081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

บริษัทมีระเบียบแต่ไม่มีหลักฐานการรับทราบ เวลาเกิดคดีจะมีปัญหาอย่างไร

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 10 นาที กฎหมายแรงงาน
ฝ่ายบุคคลตรวจแฟ้มหลักฐานการรับทราบข้อบังคับข้างบอร์ดประกาศของโรงงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

บริษัทจำนวนไม่น้อยมีข้อบังคับครบและปิดประกาศเรียบร้อย แต่เมื่อเกิดข้อพิพาทกลับไม่มีหลักฐานการรับทราบของพนักงานรายบุคคล ต้องแยกให้ชัดว่านี่คือสองเรื่องที่ต่างกัน มาตรา 108 กำหนดหน้าที่ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างทราบและดูได้โดยสะดวก ซึ่งเป็นหน้าที่ตามกฎหมาย

ส่วนใบรับทราบรายบุคคลเป็นเครื่องมือทางพยานหลักฐาน ที่ใช้ตอบคำถามในคดีว่าพนักงานคนนั้นอยู่ในฐานะที่รู้ได้หรือไม่ ซึ่งผูกกับมาตรา 119 (4) ที่กำหนดว่าการฝ่าฝืนต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม จุดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือมีใบรับทราบเฉพาะพนักงานที่เข้าใหม่ แต่ไม่มีของคนเก่าเมื่อข้อบังคับถูกแก้ไข ทั้งที่มาตรา 110 กำหนดให้ต้องประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวัน

คำถามที่ทนายถามเป็นอันดับต้น ๆ เมื่อบริษัทมาปรึกษาเรื่องเลิกจ้างคือขอดูหลักฐานการรับทราบข้อบังคับของพนักงานคนนั้น และคำตอบที่ได้บ่อยที่สุดคือบริษัทปิดประกาศไว้ที่บอร์ดแล้ว ซึ่งเป็นคนละเรื่องกัน บทความนี้อธิบายว่าต่างกันอย่างไร และควรวางระบบเก็บหลักฐานแบบไหน

ปิดประกาศกับหลักฐานการรับทราบ ต่างกันอย่างไร

มาตรา 108 กำหนดหน้าที่ไว้สองชั้น ชั้นแรกคือจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทยสำหรับนายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไป และประกาศใช้ภายในสิบห้าวัน ชั้นที่สองคือเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก ทั้งสองชั้นนี้คือหน้าที่ที่ต้องทำตามกฎหมาย และการไม่ทำมีความรับผิดในตัวเอง

แต่ในทางคดี คำถามที่ถูกถามไม่ใช่ว่าบริษัททำหน้าที่ครบหรือไม่ หากเป็นว่าพนักงานคนนี้อยู่ในฐานะที่รู้ข้อบังคับข้อนั้นหรือไม่ เพราะมาตรา 119 (4) กำหนดว่าการฝ่าฝืนที่ใช้อ้างได้ต้องเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม การปิดประกาศตอบคำถามนี้ได้ระดับหนึ่ง แต่ใบรับทราบที่มีลายมือชื่อพร้อมวันที่และเวอร์ชันของเอกสาร ตอบได้ตรงกว่ามาก

ไม่มีหลักฐานการรับทราบแล้วเกิดอะไรขึ้นจริง

สถานการณ์สิ่งที่บริษัทต้องการทำผลเมื่อไม่มีหลักฐานรายบุคคล
ออกใบเตือนอ้างว่าฝ่าฝืนข้อบังคับข้อใดข้อหนึ่งพนักงานโต้แย้งว่าไม่เคยเห็นข้อนั้น ใบเตือนยังออกได้แต่มีน้ำหนักน้อยลง
เลิกจ้างตามมาตรา 119 (4)อ้างว่าฝ่าฝืนซ้ำหลังตักเตือนเป็นหนังสือต้องพิสูจน์ทั้งการมีอยู่ของข้อบังคับและการรู้ของพนักงาน ซึ่งเป็นภาระที่หนักขึ้นมาก
ใช้ข้อบังคับฉบับที่แก้ไขใหม่อ้างข้อที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาถูกโต้แย้งว่าเป็นข้อที่เพิ่มหลังพนักงานเข้าทำงาน มาตรา 110 กำหนดให้ประกาศฉบับที่แก้ไขภายในเจ็ดวัน
พักงานเพื่อสอบสวนใช้อำนาจตามข้อบังคับเกิดคำถามซ้อนว่าข้อบังคับที่ให้อำนาจนั้นมีผลกับพนักงานคนนี้หรือไม่
บังคับใช้ข้อผูกพันเรื่องความลับอ้างระเบียบว่าด้วยข้อมูลของบริษัทหากอยู่ในระเบียบที่ไม่มีหลักฐานรับทราบ จะอ่อนกว่าการเขียนไว้ในสัญญาจ้างที่พนักงานลงชื่อ
ถูกตรวจโดยพนักงานตรวจแรงงานแสดงว่าปฏิบัติตามมาตรา 108 แล้วเป็นคนละประเด็นกับคดี แต่หากเอกสารไม่เป็นระบบ มักพบข้อบกพร่องอื่นตามมาด้วย

แถวที่สามคือแถวที่สร้างปัญหามากที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะบริษัทส่วนใหญ่เก็บใบรับทราบเฉพาะตอนรับพนักงานเข้าใหม่ แต่เมื่อแก้ไขข้อบังคับกลับปิดประกาศอย่างเดียว ทำให้พนักงานที่ทำงานมานานหลายปีไม่มีหลักฐานรับทราบฉบับปัจจุบันเลยแม้แต่คนเดียว ดูข้อบังคับที่เขียนไว้แต่ใช้ลงโทษไม่ได้

คนส่วนใหญ่มักเข้าใจผิดตรงไหน

ปิดประกาศที่บอร์ดแล้วถือว่าทุกคนรับทราบ

การปิดประกาศเป็นหน้าที่ตามมาตรา 108 แต่ไม่ได้แปลว่าบริษัทพิสูจน์ได้ว่าพนักงานคนใดคนหนึ่งได้เห็น ทำหน้าที่ครบแต่ยังพิสูจน์ในคดีไม่ได้

เซ็นใบรับทราบตอนเข้างานครั้งเดียวพอ

ใบรับทราบผูกกับเวอร์ชันของเอกสารที่รับทราบ เมื่อข้อบังคับแก้ไข ใบเดิมก็ครอบคลุมเฉพาะฉบับเดิม ข้อที่บริษัทจะใช้มักเป็นข้อที่เพิ่งเพิ่มเข้ามาพอดี

เก็บใบรับทราบเป็นกระดาษไว้ในแฟ้มก็พอ

ปัญหาไม่ใช่รูปแบบการเก็บ แต่คือความสามารถในการค้นหาให้เจอภายในเวลาที่ต้องใช้ เอกสารมีอยู่จริงแต่หาไม่พบในวันที่ต้องส่งให้ทนาย

ให้พนักงานเซ็นใบรับทราบรวมทุกเรื่องในใบเดียว

เมื่อรวมทุกเรื่องไว้ในใบเดียว เมื่อเรื่องใดเรื่องหนึ่งเปลี่ยน ก็ต้องเซ็นใหม่ทั้งใบ และการอ้างอิงย้อนกลับทำได้ยาก ระบบที่ตั้งใจให้ง่าย กลับทำให้ไม่มีใครอัปเดต

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ใบรับทราบเป็นเอกสารธุรการที่ทำไว้ให้ครบขั้นตอน เซ็นแล้วเก็บเข้าแฟ้ม ไม่ค่อยมีใครหยิบมาดูอีก จึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องลงแรงมาก

ในทางคดี ใบรับทราบคือเอกสารที่ทำให้กฎของบริษัทมีผลกับคนคนหนึ่งได้จริง เพราะกฎที่ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าพนักงานรู้ ก็ยากที่จะใช้เป็นฐานลงโทษ ไม่ว่ากฎนั้นจะเขียนไว้ดีเพียงใด

จุดที่ควรตรวจ ปัญหาที่พบมากที่สุดในโรงงานไม่ใช่การไม่มีใบรับทราบเลย แต่คือมีไม่ครบและไม่มีใครรู้ว่าขาดของใครบ้าง แฟ้มมีใบรับทราบอยู่หลายร้อยใบ แต่ไม่มีทะเบียนคุมว่าพนักงานคนใดเซ็นฉบับใดเมื่อใด เมื่อต้องใช้จริงจึงต้องเปิดทีละแฟ้ม และมักพบว่าคนที่เกิดปัญหาคือคนที่ใบหาย

แนวทางดำเนินการ ทำทะเบียนคุมการรับทราบเพียงหนึ่งตาราง ที่มีสามคอลัมน์ คือชื่อพนักงาน เวอร์ชันของเอกสารที่รับทราบ และวันที่ ตารางนี้ทำให้เห็นทันทีว่าใครขาดฉบับใด และเป็นเครื่องมือที่ใช้ตอบคำถามได้ในสามสิบวินาที แทนที่จะต้องเปิดแฟ้มทีละคน

เอกสารกลุ่มไหนบ้างที่ควรมีหลักฐานรายบุคคล

  • ข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ทั้งฉบับแรกและทุกฉบับที่แก้ไขตามมาตรา 110
  • ระเบียบว่าด้วยความปลอดภัยและการใช้เครื่องจักร ซึ่งมักเป็นเรื่องที่นำไปสู่ความผิดร้ายแรง
  • ตารางกะและประกาศเวลาทำงานปกติ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง ดูเอกสารที่ต้องแก้เมื่อเปลี่ยนระบบกะ
  • ใบกำหนดหน้าที่และตารางอำนาจอนุมัติ สำหรับผู้ที่มีอำนาจ
  • ระเบียบว่าด้วยข้อมูลความลับและทรัพย์สินของบริษัท
  • ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพนักงาน ซึ่งเป็นคนละหน้าที่กับข้อบังคับ
  • คู่มือพนักงาน หากบริษัทมี โดยเก็บแยกและไม่ใช้แทนใบรับทราบข้อบังคับ

วางระบบเก็บหลักฐานอย่างไรให้ใช้ได้จริง

  1. ตั้งเลขเวอร์ชันและวันที่ประกาศใช้ให้ทุกฉบับ แล้วพิมพ์ไว้ที่หัวกระดาษของเอกสารทุกหน้า
  2. ทำใบรับทราบแยกตามประเภทเอกสาร ไม่รวมทุกเรื่องไว้ในใบเดียว เพื่อให้แก้เฉพาะเรื่องที่เปลี่ยนได้
  3. ทำทะเบียนคุมหนึ่งตาราง ระบุชื่อ เวอร์ชัน และวันที่ แล้วให้ฝ่ายบุคคลอัปเดตทุกครั้งที่มีการเซ็น
  4. กำหนดจุดบังคับในกระบวนการ เช่น พนักงานใหม่ต้องเซ็นก่อนเริ่มงานวันแรก และทุกคนต้องเซ็นภายในกำหนดเมื่อมีการแก้ไขข้อบังคับ
  5. เก็บทั้งสำเนากระดาษและไฟล์สแกน โดยตั้งชื่อไฟล์ให้ค้นหาได้จากชื่อพนักงานและเวอร์ชัน
  6. ตรวจความครบถ้วนปีละครั้ง พร้อมกับการทบทวนเอกสารแรงงานชุดอื่น ดูเมื่อไรควรตรวจระบบเอกสารแรงงานทั้งชุด

กรณีแบบไหนที่ควรให้ทนายตรวจ

  • บริษัทไม่มีใบรับทราบของพนักงานเก่าสำหรับข้อบังคับฉบับปัจจุบัน
  • กำลังจะแก้ไขข้อบังคับครั้งใหญ่และต้องเก็บหลักฐานใหม่ทั้งองค์กร
  • ต้องการเปลี่ยนไปใช้การรับทราบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนกระดาษ
  • มีแรงงานข้ามชาติที่อาจไม่เข้าใจเอกสารภาษาไทย
  • มีเคสที่กำลังจะออกใบเตือนหรือเลิกจ้างแต่หาใบรับทราบของพนักงานคนนั้นไม่พบ
  • บริษัทควบรวมหรือรับโอนพนักงานมาจากอีกนิติบุคคล ซึ่งทำให้เอกสารเดิมมาจากคนละชุด

ออกแบบหลักฐานรับทราบเป็นลำดับชั้น

เอกสารที่มีผลต่อหน้าที่ วินัย ค่าตอบแทน หรือการประเมินควรมีหลักฐานรายบุคคล ส่วนประกาศทั่วไปอาจใช้หลักฐานระดับหน่วยงานได้ การเลือกวิธีต้องดูความสำคัญของเอกสาร กลุ่มพนักงาน ช่องทางทำงาน และความสามารถในการตรวจย้อนหลัง ไม่ควรใช้วิธีเดียวกับทุกเอกสารเพราะสะดวกแก่ระบบ

ระดับตัวอย่างเอกสารหลักฐานที่ควรเก็บ
สูงสัญญา แก้ไขค่าจ้าง ข้อบังคับ หนังสือเตือนลายมือชื่อหรือการยืนยันตัวตนรายบุคคล พร้อมฉบับเอกสารและเวลา
กลางนโยบายความปลอดภัย ขั้นตอนอนุมัติ ค่าใช้จ่ายบันทึกการอบรม แบบทดสอบ หรือระบบยืนยันการอ่าน
ทั่วไปข่าวสารกิจกรรม ตารางใช้พื้นที่ประกาศในช่องทางปกติและหลักฐานวันที่เผยแพร่

Version Control คือหัวใจของการพิสูจน์

หลักฐานว่าพนักงาน “เคยกดรับทราบ” ไม่มีความหมายมาก หากไม่รู้ว่ากดรับทราบข้อความฉบับใด ระบบควรผูกผู้รับกับรหัสเอกสาร เลขฉบับ วันที่มีผล ภาษา และค่าแฮชหรือสำเนาที่แก้ไขไม่ได้ เมื่อมีฉบับใหม่ต้องปิดการใช้ฉบับเก่า กำหนดกลุ่มผู้รับใหม่ และเก็บประวัติว่าฉบับใดใช้ในแต่ละช่วงเวลา

  • ระบุเจ้าของเอกสาร ผู้อนุมัติ และผู้มีหน้าที่เผยแพร่
  • ทดสอบว่าพนักงานกะกลางคืน พนักงานภาคสนาม และผู้ไม่มีอีเมลบริษัทเข้าถึงได้จริง
  • มีภาษาหรือคำอธิบายที่เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ ไม่ถือว่าการส่งไฟล์เท่ากับความเข้าใจเสมอไป
  • ตั้งรายงานผู้ยังไม่รับทราบและขั้นตอนติดตาม โดยไม่สร้างบันทึกย้อนหลังแทนผู้ใช้

ทดสอบระบบด้วยการจำลองข้อพิพาท

สุ่มชื่อพนักงานหนึ่งคนและเอกสารหนึ่งฉบับ แล้วให้ผู้ที่ไม่ได้ดูแลระบบลองตอบภายในเวลาจำกัดว่า เอกสารฉบับใดมีผล ลูกจ้างได้รับเมื่อใด ใช้บัญชีใดยืนยัน และไฟล์ที่อ่านมีข้อความอะไร หากต้องถามคนหลายฝ่ายหรือค้นจากโฟลเดอร์ส่วนตัว แปลว่าระบบยังไม่พร้อมใช้เป็นพยาน

ควรกำหนดการตรวจสุ่มเป็นรอบ โดยเลือกทั้งพนักงานใหม่ ผู้ย้ายหน่วยงาน ผู้ลางานช่วงประกาศ และผู้พ้นสภาพแล้ว ผลตรวจควรนำไปแก้ที่กระบวนการ เช่น รายชื่อผู้รับไม่อัปเดต ระบบไม่มีสำเนาฉบับเดิม หรือผู้บังคับบัญชาปิดงานแทนลูกจ้าง

Audit หลักฐานรับทราบด้วย Four-Corner Test

เลือกพนักงานหนึ่งคนและตรวจสี่มุมของหลักฐาน ได้แก่ ตัวบุคคล ตัวเอกสาร เวลา และช่องทาง หากขาดมุมใดมุมหนึ่ง ให้ถือว่ายังมีช่องโหว่ เช่น ระบบรู้ว่าใครกดและกดเมื่อใด แต่ไม่เก็บไฟล์ฉบับที่แสดง หลักฐานนั้นตอบไม่ได้ว่าพนักงานอ่านเนื้อหาอะไร

มุมตรวจข้อมูลขั้นต่ำข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
บุคคลรหัสพนักงานและวิธียืนยันตัวตนหัวหน้ากดยืนยันแทนทีม
เอกสารชื่อ เลขฉบับ ภาษา และไฟล์ที่ตรึงแล้วลิงก์ชี้ไปฉบับปัจจุบันเสมอ
เวลาเวลาส่ง เวลายืนยัน และวันที่มีผลระบบใช้เขตเวลาคนละแบบ
ช่องทางบัญชีปลายทางและบันทึกระบบเก็บภาพหน้าจอโดยไม่มี Log

ออกแบบ Fallback เมื่อระบบ HR ใช้งานไม่ได้

วิธีสำรองต้องกำหนดไว้ก่อนเกิดเหตุ ระบุแบบฟอร์ม ผู้รับผิดชอบ วิธีนำข้อมูลกลับเข้าระบบ และวิธีป้องกันการสร้างหลักฐานซ้ำ หากใช้กระดาษชั่วคราว ให้สแกนพร้อมต้นฉบับและบันทึกว่าเหตุใดจึงใช้ช่องทางสำรอง

แฟ้มจำลอง: พนักงานย้ายหน่วยงานช่วงประกาศนโยบาย

รายชื่อผู้รับถูกดึงจากหน่วยงานเดิม พนักงานจึงไม่อยู่ในกลุ่มส่งของนโยบายใหม่ ระบบแสดงว่าไม่มีรายการค้างเพราะเขาถูกถอดจากกลุ่มเก่าแล้ว วิธีตรวจต้องไล่จากประชากรพนักงานในวันที่นโยบายมีผล ไม่ควรไล่จากรายงานผู้รับของระบบเพียงชุดเดียว

Evidence Retrieval Drill

  1. สุ่มพนักงานเก่า พนักงานใหม่ และผู้ย้ายหน่วยงาน
  2. เลือกเอกสารที่มีหลายฉบับและหลายภาษา
  3. ให้ผู้ตรวจที่ไม่ดูแลระบบค้นหลักฐานโดยไม่ถามเจ้าของไฟล์
  4. บันทึกเวลาที่ใช้ จุดที่หาไม่เจอ และสิทธิที่ต้องขอเพิ่ม
  5. แก้ทะเบียนหรือระบบ แล้วทดสอบซ้ำด้วยตัวอย่างใหม่

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีแรงงานของเรารับตรวจและวางระบบหลักฐานการรับทราบทั้งชุด ตั้งแต่ออกแบบใบรับทราบแยกตามประเภทเอกสาร ทำทะเบียนคุมเวอร์ชัน ไปจนถึงวางแผนเก็บหลักฐานย้อนหลังให้ครบเมื่อบริษัทพบว่าขาดของพนักงานกลุ่มเดิม

จุดที่สำนักงานเน้นเป็นพิเศษคือตรวจจากมุมของคนที่ต้องใช้เอกสารในคดี คือดูว่าเมื่อถึงวันที่ต้องส่งเอกสารให้ศาลหรือพนักงานตรวจแรงงาน บริษัทหยิบออกมาได้ครบภายในเวลาที่มีหรือไม่ ซึ่งเป็นคนละคำถามกับการถามว่ามีเอกสารหรือเปล่า

สรุป

การปิดประกาศข้อบังคับกับการมีหลักฐานการรับทราบรายบุคคลเป็นคนละเรื่องกัน มาตรา 108 กำหนดหน้าที่ให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน ส่วนใบรับทราบเป็นเครื่องมือทางพยานหลักฐานที่ใช้ตอบคำถามในคดีว่าพนักงานคนนั้นอยู่ในฐานะที่รู้หรือไม่ จุดที่บริษัทมักขาดคือหลักฐานของพนักงานเก่าสำหรับข้อบังคับฉบับที่แก้ไขภายหลัง ซึ่งมาตรา 110 กำหนดให้ประกาศภายในเจ็ดวัน ทางแก้ที่คุ้มค่าที่สุดคือทะเบียนคุมเพียงหนึ่งตารางที่ระบุชื่อ เวอร์ชัน และวันที่ ตัวบทตรวจได้ที่ฐานข้อมูลกฎหมายแรงงาน กระทรวงแรงงาน และแนวปฏิบัติที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โดยควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนนำไปใช้ทุกครั้ง

หากบริษัทพบว่าหลักฐานการรับทราบไม่ครบและกำลังจะต้องใช้ในเคสจริง ควรให้ฝ่ายกฎหมายตรวจเอกสารก่อนดำเนินการ เพราะความเสี่ยงส่วนใหญ่เกิดจากเอกสารที่จัดทำไว้ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่เฉพาะวันที่เกิดข้อพิพาท ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 : นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องจัดให้มีข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเป็นภาษาไทย ครอบคลุมอย่างน้อย 8 เรื่อง ประกาศใช้ภายใน 15 วัน และต้องเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้ทราบและดูได้โดยสะดวก (ควรตรวจถ้อยคำในตัวบทล่าสุดก่อนอ้างอิง)
  • มาตรา 110 : เมื่อแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ ต้องประกาศข้อบังคับที่แก้ไขเพิ่มเติมนั้นภายในเจ็ดวัน เป็นจุดที่บริษัทมักปิดประกาศแต่ไม่เก็บใบรับทราบใหม่ ทำให้พนักงานเก่าไม่มีหลักฐานของฉบับปัจจุบัน
  • มาตรา 119 (4) : การเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชยเพราะฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ระเบียบ หรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม โดยได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เงื่อนไข "ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม" เป็นเหตุผลที่หลักฐานการรับทราบมีน้ำหนักในคดี
  • มาตรา 112 : หน้าที่จัดทำทะเบียนลูกจ้างเป็นภาษาไทย ใช้เป็นฐานของทะเบียนคุมการรับทราบ เพราะต้องตรงกันทั้งชื่อ ตำแหน่ง และวันเริ่มงาน
  • มาตรา 113 : รายการที่ต้องมีในทะเบียนลูกจ้าง (ควรตรวจรายการในตัวบทล่าสุดก่อนจัดทำ)
  • มาตรา 115/1 : นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่สิบคนขึ้นไปต้องยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน (แบบ คร.11) ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เป็นหน้าที่คนละเรื่องกับข้อบังคับ แต่มักตรวจพร้อมกัน

คำถามที่พบบ่อย

ปิดประกาศที่บอร์ดแล้ว ยังต้องให้เซ็นใบรับทราบอีกไหม

เป็นคนละเรื่องกัน การปิดประกาศเป็นหน้าที่ตามมาตรา 108 ซึ่งกำหนดให้นายจ้างเผยแพร่และปิดประกาศข้อบังคับโดยเปิดเผย ณ สถานที่ทำงาน ส่วนใบรับทราบรายบุคคลเป็นเครื่องมือทางพยานหลักฐานที่ใช้พิสูจน์ในคดีว่าพนักงานคนนั้นอยู่ในฐานะที่รู้ข้อบังคับข้อนั้น บริษัทที่ทำเพียงอย่างแรกจึงถือว่าทำหน้าที่แล้ว แต่ยังมีความเสี่ยงในทางพิสูจน์เมื่อเกิดข้อพิพาทรายบุคคล

พนักงานเก่าไม่มีใบรับทราบฉบับปัจจุบัน แก้อย่างไร

เก็บย้อนหลังได้และควรทำโดยเร็ว วิธีที่ใช้กันคือจัดรอบให้พนักงานทุกคนรับทราบข้อบังคับฉบับปัจจุบันพร้อมกัน โดยระบุเวอร์ชันและวันที่ให้ชัดในใบรับทราบ พร้อมทำทะเบียนคุมไว้ด้วย ข้อควรระวังคือไม่ควรลงวันที่ย้อนหลังให้ตรงกับวันที่ประกาศใช้เดิม เพราะเป็นการทำเอกสารที่ไม่ตรงความจริง และจะกระทบความน่าเชื่อถือของเอกสารทั้งชุด

ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการเซ็นกระดาษได้ไหม

ใช้ได้ในทางปฏิบัติ แต่ควรออกแบบให้พิสูจน์ได้สามเรื่อง คือใครเป็นผู้กด กดเมื่อใด และเอกสารที่แสดงตอนนั้นเป็นเวอร์ชันใด ระบบที่บันทึกเพียงว่ากดปุ่มรับทราบโดยไม่เก็บเวอร์ชันของเอกสาร จะมีปัญหาเช่นเดียวกับใบกระดาษที่ไม่ระบุฉบับ นอกจากนี้ควรเก็บบันทึกในรูปแบบที่ส่งออกมาแสดงเป็นเอกสารได้เมื่อต้องใช้ในชั้นศาล

มีแรงงานข้ามชาติ ต้องทำอย่างไร

มาตรา 108 กำหนดให้ข้อบังคับต้องจัดทำเป็นภาษาไทย ซึ่งยังคงเป็นฉบับที่มีผล แต่ในทางพิสูจน์ หากพนักงานไม่เข้าใจภาษาไทย บริษัทอาจถูกโต้แย้งว่าพนักงานไม่อยู่ในฐานะที่รู้ได้จริง แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือจัดทำคำแปลในภาษาที่พนักงานเข้าใจเป็นเอกสารประกอบ และให้ลงชื่อรับทราบทั้งสองฉบับ พร้อมบันทึกว่าได้ชี้แจงด้วยวิธีใด

เก็บใบรับทราบไว้นานแค่ไหน

ควรเก็บอย่างน้อยตลอดระยะเวลาที่พนักงานยังทำงานอยู่ และเก็บต่อไปอีกช่วงหนึ่งหลังพ้นสภาพ เพราะข้อพิพาทมักเกิดขึ้นหลังจากนั้น การกำหนดระยะเวลาเก็บที่เหมาะสมควรพิจารณาร่วมกับนโยบายเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เนื่องจากเอกสารเหล่านี้มีข้อมูลของพนักงานอยู่ด้วย จึงควรกำหนดทั้งระยะเวลาเก็บและวิธีทำลายไว้ให้ชัดในนโยบายเดียวกัน

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝ่ายบุคคลตรวจปฏิทินและใบรับรองแพทย์ของพนักงานที่ลาป่วยบ่อยก่อนพิจารณามาตรการ กฎหมายแรงงาน

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ตรวจอะไรได้ก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

ลาป่วยบ่อยแต่มีใบรับรองแพทย์ HR ควรแยกสิทธิลาป่วย ขั้นตอนการลา และหลักฐานให้ชัดก่อนลงโทษหรือเลิกจ้าง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 14 นาที
หัวหน้าแผนกและฝ่ายบุคคลบันทึกความเสียหายของเครื่องจักรก่อนพิจารณาหักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหาย กฎหมายแรงงาน

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายได้ไหม เมื่อพนักงานทำทรัพย์สินบริษัทเสียหาย

หักค่าจ้างชดใช้ค่าเสียหายต้องแยกจากสิทธิเรียกร้อง ตรวจความจงใจหรือประมาทร้ายแรง หนังสือยินยอม และเพดานการหักก่อนดำเนินการ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 12 นาที
ผู้บริหารและฝ่ายบุคคลวางแผนกำหนดวันปิดประกาศก่อนย้ายสถานประกอบกิจการ กฎหมายแรงงาน

ย้ายสถานประกอบกิจการ ต้องแจ้งพนักงานเมื่อไรและเตรียมเอกสารอะไร

ย้ายสถานประกอบกิจการต้องปิดประกาศล่วงหน้าอย่างไร ตรวจเส้นตาย 30 วัน สิทธิพนักงาน และเอกสารที่ต้องเสร็จก่อนวันย้าย

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE