081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ใช้เมื่อใดและบันทึกการชั่งน้ำหนักอย่างไร

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 6 นาที PDPA คุ้มครองข้อมูล
ฝ่ายกฎหมายกับเจ้าของงานชั่งน้ำหนักความจำเป็นและผลกระทบต่อเจ้าของข้อมูล พร้อมข้อความ อ้างประโยชน์บริษัท สิทธิใครต้องมาก่อน?

สรุปประเด็นสำคัญ

มาตรา 24 (5) อาจใช้เมื่อจำเป็นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ควบคุมหรือบุคคลอื่น เว้นแต่สิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลมีความสำคัญกว่า ต้องประเมินประโยชน์ ความจำเป็นและผลต่อบุคคล ไม่ใช่เลือกฐานนี้เพียงเพราะขอความยินยอมยาก

สำหรับประเด็น “ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย” ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงของงานที่จะทำ บทความนี้อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบต่างกัน พร้อมวิธีตัดสินใจและหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเกิดข้อร้องเรียน

สถานการณ์แบบใดให้คำตอบต่างกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายหลัก ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา

  • ตรวจธุรกรรมเพื่อป้องกันฉ้อโกงต้องพิสูจน์ข้อมูลและระดับการติดตามที่จำเป็น
  • ใช้รายชื่อลูกค้าเดิมทำการตลาดต้องตรวจความคาดหมายและสิทธิคัดค้าน ไม่อ้างว่าเคยซื้อจึงติดต่อได้ทุกช่องทาง
  • นำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์พฤติกรรม ใช้มาตรา 24 (5) เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรวจมาตรา 26

ควรตัดสินใจตามลำดับใด

ระบุประโยชน์ที่ชอบและเป็นรูปธรรม เปรียบเทียบวิธีใช้ข้อมูลน้อยกว่า แล้วประเมินความคาดหมายและผลเสียต่อบุคคล หากสิทธิสำคัญกว่าหรือมาตรการลดไม่ได้ ให้เปลี่ยนวิธีหรือหยุด ไม่ทำคะแนนแบบฟอร์มให้ผ่านตามที่ต้องการ

ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายควรทำ LIA อย่างไร

บันทึกประโยชน์

ระบุผู้ได้รับประโยชน์ ปัญหาที่ต้องแก้และหลักฐาน เช่น รูปแบบฉ้อโกงที่พบ ไม่ใช้คำว่าประโยชน์ของบริษัทโดยไม่มีรายละเอียด

พิสูจน์ความจำเป็น

อธิบายว่าต้องใช้ข้อมูลแต่ละฟิลด์อย่างไร มีทางเลือกใดและเหตุใดไม่เพียงพอ ความสะดวกหรือประหยัดอย่างเดียวไม่ทำให้การติดตามทุกอย่างจำเป็น

ชั่งผลต่อบุคคล

พิจารณาความคาดหมาย ความสัมพันธ์ ความเปราะบาง ผลเสียที่อาจเกิดและขอบเขตเปิดเผย รวมว่าคนเลือกหลีกเลี่ยงผลได้จริงหรือไม่

มาตรการและผลตัดสิน

ลดฟิลด์ จำกัดผู้เข้าถึง ระยะเก็บและการใช้ต่อ พร้อมช่องคัดค้านที่ทำงานได้ บันทึกความเสี่ยงที่เหลือ ผู้ตัดสินใจ และเหตุที่ต้องทบทวนเมื่อกิจกรรมเปลี่ยน

ฐานกฎหมายและขอบเขตที่ต้องแยก

มาตรา 24 (5) เป็นฐานที่มีเงื่อนไขการชั่งน้ำหนัก มาตรา 22 และ 23 ยังใช้เรื่องความจำเป็นและการแจ้ง มาตรา 32 กำหนดสิทธิคัดค้านและเงื่อนไขที่ต่างกัน โดยการตลาดแบบตรงต้องปฏิบัติตามสิทธิคัดค้านตามกฎหมาย ส่วนข้อมูลอ่อนไหวอยู่ภายใต้มาตรา 26

อ่านตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบการพิจารณาหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วเรื่องไปทางใด

ถ้าบริษัทอ้างประโยชน์โดยชอบแต่ตอบไม่ได้ว่าชั่งอะไร อาจมีปัญหาพิสูจน์ฐานเมื่อถูกร้องเรียน การรับคำคัดค้านต้องแยกกรณีทั่วไปกับการตลาดแบบตรง ไม่ปฏิเสธทุกคำขอด้วยบันทึก LIA ฉบับเดียว

เมื่อได้รับหนังสือหรือข้อเรียกร้อง ให้ตรวจผู้ส่ง ประเด็นที่ถามและกำหนดตอบจากเอกสารจริง รักษาข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ออกจากประเด็นที่ยังสอบสวน การแก้ปัญหาปัจจุบันควรทำควบคู่กับการเตรียมชี้แจง โดยไม่แก้บันทึกเก่าให้คลาดจากเหตุการณ์

หลักฐานที่ต้องเก็บและวิธีจัดให้ใช้ได้จริง

  • LIA ที่ระบุวัตถุประสงค์ ข้อมูล ทางเลือกและผลต่อบุคคล
  • หลักฐานเหตุจำเป็นและมาตรการลดผลกระทบ
  • Notice และขั้นตอนรับคำคัดค้านที่สัมพันธ์กับกิจกรรม
  • ผู้อนุมัติ เวอร์ชันและเงื่อนไขทบทวน

จุดที่ควรตรวจเพิ่มคือLIA ที่ระบุวัตถุประสงค์ ข้อมูล ทางเลือกและผลต่อบุคคล เอกสารนี้ตอบได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่มีการตรวจและรับรองไว้ หากอีกฝ่ายโต้แย้งว่างานจริงต่างจากเอกสาร ให้ใช้ข้อมูลจากระบบและผู้ปฏิบัติงานตรวจเทียบ ไม่สรุปว่ามีเอกสารแล้วจึงถูกต้องทุกขั้นตอน กรณีที่หลักฐานขัดกัน ควรเก็บทั้งสองชุดไว้พร้อมบันทึกเหตุที่ตรวจพบ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินอย่างครบถ้วนและไม่ตัดข้อมูลที่เสียเปรียบออกจากแฟ้ม

ให้เจ้าของงานระบุผู้จัดทำ ผู้ตรวจรับ วันที่และเวอร์ชัน เก็บต้นฉบับในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิตามหน้าที่ ส่วนสำเนาสำหรับตรวจควรปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระยะเก็บต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ หน้าที่ตามกฎหมายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อพิพาทให้ประเมินการพักทำลายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น พร้อมกำหนดผู้ทบทวน ไม่เก็บทุกอย่างตลอดไป

นำไปใช้กับทีมงานอย่างไร

เริ่มตรวจจากรายการจริง

เลือกธุรกรรมที่เกิดขึ้นจริงและตามเส้นทางข้อมูลจากจุดเก็บไปจนผู้รับปลายทาง ให้เจ้าของงานอธิบายประกอบหลักฐาน หากขั้นตอนใดไม่มีหลักฐาน อย่าเติมคำตอบแทน ให้บันทึกช่องว่างและผลที่อาจเกิดก่อนกำหนดวิธีแก้

ให้ผู้ที่รู้ข้อเท็จจริงรับรอง

การลงนามควรระบุว่าใครตรวจอะไรและอาศัยหลักฐานใด เจ้าของกระบวนงานรับรองวิธีทำงาน ฝ่ายเทคนิคยืนยันระบบ และฝ่ายกฎหมายให้ความเห็นในขอบเขตที่ตรวจ ไม่ใช้ลายเซ็นผู้บริหารแทนการตรวจรายละเอียดทั้งหมด

ปิดข้อบกพร่องด้วยผลตรวจ

หลังแก้เอกสารหรือระบบ ให้ตรวจซ้ำเฉพาะสิ่งที่เปลี่ยนและเก็บผลว่าข้อบกพร่องถูกแก้แล้ว หากยังทำไม่ได้ให้บันทึกเหตุผล มาตรการชั่วคราว ผู้รับผิดชอบและวันติดตาม การใส่สถานะเสร็จโดยไม่มีผลตรวจทำให้สารบัญหลักฐานคลาดเคลื่อน

แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน

ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงานภายใน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องทำก่อน

ช่วงงานงานที่มอบหมายสิ่งที่ใช้ตรวจรับ
วันนี้เลือกกิจกรรมที่อ้างมาตรา 24 (5) แล้วตรวจเหตุผลจริงขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ
ภายใน 7 วันเปรียบเทียบทางเลือกและปรับมาตรการจากผลชั่งน้ำหนักข้อค้นพบและรายการที่ต้องแก้
ภายใน 30 วันทดสอบช่องคัดค้านและทบทวนกิจกรรมที่เปลี่ยนขอบเขตผลตรวจหรือทดสอบและงานที่ยังค้าง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

LIA ไม่ใช่ใบอนุญาตถาวร หากเพิ่มแหล่งข้อมูล เปิดเผยให้ผู้รับใหม่ หรือเปลี่ยนจากป้องกันฉ้อโกงไปจัดอันดับลูกค้า ต้องประเมินใหม่ตามสิ่งที่เปลี่ยน

อ่านต่อและจัดระบบให้เหมาะกับองค์กร

ภาพรวมของเรื่องนี้อยู่ในPDPA Audit-Ready หลักฐานที่องค์กรต้องมีเมื่อถูกตรวจหรือร้องเรียน ใช้ตรวจว่าประเด็นเฉพาะเชื่อมกับหน้าที่ส่วนอื่นอย่างไร

สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง อ่านความยินยอม PDPA แบบใดใช้ไม่ได้ และเมื่อใดควรใช้ฐานอื่น และ10 หลักฐานที่พิสูจน์ว่าองค์กรทำ PDPA จริง และวิธีตรวจแต่ละชุด

หากงานเชื่อมกับกระบวนการอื่น ให้อ่านPDPA กับข้อมูลพนักงาน คู่มือนายจ้างและ HR ตั้งแต่รับสมัครจนพ้นสภาพประกอบก่อนกำหนดผู้รับผิดชอบ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจข้อเท็จจริง เอกสารและพยานหลักฐานผ่านบริการกฎหมาย PDPA สามารถนัดหมายเพื่อนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประเมินก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 24 (5) เป็นฐานที่มีเงื่อนไขการชั่งน้ำหนัก มาตรา 22 และ 23 ยังใช้เรื่องความจำเป็นและการแจ้ง มาตรา 32 กำหนดสิทธิคัดค้านและเงื่อนไขที่ต่างกัน โดยการตลาดแบบตรงต้องปฏิบัติตามสิทธิคัดค้านตามกฎหมาย ส่วนข้อมูลอ่อนไหวอยู่ภายใต้มาตรา 26

คำถามที่พบบ่อย

ทำ LIA แล้วไม่ต้องแจ้ง Notice หรือไม่

ยังต้องทำหน้าที่แจ้งตามกฎหมาย LIA เป็นหลักฐานเหตุผลของฐาน ไม่ใช่ข้อยกเว้นการแจ้งทั้งหมด

ใช้กับข้อมูลสุขภาพได้ไหม

มาตรา 24 (5) เพียงอย่างเดียวไม่แทนเงื่อนไขมาตรา 26 ต้องประเมินข้อมูลอ่อนไหวแยก

เจ้าของข้อมูลคัดค้านแล้วทำต่อได้เสมอไหม

ไม่ได้ ต้องตรวจเงื่อนไขมาตรา 32 และแยกการตลาดแบบตรงออกจากกรณีอื่น พร้อมบันทึกการตัดสินใจตามกฎหมาย

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE