ก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง ต้องตรวจอะไรบ้าง: 10 จุดที่ผิดแล้วแก้ทีหลังยาก

สรุปประเด็นสำคัญ
ก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง บริษัทต้องตรวจเหตุและหลักฐานให้ตรงกัน หากจะอ้างมาตรา 119 เพื่อไม่จ่ายค่าชดเชย ต้องระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือ หรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง มิฉะนั้นจะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้
การจ่ายค่าชดเชยตามมาตรา 118 ครบถ้วนยังไม่ยุติประเด็นเลิกจ้างไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 ศาลแรงงานพิจารณาเหตุและพฤติการณ์ของการเลิกจ้างแยกต่างหาก
เอกสารที่บริษัทเซ็นยากที่สุดฉบับหนึ่งคือหนังสือเลิกจ้าง เพราะแก้ทีหลังแทบไม่ได้ ฝ่ายบุคคลของโรงงานหลายแห่งใช้แบบฟอร์มเดิมที่ส่งต่อกันมาหลายปี เติมชื่อ เติมวันที่ แล้วส่งให้ผู้บริหารลงนาม ทั้งที่เนื้อความไม่กี่บรรทัดนั้นคือสิ่งแรกที่จะถูกอ่านหากมีข้อพิพาท บทความนี้รวม 10 จุดที่ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนลงนาม
ปัญหาที่มักพบก่อนออกหนังสือเลิกจ้าง
แฟ้มที่ส่งให้ฝ่ายกฎหมายตรวจมักขาดเอกสารคนละจุด บางรายไม่มีเกณฑ์ประเมินผลงาน บางรายมีเพียงคำเตือนด้วยวาจา หรือมีมติลดคนโดยยังไม่แยกเหตุทางธุรกิจออกจากเหตุทางวินัย การตัดสินใจเลิกจ้างก่อนตรวจแฟ้มทำให้บริษัทต้องร่างหนังสือจากข้อมูลที่ไม่ครบ
คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดข้อ 1 : เขียนหนังสือให้สั้นที่สุดปลอดภัยที่สุด หลายบริษัทเขียนเพียงว่าขอยุติการจ้างตั้งแต่วันที่ระบุ เพราะกลัวเขียนมากแล้วผิด ความจริงคือ มาตรา 119 วรรคท้ายกำหนดว่าถ้าไม่ระบุเหตุไว้ในหนังสือหรือไม่แจ้งในขณะเลิกจ้าง จะยกเหตุนั้นขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ผลเสียคือ ต่อให้มีเหตุตามมาตรา 119 อยู่จริง ก็ใช้ต่อสู้เรื่องค่าชดเชยไม่ได้
จ่ายค่าชดเชยครบแล้วจบ
ค่าชดเชยตามมาตรา 118 กับการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เป็นคนละประเด็นที่พิจารณาต่างหากกัน จ่ายเงินไปแล้วแต่ยังถูกฟ้องเรียกค่าเสียหายเพิ่มได้ ดูบทความเรื่องการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม
มีใบเตือนแล้วเลิกจ้างได้เลยโดยไม่ต้องจ่าย
มาตรา 119 (4) มีเงื่อนไขหลายชั้น ทั้งต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ต้องเคยตักเตือนเป็นหนังสือ และหนังสือเตือนมีผลเพียงหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด ใบเตือนที่พ้นกรอบเวลาหรือคนละเรื่องกับความผิดครั้งนี้ ใช้ไม่ได้ในทางคดี
ให้พนักงานเขียนใบลาออกเองจะเรียบร้อยกว่า
ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเขียนเพราะถูกกดดัน ผลทางกฎหมายอาจถูกมองว่าเป็นการเลิกจ้าง เสียทั้งเงินและเสียความน่าเชื่อถือของพยานเอกสารทั้งชุด อธิบายไว้ที่ลาออกเองกับถูกบีบให้ลาออกต่างกันอย่างไร
ปรับโครงสร้างเป็นเหตุผลทางธุรกิจ ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ถ้าลดคนเพราะนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนเทคโนโลยี มาตรา 121 กำหนดให้แจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน ถ้าไม่แจ้ง ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวเท่ากับค่าจ้าง 60 วัน
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า การเลิกจ้างเป็นเรื่องของการคำนวณเงินให้ครบ ถ้าจ่ายค่าชดเชยตามอายุงานถูกต้องแล้ว เรื่องก็ควรจบ
ในทางคดีต้องดูว่า บริษัทแจ้งเหตุใดในวันเลิกจ้างและมีเอกสารรองรับหรือไม่ เอกสารหลักประกอบด้วยหนังสือเลิกจ้าง ข้อบังคับ หลักฐานการรับทราบ ใบเตือน และบันทึกการสอบสวน ความเห็นของหัวหน้างานเพียงอย่างเดียวไม่พอพิสูจน์ข้อเท็จจริง
จุดเสี่ยงอยู่ที่ถ้อยคำกว้าง เช่น ระบุว่า "ไม่ผ่านการประเมิน" โดยไม่มีเกณฑ์หรือผลประเมินรองรับ หากภายหลังบริษัทเพิ่มเหตุใหม่เพื่ออ้างมาตรา 119 อาจติดข้อจำกัดตามวรรคท้ายของมาตรานี้
แนวทางดำเนินการ ตรวจเอกสารที่มีอยู่จริงก่อนกำหนดวัน วิธี และฐานกฎหมายของการเลิกจ้าง หากแฟ้มยังขาดหลักฐาน บริษัทควรประเมินว่าจะรวบรวมข้อเท็จจริงเพิ่มเติมหรือเลิกจ้างโดยจ่ายสิทธิตามกฎหมาย
10 จุดที่ควรให้ทนายตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง

ลำดับด้านล่างเรียงจากจุดที่ แก้ทีหลังไม่ได้ ไปหาจุดที่ยังพอแก้ได้
| # | จุดที่ต้องตรวจ | ถ้าพลาดจะเกิดอะไร |
|---|---|---|
| 1 | หากจะอ้างมาตรา 119 หนังสือระบุ ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุ ไว้หรือยัง | เหตุที่ไม่ระบุหรือไม่แจ้งในขณะเลิกจ้างยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ |
| 2 | เหตุที่ระบุ ตรงกับเอกสารที่มีอยู่จริง หรือไม่ | ถูกโต้แย้งว่าเป็นข้ออ้างที่สร้างขึ้นภายหลัง |
| 3 | ถ้าอ้างฝ่าฝืนข้อบังคับ : มีข้อนั้นจริง และพนักงาน รับทราบเป็นหลักฐาน แล้วหรือยัง | ข้อบังคับที่พิสูจน์การรับทราบไม่ได้ น้ำหนักลดลงมาก |
| 4 | ใบเตือนยังอยู่ใน กรอบหนึ่งปี และเป็นเรื่องเดียวกับความผิดครั้งนี้หรือไม่ | เข้าเงื่อนไขมาตรา 119 (4) ไม่ครบ ต้องจ่ายค่าชดเชย |
| 5 | บอกกล่าวล่วงหน้า ถูกจังหวะตามงวดจ่ายค่าจ้างในมาตรา 17 หรือไม่ | อาจต้องจ่ายเงินแทนการบอกกล่าวตามมาตรา 17/1 |
| 6 | ค่าชดเชยตามอายุงาน คำนวณถูกขั้นตามมาตรา 118 หรือไม่ | จ่ายขาด ถูกเรียกส่วนต่างพร้อมดอกเบี้ยตามมาตรา 9 |
| 7 | เงินก้อนอื่นครบไหม : ค่าจ้างค้างจ่าย วันหยุดพักผ่อนที่ยังไม่ได้ใช้ เงินตามระเบียบ | ตกหล่นรายการเดียวก็เป็นเหตุให้ยื่นคำร้องได้ |
| 8 | ลดคนจาก เครื่องจักรหรือเทคโนโลยี แจ้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงาน 60 วันหรือยัง | ต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าว 60 วัน |
| 9 | พนักงานมี สถานะพิเศษ หรือไม่ เช่น กรรมการลูกจ้าง หรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้อง | บางกรณีต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงานก่อน |
| 10 | ผู้ลงนามมี อำนาจตามหนังสือมอบอำนาจ และสั่งห้ามทำลายเอกสารแล้วหรือยัง | เอกสารหายระหว่างทาง ทำให้เสียข้อต่อสู้ที่มีอยู่ |
จุดที่ 6 เป็นขั้นบันไดตามอายุงาน โดยขั้นสูงสุดสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปเพิ่มเข้ามาโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ตารางอัตราเต็มอยู่ในบทความเรื่องค่าชดเชยตามอายุงาน ประเมินเบื้องต้นได้ที่เครื่องมือประเมินความเสี่ยงเลิกจ้าง ส่วนตัวบทล่าสุดตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน
ถ้าเป็นฝ่าย HR ต้องเตรียมแฟ้มอะไรบ้าง
ก่อนนัดคุยกับฝ่ายกฎหมาย ควรรวบรวมเอกสารชุดนี้ให้ครบ เพราะเป็นชุดเดียวกับที่จะถูกขอดูในชั้นพิจารณา
- สัญญาจ้างฉบับที่ใช้จริง พร้อมเอกสารแนบและฉบับแก้ไขทุกครั้งที่ปรับตำแหน่งหรือค่าจ้าง
- ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ฉบับที่บังคับใช้อยู่ พร้อมหลักฐานการรับทราบของพนักงานรายนี้
- ใบเตือนและบันทึกการสอบสวน ทุกฉบับ พร้อมวันที่กระทำผิด ไม่ใช่เฉพาะวันที่ออกเอกสาร
- เอกสารประเมินผลงาน ที่เกี่ยวข้อง พร้อมเป้าหมายและเกณฑ์ที่แจ้งไว้เป็นลายลักษณ์อักษร
- บันทึกการพูดคุย ของหัวหน้างาน อีเมล หรือข้อความที่เกี่ยวข้อง พร้อมวันเวลา
- เอกสารค่าจ้างและวันหยุดพักผ่อนคงเหลือ ณ วันที่คาดว่าจะเลิกจ้าง
- เอกสารเหตุผลทางธุรกิจ หากเป็นการปรับโครงสร้าง เช่น มติที่ประชุมหรือแผนการผลิต
- ทะเบียนผู้มีอำนาจลงนาม และหนังสือมอบอำนาจที่ยังไม่หมดอายุ
เอกสารกลุ่มนี้มีข้อมูลส่วนบุคคลอยู่เต็ม จึงต้องระวังสิทธิเข้าถึงและระยะเวลาเก็บควบคู่กัน โดยเฉพาะเรื่องการหยุดทำลายข้อมูลเมื่อมีข้อพิพาท และสิทธิขอสำเนาแฟ้มประวัติหลังพ้นสภาพ
อีกฝ่ายอาจโต้แย้งอย่างไร
- เหตุในหนังสือไม่ตรงกับที่บริษัทชี้แจงภายหลัง เป็นข้อโต้แย้งที่มีน้ำหนักที่สุด เชื่อมตรงกับมาตรา 119 วรรคท้าย
- ไม่มีหลักฐานว่าเคยรับทราบข้อบังคับ ทำให้การอ้างว่าฝ่าฝืนระเบียบอ่อนลง
- เลือกปฏิบัติ โดยยกพนักงานคนอื่นที่ทำคล้ายกันแต่ไม่ถูกลงโทษเท่ากัน
- ใบเตือนพ้นกรอบเวลาหรือคนละเรื่อง กับความผิดที่ใช้เป็นเหตุครั้งนี้
- เหตุผลทางธุรกิจไม่จริง โดยชี้ว่ารับพนักงานใหม่ตำแหน่งเดิมหลังเลิกจ้างไม่นาน
ก่อนตัดสินใจ ควรทำอะไรตามลำดับ
- ยังไม่กำหนดวันเลิกจ้าง จนกว่าจะตรวจเอกสารเสร็จ เพราะวันที่ในเอกสารย้อนแก้ไม่ได้
- รวบรวมแฟ้มเอกสารทั้ง 8 รายการ ข้างต้น แล้วประเมินว่าเหตุที่ตั้งใจจะใช้พิสูจน์ได้จริงกี่ข้อ
- เลือกเส้นทางให้ชัด ว่าจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย หรือเข้าเหตุตามมาตรา 119 ซึ่งต้องมีหลักฐานหนักแน่นกว่ามาก
- คำนวณเงินทุกก้อนพร้อมกัน ทั้งค่าจ้างค้างจ่าย สินจ้างแทนการบอกกล่าว ค่าชดเชย และวันหยุดพักผ่อนคงเหลือ แล้ววางกำหนดจ่ายให้ทันมาตรา 70 วรรคสอง
- ร่างหนังสือเลิกจ้างจากข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ ไม่ใช่จากแบบฟอร์มเดิม และให้ฝ่ายกฎหมายตรวจถ้อยคำก่อนลงนาม
- สั่งห้ามทำลายเอกสารที่เกี่ยวข้อง และกำหนดผู้พูดคุยกับพนักงานเพียงจุดเดียว เพื่อไม่ให้คำพูดของแต่ละคนขัดกันเอง
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการ
- พนักงานมีอายุงานยาว หรืออยู่ระดับหัวหน้างานขึ้นไป ซึ่งมูลค่าความเสี่ยงสูงกว่าปกติ
- เหตุที่จะใช้คือ ผลงานไม่ถึงเป้า แต่ไม่มีเอกสารประเมินที่ต่อเนื่อง
- เป็นการลดคนหลายอัตราพร้อมกัน หรือปิดบางแผนกของโรงงาน
- พนักงานเป็นกรรมการลูกจ้าง หรือเกี่ยวข้องกับข้อเรียกร้องด้านแรงงาน
- มีเรื่องทุจริตหรือความเสียหายต่อทรัพย์สิน ซึ่งอาจมีประเด็นทางอาญาซ้อนอยู่
- พนักงานอยู่ระหว่างลาป่วยหรือมีปัญหาสุขภาพ ในช่วงที่จะตัดสินใจ
- บริษัทเคยยื่นข้อเสนอให้ลาออก แล้วแต่พนักงานปฏิเสธ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีแรงงานของเราช่วยตรวจแฟ้มของพนักงาน ประเมินฐานกฎหมาย คำนวณเงินที่ต้องจ่าย และร่างหนังสือเลิกจ้างให้ตรงกับเอกสารที่มีอยู่
แนวทางของสำนักงานคือประเมินความคุ้มค่าให้ก่อนเริ่มดำเนินการ และบอกตรงไปตรงมาเมื่อเห็นว่าเอกสารยังไม่พร้อม พร้อมเน้นการจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่ต้น เพื่อลดความเสี่ยงที่บริษัทจะเสียเปรียบเพียงเพราะเริ่มผิดทาง
ก่อนลงนามควรทำอะไร
ให้เทียบหนังสือเลิกจ้างกับสัญญาจ้าง ข้อบังคับ หลักฐานรับทราบ ใบเตือน และผลประเมินทีละรายการ หากจะอ้างมาตรา 119 ต้องระบุข้อเท็จจริงให้ตรงกับหลักฐาน ตรวจตัวบทได้จากพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานฉบับรวมการแก้ไขเพิ่มเติมของกระทรวงแรงงาน
หากบริษัทกำลังจะออกใบเตือน ทำแผนปรับปรุงผลงาน ปรับโครงสร้าง หรือเลิกจ้างพนักงาน ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 119: กำหนดเหตุไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย และห้ามยกเหตุที่ไม่ได้ระบุในหนังสือหรือแจ้งในขณะเลิกจ้างขึ้นอ้างภายหลัง
- มาตรา 17 และมาตรา 17/1: กำหนดจังหวะบอกเลิกตามงวดจ่ายค่าจ้างและเงินแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า
- มาตรา 67 มาตรา 70 และมาตรา 118: ใช้ตรวจค่าจ้างสำหรับวันหยุดพักผ่อน ค่าจ้างที่ต้องจ่ายภายใน 3 วัน และค่าชดเชยตามอายุงาน
- มาตรา 121 และมาตรา 122: กำหนดการแจ้งล่วงหน้าและค่าชดเชยพิเศษเมื่อเลิกจ้างเพราะนำเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีมาใช้จนต้องลดจำนวนลูกจ้าง
- พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 มาตรา 49: ศาลแรงงานอาจสั่งให้รับกลับเข้าทำงานหรือกำหนดค่าเสียหายเมื่อเห็นว่าเลิกจ้างไม่เป็นธรรม
- พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. 2518 มาตรา 52: การเลิกจ้าง ลดค่าจ้าง หรือลงโทษกรรมการลูกจ้างต้องได้รับอนุญาตจากศาลแรงงาน เว้นแต่เป็นกรณีตามกฎหมาย
คำถามที่พบบ่อย
หนังสือเลิกจ้างต้องเขียนเหตุผลลงไปด้วยเสมอหรือไม่
ถ้าบริษัทตั้งใจจะไม่จ่ายค่าชดเชยโดยอ้างเหตุตามมาตรา 119 การระบุข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุไว้ในหนังสือ หรือแจ้งให้ลูกจ้างทราบในขณะเลิกจ้าง เป็นเรื่องที่ข้ามไม่ได้ เพราะมาตรา 119 วรรคท้ายกำหนดว่าเหตุที่ไม่ได้ระบุไว้จะยกขึ้นอ้างภายหลังไม่ได้ ส่วนกรณีที่บริษัทจะจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมายอยู่แล้ว ถ้อยคำที่ใช้ก็ยังสำคัญ เพราะอาจถูกหยิบไปใช้ในประเด็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม จึงควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนทุกกรณี
มีใบเตือนแล้ว เลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเลยใช่ไหม
ไม่ใช่โดยอัตโนมัติ มาตรา 119 (4) มีเงื่อนไขหลายชั้น ทั้งต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม ต้องเคยตักเตือนเป็นหนังสือมาแล้ว และหนังสือเตือนมีผลเพียงหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างกระทำผิด นอกจากนี้เรื่องที่เตือนควรเป็นเรื่องเดียวกับความผิดครั้งนี้ ใบเตือนคนละเรื่องหรือพ้นกรอบเวลาจึงมักใช้ไม่ได้ในทางคดี
จ่ายค่าชดเชยครบตามอายุงานแล้ว พนักงานยังฟ้องได้อีกหรือไม่
ได้ เพราะค่าชดเชยตามมาตรา 118 กับการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522 เป็นคนละประเด็นกัน บริษัทอาจจ่ายเงินครบทุกบาทแต่ยังถูกโต้แย้งได้ว่าเหตุผลในการเลิกจ้างไม่เพียงพอ สิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงส่วนนี้คือเอกสารที่แสดงว่ามีเหตุผลรองรับและมีขั้นตอนที่เป็นธรรมมาก่อน
ปรับโครงสร้างลดคน ต้องแจ้งราชการล่วงหน้าไหม
ขึ้นอยู่กับสาเหตุของการลดคน ถ้าเป็นเพราะการนำเครื่องจักรมาใช้หรือเปลี่ยนแปลงเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีจนต้องลดจำนวนลูกจ้าง มาตรา 121 กำหนดให้ต้องแจ้งทั้งลูกจ้างและพนักงานตรวจแรงงานล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน หากไม่แจ้งต้องจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้าง 60 วัน และลูกจ้างที่ทำงานครบ 6 ปีขึ้นไปยังมีสิทธิได้ค่าชดเชยพิเศษเพิ่มตามมาตรา 122 อีกด้วย
ให้พนักงานเซ็นใบลาออกแทน จะง่ายกว่าไหม
เป็นทางที่ดูง่ายแต่มีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าพนักงานพิสูจน์ได้ว่าเขียนใบลาออกเพราะถูกกดดัน ผลทางกฎหมายอาจถูกมองว่าเป็นการเลิกจ้าง และความน่าเชื่อถือของเอกสารชุดอื่นของบริษัทก็ลดลงตามไปด้วย ถ้าต้องการยุติความสัมพันธ์โดยตกลงกัน ควรใช้ข้อตกลงยุติสัญญาจ้างที่ร่างไว้อย่างถูกต้องแทน และควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจก่อนยื่นข้อเสนอ
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ