081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

นโยบายรับเรื่องคุกคามทางเพศในที่ทำงาน ต้องเขียนอะไร

HR รับฟังผู้ร้องในห้องส่วนตัวพร้อมข้อความ ร้องเรียนคุกคาม ต้องเริ่มตรงไหน

สรุปประเด็นสำคัญ

นโยบายควรรับเรื่องได้แม้ผู้ถูกร้องเป็นหัวหน้าหรือคนนอก และแยกมาตรการคุ้มครองออกจากการตัดสินทางวินัย มาตรา 16 ระบุผู้กระทำตามตัวบทไว้เฉพาะกลุ่ม ส่วนบริษัทอาจกำหนดขอบเขตกว้างกว่าได้ ควรมีผู้พิจารณาที่ไม่มีส่วนได้เสีย เปิดโอกาสชี้แจง และใช้ข้อมูลอ่อนไหวเท่าที่จำเป็น

นโยบายรับเรื่องคุกคามทางเพศต้องทำให้ผู้ขอความช่วยเหลือรู้ว่าจะติดต่อใครและได้รับการดูแลอย่างไร บริษัทควรเขียนขั้นตอนคุ้มครองความปลอดภัยกับขั้นตรวจข้อเท็จจริงให้เดินต่อกันได้ โดยไม่ตัดสินผู้ถูกร้องล่วงหน้าหรือบังคับให้ผู้ร้องเผชิญหน้าตามลำพัง

นโยบายรับเรื่องคุกคามทางเพศควรเขียนอะไร

ควรระบุพฤติกรรมที่ครอบคลุม ช่องทางรับเรื่องและทางสำรอง การดูแลความปลอดภัย ผู้ตรวจข้อเท็จจริง การแจ้งผลและการป้องกันการตอบโต้ พร้อมจำกัดข้อมูลตามความจำเป็น โดยแยกหน้าที่ตามมาตรา 16 ออกจากขอบเขตนโยบายบริษัทซึ่งอาจคุ้มครองกว้างกว่าตัวบทนั้น

พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 16 ห้ามนายจ้าง หัวหน้างาน ผู้ควบคุมงานหรือผู้ตรวจงานกระทำการล่วงเกิน คุกคาม หรือก่อความเดือดร้อนรำคาญทางเพศต่อลูกจ้าง จึงไม่ควรเขียนอธิบายว่าบุคคลทุกคนในที่ทำงานเป็นผู้กระทำตามมาตรานี้เหมือนกันทั้งหมด ขณะเดียวกันบริษัทสามารถกำหนดกติกาที่ครอบคลุมเพื่อนร่วมงาน ลูกค้าหรือผู้รับเหมาได้ โดยตรวจฐานหน้าที่และการบังคับใช้ตามความสัมพันธ์แต่ละกลุ่ม

นโยบายควรอธิบายตัวอย่างที่ช่วยให้แจ้งเหตุได้ เช่น ข้อความสื่อทางเพศที่ไม่พึงประสงค์ การแตะต้องร่างกาย หรือการนำเรื่องทางเพศมาเกี่ยวกับโอกาสทำงาน แต่ต้องเปิดให้พิจารณาบริบทและข้อเท็จจริง ไม่จำกัดว่าต้องเกิดในอาคารบริษัทหรือในเวลางานเท่านั้น หากเป็นการติดต่อเพื่อทำงานหรืองานกิจกรรมที่เกี่ยวข้องก็ควรมีช่องทางให้แจ้งข้อมูล

ตัวอย่างสมมติ พนักงานได้รับข้อความจากหัวหน้าผ่านแชตส่วนตัวหลังเลิกงานและกังวลว่าจะกระทบการประเมิน บริษัทควรรับรายละเอียดเท่าที่จำเป็น เก็บข้อความพร้อมวันเวลา และจัดผู้รับเรื่องที่ไม่ได้อยู่ใต้การตัดสินของหัวหน้ารายนั้น การให้ย้ายผู้ร้องทันทีโดยไม่หารือและไม่ตรวจผลต่อรายได้อาจทำให้มาตรการคุ้มครองกลายเป็นภาระของผู้ร้องเอง

สำหรับบริษัทที่ต้องมีข้อบังคับ การร้องทุกข์ต้องมีสาระตามมาตรา 108 และ 109 ด้วย นโยบายเฉพาะจึงควรเชื่อมกับ ระเบียบร้องทุกข์พนักงาน และ ระบบเอกสารแรงงาน เพื่อให้รู้ว่าใครรับเรื่อง ใครพิจารณา และผลส่งต่อไปสู่ขั้นใด

ถ้าเกิดกับลูกค้า ผู้บริหาร หรือในแชตส่วนตัว

ถ้าผู้ถูกร้องเป็นลูกค้าหรือผู้รับเหมา บริษัทต้องตรวจมาตรการที่ทำได้ตามความสัมพันธ์ เช่น เปลี่ยนผู้ประสานงาน กำหนดวิธีติดต่อ หรือหารือคู่สัญญาโดยเปิดเผยข้อมูลเท่าที่จำเป็น ไม่ใช้เหตุว่าเป็นคนนอกเพื่อปฏิเสธรับเรื่องจากลูกจ้าง แต่ก็ไม่อ้างว่าบริษัทมีอำนาจลงโทษทางวินัยบุคคลภายนอกเหมือนพนักงานของตน

ถ้าผู้บริหารหรือผู้รับเรื่องปกติเกี่ยวข้อง ต้องมีช่องทางสำรองที่ไม่ส่งเรื่องกลับให้บุคคลนั้นเป็นผู้ตัดสินเอง อาจมอบหมายผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้ตรวจภายนอกภายใต้ขอบเขตงานที่ชัด พร้อมตรวจอำนาจอนุมัติมาตรการชั่วคราว ไม่ตั้งคณะทำงานที่ทุกคนต้องพึ่งผลประเมินจากผู้ถูกร้องโดยไม่มีการจัดการส่วนได้เสีย

ถ้าเหตุเกิดในแชตส่วนตัว ให้รับหลักฐานเฉพาะข้อความที่สัมพันธ์กับประเด็นพร้อมบริบทที่จำเป็น ไม่ขอรหัสผ่านหรือคัดทั้งโทรศัพท์ของผู้ร้องเป็นเงื่อนไขรับเรื่อง หากมีอันตรายเร่งด่วน ให้จัดการความปลอดภัยและช่วยให้เข้าถึงหน่วยงานที่เหมาะสมก่อน ไม่รอประชุมคณะพิจารณาตามรอบปกติ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: รับเรื่องอย่างเป็นธรรม

คนมักเข้าใจว่า ถ้าไม่มีคลิปหรือไม่มีพยานเห็นตรงกันหลายคน บริษัทรับเรื่องไม่ได้ หรือหากผู้ร้องยังทำงานพูดคุยตามปกติแสดงว่าไม่เกิดผลกระทบ วิธีคิดเช่นนี้ตัดโอกาสตรวจข้อมูลและอาจทำให้รายละเอียดสำคัญหายไปก่อนเริ่มสอบสวน

กฎหมายมองว่า ต้องตรวจบุคคล พฤติกรรมและฐานกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่สรุปความผิดจากป้ายชื่อเรื่องเพียงอย่างเดียว ความคุ้มครองผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้องในระบบร้องทุกข์ควรเดินคู่กับโอกาสของผู้ถูกร้องในการตอบข้อกล่าวหาและนำเสนอหลักฐาน

จุดเสี่ยงจริง คือสัญญาว่าจะเก็บเป็นความลับร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วทำไม่ได้ ควรอธิบายตั้งแต่ต้นว่าจะเปิดเผยแก่ใครเท่าที่จำเป็นเพื่อดำเนินการ และมีข้อจำกัดใดตามกฎหมาย การสื่อสารผลควรบอกความคืบหน้าหรือมาตรการที่เกี่ยวกับแต่ละคน โดยไม่แจกแฟ้มสอบสวนให้ทั้งฝ่ายหรือประกาศชื่อในกลุ่มพนักงาน

มองสองฝั่ง: ความปลอดภัยและสิทธิชี้แจง

ประเด็นบริษัทและผู้พิจารณาผู้ร้องและผู้ถูกร้อง
สิทธิและหน้าที่จัดการความเสี่ยงและตรวจข้อมูลโดยไม่มีส่วนได้เสียแจ้งข้อเท็จจริง รับข้อมูลที่จำเป็นและมีโอกาสชี้แจง
ความเสี่ยงละเลยเหตุหรือเปิดเผยข้อมูลจนเกิดผลกระทบเพิ่มถูกตอบโต้หรือถูกกล่าวหาว่าผิดก่อนตรวจเสร็จ
ควรทำตอนนี้แยกมาตรการคุ้มครองออกจากการลงโทษเก็บหลักฐานตรงประเด็นและแจ้งความต้องการด้านความปลอดภัย
ไม่ควรทำบังคับไกล่เกลี่ยหรือพบกันลำพังทุกกรณีข่มขู่ ติดต่อกดดันพยาน หรือเผยแพร่แฟ้มของอีกฝ่าย

มาตรการชั่วคราวควรมีเหตุผล ระยะทบทวนและผู้รับผิดชอบ เช่น ปรับผู้ประสานงานโดยตรวจผลกระทบก่อน ไม่ใช้คำว่าคุ้มครองเพื่อแฝงการลดค่าจ้างหรือบีบให้ลาออก หากจำเป็นต้องพิจารณาพักงาน ต้องตรวจเงื่อนไขเฉพาะ ไม่ถือว่ารับเรื่องแล้วมีอำนาจพักโดยไม่จ่ายเงินทันที

ต้องรับมือและสอบสวนภายในกี่วัน

ไม่มีตัวเลขเดียวในมาตรา 16 ที่กำหนดระยะสอบสวนภายในบริษัททุกกรณี นโยบายควรแยกการรับมือเหตุเร่งด่วนออกจากวันนัดพูดคุยและวันแจ้งความคืบหน้า บริษัทอาจกำหนดผู้รับเรื่องประเมินความปลอดภัยในวันรับแจ้ง และแจ้งความคืบหน้าภายในระยะที่ทำได้จริง โดยระบุว่าเป็นมาตรฐานภายในที่ออกแบบไว้

กำหนดภายในควรมีวิธีแจ้งเหตุขยายและผู้อนุมัติ หากต้องรอหลักฐานหรือผู้ให้ข้อมูล ไม่ควรเงียบจนผู้ร้องเข้าใจว่าเรื่องถูกยุติแล้ว ขณะเดียวกันความรวดเร็วไม่ใช่เหตุให้ข้ามการแจ้งข้อกล่าวหาหรือเขียนผลล่วงหน้าก่อนรับคำชี้แจงจากอีกฝ่าย

สิทธิแจ้งความ ร้องต่อหน่วยงานหรือฟ้องคดีมีเงื่อนไขและระยะเวลาตามฐานเรื่องนั้น การใช้ช่องทางบริษัทไม่หยุดกำหนดภายนอกโดยอัตโนมัติ ผู้ได้รับหนังสือราชการหรืออยู่ในเหตุที่อาจเป็นคดีควรนำเอกสารให้ตรวจทันที ไม่รอให้ปิดแฟ้ม HR ก่อนจึงเริ่มถามเรื่องอายุความ

มาตรการชั่วคราวกระทบเงินอย่างไร

ตัวอย่างสมมติ บริษัทพิจารณาพักงานระหว่างสอบสวนพนักงานค่าจ้างเดือนละ 24,000 บาทเป็นเวลาห้าวัน และกรณีเข้าเงื่อนไขมาตรา 116 จริง ฐานตัวอย่างรายวันคือ 24,000 ÷ 30 = 800 บาท หากข้อบังคับกำหนดจ่ายร้อยละ 50 โดยไม่มีสิทธิสูงกว่านี้ ยอดระหว่างพักตัวอย่างคือ 800 × 50% × 5 = 2,000 บาท

ตัวเลขนี้ใช้ไม่ได้หากบริษัทไม่มีอำนาจพักตามข้อบังคับหรือข้อตกลง หรือกรณีไม่เข้าหลักเกณฑ์ตามกฎหมาย และหากผลสอบสวนปรากฏว่าไม่มีความผิด ต้องตรวจการจ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือกับดอกเบี้ยตามมาตรา 117 อ่านเงื่อนไขใน บทความพักงานระหว่างสอบสวน ก่อนใช้คำสั่งจริง

ค่าเสียหายจากเหตุคุกคามไม่มีอัตราเหมาจ่ายเดียวที่นโยบายกำหนดแทนผลคดีได้ทั้งหมด บริษัทควรแยกค่าใช้จ่ายดูแลความปลอดภัย ค่าจ้างที่ต้องจ่ายและข้อเรียกร้องค่าเสียหายออกจากกัน ไม่ใช้การเสนอเงินก้อนเล็กพร้อมสละสิทธิทุกเรื่องเป็นขั้นปิดเรื่องอัตโนมัติ

หลักฐานใดควรเก็บและใครควรเห็น

  • บันทึกเหตุ วันเวลา สถานที่หรือช่องทางติดต่อ และสิ่งที่ผู้แจ้งจำได้โดยไม่เติมคำแทน
  • ข้อความต้นฉบับพร้อมบริบทที่เกี่ยวข้อง ไม่ตัดต่อให้ความหมายเปลี่ยน
  • รายชื่อผู้เห็นเหตุการณ์กับข้อมูลว่ารับรู้ด้วยตนเองหรือฟังจากผู้อื่น
  • ข้อมูลการมอบหมายงาน ประเมินหรือเปลี่ยนกะที่สัมพันธ์กับข้อร้อง
  • บันทึกมาตรการชั่วคราว เหตุผล ผลกระทบและวันทบทวน
  • คำชี้แจง ผลพิจารณาและหลักฐานแจ้งเฉพาะส่วนที่ผู้รับควรทราบ

ข้อมูลสุขภาพหรือพฤติกรรมทางเพศอาจเป็นข้อมูลอ่อนไหวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26 ต้องตรวจฐานที่เหมาะกับการใช้จริงและมาตรการคุ้มครอง ไม่ใช้คำยินยอมกว้าง ๆ ในวันเริ่มงานแทนทุกกิจกรรม จัดเก็บแยกจากแฟ้มที่หัวหน้างานทั่วไปเปิดได้ และติดตามการส่งต่อสำเนา

เรื่องคุกคามอาจเกี่ยวกับกฎหมายอื่นอย่างไร

คดีอาญา: พฤติกรรมบางอย่างอาจเข้าฐานความผิดตามรายละเอียดที่เกิดขึ้น ต้องตรวจองค์ประกอบและสิทธิร้องทุกข์แยกจากผลสอบสวนบริษัท ไม่ควรเขียนว่าทุกคำพูดไม่เหมาะสมเป็นความผิดฐานเดียวกัน หากต้องดำเนินคดีให้ตรวจขอบเขต บริการคดีอาญา พร้อมข้อเท็จจริงและหลักฐานต้นฉบับ

ข้อมูลส่วนบุคคล: การรับเรื่องต้องมีวัตถุประสงค์และผู้เข้าถึงที่จำกัด รวมถึงดูแลผู้ให้ข้อมูลซึ่งไม่ใช่ลูกจ้างด้วย งานออกแบบแบบฟอร์มและการส่งแฟ้มให้ผู้ตรวจภายนอกอาจต้องตรวจ เอกสารและมาตรการ PDPA ควบคู่กับนโยบายแรงงาน

ฐานหน้าที่ตามมาตรา 16 กับสาระร้องทุกข์ตรวจได้จาก ตัวบทกฎหมายคุ้มครองแรงงานของกระทรวงแรงงาน ส่วนมาตรการเฉพาะกิจการควรออกแบบตามความเสี่ยงและโครงสร้างผู้มีอำนาจจริง

ทางไปต่อ: ตั้งระบบรับเรื่องก่อนเกิดเหตุ

  1. กำหนดขอบเขตพฤติกรรมและบุคคลที่นโยบายครอบคลุม
  2. จัดผู้รับเรื่องหลักและสำรอง พร้อมวิธีประเมินความปลอดภัย
  3. เขียนวิธีรักษาหลักฐานและเลือกผู้พิจารณาที่ไม่มีส่วนได้เสีย
  4. กำหนดการแจ้งผล การทบทวนและติดตามการตอบโต้หลังรับเรื่อง
  5. อบรมผู้รับเรื่องด้วยเหตุสมมติและตรวจว่าส่งต่อได้จริงก่อนประกาศ
สถานการณ์ทางเลือกสิ่งที่ต้องระวัง
ยังไม่มีเหตุแต่ไม่มีนโยบายร่างขั้นตอนและเตรียมผู้รับเรื่องช่องทางสำรองต้องใช้งานได้
มีเรื่องแจ้งแล้วดูแลความปลอดภัยและตรวจข้อเท็จจริงอย่าตัดสินล่วงหน้าหรือบังคับเผชิญหน้า
มีภัยหรือหนังสือราชการประสานหน่วยงานและตรวจสิทธิควบคู่อย่ารอผลภายในจนพ้นกำหนด

ควรให้ผู้ตรวจเอกสารเข้าช่วยเมื่อผู้บริหารถูกร้อง มีข้อมูลสุขภาพ มีการข่มขู่พยาน หรือมาตรการชั่วคราวกระทบรายได้ หากต้องการจัดทำนโยบายและชุดแบบรับเรื่อง ดู บริการด้านแรงงาน และ ติดต่อพร้อมข้อบังคับและโครงสร้างผู้รับผิดชอบ โดยส่งข้อมูลเฉพาะที่จำเป็นในขั้นแรก

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 16: ข้อห้ามผู้มีบทบาทที่กฎหมายระบุคุกคามทางเพศต่อลูกจ้าง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 และ 109: ช่องทางร้องทุกข์และความคุ้มครองผู้เกี่ยวข้อง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 และ 117: เงื่อนไขพักงานระหว่างสอบสวนและเงินที่เกี่ยวข้อง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 26: ข้อมูลสุขภาพหรือพฤติกรรมทางเพศ
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 37: มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

เกิดนอกเวลางานยังแจ้งบริษัทได้หรือไม่
ควรพิจารณาความเกี่ยวข้องกับงานและขอบเขตนโยบาย ไม่ปฏิเสธจากเวลาเพียงอย่างเดียว เช่น การติดต่อจากหัวหน้าหรืองานกิจกรรมของบริษัทอาจมีประเด็นที่ต้องตรวจ ผู้แจ้งควรเก็บวันเวลา ช่องทางและความเกี่ยวข้องไว้ ส่วนฐานความรับผิดของบุคคลใดต้องพิจารณาข้อเท็จจริงแยกต่างหาก
จำเป็นต้องมีพยานเห็นเหตุจึงรับเรื่องหรือไม่
ไม่ควรตั้งเป็นเงื่อนไขรับเรื่องตายตัว เพราะเหตุบางอย่างเกิดระหว่างบุคคลโดยไม่มีพยานโดยตรง บริษัทควรตรวจข้อมูลที่มีและหาหลักฐานเกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม โดยไม่สรุปผิดหรือถูกจากการรับเรื่องเพียงอย่างเดียว และควรอธิบายข้อจำกัดการตรวจให้ผู้แจ้งเข้าใจ
ขอย้ายงานชั่วคราวแล้วจะเสียสิทธิเดิมไหม
ต้องตรวจมาตรการและข้อตกลงจริง ไม่ควรสรุปว่าการขอความปลอดภัยเท่ากับยอมลดรายได้หรือตำแหน่ง ควรบันทึกความต้องการ เหตุผล ระยะทบทวนและผลต่อสิทธิให้ชัด พร้อมหารือทางเลือกที่เหมาะสม การปรับงานไม่ควรถูกใช้กดดันให้ผู้ร้องถอนเรื่องหรือยอมออกจากงาน
บริษัทควรประกาศผลพร้อมชื่อผู้เกี่ยวข้องหรือไม่
ควรแจ้งข้อมูลตามบทบาทและความจำเป็น ไม่ใช้การประกาศชื่อหรือรายละเอียดส่วนตัวต่อทุกคนเป็นวิธีปิดเรื่องอัตโนมัติ การสื่อสารมาตรการป้องกันในภาพรวมอาจทำได้โดยไม่เปิดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคล ส่วนการแจ้งแต่ละฝ่ายต้องคำนึงถึงสิทธิชี้แจง ความปลอดภัยและข้อจำกัดของข้อมูลด้วย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีตรวจร่างข้อตกลงกับทนาย พร้อมข้อความ ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ข้อตกลงครบหรือยัง กฎหมายแรงงาน

สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง

ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
พนักงานส่งคืนอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมข้อความ คืนของบริษัท แยกจากเงินงวดสุดท้าย กฎหมายแรงงาน

บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม

บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
HR ส่งหนังสือรับรองให้พนักงาน พร้อมข้อความ ออกจากงานแล้ว ขอหนังสือรับรองได้ไหม กฎหมายแรงงาน

หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร

แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE