สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย: งานแบบไหนถึงใช้ได้

สรุปประเด็นสำคัญ
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 วรรคสาม มีเงื่อนไขแคบกว่าที่หลายบริษัทเข้าใจมาก เพราะวรรคสี่จำกัดไว้เฉพาะ งานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอน งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น
และยังต้องครบอีกสองเงื่อนไขพร้อมกัน คืองานนั้นต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง แปลว่างานที่เป็นงานปกติของกิจการ เช่น พนักงานไลน์ผลิตประจำ จะใช้สัญญาแบบนี้เพื่อเลี่ยงค่าชดเชยไม่ได้ แม้จะเขียนวันสิ้นสุดไว้ชัดเจนก็ตาม
เครื่องมือที่โรงงานใช้กันแพร่หลายคือสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา โดยเข้าใจว่าเมื่อครบกำหนดก็จบกันไป ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ความเข้าใจนี้ถูกเพียงบางส่วน เพราะกฎหมายจำกัดการยกเว้นไว้เฉพาะงานบางลักษณะเท่านั้น บทความนี้อธิบายว่างานแบบไหนใช้ได้จริง และการใช้ผิดประเภททำให้เกิดภาระอะไรตามมา
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาใช้ได้กับงานแบบไหน
หลักทั่วไปคือ เมื่อเลิกจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามมาตรา 118 วรรคหนึ่ง แต่วรรคสามกำหนดข้อยกเว้นว่า ความในวรรคหนึ่งไม่ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
แต่ข้อยกเว้นนี้ไม่ได้เปิดกว้าง เพราะวรรคสี่จำกัดว่าการจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้เฉพาะสามลักษณะงาน คืองานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรืองานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรืองานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น
และต้องครบอีกสองเงื่อนไขคู่กัน คืองานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เขียนวันสิ้นสุดไว้ในสัญญา ก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยแล้ว
การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามวรรคสี่ด้วย วางแผนต้นทุนโดยไม่ได้ตั้งงบค่าชดเชยไว้เลยทั้งกลุ่ม
ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตประจำได้
งานไลน์ผลิตโดยทั่วไปเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ เมื่อครบกำหนดแล้วไม่ต่อสัญญา ยังต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานที่สะสมมา
ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปี
การแบ่งเป็นช่วงสั้น ๆ โดยที่งานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่อง มักถูกพิจารณาจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริง ไม่ใช่จากจำนวนฉบับสัญญา คำนวณภาระเงินต่ำกว่าความจริงมาก โดยเฉพาะเมื่อรวมกันแล้วเกินหลายปี
เลิกจ้างก่อนครบกำหนดก็ทำได้ เพราะเป็นสัญญามีกำหนดเวลา
ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้กับกรณีเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น การเลิกก่อนกำหนดเป็นคนละกรณีและมีผลทางกฎหมายต่างกัน คิดว่าปลอดภัยแต่กลับมีทั้งค่าชดเชยและประเด็นผิดสัญญาตามมา
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าเขียนสัญญาให้มีวันเริ่มและวันจบชัดเจน แล้วทั้งสองฝ่ายเซ็นยอมรับ ก็ถือว่าตกลงกันแล้ว เมื่อครบกำหนดก็แยกกันไปโดยไม่มีภาระอะไร
ในทางคดี สิ่งที่ชี้ขาดคือลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร คำถามที่ตามมาคืองานนั้นเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ มีจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดที่แน่นอนจริงหรือเปล่า และเมื่อครบกำหนดแล้วงานนั้นหมดไปจริงหรือยังมีคนอื่นทำต่อ
จุดที่ควรตรวจ ข้อเท็จจริงที่หักล้างสัญญาได้ทันทีคือเมื่อครบกำหนดแล้วบริษัทรับคนใหม่มาทำงานเดิมต่อ หรือตำแหน่งนั้นยังอยู่ในผังองค์กรและมีคนทำต่อเนื่อง เพราะทั้งสองอย่างแสดงว่างานนั้นไม่ได้สิ้นสุดจริง สิ่งที่สิ้นสุดคือสัญญาของคนคนนั้นเท่านั้น
แนวทางดำเนินการ แยกให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าบริษัทต้องการอะไร ถ้าต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ให้ไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต ไม่ใช่ใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือลดภาระ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้บริษัทตั้งงบผิดทั้งระบบและรู้ตัวตอนที่แก้ไม่ทันแล้ว
เช็กก่อนใช้ ว่างานนี้เข้าเงื่อนไขหรือไม่
| คำถามที่ต้องตอบให้ได้ | ถ้าตอบว่าใช่ | ถ้าตอบว่าไม่ |
|---|---|---|
| งานนี้เป็นงานปกติของธุรกิจหรือการค้าของบริษัทหรือไม่ | ไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องเตรียมจ่ายค่าชดเชยตามปกติ | ผ่านข้อแรก ไปดูข้อถัดไป |
| งานนี้มีวันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดที่แน่นอนตามลักษณะงานจริงหรือไม่ การระบุวันในสัญญาอย่างเดียวไม่เพียงพอ | ผ่าน | ไม่เข้าข้อยกเว้น |
| งานจะแล้วเสร็จภายในสองปีหรือไม่ | ผ่าน | ไม่เข้าข้อยกเว้น |
| ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่วันเริ่มจ้างหรือไม่ | ผ่าน | ไม่เข้าข้อยกเว้น แม้งานจะเข้าลักษณะก็ตาม |
| เมื่อครบกำหนดแล้ว งานนั้นจะหมดไปจริงหรือไม่ | ผ่าน | เสี่ยงถูกโต้แย้งว่าเป็นการเลี่ยงกฎหมาย |
| บริษัทเคยต่อสัญญากับคนเดิมมาแล้วกี่รอบ | ยิ่งหลายรอบยิ่งเสี่ยง ควรให้ทนายตรวจก่อน | ยังไม่เคยต่อ ความเสี่ยงต่ำกว่า |
ถ้าคำตอบข้อใดข้อหนึ่งไม่ผ่าน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือใช้สัญญาจ้างปกติแล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง รายการที่ควรมีในสัญญาทุกประเภทดูได้ที่สิ่งที่สัญญาจ้างพนักงานโรงงานต้องเขียนให้ชัด
เรื่องที่ต้องรู้เพิ่ม แม้สัญญาจะเข้าเงื่อนไข
- เมื่อครบกำหนดสัญญาย่อมสิ้นสุดโดยไม่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้า ตามมาตรา 17 วรรคหนึ่ง แต่ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐานไว้อยู่ดี
- ข้อยกเว้นตามวรรคสามใช้เฉพาะเรื่องค่าชดเชย ไม่ได้ยกเว้นสิทธิอื่นของลูกจ้าง เช่น ค่าจ้างค้างจ่าย ค่าล่วงเวลา และวันหยุดพักผ่อนตามส่วน
- ยังต้องจ่ายเงินให้ทันกรอบเวลา ตามมาตรา 70 วรรคสอง คือภายในสามวันนับแต่วันที่สิ้นสุดการจ้าง ผิดนัดมีดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีตามมาตรา 9
- ประเด็นความเป็นธรรมตามมาตรา 49 ยังอาจถูกยกขึ้นได้ หากข้อเท็จจริงแสดงว่าการใช้รูปแบบสัญญานี้เป็นการเลี่ยงหน้าที่ตามกฎหมาย
- หากเลิกจ้างก่อนครบกำหนด ต้องระบุเหตุไว้ในหนังสือบอกเลิกสัญญาจ้าง เพราะหากนายจ้างจะอ้างมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย วรรคท้ายกำหนดให้แจ้งข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ดูจุดที่ต้องตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง
ถ้าใช้ผิดประเภทมาแล้ว ควรทำอะไร
- รวบรวมสัญญาทุกฉบับของพนักงานแต่ละคน เรียงตามวันที่ แล้วดูว่าช่วงว่างระหว่างฉบับมีจริงหรือเป็นเพียงเอกสาร
- ตรวจว่างานที่ทำจริงเป็นงานปกติของกิจการหรือไม่ โดยดูจากผังองค์กรและแผนการผลิต ไม่ใช่ดูจากชื่อตำแหน่งในสัญญา
- คำนวณภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุด คือนับอายุงานต่อเนื่องทั้งหมด เพื่อให้เห็นตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจ
- หยุดต่อสัญญาแบบเดิมกับคนใหม่ทันที แล้วเปลี่ยนไปใช้สัญญาที่ถูกประเภทสำหรับการจ้างรอบถัดไป
- วางแผนแก้ไขกลุ่มเดิมอย่างเป็นระบบ โดยไม่ทำแบบรีบร้อนจนกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง
- ทบทวนแบบฟอร์มทั้งชุด ทั้งสัญญา ใบต่อสัญญา และหนังสือแจ้งสิ้นสุด ให้สอดคล้องกัน
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อน
- บริษัทใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่ โดยเฉพาะในสายการผลิตหลัก
- มีพนักงานที่ต่อสัญญามาแล้วเกินสองปีรวมทุกช่วง
- กำลังจะไม่ต่อสัญญาให้พนักงานหลายคนพร้อมกัน
- เคยมีช่วงว่างระหว่างสัญญาเพียงไม่กี่วัน แล้วให้กลับมาทำงานเดิม
- งานที่จ้างเป็นงานตามฤดูกาลหรืองานโครงการ แต่ไม่แน่ใจว่าเข้าเงื่อนไขตามวรรคสี่หรือไม่
- ต้องการเลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญา
ทดสอบสัญญากำหนดระยะเวลาด้วยประตู 4 ชั้น
การระบุวันเริ่มและวันสิ้นสุดยังไม่พอ ต้องตรวจว่างานเข้าลักษณะที่กฎหมายเปิดให้ตกลงจ้างมีกำหนดระยะเวลาและสิ้นสุดตามกำหนดโดยไม่จ่ายค่าชดเชยหรือไม่ เงื่อนไขสำคัญต้องพิจารณาร่วมกัน ไม่ควรเลือกเฉพาะคำว่า “โครงการ” มาใช้กับงานประจำของธุรกิจ
- ลักษณะงานเป็นโครงการเฉพาะที่ไม่ใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรือ งานตามฤดูกาลตามกรอบกฎหมายหรือไม่
- งานมีวันเริ่มและสิ้นสุดแน่นอนที่เชื่อมกับลักษณะงานจริงหรือไม่
- ทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้างหรือไม่
- ระยะเวลาและพฤติการณ์การต่อสัญญาสอดคล้องกับข้อยกเว้นหรือทำให้เห็นว่าเป็นงานต่อเนื่องหรือไม่
การต่อสัญญาซ้ำต้องดูภาพรวมทั้งความสัมพันธ์
| สัญญาณความเสี่ยง | คำถามตรวจ |
|---|---|
| ต่อสัญญาหลายรอบโดยหน้าที่เดิม | งานสิ้นสุดจริงในแต่ละรอบ หรือเพียงเปลี่ยนเลขสัญญา |
| เว้นช่วงสั้นแล้วกลับมาทำต่อ | พนักงานหยุดทำงานจริงและงานถูกปิดหรือไม่ |
| ใช้คำว่าโครงการแต่เป็นงานหลัก | ผลผลิตของงานเป็นส่วนปกติของธุรกิจหรือไม่ |
| บอกเลิกก่อนวันสิ้นสุด | สัญญาให้อำนาจอย่างไร และผลจากการยุติก่อนกำหนดคืออะไร |
ทำ Project Closure File ก่อนรับคนเข้าทำงาน
แฟ้มควรมีขอบเขตโครงการ ผู้ว่าจ้างหรือมติอนุมัติ ผลงานส่งมอบ งบประมาณ วันเริ่มและสิ้นสุด ตำแหน่งที่ผูกกับโครงการ และแผนเมื่อโครงการจบ หากไม่มีหลักฐานตั้งแต่ต้น การอธิบายภายหลังว่างานเป็นโครงการเฉพาะจะยากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อพนักงานทำงานอื่นนอกโครงการเป็นประจำ
ก่อนสิ้นสุดให้ตรวจว่าขอบเขตงานจบจริงหรือถูกขยาย พนักงานยังถูกมอบหมายงานต่อหรือไม่ และมีเอกสารใดที่สื่อว่าจะต่อสัญญา การปล่อยให้ทำงานต่อหลังวันที่กำหนดโดยไม่มีการตัดสินใจและเอกสารที่ชัด อาจทำให้ข้อเท็จจริงไม่ตรงกับแบบสัญญาที่นายจ้างตั้งใจใช้
สร้าง Project Employment File ตั้งแต่ก่อนจ้าง
แฟ้มควรเชื่อมสัญญาของพนักงานกับเอกสารโครงการจริง ได้แก่ ขอบเขตงาน ผลส่งมอบ งบ ระยะเวลา ผู้อนุมัติ และเหตุที่ต้องใช้ตำแหน่งนั้น หากโครงการเปลี่ยน ต้องบันทึกว่าหน้าที่ของพนักงานเปลี่ยนตามหรือยังทำงานเดิมต่อ
Red-Team ข้อยกเว้นสัญญากำหนดระยะเวลา
| ข้อโต้แย้ง | ข้อมูลที่บริษัทต้องแสดง |
|---|---|
| งานเป็นงานปกติของธุรกิจ | ความต่างของโครงการจากงานประจำและเหตุที่งานสิ้นสุด |
| วันสิ้นสุดมีเพียงในกระดาษ | Milestone และผลปิดโครงการที่เกิดจริง |
| ต่อสัญญาเพื่อหลีกเลี่ยงสิทธิ | เหตุของแต่ละรอบและช่องว่างของงาน |
| พนักงานทำงานอื่นต่อหลังโครงการ | บันทึกมอบหมายและเวลาที่ใช้กับแต่ละงาน |
แฟ้มจำลอง: โครงการจบแต่พนักงานทำงานประจำต่อ
สัญญาระบุโครงการติดตั้งระบบ เมื่อส่งมอบแล้วบริษัทให้พนักงานดูแลระบบและรับ Ticket ต่อเนื่อง หน้าที่ใหม่เป็นงานดำเนินงานปกติ ข้อเท็จจริงหลังโครงการจึงต้องถูกประเมินแยกจากสัญญาเดิม หากต้องการจ้างต่อ ควรออกเอกสารที่ตรงกับความสัมพันธ์ใหม่และวางสิทธิให้ถูกต้อง
End-of-Term Playbook
- ตรวจว่างานตามสัญญาสิ้นสุดจริงและไม่มีคำสั่งทำต่อ
- ยืนยันการต่อหรือไม่ต่อก่อนระบบสร้างตารางงานรอบใหม่
- คำนวณเงินและวันลาจากข้อมูลจริง
- แจ้งผู้เกี่ยวข้องด้วยข้อความที่ตรงกับสัญญาและข้อเท็จจริง
- ปิดสิทธิระบบหลังการส่งมอบตามแผน
- เก็บ Closure File ที่แสดงผลสำเร็จของงาน
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจว่าการใช้สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาของบริษัทเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 118 วรรคสี่หรือไม่ โดยดูจากลักษณะงานจริง ผังองค์กร และประวัติการต่อสัญญา แล้วประเมินภาระค่าชดเชยตามสมมติฐานที่แย่ที่สุดให้เห็นตัวเลขก่อนตัดสินใจ
แนวทางของสำนักงานคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ และบอกตรงไปตรงมาเมื่อเห็นว่ารูปแบบสัญญาที่ใช้อยู่มีความเสี่ยง เพราะการรู้ตัวเลขที่แท้จริงตั้งแต่ต้นทำให้บริษัทวางแผนได้ ดีกว่ามารู้ในวันที่มีคนยื่นคำร้อง
สรุป
สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาไม่ใช่เครื่องมือลดภาระค่าชดเชยแบบทั่วไป เพราะข้อยกเว้นตามมาตรา 118 วรรคสามถูกจำกัดโดยวรรคสี่ไว้เฉพาะงานโครงการที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด และงานตามฤดูกาล อีกทั้งต้องแล้วเสร็จภายในสองปีและทำเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง สิ่งที่ชี้ขาดจึงเป็นลักษณะของงานที่ทำจริง ไม่ใช่รูปแบบของเอกสาร ตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และขั้นตอนคดีที่ศาลยุติธรรม โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง
หากบริษัทกำลังจะจ้างพนักงานตามโครงการ ต่อสัญญา หรือไม่ต่อสัญญาให้พนักงานกลุ่มใด ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 118 วรรคสาม : ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น
- มาตรา 118 วรรคสี่ : การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามกระทำได้เฉพาะ (1) งานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้าง ซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน (2) งานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน (3) งานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น โดยงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี และนายจ้างกับลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทฉบับล่าสุดก่อนอ้างอิง)
- มาตรา 17 วรรคหนึ่ง : สัญญาจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาย่อมสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดระยะเวลาโดยมิต้องบอกกล่าวล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม ควรมีหนังสือแจ้งเป็นหลักฐาน
- มาตรา 118 วรรคหนึ่ง : หากไม่เข้าข้อยกเว้น ต้องจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานตามขั้นบันได ขั้นสูงสุด 20 ปีขึ้นไป 400 วัน ตามฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562
- มาตรา 119 วรรคท้าย : หากนายจ้างจะอ้างเหตุแห่งการไม่จ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือหรือแจ้งลูกจ้างในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
- มาตรา 14/1 : สัญญาจ้างที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
คำถามที่พบบ่อย
เขียนวันสิ้นสุดในสัญญาแล้ว ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยใช่ไหม
ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ การเขียนวันสิ้นสุดเป็นเพียงเงื่อนไขหนึ่ง ยังต้องเข้าลักษณะงานตามมาตรา 118 วรรคสี่ด้วย คืองานโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจ งานครั้งคราวที่มีกำหนดสิ้นสุด หรืองานตามฤดูกาล และงานต้องแล้วเสร็จภายในสองปี พร้อมทำสัญญาเป็นหนังสือตั้งแต่เริ่มจ้าง ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็ไม่เข้าข้อยกเว้น
ใช้กับพนักงานไลน์ผลิตได้ไหม
โดยทั่วไปทำได้ยาก เพราะงานไลน์ผลิตมักเป็นงานปกติของธุรกิจของนายจ้าง จึงไม่เข้าลักษณะงานโครงการเฉพาะตามวรรคสี่ หากบริษัทต้องการความยืดหยุ่นเรื่องกำลังคน ควรไปออกแบบที่โครงสร้างอัตรากำลังและการวางแผนการผลิต มากกว่าใช้รูปแบบสัญญาเป็นเครื่องมือ เพราะการใช้ผิดประเภททำให้ตั้งงบผิดทั้งระบบ
ต่อสัญญาปีต่อปี อายุงานเริ่มนับใหม่ทุกปีไหม
ไม่ได้เริ่มนับใหม่โดยอัตโนมัติ เพราะการพิจารณาดูจากข้อเท็จจริงของการทำงานจริงประกอบด้วย ว่างานยังเป็นงานเดิมและทำต่อเนื่องหรือไม่ ไม่ได้ดูเพียงจำนวนฉบับสัญญาหรือช่วงว่างสั้น ๆ ระหว่างฉบับ บริษัทที่ใช้สัญญาปีต่อปีกับพนักงานกลุ่มใหญ่จึงควรคำนวณภาระตามสมมติฐานที่นับอายุงานต่อเนื่องไว้ด้วย
เลิกจ้างก่อนครบกำหนดสัญญาได้ไหม
ทำได้ แต่เป็นคนละกรณีกับข้อยกเว้นตามวรรคสาม เพราะข้อยกเว้นนั้นใช้กับการเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลา การเลิกก่อนกำหนดจึงมีผลทางกฎหมายต่างออกไป ทั้งเรื่องค่าชดเชยและประเด็นการผิดสัญญา หากนายจ้างจะอ้างมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุในหนังสือหรือแจ้งแก่ลูกจ้างในขณะเลิกจ้างตามวรรคท้าย จึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนดำเนินการ
ถ้าไม่เข้าเงื่อนไข ควรใช้สัญญาแบบไหนแทน
ควรใช้สัญญาจ้างปกติที่ไม่มีกำหนดระยะเวลา แล้ววางงบค่าชดเชยให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ซึ่งมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้และวางแผนล่วงหน้าได้ ต่างจากการใช้รูปแบบสัญญาที่อาจถูกหักล้างในภายหลัง ซึ่งทำให้ภาระเงินมาปรากฏพร้อมกันทั้งกลุ่มในวันที่บริษัทไม่ได้เตรียมไว้
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ