081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

พักงานระหว่างสอบสวน จ่ายครึ่งเดียวได้ไหม HR ต้องตรวจอะไร

HR ส่งคำสั่งพักงานระหว่างสอบสวนให้พนักงานโรงงานอ่าน

สรุปประเด็นสำคัญ

พักงานระหว่างสอบสวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 ต้องมีข้อบังคับหรือข้อตกลงให้อำนาจและแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือก่อนพัก โดยพักได้ไม่เกิน 7 วัน จ่ายตามอัตราที่ผูกพันแต่ไม่น้อยกว่า 50% หากสอบแล้วไม่ผิด มาตรา 117 ให้จ่ายค่าจ้างส่วนที่เหลือพร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี ควรตรวจฐานอำนาจก่อนออกคำสั่ง

พักงานระหว่างสอบสวนเป็นคำสั่งที่ HR อาจต้องเตรียมทันทีเมื่อพบเงินขาดหรือเอกสารผิดปกติ ก่อนให้พนักงานหยุดงาน คุณควรแยกอำนาจสั่งพัก ระยะเวลา และเงินที่ต้องจ่ายออกจากผลสอบสวน บทความนี้ใช้กับการจ้างในกิจการเอกชนที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองแรงงานทั่วไป

พักงานระหว่างสอบสวน จ่ายค่าจ้างครึ่งเดียวได้ไหม

จ่ายไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งได้เมื่อการพักงานเข้าเงื่อนไขพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 116 และข้อบังคับหรือข้อตกลงไม่ได้กำหนดอัตราสูงกว่าไว้ นายจ้างต้องมีอำนาจตามข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างก่อน จึงจะออกคำสั่งพักระหว่างสอบสวนได้

ตัวบทเริ่มจากการห้ามสั่งพักระหว่างสอบสวน แล้วให้ข้อยกเว้นเมื่อมีฐานอำนาจดังกล่าว การพบเหตุที่น่าสงสัยเพียงอย่างเดียวจึงยังไม่พอ และหนังสือแต่งตั้งกรรมการสอบสวนก็ไม่ได้สร้างอำนาจพักงานขึ้นเอง หากระเบียบบริษัทกล่าวเพียงว่ามีสิทธิสอบสวน ควรตรวจให้ชัดว่าครอบคลุมอำนาจพักงานด้วยหรือไม่

มาตรา 116 กำหนดให้มีคำสั่งเป็นหนังสือ ระบุความผิดที่กล่าวหาและช่วงพักงานซึ่งต้องไม่เกิน 7 วัน พร้อมแจ้งลูกจ้างก่อนเริ่มพัก ระหว่างนั้นต้องจ่ายตามอัตราในข้อบังคับหรือข้อตกลง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างในวันทำงานที่ลูกจ้างได้รับก่อนถูกสั่งพัก

  1. เปิดข้อบังคับฉบับที่ใช้กับพนักงานรายนั้น หาเนื้อหาที่ให้อำนาจพักระหว่างสอบสวน
  2. ระบุเหตุการณ์ที่ตรวจสอบได้ เช่น วันเกิดเหตุ รายการเงิน หรือเอกสารที่เป็นข้อสงสัย ไม่ใช้เพียงคำว่าเสียหายต่อบริษัท
  3. กำหนดวันเริ่มและวันสิ้นสุดให้ชัด รวมถึงผู้ติดต่อและวิธีส่งคำชี้แจง
  4. ตรวจอัตราเงินระหว่างพักกับบัญชีเงินเดือนจริง แล้วแจ้งคำสั่งก่อนให้หยุดงาน

ตัวอย่างสมมติ บริษัทมีข้อบังคับให้อำนาจพักระหว่างสอบสวนและกำหนดจ่าย 75% ลูกจ้างได้รับค่าจ้างเดือนละ 30,000 บาท บริษัทจะสั่งพัก 5 วัน บริษัทต้องใช้ 75% ตามข้อบังคับ ไม่ลดเหลือ 50% เพียงเพราะตัวบทกำหนดขั้นต่ำไว้เท่านั้น เงินสำหรับช่วงพักตามสมมติฐานค่าจ้างรายวัน 1,000 บาทจึงเป็น 3,750 บาท

การรับทราบคำสั่งมีหน้าที่พิสูจน์ว่าลูกจ้างทราบเหตุและช่วงพัก ไม่ใช่การรับสารภาพ หากพนักงานไม่ลงชื่อ ควรบันทึกวิธีแจ้งและผู้เห็นเหตุการณ์ตามจริง โดยแยกออกจากการตัดสินความผิด อ่านเรื่องการทำหนังสือสอบสวนพนักงานประกอบเพื่อให้หนังสือแต่ละฉบับทำหน้าที่ของตนชัดเจน

พักงานลงโทษกับพักสอบสวน ใช้กฎเดียวกันไหม

ใช้กฎเดียวกันไม่ได้ เพราะการพักระหว่างสอบสวนเกิดก่อนสรุปว่าลูกจ้างผิด ส่วนการพักเป็นโทษทางวินัยต้องพิจารณาข้อบังคับ ฐานอำนาจและความชอบของโทษอีกชุดหนึ่ง อย่านำอัตรา 50% กับเพดาน 7 วันไปอธิบายว่าการพักงานทุกประเภททำได้เหมือนกัน

ถ้าข้อบังคับไม่ให้อำนาจพักงาน

ถ้าไม่มีฐานอำนาจตามมาตรา 116 ผลคือบริษัทไม่ควรออกคำสั่งพักสอบสวนโดยอาศัยมาตรานี้แล้วลดเงินทันที ควรประเมินวิธีรักษาหลักฐานหรือจัดหน้าที่ชั่วคราวที่ชอบด้วยสัญญา โดยไม่ลดสิทธิหรือทำให้ลูกจ้างเสียหายเพียงเพื่อหลีกเลี่ยงเงื่อนไขกฎหมาย

ถ้าสอบสวนยังไม่เสร็จเมื่อครบ 7 วัน

ถ้าหลักฐานยังไม่ครบ ผลคือทีมสอบสวนต้องจัดแผนทำงานต่อโดยไม่ถือว่าต่อคำสั่งพักแบบเดิมได้อัตโนมัติ การเปลี่ยนชื่อหนังสือหรือออกคำสั่งใหม่ติดกันเพื่อให้พักเกินเพดานยังมีความเสี่ยง ต้องพิจารณามาตรการที่ชอบกับข้อเท็จจริงเป็นรายกรณี

ถ้าสอบแล้วลูกจ้างไม่มีความผิด

ถ้าผลสอบสวนระบุว่าไม่มีความผิด ผลคือมาตรา 117 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างช่วงพักให้ครบ โดยนับเงินที่จ่ายระหว่างพักเป็นส่วนหนึ่ง พร้อมดอกเบี้ย 15% ต่อปี การเรียกเงินนี้ว่าเงินช่วยเหลือหรือการคืนเงินโดยสมัครใจไม่เปลี่ยนหน้าที่ตามกฎหมาย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: พักก่อนแล้วค่อยหาอำนาจ

คนมักเข้าใจว่า ถ้าสงสัยว่ามีทุจริต นายจ้างสั่งให้หยุดอยู่บ้านและงดเงินได้ก่อน เพื่อไม่ให้พนักงานยุ่งกับหลักฐาน

กฎหมายมองว่า ข้อสงสัยเป็นจุดเริ่มสอบสวน แต่การพักระหว่างสอบสวนยังต้องผ่านเงื่อนไขของมาตรา 116 และไม่มีข้อยกเว้นให้งดจ่ายทั้งหมดเพียงเพราะข้อกล่าวหาร้ายแรง

จุดเสี่ยงจริง คือหนังสือออกไปก่อนตรวจระเบียบ แล้วฝ่ายเงินเดือนตัดเงินตามคำสั่งทันที ควรมีผู้ตรวจฐานอำนาจและผู้ตรวจยอดเงินคนละหน้าที่ พร้อมเก็บระเบียบฉบับที่ใช้อยู่ในวันออกคำสั่ง

การป้องกันการแก้หลักฐานควรเจาะจง เช่น สำรองรายการที่เกี่ยวข้องและจำกัดสิทธิระบบเท่าที่จำเป็น โดยเก็บบันทึกผู้อนุมัติ อย่าประกาศในกลุ่มบริษัทว่าพนักงานเป็นผู้ทุจริตก่อนตรวจข้อเท็จจริง และอย่าให้การสอบสวนกลายเป็นการกดดันให้ลงชื่อยอมรับหนี้

มองสองฝั่ง: บริษัทสั่งพัก ลูกจ้างต้องชี้แจง

บริษัทมีหน้าที่รักษาหลักฐานและตรวจอย่างเป็นธรรม ขณะที่ลูกจ้างควรทราบข้อกล่าวหาและมีช่องทางชี้แจง ตารางนี้ช่วยแยกสิ่งที่แต่ละฝ่ายต้องทำก่อนข้อพิพาทขยายตัว

ประเด็นนายจ้างและ HRลูกจ้าง
สิทธิหรือหน้าที่ตรวจอำนาจ ระบุเหตุและจ่ายเงินตามเกณฑ์รับทราบข้อกล่าวหา เก็บคำสั่งและเสนอหลักฐาน
ความเสี่ยงพักเกินกำหนด ลดเงินผิด หรือสรุปความผิดล่วงหน้าหลักฐานสูญหายหรือพลาดนัดชี้แจงโดยไม่แจ้งเหตุ
ควรทำทันทีสำรองข้อมูลและกำหนดแผนสอบสวนรายวันทำลำดับเหตุการณ์และแจ้งข้อโต้แย้งเป็นลายลักษณ์อักษร
สิ่งที่ไม่ควรทำบังคับเซ็นรับผิดเพื่อแลกกับการกลับเข้าทำงานลบแชต แก้เอกสาร หรือส่งข้อมูลบริษัทให้คนไม่เกี่ยวข้อง

จุดที่สองฝ่ายมักมองต่างกันคือคำว่าได้รับแจ้งกับคำว่ายอมรับความผิด ควรเขียนช่องลงชื่อให้ชัดว่ารับเอกสารเรื่องใด และเปิดช่องให้บันทึกข้อคัดค้านโดยไม่แก้ข้อความย้อนหลัง

พักงานได้กี่วัน ต้องแจ้งก่อนนานเท่าไร

พักระหว่างสอบสวนได้ไม่เกิน 7 วัน และต้องแจ้งก่อนเริ่มพักตามมาตรา 116 ตัวบทไม่ได้กำหนดว่าต้องแจ้งล่วงหน้า 3 วันทำการ ตัวเลขนั้นอยู่ในเรื่องหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 ซึ่งเป็นคนละกรณี

จุดเวลาสิ่งที่ต้องตรวจผลหากพลาด
ก่อนเริ่มพักฐานอำนาจและการแจ้งคำสั่งเป็นหนังสือเสี่ยงเป็นคำสั่งพักที่ไม่ชอบ
ช่วงพักกำหนดเริ่มสิ้นสุดไม่เกิน 7 วันการสอบไม่เสร็จไม่ได้ต่อเพดานให้เอง
เมื่อสรุปว่าไม่ผิดค่าจ้างส่วนที่เหลือและดอกเบี้ยตามมาตรา 117บริษัทมีภาระเงินที่ต้องชำระเพิ่ม

HR ควรตั้งวันทบทวนก่อนวันสิ้นสุดคำสั่ง เพื่อให้ผู้อนุมัติมีเวลาตรวจผลสอบและแผนกลับเข้าทำงาน อย่าเขียนเพียงว่าพักจนกว่าสอบเสร็จ เพราะทำให้ทั้งวันกลับและการคิดเงินไม่แน่นอน ใช้เครื่องมือจัดทำเส้นเวลาเหตุการณ์ช่วยเรียงวันเกิดเหตุ วันแจ้งและวันที่ได้รับคำชี้แจงได้

เงินระหว่างพักงานและเงินคืน คำนวณอย่างไร

เริ่มคำนวณจากค่าจ้างที่ถูกต้องก่อนพัก แล้วใช้อัตราที่บริษัทผูกพัน ไม่ใช่หยิบเฉพาะเงินเดือนพื้นฐานโดยไม่ตรวจเงินประจำอื่นที่อาจเป็นค่าจ้าง ตัวอย่างต่อไปนี้สมมติให้มีค่าจ้างรายเดือน 30,000 บาทเพียงรายการเดียว และพัก 5 วันซึ่งอยู่ในช่วงที่ต้องนำมาคิดเงิน

รายการสูตรจำนวนเงิน
ค่าจ้างต่อวัน30,000 ÷ 301,000 บาท
จ่ายระหว่างพักที่อัตรา 50%1,000 × 5 × 50%2,500 บาท
ค่าจ้างเต็มช่วงพัก1,000 × 55,000 บาท
ส่วนต่างเมื่อไม่ผิด5,000 − 2,5002,500 บาท ก่อนดอกเบี้ย

หากมีพนักงาน 10 คนที่ได้รับคำสั่งแบบเดียวกัน ภาระส่วนต่างในตัวอย่างเป็น 25,000 บาทก่อนดอกเบี้ย เงินระหว่างพักที่จ่ายไปแล้วต้องนำมาหักจากยอดเต็ม ไม่คิดจ่ายค่าจ้างซ้ำทั้งจำนวน ดอกเบี้ย 15% ต่อปีตามมาตรา 117 ต้องทำตารางจากเงินและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องจริง ไม่คิด 15% ของยอดทั้งหมดเหมือนเป็นค่าปรับเหมาจ่ายทันที

บทความนี้ไม่รวมเงินชดเชยจากการเลิกจ้าง เพราะการสั่งพักยังไม่ใช่ข้อสรุปว่าจะเลิกจ้าง หากผลสอบนำไปสู่การให้ออก ต้องตรวจฐานและสิทธิอีกครั้งตามรายการตรวจก่อนเซ็นหนังสือเลิกจ้าง ไม่ใช้ข้อกล่าวหาเดิมแทนหลักฐานที่พิสูจน์แล้ว

คำสั่งพักงานต้องเก็บเอกสารอะไรประกอบ

ควรเก็บทั้งเอกสารที่ให้อำนาจ เอกสารแจ้ง และหลักฐานการจ่ายเงินไว้ในแฟ้มเดียว โดยแยกต้นฉบับออกจากสำเนาสำหรับผู้สอบสวนแต่ละคน เพื่อให้ตรวจได้ว่าคำสั่งมีฐานและเกิดขึ้นตามเวลาที่ระบุจริง

  • ข้อบังคับหรือข้อตกลงที่ให้อำนาจพัก พร้อมรุ่นเอกสารและหลักฐานใช้บังคับ
  • คำสั่งพักที่ระบุข้อกล่าวหา วันเริ่มสิ้นสุด อัตราเงิน และผู้มีอำนาจลงนาม
  • หลักฐานแจ้งก่อนพัก เช่น ใบรับเอกสารหรือบันทึกการส่งที่ตรวจสอบได้
  • ข้อมูลต้นเหตุ รายการเงิน ภาพหรือบันทึกระบบที่รักษาต้นฉบับและที่มาไว้
  • คำชี้แจงของลูกจ้าง บันทึกสัมภาษณ์ และข้อเท็จจริงทั้งที่สนับสนุนหรือหักล้างข้อกล่าวหา
  • บัญชีค่าจ้างก่อนพัก หลักฐานจ่ายระหว่างพัก และผลคำนวณส่วนต่างเมื่อปิดเรื่อง

หากพยานบอกข้อมูลเพิ่มภายหลัง ให้ลงวันที่ได้รับข้อมูลจริง อย่าย้อนวันบันทึกให้ตรงวันเกิดเหตุ และอย่าตัดประโยคจากแชตจนเหลือความหมายอีกอย่าง การเก็บแฟ้มนี้ควรเชื่อมกับระบบเอกสารแรงงานของนายจ้างเพื่อให้ค้นกลับได้โดยไม่เปิดให้ทุกคนในองค์กรเห็น

สอบสวนพนักงานเกี่ยวกับ PDPA และคดีอาญาอย่างไร

แฟ้มสอบสวนเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล และบางข้อกล่าวหาอาจเป็นประเด็นอาญา บริษัทจึงต้องแยกสิทธิในการเก็บหลักฐานออกจากสิทธิในการนำข้อมูลไปเผยแพร่หรือกล่าวหาต่อบุคคลอื่น

ด้าน PDPA ให้จำกัดผู้เข้าถึง แจ้งวัตถุประสงค์และกำหนดระยะเก็บตามความจำเป็น โดยเฉพาะข้อมูลสุขภาพหรือประวัติอาชญากรรมที่ต้องตรวจเงื่อนไขเพิ่ม การออกแบบสิทธิแฟ้มและคำแจ้งสามารถเชื่อมกับบริการวางระบบข้อมูลพนักงาน ไม่ควรใช้คำว่าสอบสวนเป็นเหตุเปิดดูข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง

ด้านอาญา หากสงสัยยักยอกหรือปลอมเอกสาร ต้องตรวจองค์ประกอบและหลักฐานต่างหาก ผลสอบภายในไม่ใช่คำพิพากษาว่ากระทำผิด การเตรียมแจ้งความหรือประเมินความเสี่ยงจากการกล่าวหาควรพิจารณากับบริการกฎหมายอาญา โดยรักษาข้อมูลต้นฉบับและหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ชื่อเกินจำเป็น

ทางไปต่อ: ตรวจคำสั่งพักก่อนแจ้งพนักงาน

เริ่มจากหยิบข้อบังคับฉบับจริงมาตรวจอำนาจ แล้วทำตารางวันกับเงินให้เสร็จก่อนลงนาม คุณสามารถรวบรวมข้อเท็จจริงเบื้องต้นเองได้โดยยังไม่สรุปว่าใครผิด

  1. ระบุเรื่องที่จะสอบและข้อมูลที่ต้องรักษาวันนี้
  2. ตรวจฐานอำนาจพักและทางเลือกที่กระทบสิทธิน้อยกว่า
  3. ตรวจร่างคำสั่งกับอัตราเงิน พร้อมผู้รับผิดชอบจ่าย
  4. แจ้งลูกจ้างก่อนพักและเปิดช่องส่งคำชี้แจง
  5. ทบทวนผลก่อนครบกำหนด แล้วออกเอกสารกลับเข้าทำงานหรือดำเนินการต่อพร้อมเหตุผล
ทางเลือกเหมาะเมื่อข้อควรระวัง
HR รวบรวมและสอบข้อเท็จจริงเองประเด็นชัดและยังไม่มีคำสั่งกระทบสิทธิอย่ารวมบทบาทผู้กล่าวหากับผู้ชี้ขาดโดยไม่ตรวจความเป็นกลาง
สอบถามพนักงานตรวจแรงงานต้องการตรวจสิทธิและช่องทางร้องเรื่องเงินการให้ข้อมูลของรัฐไม่มีค่าบริการทนาย แต่ต้องเล่าข้อเท็จจริงครบ
ให้ทนายตรวจเอกสารก่อนส่งฐานอำนาจไม่ชัดหรือมีข้อกล่าวหาร้ายแรงส่งเอกสารทั้งที่เป็นคุณและเป็นโทษให้ตรวจ
เจรจาแก้ยอดเงินหรือวิธีปฏิบัติพบความผิดพลาดที่แก้ได้โดยไม่ต้องดำเนินคดีแยกเงินที่ต้องจ่ายจากข้อตกลงอื่น ไม่กดดันให้สละสิทธิ

ควรให้ทนายเข้าดูเมื่อข้อบังคับไม่มีอำนาจพัก มีคำสั่งเกิน 7 วัน ลูกจ้างโต้แย้งยอดเงิน หรือเรื่องกำลังจะเปลี่ยนเป็นเลิกจ้างและแจ้งความ ก่อนตัดสินใจอ่านตัวบทมาตรา 116 และ 117 ในฉบับรวบรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่วมกับข้อบังคับที่ใช้จริง โดยลิงก์นี้เป็นสำเนาเอกสารที่เผยแพร่บน Wikimedia

หากคุณกำลังจะออกคำสั่งพักงาน เตรียมข้อบังคับ ร่างคำสั่งและสลิปเงินเดือนล่าสุด เพื่อให้ทีมกฎหมายแรงงานยอดทิพย์ธรรมตรวจฐานอำนาจ ระยะเวลาและเงินที่ต้องจ่ายในขั้นแรก แล้วนัดหมายส่งเอกสารให้ตรวจก่อนแจ้งพนักงาน

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 116: เงื่อนไขอำนาจ คำสั่งเป็นหนังสือ ระยะพักและเงินขั้นต่ำ
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 117: ค่าจ้างส่วนที่เหลือและดอกเบี้ยเมื่อสอบแล้วไม่มีความผิด
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 118–119: สิทธิค่าชดเชยและเหตุยกเว้นที่ต้องตรวจแยกหากจะเลิกจ้าง

ตรวจสอบตัวบทล่าสุดเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานไม่เซ็นรับคำสั่งพักงาน บริษัทต้องทำอย่างไร
ควรบันทึกการแจ้งและเหตุที่ไม่ลงชื่อตามจริง พร้อมเก็บหลักฐานว่าลูกจ้างได้รับทราบก่อนพัก การไม่เซ็นไม่ทำให้ข้อกล่าวหากลายเป็นความผิด และไม่แก้ปัญหาหากคำสั่งไม่มีฐานอำนาจหรือพักเกินกำหนด
ใช้วันพักร้อนหักแทนช่วงพักสอบสวนได้ไหม
ไม่ควรตัดวันพักร้อนแทนโดยอัตโนมัติ เพราะเป็นสิทธิวันหยุดคนละฐานกับคำสั่งพักสอบสวน หากมีข้อตกลงเกี่ยวกับวันหยุดต้องตรวจว่าเกิดขึ้นโดยชอบและตรงความจริง ไม่จัดเอกสารย้อนหลังเพื่อเลี่ยงการจ่ายเงินระหว่างพัก
ถูกกล่าวหาทุจริตแล้วบริษัทงดเงินทั้งหมดได้หรือไม่
ไม่ได้เพียงเพราะข้อกล่าวหาร้ายแรง หากเป็นการพักตามมาตรา 116 ยังต้องจ่ายตามอัตราที่ผูกพันซึ่งไม่น้อยกว่า 50% การเรียกค่าเสียหายหรือพิจารณาเลิกจ้างเป็นอีกประเด็นที่ต้องมีข้อเท็จจริงและเงื่อนไขรองรับแยกกัน
เรื่องเงินช่วงพักต้องจ้างทนายร้องเรียนเสมอไหม
ไม่จำเป็นเสมอไป ลูกจ้างสามารถรวบรวมคำสั่ง ข้อบังคับ สลิปและหลักฐานจ่ายไปสอบถามหรือยื่นคำร้องต่อพนักงานตรวจแรงงานได้ หากโต้แย้งหลายเรื่องหรือมีคดีอาญาร่วมด้วย การให้ทนายตรวจเอกสารจะช่วยแยกประเด็นที่ต้องดำเนินการ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

คู่กรณีตรวจร่างข้อตกลงกับทนาย พร้อมข้อความ ไกล่เกลี่ยจบแล้ว ข้อตกลงครบหรือยัง กฎหมายแรงงาน

สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง

ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
พนักงานส่งคืนอุปกรณ์สำนักงาน พร้อมข้อความ คืนของบริษัท แยกจากเงินงวดสุดท้าย กฎหมายแรงงาน

บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม

บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที
HR ส่งหนังสือรับรองให้พนักงาน พร้อมข้อความ ออกจากงานแล้ว ขอหนังสือรับรองได้ไหม กฎหมายแรงงาน

หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร

แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE