานี้เป็นการเลี่ยงหน้าที่ตามกฎหมาย
  • ⚠️ การนับอายุงานกรณีทำสัญญาหลายช่วง — พิจารณาจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริงประกอบด้วย ไม่ได้ดูเพียงจำนวนฉบับสัญญา (ควรตรวจแนวคำพิพากษาที่ตรงกับลักษณะงานของกิจการก่อนวางแผน)

คำถามที่พบบ่อย

เขียนวันสิ้นสุดในสัญญาแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใช่ไหม

ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามมาตรา 118 วรรคสี่ด้วย คืองานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรืองานตามฤดูกาล และงานต้องแล้วเสร็จภายในสองปี พร้อมทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น

ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตได้ไหม

โดยทั่วไปทำได้ยาก เพราะงานไลน์ผลิตมักเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ หากบริษัทต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ควรไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้ตั้งงบผิดทั้งระบบ

ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปีไหม

ไม่ได้เริ่มนับใหม่โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณาดูจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริงประกอบด้วย ว่างานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่องหรือไม่ ไม่ได้ดูเพียงจำนวนฉบับสัญญาหรือช่วงว่างสั้น ๆ ระหว่างฉบับ บริษัทที่ใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่จึงควรคำนวณภาระตามสมมติฐานที่นับอายุงานต่อเนื่องไว้ด้วย

เลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญาได้ไหม

ทำได้ แต่เป็นคนละกรณีกับข้อยกเว้นตามวรรคสาม เพราะข้อยกเว้นนั้นใช้กับการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลา การเลิกก่อนกำหนดจึงมีผลทางกฎหมายต่างออกไป ทั้งเรื่องค่าชดเชยและประเด็นการผิดสัญญา และต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้างตามมาตรา 119 วรรคท้าย จึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนดำเนินการ

ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข ควรใช้สัญญาแบบไหนแทน

ควรใช้สัญญาจ้างปกติที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา แล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ซึ่งมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้และวางแผนล่วงหน้าได้ ต่างจากการใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง ซึ่งทำให้ภาระเงินมาปรากฏพร้อมกันทั้งกลุ่มในวันที่บริษัทไม่ได้เตรียมไว้

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้างานโรงงานเซ็นอนุมัติเอกสารให้พนักงาน สะท้อนอำนาจที่ต้องระบุในสัญญาจ้างหัวหน้างาน กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
เจ้าของกิจการและทนายความตรวจร่างสัญญาจ้างผู้บริหารทีละข้อก่อนลงนาม กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างผู้บริหารควรเขียนเรื่องโบนัส KPI ความลับ และการยุติสัญญาอย่างไร ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างผู้บริหารที่เขียนกว้างเกินไป มักบังคับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง รวม 8 เรื่องที่ต้องออกแบบตั้งแต่วันรับเข้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
พนักงานเขียนคำชี้แจงด้วยตนเองระหว่างกระบวนการตามหนังสือสอบสวนพนักงานของบริษัท กฎหมายแรงงาน

ทำหนังสือสอบสวนพนักงานอย่างไร ก่อนออกใบเตือนหรือหนังสือลงโทษ ฉบับทนาย ปี 2569

หนังสือสอบสวนพนักงานเป็นขั้นที่ตัดสินว่าการลงโทษจะเป็นธรรมหรือไม่ รวมสิ่งที่ต้องมีและกรอบเวลาพักงานตามกฎหมาย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE