081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานใช้มาหลายปี ต้องตรวจอะไรบ้าง เช็กลิสต์ 12 จุด

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 11 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเล่มเก่าและติดแฟลกจุดที่ต้องแก้ไข

สรุปประเด็นสำคัญ

เหตุผลที่ต้องตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ใช้มาหลายปี ไม่ใช่เพราะร่างไว้ผิด แต่เพราะกฎหมายเปลี่ยนไปแล้วแต่เล่มยังเหมือนเดิม ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เพิ่มอัตราสูงสุดเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป ข้อบังคับที่ร่างก่อนหน้านั้นจึงยังพิมพ์อัตราเดิมอยู่

จุดที่ต้องตรวจแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่กฎหมายเปลี่ยน เช่น ค่าชดเชย การลาคลอด และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 และกลุ่มที่บริษัทเปลี่ยน เช่น กะ โครงสร้างตำแหน่ง และสวัสดิการที่จ่ายจริง เมื่อแก้ไขแล้วอย่าลืมว่ามาตรา 110 กำหนดให้ประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวัน

ควรตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเมื่อไรและตรวจอะไรบ้าง เป็นคำถามที่ฝ่ายบุคคลถามเมื่อพบว่าโรงงานยังใช้เล่มที่ร่างไว้ตั้งแต่วันเปิดกิจการและไม่เคยแก้เลย คำตอบที่ตรงที่สุดคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่เล่มร่างไว้ผิด แต่อยู่ที่กฎหมายเปลี่ยนไปแล้วโดยที่เล่มยังเหมือนเดิม บทความนี้ให้เช็กลิสต์ 12 จุดที่ใช้ตรวจได้เอง

ทำไมข้อบังคับเก่าจึงกลายเป็นความเสี่ยงโดยที่ไม่มีใครแก้อะไรเลย

ข้อบังคับเป็นเอกสารที่ใช้ต่อเนื่อง จึงต้องกำหนดรอบทบทวนเมื่อกฎหมายหรือวิธีทำงานเปลี่ยน ตัวอย่างสำคัญคือฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562ที่เพิ่มอัตราค่าชดเชยสูงสุดเป็น 400 วัน และฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568ซึ่งประกาศเมื่อ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลใช้บังคับ 7 ธันวาคม 2568

ผลคือเล่มที่ไม่มีใครแตะต้องเลยกลับห่างจากกฎหมายมากขึ้นทุกปี โดยที่บริษัทไม่รู้ตัว และมักมารู้ตัวในวันที่ต้องหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ้างในเคสจริง ที่ต้องระวังคือข้อที่ระบุอัตราหรือตัวเลขไว้ในเล่ม เพราะถ้าตัวเลขต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ข้อนั้นย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกับกฎหมายไม่ได้ และยังทำให้พนักงานเข้าใจสิทธิของตนคลาดเคลื่อนไปด้วย

ตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ด้วยเช็กลิสต์ 12 จุด

#จุดที่ตรวจดูอะไร
1ครบ 8 เรื่องตามมาตรา 108 หรือไม่วันทำงานและเวลาทำงานปกติกับเวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง วันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยและโทษทางวินัย การร้องทุกข์ การเลิกจ้างและค่าชดเชย
2อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 ตรวจว่ามีขั้น 400 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปหรือยัง เล่มที่ร่างก่อนปี 2562 มักไม่มี ดูอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน
3ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตรวจว่าสอดคล้องกับมาตรา 17 และมาตรา 17/1 ซึ่งกำหนดวิธีคำนวณเมื่อเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
4วันลาและหลักเกณฑ์การลาตรวจทุกประเภทเทียบกับตัวบทปัจจุบัน โดยเฉพาะการลาคลอดตามมาตรา 41 และการจ่ายค่าจ้างระหว่างลาตามมาตรา 59 (ควรตรวจตัวบทล่าสุดเพราะมีการแก้ไขหลายครั้ง)
5เวลาทำงานปกติและเวลาพักตรวจว่าตรงกับที่โรงงานทำจริงหรือไม่ และอยู่ในเพดานตามมาตรา 23 หากเปลี่ยนกะไปแล้วต้องแก้ ดูเอกสารที่ต้องแก้เมื่อเปลี่ยนระบบกะ
6วินัยและโทษทางวินัยตรวจว่าระบุพฤติการณ์ชัดพอจะอ้างอิงได้ และมีระดับโทษที่สอดคล้องกัน ข้อที่เขียนกว้างเกินไปมักใช้ลงโทษไม่ได้
7อำนาจพักงานเพื่อสอบสวนตรวจว่ามีข้อให้อำนาจไว้หรือไม่ตามมาตรา 116 เป็นข้อที่บริษัทมักพบว่าไม่มีในวันที่ต้องใช้
8การร้องทุกข์ตรวจว่ามีขั้นตอนที่ทำได้จริง ระบุผู้รับเรื่อง กรอบเวลา และช่องทางสำรองเมื่อผู้ถูกร้องคือผู้บังคับบัญชาโดยตรง
9ข้อที่อาจได้เปรียบเกินสมควรตรวจตามมาตรา 14/1 เช่น ข้อที่ให้ริบเงินทุกกรณี หรือให้พนักงานรับผิดชอบความเสียหายโดยไม่พิจารณาความระมัดระวัง
10สวัสดิการที่จ่ายจริงแต่ไม่อยู่ในเล่มตรวจว่ามีเงินหรือสิทธิใดที่จ่ายต่อเนื่องจนอาจกลายเป็นสภาพการจ้าง แต่ยังไม่มีเงื่อนไขกำกับไว้
11ชื่อนิติบุคคล โครงสร้าง และตำแหน่งในเล่มตรวจว่ายังตรงกับปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะบริษัทที่เปลี่ยนชื่อ ควบรวม หรือแยกสายการผลิต
12หลักฐานการประกาศใช้และการรับทราบตรวจว่ามีหลักฐานการปิดประกาศตามมาตรา 108 และใบรับทราบรายบุคคลครบหรือไม่ ดูหลักฐานการรับทราบข้อบังคับ

จุดที่ 2 และ 12 เป็นสองจุดที่ควรตรวจก่อนใคร เพราะจุดที่ 2 เป็นตัวเลขที่ผิดได้ทันทีและกระทบเงินโดยตรง ส่วนจุดที่ 12 เป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งเล่มใช้ได้หรือไม่ได้ ตัวบทตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

ไม่มีปัญหาอะไรมาหลายปีแล้ว แปลว่าเล่มยังใช้ได้

ข้อบังคับถูกทดสอบเฉพาะตอนมีเคส ไม่ใช่ตอนใช้งานประจำวัน มารู้ว่ามีปัญหาในวันที่แก้ไม่ทันแล้ว

ถ้าเล่มเขียนต่ำกว่ากฎหมาย ก็ยึดตามเล่มไปก่อน

ข้อที่ขัดกับกฎหมายย่อมใช้บังคับในส่วนนั้นไม่ได้ และสิทธิของพนักงานยังเป็นไปตามกฎหมาย บริษัทคำนวณเงินผิดตั้งแต่ต้นและอาจถูกเรียกส่วนต่างพร้อมกันหลายราย

แก้เล่มแล้วจบ ไม่ต้องทำอะไรต่อ

มาตรา 110 กำหนดให้ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมภายในเจ็ดวัน และควรเก็บหลักฐานการรับทราบใหม่ แก้แล้วแต่ยังอ้างไม่ได้ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าพนักงานรู้

ตรวจข้อบังคับก็เท่ากับตรวจเอกสารแรงงานทั้งชุดแล้ว

ข้อบังคับเป็นเพียงหนึ่งในหลายชุด ยังมีทะเบียนลูกจ้าง เอกสารการจ่ายค่าจ้าง และแบบที่ต้องยื่นตามมาตรา 115/1 ตรวจเล่มเสร็จแต่ยังมีหน้าที่อื่นค้างอยู่ ดูเมื่อไรควรตรวจระบบเอกสารแรงงานทั้งชุด

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ข้อบังคับเป็นเอกสารที่ทำไว้ให้ถูกกฎหมาย เมื่อทำถูกตั้งแต่แรกและไม่มีใครร้องเรียน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรื้อขึ้นมาแก้

ในทางคดี ข้อบังคับคือคำอธิบายของบริษัทว่ากติกาในองค์กรคืออะไร และคำอธิบายนี้จะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อตรงกับสิ่งที่ทำจริงและตรงกับกฎหมายปัจจุบัน เมื่อเล่มบอกอย่างหนึ่งแต่หน้างานทำอีกอย่าง ฝ่ายที่ต้องอธิบายคือฝ่ายที่เขียนเล่มนั้นขึ้นมา

จุดที่ควรตรวจ ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของข้อบังคับเก่าไม่ใช่ข้อที่ล้าสมัยตามกฎหมาย เพราะข้อเหล่านั้นแก้ได้ตรงไปตรงมา แต่คือข้อที่บริษัทเลิกใช้ไปนานแล้วโดยไม่ได้แก้เล่ม เช่น เล่มเขียนว่าต้องมีคณะกรรมการสอบสวนสามคน แต่ในทางปฏิบัติหัวหน้าแผนกสอบสวนคนเดียวมาตลอด เมื่อเกิดคดี พนักงานจะยกเล่มของบริษัทเองขึ้นมาแสดงว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

แนวทางดำเนินการ ตรวจแบบเทียบสามทาง คือตัวบทกฎหมาย เทียบกับข้อความในเล่ม เทียบกับสิ่งที่ทำจริงหน้างาน การตรวจเฉพาะสองทางแรกจะจับได้แค่ข้อที่ล้าสมัย แต่การเพิ่มทางที่สามคือสิ่งที่จับข้อที่อันตรายกว่า และเป็นเหตุผลที่ควรสัมภาษณ์หัวหน้างานด้วย ไม่ใช่อ่านแต่เอกสาร

เมื่อไรควรตรวจ

  • เมื่อกฎหมายแรงงานมีการแก้ไข ซึ่งเป็นจังหวะที่ชัดที่สุดและควรตรวจภายในปีนั้น
  • เมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มผ่านหลักสิบคน เพราะเป็นเกณฑ์ที่ทำให้เกิดหน้าที่ตามมาตรา 108 และมาตรา 115/1
  • เมื่อเปลี่ยนกะ เวลาทำงาน หรือวันหยุด
  • เมื่อเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรหรือเพิ่มระดับตำแหน่ง
  • เมื่อเพิ่มสายการผลิตหรือประเภทงานใหม่ โดยเฉพาะงานที่อาจเข้าข่ายงานที่มีเพดานเวลาทำงานต่ำกว่าปกติ
  • เมื่อเกิดเคสที่ต้องหยิบข้อบังคับขึ้นมาใช้แล้วพบว่าอ้างไม่ได้
  • อย่างน้อยทุก 2 ถึง 3 ปีแม้ไม่มีเหตุการณ์ใด เพื่อไม่ให้ระยะห่างสะสมจนแก้ทีเดียวไม่ไหว

ลำดับการตรวจที่ทำได้เอง

  1. หาฉบับที่ใช้จริงและวันที่ประกาศใช้ พร้อมตรวจว่ามีฉบับแก้ไขค้างอยู่ที่ใดหรือไม่
  2. ไล่เช็กลิสต์ 12 จุดข้างต้น แล้วทำเครื่องหมายจุดที่ต้องแก้พร้อมเหตุผล
  3. สัมภาษณ์หัวหน้างานสามถึงห้าคน ถามว่ากระบวนการจริงเป็นอย่างไรในเรื่องลา ล่วงเวลา และการลงโทษ
  4. แยกจุดที่ต้องแก้ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่กฎหมายเปลี่ยน และกลุ่มที่บริษัทเปลี่ยน
  5. ร่างฉบับแก้ไขและให้ฝ่ายกฎหมายตรวจ ก่อนประกาศใช้
  6. ประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวันตามมาตรา 110 พร้อมเก็บหลักฐานการปิดประกาศและใบรับทราบใหม่

ตรวจข้อบังคับเก่าด้วย Redline Register

อย่าแก้บนไฟล์เดียวจนไม่รู้ว่าข้อความเดิมคืออะไร ให้ทำทะเบียนรายข้อ บันทึกข้อความเดิม ปัญหา ฐานกฎหมายหรือเหตุทางธุรกิจ ข้อความเสนอแก้ ผู้อนุมัติ และกลุ่มพนักงานที่ได้รับผล วิธีนี้ช่วยแยกการแก้ให้ถูกกฎหมายออกจากการเปลี่ยนเงื่อนไขที่ต้องประเมินขั้นตอนเพิ่มเติม

ประเภทการแก้ตัวอย่างงานต่อเนื่อง
แก้ข้อผิดกฎหมายสิทธิวันลา ระยะเวลา หรือฐานจ่ายต่ำกว่ากฎหมายหยุดใช้ข้อความเดิมและกำหนดวันแก้ชัด
แก้ความขัดกันข้อบังคับ คู่มือ และประกาศให้คำตอบต่างกันแก้ทุกต้นทางและลิงก์อ้างอิง
ปรับกระบวนการเปลี่ยนผู้อนุมัติหรือช่องทางยื่นคำขอทดสอบระบบและสื่อสารผู้ใช้
เปลี่ยนเงื่อนไขตารางงาน ค่าตอบแทน หรือประโยชน์เดิมประเมินสิทธิและกระบวนการก่อนประกาศ

วาง Cutover Plan ไม่ให้สองฉบับวิ่งพร้อมกัน

  1. กำหนดฉบับอ้างอิง วันที่อนุมัติ วันที่ประกาศ และวันที่มีผล
  2. สร้างรายชื่อจุดที่เก็บไฟล์ทั้งหมด เช่น อินทราเน็ต QR โฟลเดอร์ HR และชุดปฐมนิเทศ
  3. ปิดลิงก์ฉบับเก่า พร้อมเก็บ Archive ที่ค้นได้แต่ใช้แก้ไขไม่ได้
  4. จัดทำคำอธิบายการเปลี่ยนแปลงตามกลุ่มผู้ใช้ ไม่ส่งเพียงไฟล์เต็มให้ทุกคนอ่านเอง
  5. ติดตามผู้ยังไม่รับทราบและทดสอบหัวหน้างานก่อนวันใช้จริง

ใช้ Historical Fact Test ก่อนอาศัยข้อบังคับกับเหตุเก่า

เมื่อมีเหตุเกิดขึ้น ต้องเปิดฉบับที่มีผลในวันนั้น ไม่ใช้ฉบับปัจจุบันย้อนกลับไปตัดสิน ระบบจึงต้องค้นได้ว่าในวันที่กำหนด พนักงานกลุ่มนั้นอยู่ภายใต้ฉบับใด รับทราบเมื่อใด และมีประกาศยกเว้นหรือไม่ หากตอบไม่ได้ ควรหยุดการลงโทษที่พึ่งพากฎนั้นจนกว่าจะตรวจพยานเพิ่ม

หลังเริ่มใช้ฉบับใหม่ 30 ถึง 60 วัน ควรสุ่มตรวจคำขอลา การอนุมัติ OT ใบเตือน และคำถามที่เข้ามา เพื่อดูว่ากฎใหม่แก้ปัญหาหรือสร้างความสับสน จุดที่พบควรย้อนกลับไปแก้คู่มือ ระบบ หรือการอบรม ไม่รอให้เกิดคดีจึงค่อยเปิดไฟล์ตรวจ

ทำ Historical Rule Reconstruction

เลือกวันที่เกิดเหตุแล้วสร้างภาพว่าพนักงานอยู่ภายใต้ข้อบังคับ นโยบาย และประกาศฉบับใดในวันนั้น ตรวจวันที่มีผล กลุ่มผู้ใช้ หลักฐานรับทราบ และข้อยกเว้นชั่วคราว วิธีนี้ช่วยป้องกันการนำฉบับปัจจุบันไปตัดสินเหตุในอดีต

ข้อมูลแหล่งค้นคำถาม
ฉบับที่มีผลทะเบียนเอกสารและ Archiveฉบับเก่าถูกแทนที่วันใด
กลุ่มพนักงานทะเบียนลูกจ้างและประวัติย้ายงานบุคคลอยู่หน่วยใดในวันเกิดเหตุ
การรับทราบระบบ HR หรือเอกสารลงนามรับทราบภาษาและฉบับใด
แนวปฏิบัติแฟ้มเหตุและคำสั่งหัวหน้างานบริษัทใช้กฎนี้สม่ำเสมอหรือไม่

Red-Team แผนประกาศฉบับแก้ไข

  • มีข้อความใดเปลี่ยนสิทธิหรือภาระของพนักงานหรือไม่
  • เอกสารที่อ้างถึงถูกแก้พร้อมกันหรือไม่
  • พนักงานลางาน ต่างกะ หรือไม่มีอีเมลจะได้รับอย่างไร
  • หัวหน้างานได้รับคำตอบสำหรับเหตุที่ค้างอยู่หรือไม่
  • ระบบเก็บฉบับเดิมโดยป้องกันการหยิบใช้ผิดหรือไม่

แฟ้มจำลอง: เหตุเกิดช่วงเปลี่ยนฉบับ

บริษัทประกาศฉบับใหม่ แต่กำหนดให้มีผลสัปดาห์ถัดไป เหตุเกิดระหว่างช่วงประกาศกับวันมีผล หัวหน้างานอ้างโทษตามฉบับใหม่ การตรวจต้องกลับไปใช้ฉบับที่มีผลในวันเกิดเหตุ และแยกการสื่อสารล่วงหน้าออกจากการบังคับใช้ หากฉบับเก่าไม่มีข้อที่อ้าง บริษัทต้องประเมินฐานอื่นโดยไม่ใช้กฎใหม่ย้อนหลัง

Post-Implementation Review

หลังเริ่มใช้ ให้สุ่มเหตุจริง คำขอ และการจ่ายที่อ้างกฎใหม่ ตรวจว่าคนใช้เปิดฉบับถูก ระบบให้ผลตรง และคำถามลดลงหรือไม่ ข้อผิดพลาดต้องถูกลงทะเบียนและแก้ที่ต้นทาง หากหัวหน้างานยังใช้ไฟล์ส่วนตัว ให้ปิดช่องทางนั้นก่อนปิดโครงการ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแบบเทียบสามทาง คือเทียบตัวบทปัจจุบัน เทียบข้อความในเล่ม และเทียบกับสิ่งที่ทำจริงหน้างาน พร้อมส่งรายงานที่ระบุจุดที่ต้องแก้ ระดับความเร่งด่วน และร่างข้อความทดแทนให้พร้อมประกาศใช้

จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือมองจุดเสี่ยงที่คนทั่วไปมองข้าม โดยเฉพาะข้อที่บริษัทเลิกใช้ไปแล้วแต่ยังอยู่ในเล่ม ซึ่งมักไม่ถูกจับได้จากการตรวจแบบเทียบตัวบทเพียงอย่างเดียว

สรุป

การตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ใช้มาหลายปีไม่ใช่เรื่องของการหาว่าใครร่างผิด แต่เป็นการปิดช่องว่างที่เกิดจากกฎหมายเปลี่ยนและบริษัทเปลี่ยน จุดที่ควรตรวจก่อนคืออัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เพิ่มขั้นสูงสุดเป็น 400 วัน และหลักฐานการประกาศใช้กับใบรับทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งเล่มใช้ได้หรือไม่ได้ เมื่อแก้เสร็จอย่าลืมประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวันตามมาตรา 110 แนวปฏิบัติเพิ่มเติมดูได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทยังใช้ข้อบังคับฉบับเดิมมาหลายปีและไม่แน่ใจว่าจุดใดล้าสมัยไปแล้ว ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 : นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องจัดให้มีข้อบังคับเป็นภาษาไทย ครอบคลุมอย่างน้อย 8 เรื่อง ประกาศใช้ภายใน 15 วัน และเผยแพร่กับปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน
  • มาตรา 110 : เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นภายในเจ็ดวัน (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 118 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 : เพิ่มอัตราค่าชดเชยขั้นสูงสุดเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป เป็นจุดที่ข้อบังคับซึ่งร่างก่อนปี 2562 มักยังไม่ได้แก้
  • มาตรา 17 และ 17/1 : หลักเกณฑ์การบอกกล่าวล่วงหน้า และการจ่ายเงินเมื่อเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคสอง
  • มาตรา 41 และ 59 : สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรและการจ่ายค่าจ้างในวันลาดังกล่าว (มีการแก้ไขหลายครั้ง ควรตรวจตัวบทและจำนวนวันในฉบับล่าสุดก่อนพิมพ์ลงข้อบังคับ)
  • มาตรา 115/1 : นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เป็นหน้าที่แยกจากข้อบังคับ แต่เกิดจากเกณฑ์จำนวนลูกจ้างเดียวกัน

คำถามที่พบบ่อย

ควรตรวจข้อบังคับบ่อยแค่ไหน

ควรตรวจทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานมีการแก้ไข ทุกครั้งที่บริษัทเปลี่ยนกะ โครงสร้าง หรือเพิ่มประเภทงานใหม่ และอย่างน้อยทุกสองถึงสามปีแม้ไม่มีเหตุการณ์ใด เหตุผลคือระยะห่างระหว่างเล่มกับกฎหมายสะสมขึ้นทุกปีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และเมื่อปล่อยไว้นานเกินไป การแก้ทีเดียวทั้งเล่มจะใช้เวลาและต้องเก็บหลักฐานการรับทราบใหม่ทั้งองค์กร

ข้อบังคับเขียนค่าชดเชยต่ำกว่ากฎหมาย ต้องทำอย่างไร

ต้องแก้ให้ตรงกับกฎหมายโดยเร็ว เพราะข้อที่ให้สิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกันไม่ได้ และสิทธิของพนักงานยังคงเป็นไปตามมาตรา 118 อยู่ดี ที่ต้องระวังคือระหว่างที่ยังไม่แก้ ฝ่ายบุคคลอาจคำนวณเงินตามเล่มไปแล้วหลายราย ซึ่งทำให้เกิดส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มพร้อมกัน จึงควรตรวจการจ่ายย้อนหลังไปพร้อมกับการแก้เล่มด้วย

แก้ข้อบังคับต้องให้พนักงานยินยอมไหม

ต้องแยกก่อนว่าเป็นการแก้ที่เป็นคุณหรือไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง การแก้ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลี่ยนไปหรือการเพิ่มสิทธิให้พนักงาน โดยทั่วไปทำได้ไม่ยาก แต่การแก้ที่ลดสิทธิหรือลดรายได้ที่พนักงานเคยได้รับ มีข้อจำกัดเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นกลายเป็นสภาพการจ้างไปแล้ว กรณีเช่นนี้ควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อนประกาศทุกครั้ง

แก้แล้วต้องทำอะไรต่อ

มาตรา 110 กำหนดให้ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมภายในเจ็ดวัน ซึ่งควรเก็บหลักฐานการปิดประกาศไว้ด้วย นอกจากนี้ควรเก็บใบรับทราบรายบุคคลของฉบับใหม่ เพราะใบรับทราบเดิมครอบคลุมเฉพาะฉบับที่พนักงานเคยเซ็น สุดท้ายควรตรวจว่าเอกสารอื่นที่อ้างถึงข้อบังคับ เช่น คู่มือพนักงานและใบกำหนดหน้าที่ ยังสอดคล้องกันหรือไม่

ตรวจเองได้ไหม หรือต้องให้ทนาย

เช็กลิสต์ 12 จุดในบทความนี้ออกแบบให้ฝ่ายบุคคลตรวจเบื้องต้นได้เอง และการตรวจเองมีประโยชน์เพราะฝ่ายบุคคลเป็นผู้ที่รู้จริงว่าหน้างานทำอย่างไร ส่วนที่ควรให้ทนายดูคือจุดที่ต้องตีความ เช่น ข้อที่อาจได้เปรียบเกินสมควรตามมาตรา 14/1 การแก้ที่อาจกระทบสภาพการจ้าง และการร่างข้อความทดแทน เพราะถ้อยคำที่ใช้จะกลายเป็นสิ่งที่บริษัทต้องยึดถือต่อไปอีกหลายปี

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE