พนักงานครบ 10 คน ต้องจัดทำข้อบังคับภายในกี่วัน

สรุปประเด็นสำคัญ
นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนต้องจัดทำข้อบังคับภาษาไทยและประกาศภายในสิบห้าวันตามมาตรา 108 เนื้อหาต้องครอบคลุมแปดเรื่อง พร้อมเก็บสำเนาและเผยแพร่ตามกฎหมาย ควรตรวจจำนวนคน ตารางงานและสิทธิเดิมก่อนร่าง แม้ภายหลังคนลดต่ำกว่าสิบ หน้าที่ตามมาตรา 108 และ 110 ยังคงอยู่
พนักงานครบ 10 คนเป็นจุดที่นายจ้างต้องเริ่มตรวจหน้าที่จัดทำข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงาน ไม่ควรรอให้เกิดคดีแล้วค่อยหาแบบฟอร์มมาใช้ บทความนี้อธิบายวิธีเตรียมฉบับแรกสำหรับกิจการเอกชนทั่วไป โดยแยกเรื่องที่กฎหมายบังคับออกจากรายละเอียดที่บริษัทต้องออกแบบเอง
พนักงานครบ 10 คน ต้องประกาศข้อบังคับเมื่อไร
นายจ้างที่มีลูกจ้างรวมกันตั้งแต่สิบคนต้องจัดทำข้อบังคับภาษาไทยและประกาศใช้ภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ถึงเกณฑ์ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108 พร้อมเก็บสำเนาที่สถานประกอบกิจการหรือสำนักงาน เผยแพร่และปิดประกาศให้ลูกจ้างเข้าถึงได้สะดวก
คำว่ารวมกันทำให้ต้องเริ่มจากการระบุตัวนายจ้างและจำนวนลูกจ้างจริง ไม่ใช่นับเฉพาะคนประจำสำนักงานใหญ่ หรือหักพนักงานทดลองงานออกเพราะยังไม่ผ่านประเมิน หากมีหลายสาขาภายใต้นายจ้างเดียวกันต้องตรวจยอดรวม ส่วนคนที่จ้างผ่านบริษัทอื่นหรือผู้รับจ้างอิสระต้องวิเคราะห์ความสัมพันธ์ตามจริงก่อนนำมานับ ไม่ตัดสินจากชื่อบัตรพนักงานเพียงอย่างเดียว
ข้อบังคับต้องมีอย่างน้อยแปดเรื่อง ได้แก่ วันทำงาน เวลาปกติและเวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์ทำงานล่วงเวลาและวันหยุด วันและสถานที่จ่ายเงินตามที่กฎหมายระบุ วันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยกับโทษ การร้องทุกข์ และการเลิกจ้างพร้อมค่าชดเชยกับค่าชดเชยพิเศษ การใส่ชื่อหัวข้อครบแต่ไม่มีวิธีปฏิบัติที่เข้าใจได้ยังสร้างปัญหาเวลาใช้จริง
ตัวอย่างสมมติ บริษัทมีพนักงานเก้าคนและรับพนักงานทดลองงานเพิ่มอีกหนึ่งคนในเดือนนี้ HR ควรบันทึกวันเริ่มงานของคนที่สิบเป็นหลักฐานตั้งต้น ตรวจตารางงานและสิทธิที่ใช้อยู่ แล้วจัดทำฉบับภาษาไทยให้ประกาศทันกรอบกฎหมาย ไม่รอสิ้นทดลองงานสามเดือนจึงเริ่มนับจำนวน และไม่ลงวันที่ย้อนหลังเพื่อทำให้เอกสารดูเสร็จทัน
เอกสารฉบับแรกควรเชื่อมกับสัญญาจ้าง แบบลาและระบบเงินเดือน โดยเฉพาะข้อมูลที่ฝ่ายปฏิบัติการต้องใช้ทุกวัน อ่านภาพรวมการจัดชุดเอกสารได้จาก ระบบเอกสารแรงงานสำหรับนายจ้าง แล้วเลือกเฉพาะรายละเอียดที่เหมาะกับกิจการ ไม่ยกข้อห้ามหรือโทษของบริษัทอื่นมาใช้ทั้งเล่ม
หลายสาขาหรือจำนวนคนลดลง ต้องทำอย่างไร
ถ้าเปิดหลายสาขาโดยนิติบุคคลเดียวกัน ให้ทำทะเบียนแยกสาขาเพื่อควบคุมจำนวนรวม และตรวจว่าตารางงานต่างกันตรงไหน ข้อบังคับอาจมีรายละเอียดที่ใช้กับงานแต่ละกลุ่มได้ แต่ต้องระบุขอบเขตให้ชัด ไม่ปล่อยให้ผู้จัดการสาขาแก้วันหยุดหรือวิธีคิดเงินเองโดยไม่มีผู้ตรวจความสอดคล้อง
ถ้าประกาศข้อบังคับตามมาตรา 108 แล้ว ต่อมาจำนวนคนลดต่ำกว่าสิบคน มาตรา 111 ยังคงหน้าที่ตามมาตรา 108 และ 110 จึงไม่ใช่เหตุให้เก็บประกาศลงและเลิกใช้ทุกอย่างทันที บริษัทควรรักษาฉบับปัจจุบันและดำเนินการแก้ไขอย่างถูกต้องเมื่อวิธีทำงานเปลี่ยน
ถ้าใช้คู่มือภาษาอังกฤษกับพนักงานต่างชาติ ควรมีฉบับภาษาไทยตามหน้าที่กฎหมายและจัดคำแปลให้เข้าใจตรงกัน การแปลต้องตรวจความหมายเรื่องวันลา เงินและโทษ ไม่ใช่เพียงสลับคำทีละบรรทัด หากใช้แอปภายในควบคู่ ให้พนักงานเปิดดูฉบับล่าสุดได้และเก็บหลักฐานการประกาศ แต่ไม่ถือว่าการส่งไฟล์ในแชตแทนหน้าที่ปิดประกาศตามตัวบทได้ทุกกรณี
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ข้อบังคับฉบับแรก
คนมักเข้าใจว่า ดาวน์โหลดแบบมาตรฐาน ใส่ชื่อบริษัทและให้ทุกคนเซ็นก็เพียงพอ จึงตรวจแต่ช่องลายมือชื่อโดยไม่ถามว่าร้านมีวันหยุดจริงอย่างไร ใครอนุมัติ OT หรือพนักงานร้องทุกข์กับใครได้เมื่อผู้ถูกกล่าวหาคือหัวหน้าฝ่ายบุคคลเอง
กฎหมายมองว่า ต้องมีสาระขั้นต่ำและการเผยแพร่ตามมาตรา 108 พร้อมรายละเอียดการร้องทุกข์ตามมาตรา 109 เนื้อหายังต้องไม่ตัดสิทธิขั้นต่ำ และมาตรา 14/1 เปิดให้ตรวจข้อบังคับที่ทำให้นายจ้างได้เปรียบเกินสมควร ลายเซ็นรับทราบจึงไม่ได้ทำให้ข้อความทุกข้อชอบด้วยกฎหมาย
จุดเสี่ยงจริง คือกติกาบนกระดาษไม่ตรงกับการจ่ายเงินและตารางงานที่ทำต่อเนื่องอยู่ ควรให้ผู้ร่างเห็นข้อมูลปัจจุบัน รวมถึงข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีอยู่ ก่อนเปลี่ยนสวัสดิการหรือเงื่อนไขที่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง การมีข้อบังคับใหม่ไม่ได้ล้างข้อตกลงเดิมโดยอัตโนมัติ
มองสองฝั่ง: ประกาศข้อบังคับครั้งแรก
| ประเด็น | นายจ้างและ HR | ลูกจ้าง |
|---|---|---|
| สิทธิและหน้าที่ | กำหนดกติกาการทำงานที่ชอบและสอดคล้องกิจการ | เข้าถึงกติกาและได้รับสิทธิไม่น้อยกว่ากฎหมาย |
| ความเสี่ยง | นับคนผิดหรือประกาศเล่มที่ขัดกับการจ่ายจริง | เข้าใจว่าลงชื่อรับเอกสารเท่ากับยอมลดสิทธิทั้งหมด |
| ควรทำตอนนี้ | ตรวจจำนวนคน วันเริ่มงานและสาระทั้งแปดเรื่อง | อ่านฉบับที่ได้รับและถามข้อที่ไม่ตรงกับข้อตกลง |
| ไม่ควรทำ | ลงวันที่ย้อนหลังหรือคัดลอกโทษโดยไม่ตรวจ | ทิ้งสำเนาหรืออาศัยคำบอกต่อแทนฉบับจริง |
การรับทราบควรมีหลักฐานที่ผูกกับเลขรุ่นหรือวันที่ของข้อบังคับ เพื่อทราบว่าแต่ละคนได้รับฉบับใด หากมีข้อทักท้วงเรื่องสิทธิเดิม ให้แยกบันทึกข้อทักท้วงออกจากการรับสำเนา ไม่บังคับให้ข้อความรับเอกสารกลายเป็นคำรับรองว่าไม่เคยมีข้อเรียกร้องทุกเรื่อง
นับเวลาและวางงานให้ทันสิบห้าวัน
วันสำคัญคือวันที่จำนวนลูกจ้างรวมถึงสิบคน ควรให้ฝ่ายจ้างงานแจ้ง HR ทันทีที่ตกลงวันเริ่มงานใหม่ แล้วตรวจการนับระยะเวลาจากข้อเท็จจริงและหลักกฎหมายที่ใช้ หากมีวันหยุดคั่นหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับวันเริ่มนับ ให้ตรวจวันครบกำหนดโดยตรง ไม่ตั้งวันส่งงานไว้วันสุดท้ายเพราะเผื่อว่าเลื่อนได้เสมอ
บริษัทอาจจัดแผนภายใน เช่น รวบรวมข้อมูลสองวัน ตรวจร่างสามวัน และชี้แจงก่อนประกาศ ตัวเลขนี้เป็นตัวอย่างบริหารงาน ไม่ใช่ระยะที่กฎหมายให้เพิ่มจากสิบห้าวัน หากเลยกำหนดแล้วควรจัดทำและประกาศตามความจริงโดยเร็ว พร้อมตรวจหน้าที่และผลจากการดำเนินการล่าช้า ไม่แก้ประวัติจำนวนพนักงานเพื่อหลบวันเริ่มหน้าที่
ภายหลังมีการแก้ไขต้องตรวจขั้นตอนมาตรา 110 และเก็บรุ่นเก่ากับวันเปลี่ยนไว้ด้วย ส่วนหน้าที่ยื่นแบบแสดงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานตามมาตรา 115/1 ซึ่งแก้ไขโดยฉบับที่ 9 เป็นอีกงานหนึ่ง ไม่ควรสับสนกับการประกาศข้อบังคับฉบับแรกหรือเข้าใจว่าส่งแบบประจำปีแล้วแทนหน้าที่ประกาศได้
ตรวจเงินจากข้อบังคับก่อนนำไปใช้
ข้อบังคับฉบับแรกไม่มีค่าจ้างหรือค่าชดเชยก้อนหนึ่งเกิดขึ้นเพียงเพราะจำนวนคนครบสิบ แต่ข้อความผิดอาจทำให้คำนวณเงินต่ำกว่าสิทธิ ตัวอย่างสมมติ ลูกจ้างรายเดือนมีค่าจ้าง 18,000 บาท เวลาปกติวันละแปดชั่วโมง และมี OT วันทำงานที่เข้าเงื่อนไขสิบชั่วโมง ฐานรายชั่วโมงตามมาตรา 68 คือ 18,000 ÷ 30 ÷ 8 = 75 บาท
หากมีสิทธิ OT อัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งตามมาตรา 61 ยอดตัวอย่างคือ 75 × 1.5 × 10 = 1,125 บาท การเขียนจ่ายเพียง 750 บาทจะเกิดส่วนต่าง 375 บาทในกรณีสมมตินี้ ต้องตรวจข้อยกเว้นตามลักษณะงาน ชั่วโมงจริงและฐานค่าจ้างก่อนใช้กับคนใด ไม่เอาตัวเลขนี้ไปแทนทุกตารางกะ
นายจ้างจึงควรทดสอบร่างกับข้อมูลเงินเดือนตัวอย่างอย่างน้อยหนึ่งงวด ดูวันหยุด การลาและรายการจ่ายเพิ่มว่าเข้าระบบได้จริงหรือไม่ ความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงส่วนต่างของคนเดียว แต่รวมการแก้รายการหลายงวดและเวลาที่ใช้ตรวจเอกสารเมื่อมีข้อพิพาท งบการร่างเอกสารควรประเมินตามขอบเขตงานจริง ไม่ใช้ยอดเงินตัวอย่างเป็นราคาให้บริการ
หลักฐานที่ต้องเตรียมก่อนร่างฉบับแรก
- รายชื่อลูกจ้าง วันเริ่มงาน สถานที่ทำงานและนายจ้างในสัญญา เพื่อพิสูจน์วันที่ถึงเกณฑ์
- ตารางงาน เวลาพัก วันหยุด ระบบลงเวลาและวิธีขออนุมัติงานเพิ่มที่ใช้อยู่
- สัญญาจ้าง หนังสือเสนองาน สวัสดิการและข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่เกี่ยวข้อง
- แบบลา สลิปตัวอย่าง วิธีจ่ายเงินและสิทธิการลาในระบบ HR ปัจจุบัน
- โครงสร้างผู้บังคับบัญชา ผู้รับเรื่องร้องทุกข์และผู้แทนเมื่อมีผลประโยชน์ขัดกัน
- ฉบับอนุมัติ หลักฐานวันประกาศ จุดติดประกาศและบันทึกส่งสำเนาให้พนักงาน
เก็บไฟล์ต้นฉบับกับฉบับที่นำไปประกาศแยกกัน กำหนดผู้มีสิทธิแก้และบันทึกเหตุผลการเปลี่ยนทุกครั้ง เอกสารตัวอย่างเงินเดือนควรปิดข้อมูลที่ผู้ร่างไม่จำเป็นต้องทราบ และส่งผ่านช่องทางที่กำหนด ไม่ส่งทะเบียนพนักงานทั้งบริษัทในกลุ่มแชตทั่วไปเพียงเพราะต้องการร่างเล่มให้เสร็จเร็ว
ข้อบังคับเชื่อมกับกฎหมายเรื่องใด
แรงงานสัมพันธ์: หากมีข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ต้องตรวจข้อจำกัดก่อนเขียนเงื่อนไขใหม่ที่ด้อยลง การประกาศฝ่ายเดียวอาจไม่เปลี่ยนสิทธิเดิมตามที่ตั้งใจ งานนี้จึงควรตรวจเอกสารสัญญาควบคู่ บริการร่างและตรวจสัญญาธุรกิจ โดยระบุข้อตกลงเดิมให้ครบ
ข้อมูลส่วนบุคคล: ข้อบังคับอาจกล่าวถึงลงเวลา การตรวจสอบหรือการใช้ข้อมูลพนักงาน แต่ไม่ควรรวมคำยินยอมทุกอย่างไว้ท้ายเล่ม ต้องแยกวัตถุประสงค์ ฐานกฎหมายและการแจ้งข้อมูลตามกิจกรรม อ่านแนวทาง PDPA สำหรับงาน HR เพื่อจัดเอกสารให้ตรงกัน
ผู้ที่มีข้อบังคับอยู่แล้วควรใช้ เช็กลิสต์ตรวจข้อบังคับเดิม เพื่อหาจุดล้าสมัย ส่วนหลักจำนวนคนและสาระขั้นต่ำตรวจได้จาก พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานที่กระทรวงแรงงานเผยแพร่ โดยเรื่องที่แก้ภายหลังต้องตรวจฉบับแก้ไขประกอบ
ทางไปต่อ: ทำข้อบังคับให้ใช้ได้จริง
- ยืนยันตัวนายจ้าง จำนวนลูกจ้างรวมและวันที่ถึงเกณฑ์
- รวบรวมวิธีทำงานกับสิทธิเดิม แล้วแยกประเด็นที่ยังตกลงไม่ตรงกัน
- ร่างสาระทั้งแปดเรื่อง พร้อมผู้รับผิดชอบแต่ละขั้นตอน
- ตรวจข้อกฎหมายและลองใช้กับตารางงานกับเงินเดือนตัวอย่าง
- อนุมัติ ประกาศ ชี้แจงและเก็บหลักฐานรุ่นที่พนักงานเข้าถึง
| สถานการณ์ | ทางเลือก | ข้อมูลก่อนตัดสินใจ |
|---|---|---|
| กำลังจะครบสิบคน | เตรียมฉบับแรกก่อนเริ่มงานเพิ่ม | วันเริ่มงานและระบบที่ใช้อยู่ |
| ครบเกณฑ์แต่ยังไม่มีเล่ม | เร่งจัดทำตามข้อเท็จจริง | วันถึงเกณฑ์และหน้าที่ที่ค้าง |
| มีเล่มแต่ไม่ตรงกิจการ | ตรวจและแก้เป็นรายประเด็น | สิทธิเดิมกับผลต่อพนักงาน |
ควรให้ผู้ตรวจเอกสารเข้าดูรายละเอียดเมื่อมีหลายสาขา มีข้อตกลงสภาพการจ้างเดิม นับสถานะผู้ทำงานไม่ชัด หรือพบว่าการจ่ายจริงต่างจากร่าง หากต้องการให้สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยจัดทำหรือทบทวนข้อบังคับ ดูขอบเขต บริการด้านแรงงาน และ ติดต่อพร้อมจำนวนพนักงานและเอกสารที่ใช้อยู่ เพื่อกำหนดงานที่ต้องตรวจ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 108: จำนวนลูกจ้าง สาระขั้นต่ำและวิธีประกาศข้อบังคับ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 109: รายละเอียดการร้องทุกข์
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 110 และ 111: การแก้ไขและหน้าที่เมื่อจำนวนคนลดลง
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 14/1: ตรวจความเป็นธรรมของข้อบังคับ
- พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 61 และ 68: ตัวอย่างอัตรา OT และฐานรายชั่วโมง
ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
พนักงานทดลองงานต้องนับรวมด้วยไหม
ให้พนักงานเซ็นรับเล่มแล้วแก้ข้อความย้อนหลังได้ไหม
บริษัทเล็กกว่าเกณฑ์ทำข้อบังคับไว้ก่อนได้ไหม
ต้องทำเล่มใหม่ทุกปีหรือไม่
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
กฎหมายแรงงาน
สัญญาประนีประนอมในศาลแรงงาน ต้องตรวจอะไรให้จบจริง
ตรวจขอบเขตเรื่องที่ยุติ อำนาจผู้ลงชื่อ ยอดและงวดชำระ พร้อมหน้าที่อื่นและผลผิดนัด แยกการถอนฟ้องจากคำพิพากษาตามยอมก่อนยืนยันฉบับสุดท้าย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
บันทึกส่งคืนทรัพย์สินบริษัท ต้องแยกจากเงินงวดสุดท้ายไหม
บันทึกรายการและสภาพของที่คืน พร้อมแยกงานรับอุปกรณ์จากการจ่ายเงินและความรับผิด ตรวจของขาด ผลตรวจช่างและหลักฐานก่อนสรุปว่าหักเงินได้
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
กฎหมายแรงงาน
หนังสือรับรองการทำงาน ต้องออกให้เมื่อไรและเขียนอะไร
แยกสิทธิเมื่อพ้นงานจากหนังสือรับรองสถานะปัจจุบัน ตรวจช่วงงาน หน้าที่และผู้ลงชื่อ พร้อมวิธีแก้ข้อมูลผิดโดยไม่ปนเงื่อนไขชำระหนี้หรือสละสิทธิ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ