081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานใช้มาหลายปี ต้องตรวจอะไรบ้าง เช็กลิสต์ 12 จุด ฉบับทนาย ปี 2569

ฝ่ายบุคคลตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเล่มเก่าและติดแฟลกจุดที่ต้องแก้ไข

สรุปประเด็นสำคัญ

เหตุผลที่ต้องตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ใช้มาหลายปี ไม่ใช่เพราะร่างไว้ผิด แต่เพราะกฎหมายเปลี่ยนไปแล้วแต่เล่มยังเหมือนเดิม · ตัวอย่างที่ชัดที่สุดคือค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 เพิ่มอัตราสูงสุดเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป · ข้อบังคับที่ร่างก่อนหน้านั้นจึงยังพิมพ์อัตราเดิมอยู่

จุดที่ต้องตรวจแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่กฎหมายเปลี่ยน เช่น ค่าชดเชย การลาคลอด และค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17/1 · และกลุ่มที่บริษัทเปลี่ยน เช่น กะ โครงสร้างตำแหน่ง และสวัสดิการที่จ่ายจริง · เมื่อแก้ไขแล้วอย่าลืมว่ามาตรา 110 กำหนดให้ประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวัน

ควรตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเมื่อไรและตรวจอะไรบ้าง เป็นคำถามที่ฝ่ายบุคคลถามเมื่อพบว่าโรงงานยังใช้เล่มที่ร่างไว้ตั้งแต่วันเปิดกิจการและไม่เคยแก้เลย คำตอบที่ตรงที่สุดคือปัญหาไม่ได้อยู่ที่เล่มร่างไว้ผิด แต่อยู่ที่กฎหมายเปลี่ยนไปแล้วโดยที่เล่มยังเหมือนเดิม บทความนี้ให้เช็กลิสต์ 12 จุดที่ใช้ตรวจได้เอง

ทำไมข้อบังคับเก่าจึงกลายเป็นความเสี่ยงโดยที่ไม่มีใครแก้อะไรเลย

ข้อบังคับเป็นเอกสารที่ทำครั้งเดียวแล้วใช้ยาว ต่างจากสัญญาจ้างที่ทำใหม่ทุกครั้งที่รับคน จึงไม่มีจังหวะบังคับให้ต้องทบทวน · ในระหว่างนั้นกฎหมายแรงงานมีการแก้ไขหลายครั้ง ทั้งฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ที่เพิ่มอัตราค่าชดเชยสูงสุดเป็น 400 วัน และฉบับที่ 9 พ.ศ. 2568 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568

ผลคือเล่มที่ไม่มีใครแตะต้องเลยกลับห่างจากกฎหมายมากขึ้นทุกปี โดยที่บริษัทไม่รู้ตัว และมักมารู้ตัวในวันที่ต้องหยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ้างในเคสจริง · ที่ต้องระวังคือข้อที่ระบุอัตราหรือตัวเลขไว้ในเล่ม เพราะถ้าตัวเลขต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนด ข้อนั้นย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกับกฎหมายไม่ได้ และยังทำให้พนักงานเข้าใจสิทธิของตนคลาดเคลื่อนไปด้วย

ตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ด้วยเช็กลิสต์ 12 จุด

เทียบเล่มข้อบังคับเดิมกับตัวบทกฎหมายฉบับปัจจุบันเพื่อตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน
#จุดที่ตรวจดูอะไร
1ครบ 8 เรื่องตามมาตรา 108 หรือไม่วันทำงานและเวลาทำงานปกติกับเวลาพัก · วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด · หลักเกณฑ์การทำงานล่วงเวลาและทำงานในวันหยุด · วันและสถานที่จ่ายค่าจ้าง · วันลาและหลักเกณฑ์การลา · วินัยและโทษทางวินัย · การร้องทุกข์ · การเลิกจ้างและค่าชดเชย
2อัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118ตรวจว่ามีขั้น 400 วันสำหรับผู้ทำงานครบ 20 ปีขึ้นไปหรือยัง · เล่มที่ร่างก่อนปี 2562 มักไม่มี ดูอัตราค่าชดเชยตามอายุงาน
3ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าตรวจว่าสอดคล้องกับมาตรา 17 และมาตรา 17/1 ซึ่งกำหนดวิธีคำนวณเมื่อเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า
4วันลาและหลักเกณฑ์การลาตรวจทุกประเภทเทียบกับตัวบทปัจจุบัน โดยเฉพาะการลาคลอดตามมาตรา 41 และการจ่ายค่าจ้างระหว่างลาตามมาตรา 59 (ควรตรวจตัวบทล่าสุดเพราะมีการแก้ไขหลายครั้ง)
5เวลาทำงานปกติและเวลาพักตรวจว่าตรงกับที่โรงงานทำจริงหรือไม่ และอยู่ในเพดานตามมาตรา 23 · หากเปลี่ยนกะไปแล้วต้องแก้ ดูเอกสารที่ต้องแก้เมื่อเปลี่ยนระบบกะ
6วินัยและโทษทางวินัยตรวจว่าระบุพฤติการณ์ชัดพอจะอ้างอิงได้ และมีระดับโทษที่สอดคล้องกัน · ข้อที่เขียนกว้างเกินไปมักใช้ลงโทษไม่ได้
7อำนาจพักงานเพื่อสอบสวนตรวจว่ามีข้อให้อำนาจไว้หรือไม่ตามมาตรา 116 · เป็นข้อที่บริษัทมักพบว่าไม่มีในวันที่ต้องใช้
8การร้องทุกข์ตรวจว่ามีขั้นตอนที่ทำได้จริง ระบุผู้รับเรื่อง กรอบเวลา และช่องทางสำรองเมื่อผู้ถูกร้องคือผู้บังคับบัญชาโดยตรง
9ข้อที่อาจได้เปรียบเกินสมควรตรวจตามมาตรา 14/1 เช่น ข้อที่ให้ริบเงินทุกกรณี หรือให้พนักงานรับผิดชอบความเสียหายโดยไม่พิจารณาความระมัดระวัง
10สวัสดิการที่จ่ายจริงแต่ไม่อยู่ในเล่มตรวจว่ามีเงินหรือสิทธิใดที่จ่ายต่อเนื่องจนอาจกลายเป็นสภาพการจ้าง แต่ยังไม่มีเงื่อนไขกำกับไว้
11ชื่อนิติบุคคล โครงสร้าง และตำแหน่งในเล่มตรวจว่ายังตรงกับปัจจุบันหรือไม่ โดยเฉพาะบริษัทที่เปลี่ยนชื่อ ควบรวม หรือแยกสายการผลิต
12หลักฐานการประกาศใช้และการรับทราบตรวจว่ามีหลักฐานการปิดประกาศตามมาตรา 108 และใบรับทราบรายบุคคลครบหรือไม่ ดูหลักฐานการรับทราบข้อบังคับ

จุดที่ 2 และ 12 เป็นสองจุดที่ควรตรวจก่อนใคร เพราะจุดที่ 2 เป็นตัวเลขที่ผิดได้ทันทีและกระทบเงินโดยตรง ส่วนจุดที่ 12 เป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งเล่มใช้ได้หรือไม่ได้ · ตัวบทตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดข้อ 1 — ไม่มีปัญหาอะไรมาหลายปีแล้ว แปลว่าเล่มยังใช้ได้ · ความจริงคือ ข้อบังคับถูกทดสอบเฉพาะตอนมีเคส ไม่ใช่ตอนใช้งานประจำวัน · ผลเสียคือ มารู้ว่ามีปัญหาในวันที่แก้ไม่ทันแล้ว

เข้าใจผิดข้อ 2 — ถ้าเล่มเขียนต่ำกว่ากฎหมาย ก็ยึดตามเล่มไปก่อน · ความจริงคือ ข้อที่ขัดกับกฎหมายย่อมใช้บังคับในส่วนนั้นไม่ได้ และสิทธิของพนักงานยังเป็นไปตามกฎหมาย · ผลเสียคือ บริษัทคำนวณเงินผิดตั้งแต่ต้นและอาจถูกเรียกส่วนต่างพร้อมกันหลายราย

เข้าใจผิดข้อ 3 — แก้เล่มแล้วจบ ไม่ต้องทำอะไรต่อ · ความจริงคือ มาตรา 110 กำหนดให้ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมภายในเจ็ดวัน และควรเก็บหลักฐานการรับทราบใหม่ · ผลเสียคือ แก้แล้วแต่ยังอ้างไม่ได้ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าพนักงานรู้

เข้าใจผิดข้อ 4 — ตรวจข้อบังคับก็เท่ากับตรวจเอกสารแรงงานทั้งชุดแล้ว · ความจริงคือ ข้อบังคับเป็นเพียงหนึ่งในหลายชุด ยังมีทะเบียนลูกจ้าง เอกสารการจ่ายค่าจ้าง และแบบที่ต้องยื่นตามมาตรา 115/1 · ผลเสียคือ ตรวจเล่มเสร็จแต่ยังมีหน้าที่อื่นค้างอยู่ ดูเมื่อไรควรตรวจระบบเอกสารแรงงานทั้งชุด

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ข้อบังคับเป็นเอกสารที่ทำไว้ให้ถูกกฎหมาย เมื่อทำถูกตั้งแต่แรกและไม่มีใครร้องเรียน ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องรื้อขึ้นมาแก้

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า ข้อบังคับคือคำอธิบายของบริษัทว่ากติกาในองค์กรคืออะไร และคำอธิบายนี้จะมีน้ำหนักก็ต่อเมื่อตรงกับสิ่งที่ทำจริงและตรงกับกฎหมายปัจจุบัน เมื่อเล่มบอกอย่างหนึ่งแต่หน้างานทำอีกอย่าง ฝ่ายที่ต้องอธิบายคือฝ่ายที่เขียนเล่มนั้นขึ้นมา

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ความเสี่ยงที่ใหญ่ที่สุดของข้อบังคับเก่าไม่ใช่ข้อที่ล้าสมัยตามกฎหมาย เพราะข้อเหล่านั้นแก้ได้ตรงไปตรงมา แต่คือข้อที่บริษัทเลิกใช้ไปนานแล้วโดยไม่ได้แก้เล่ม เช่น เล่มเขียนว่าต้องมีคณะกรรมการสอบสวนสามคน แต่ในทางปฏิบัติหัวหน้าแผนกสอบสวนคนเดียวมาตลอด · เมื่อเกิดคดี พนักงานจะยกเล่มของบริษัทเองขึ้นมาแสดงว่ากระบวนการไม่เป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ตรวจแบบเทียบสามทาง คือตัวบทกฎหมาย เทียบกับข้อความในเล่ม เทียบกับสิ่งที่ทำจริงหน้างาน · การตรวจเฉพาะสองทางแรกจะจับได้แค่ข้อที่ล้าสมัย แต่การเพิ่มทางที่สามคือสิ่งที่จับข้อที่อันตรายกว่า และเป็นเหตุผลที่ควรสัมภาษณ์หัวหน้างานด้วย ไม่ใช่อ่านแต่เอกสาร

เมื่อไรควรตรวจ

  • เมื่อกฎหมายแรงงานมีการแก้ไข ซึ่งเป็นจังหวะที่ชัดที่สุดและควรตรวจภายในปีนั้น
  • เมื่อจำนวนพนักงานเพิ่มผ่านหลักสิบคน เพราะเป็นเกณฑ์ที่ทำให้เกิดหน้าที่ตามมาตรา 108 และมาตรา 115/1
  • เมื่อเปลี่ยนกะ เวลาทำงาน หรือวันหยุด
  • เมื่อเปลี่ยนโครงสร้างองค์กรหรือเพิ่มระดับตำแหน่ง
  • เมื่อเพิ่มสายการผลิตหรือประเภทงานใหม่ โดยเฉพาะงานที่อาจเข้าข่ายงานที่มีเพดานเวลาทำงานต่ำกว่าปกติ
  • เมื่อเกิดเคสที่ต้องหยิบข้อบังคับขึ้นมาใช้แล้วพบว่าอ้างไม่ได้
  • อย่างน้อยทุก 2 ถึง 3 ปีแม้ไม่มีเหตุการณ์ใด เพื่อไม่ให้ระยะห่างสะสมจนแก้ทีเดียวไม่ไหว

ลำดับการตรวจที่ทำได้เอง

  1. หาฉบับที่ใช้จริงและวันที่ประกาศใช้ พร้อมตรวจว่ามีฉบับแก้ไขค้างอยู่ที่ใดหรือไม่
  2. ไล่เช็กลิสต์ 12 จุดข้างต้น แล้วทำเครื่องหมายจุดที่ต้องแก้พร้อมเหตุผล
  3. สัมภาษณ์หัวหน้างานสามถึงห้าคน ถามว่ากระบวนการจริงเป็นอย่างไรในเรื่องลา ล่วงเวลา และการลงโทษ
  4. แยกจุดที่ต้องแก้ออกเป็นสองกลุ่ม คือกลุ่มที่กฎหมายเปลี่ยน และกลุ่มที่บริษัทเปลี่ยน
  5. ร่างฉบับแก้ไขและให้ฝ่ายกฎหมายตรวจ ก่อนประกาศใช้
  6. ประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวันตามมาตรา 110 พร้อมเก็บหลักฐานการปิดประกาศและใบรับทราบใหม่

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแบบเทียบสามทาง คือเทียบตัวบทปัจจุบัน เทียบข้อความในเล่ม และเทียบกับสิ่งที่ทำจริงหน้างาน พร้อมส่งรายงานที่ระบุจุดที่ต้องแก้ ระดับความเร่งด่วน และร่างข้อความทดแทนให้พร้อมประกาศใช้

จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือมองจุดเสี่ยงที่คนทั่วไปมองข้าม โดยเฉพาะข้อที่บริษัทเลิกใช้ไปแล้วแต่ยังอยู่ในเล่ม ซึ่งมักไม่ถูกจับได้จากการตรวจแบบเทียบตัวบทเพียงอย่างเดียว

สรุป

การตรวจข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่ใช้มาหลายปีไม่ใช่เรื่องของการหาว่าใครร่างผิด แต่เป็นการปิดช่องว่างที่เกิดจากกฎหมายเปลี่ยนและบริษัทเปลี่ยน จุดที่ควรตรวจก่อนคืออัตราค่าชดเชยตามมาตรา 118 ซึ่งฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 เพิ่มขั้นสูงสุดเป็น 400 วัน และหลักฐานการประกาศใช้กับใบรับทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ทั้งเล่มใช้ได้หรือไม่ได้ เมื่อแก้เสร็จอย่าลืมประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวันตามมาตรา 110 แนวปฏิบัติเพิ่มเติมดูได้ที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทยังใช้ข้อบังคับฉบับเดิมมาหลายปีและไม่แน่ใจว่าจุดใดล้าสมัยไปแล้ว ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 ⭐ — นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องจัดให้มีข้อบังคับเป็นภาษาไทย ครอบคลุมอย่างน้อย 8 เรื่อง ประกาศใช้ภายใน 15 วัน และเผยแพร่กับปิดประกาศโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน
  • มาตรา 110 ⭐ — เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นภายในเจ็ดวัน (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 118 และ พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ⭐ — เพิ่มอัตราค่าชดเชยขั้นสูงสุดเป็นค่าจ้างอัตราสุดท้าย 400 วันสำหรับลูกจ้างที่ทำงานติดต่อกันครบ 20 ปีขึ้นไป · เป็นจุดที่ข้อบังคับซึ่งร่างก่อนปี 2562 มักยังไม่ได้แก้
  • มาตรา 17 และ 17/1 — หลักเกณฑ์การบอกกล่าวล่วงหน้า และการจ่ายเงินเมื่อเลิกจ้างโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าตามมาตรา 17 วรรคสอง
  • มาตรา 41 และ 59สิทธิลาเพื่อคลอดบุตรและการจ่ายค่าจ้างในวันลาดังกล่าว (มีการแก้ไขหลายครั้ง ควรตรวจตัวบทและจำนวนวันในฉบับล่าสุดก่อนพิมพ์ลงข้อบังคับ)
  • มาตรา 115/1 — นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด · เป็นหน้าที่แยกจากข้อบังคับ แต่เกิดจากเกณฑ์จำนวนลูกจ้างเดียวกัน
  • มาตรา 116 — การพักงานเพื่อสอบสวนทำได้เมื่อข้อบังคับหรือข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างให้อำนาจไว้ · ข้อบังคับเก่าจำนวนมากไม่มีข้อนี้
  • มาตรา 14/1ข้อบังคับ ระเบียบ หรือคำสั่งที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบลูกจ้างเกินสมควร ศาลมีอำนาจสั่งให้มีผลใช้บังคับเพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณี
  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2568 — ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 และมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 · ควรตรวจสอบรายละเอียดที่แก้ไขและผลกระทบต่อข้อบังคับของกิจการก่อนอ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย

ควรตรวจข้อบังคับบ่อยแค่ไหน

ควรตรวจทุกครั้งที่กฎหมายแรงงานมีการแก้ไข ทุกครั้งที่บริษัทเปลี่ยนกะ โครงสร้าง หรือเพิ่มประเภทงานใหม่ และอย่างน้อยทุกสองถึงสามปีแม้ไม่มีเหตุการณ์ใด เหตุผลคือระยะห่างระหว่างเล่มกับกฎหมายสะสมขึ้นทุกปีโดยไม่มีสัญญาณเตือน และเมื่อปล่อยไว้นานเกินไป การแก้ทีเดียวทั้งเล่มจะใช้เวลาและต้องเก็บหลักฐานการรับทราบใหม่ทั้งองค์กร

ข้อบังคับเขียนค่าชดเชยต่ำกว่ากฎหมาย ต้องทำอย่างไร

ต้องแก้ให้ตรงกับกฎหมายโดยเร็ว เพราะข้อที่ให้สิทธิต่ำกว่าที่กฎหมายกำหนดย่อมใช้บังคับในส่วนที่ขัดกันไม่ได้ และสิทธิของพนักงานยังคงเป็นไปตามมาตรา 118 อยู่ดี ที่ต้องระวังคือระหว่างที่ยังไม่แก้ ฝ่ายบุคคลอาจคำนวณเงินตามเล่มไปแล้วหลายราย ซึ่งทำให้เกิดส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่มพร้อมกัน จึงควรตรวจการจ่ายย้อนหลังไปพร้อมกับการแก้เล่มด้วย

แก้ข้อบังคับต้องให้พนักงานยินยอมไหม

ต้องแยกก่อนว่าเป็นการแก้ที่เป็นคุณหรือไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง การแก้ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลี่ยนไปหรือการเพิ่มสิทธิให้พนักงาน โดยทั่วไปทำได้ไม่ยาก แต่การแก้ที่ลดสิทธิหรือลดรายได้ที่พนักงานเคยได้รับ มีข้อจำกัดเพิ่มเติม โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนั้นกลายเป็นสภาพการจ้างไปแล้ว กรณีเช่นนี้ควรปรึกษาฝ่ายกฎหมายก่อนประกาศทุกครั้ง

แก้แล้วต้องทำอะไรต่อ

มาตรา 110 กำหนดให้ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมภายในเจ็ดวัน ซึ่งควรเก็บหลักฐานการปิดประกาศไว้ด้วย นอกจากนี้ควรเก็บใบรับทราบรายบุคคลของฉบับใหม่ เพราะใบรับทราบเดิมครอบคลุมเฉพาะฉบับที่พนักงานเคยเซ็น สุดท้ายควรตรวจว่าเอกสารอื่นที่อ้างถึงข้อบังคับ เช่น คู่มือพนักงานและใบกำหนดหน้าที่ ยังสอดคล้องกันหรือไม่

ตรวจเองได้ไหม หรือต้องให้ทนาย

เช็กลิสต์ 12 จุดในบทความนี้ออกแบบให้ฝ่ายบุคคลตรวจเบื้องต้นได้เอง และการตรวจเองมีประโยชน์เพราะฝ่ายบุคคลเป็นผู้ที่รู้จริงว่าหน้างานทำอย่างไร ส่วนที่ควรให้ทนายดูคือจุดที่ต้องตีความ เช่น ข้อที่อาจได้เปรียบเกินสมควรตามมาตรา 14/1 การแก้ที่อาจกระทบสภาพการจ้าง และการร่างข้อความทดแทน เพราะถ้อยคำที่ใช้จะกลายเป็นสิ่งที่บริษัทต้องยึดถือต่อไปอีกหลายปี

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวหน้างานโรงงานเซ็นอนุมัติเอกสารให้พนักงาน สะท้อนอำนาจที่ต้องระบุในสัญญาจ้างหัวหน้างาน กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างหัวหน้างานกับพนักงานทั่วไป ต่างกันตรงไหน 8 ข้อที่ต้องแยก ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างหัวหน้างานต่างจากพนักงานทั่วไปที่อำนาจและความรับผิดชอบ ไม่ใช่เงินเดือน รวม 8 ข้อที่ต้องแยก

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
ฝ่ายบุคคลเรียงสัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาหลายฉบับของพนักงานคนเดียวกันเพื่อตรวจวันเริ่มและวันสิ้นสุด กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลา ใช้ผิดอาจกลายเป็นต้องจ่ายค่าชดเชย — งานแบบไหนถึงใช้ได้ ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างมีกำหนดระยะเวลาที่ได้รับยกเว้นค่าชดเชยมีเงื่อนไขแคบมาก ใช้ผิดประเภทอาจต้องจ่ายเต็มตามอายุงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
เจ้าของกิจการและทนายความตรวจร่างสัญญาจ้างผู้บริหารทีละข้อก่อนลงนาม กฎหมายแรงงาน

สัญญาจ้างผู้บริหารควรเขียนเรื่องโบนัส KPI ความลับ และการยุติสัญญาอย่างไร ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาจ้างผู้บริหารที่เขียนกว้างเกินไป มักบังคับใช้ไม่ได้ในวันที่ต้องใช้จริง รวม 8 เรื่องที่ต้องออกแบบตั้งแต่วันรับเข้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE