081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

โทรและ SMS ขายของไม่หยุด คัดค้านการตลาดแบบตรงได้ทันที

ผู้ใช้โทรศัพท์ปรึกษาวิธีหยุดการตลาด

สรุปประเด็นสำคัญ

เจ้าของข้อมูลคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงได้เมื่อใดก็ได้ตามมาตรา 32(2) เมื่อรับทราบการคัดค้าน บริษัทต้องหยุดการดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์นั้นและแยกข้อมูลออกอย่างชัดเจนทันที สิทธินี้ต่างจากการขอลบข้อมูลทั้งหมด และไม่ทำให้สัญญาหรือหน้าที่อื่นที่ชอบด้วยกฎหมายหายไป

คัดค้านการตลาดแบบตรงได้ แม้เคยซื้อของหรือเคยอนุญาตให้รับข่าวสารมาก่อน ปัญหาของผู้รับสายมักอยู่ที่แจ้งกับพนักงานแล้ว แต่รายชื่อยังถูกส่งไปอีกทีมหนึ่ง การใช้สิทธิให้ตามผลได้จึงต้องระบุองค์กร วัตถุประสงค์ที่คัดค้าน และช่องทางที่ยังมีการติดต่อเข้ามา

สถานการณ์ที่ต้องแยกก่อนตัดสินใจ

กรณีต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ใช้อธิบายความแตกต่างของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา

  • ลูกค้าขอหยุดโทรขายประกันแต่ยังต้องการข้อความแจ้งชำระเบี้ย การคัดค้านการตลาดควรแยกจากข้อความที่จำเป็นตามสัญญา
  • ร้านรับคำขอแล้วลบเบอร์จากแคมเปญปัจจุบัน แต่ซื้อรายชื่อชุดใหม่กลับเข้าระบบอีกครั้ง ปัญหาอยู่ที่ไม่มีวิธีกันการนำรายชื่อที่คัดค้านกลับมาใช้
  • บริษัทอ้างว่ามีผลประโยชน์ทางธุรกิจสูงกว่าความรำคาญของลูกค้า เหตุปฏิเสธในมาตรา 32(1) ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่นำมาใช้แทนสิทธิการตลาดตาม (2)

เริ่มแก้ปัญหาตามลำดับใด

ตรวจว่าเป็นข้อความขายหรือข้อความจำเป็นต่อบริการ จากนั้นส่งคำคัดค้านไปยังช่องทางทางการ ระบุเบอร์หรืออีเมลที่เกี่ยวข้องและขอให้ส่งผลไปถึงผู้รับจ้างการตลาด เก็บหลักฐานรับเรื่องและการติดต่อหลังคัดค้าน ถ้าพบการโทรซ้ำให้ส่งเหตุการณ์อ้างอิงเพื่อแก้ระบบและประเมินร้องเรียนตามข้อเท็จจริง

คัดค้านการตลาดแบบตรง ต่างจากถอนความยินยอมอย่างไร

ใช้คำขอที่บอกวัตถุประสงค์ชัด

ตัวอย่างข้อความสำหรับปรับใช้คือ ข้าพเจ้าขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าเพื่อการตลาดแบบตรงตามมาตรา 32(2) โปรดหยุดการใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าวและแจ้งผลดำเนินการ ระบุช่องทางติดต่อที่ไม่ต้องการไว้ด้วย หากประสงค์หยุดทุกช่องทางให้เขียนให้ชัด ไม่จำเป็นต้องเขียนคำขู่เรื่องค่าปรับหรือจำนวนเงินที่ยังประเมินไม่ได้

ถอนความยินยอมกับคัดค้านอาจใช้ควบคู่กัน

การถอนตามมาตรา 19 ใช้เมื่อการประมวลผลอาศัยความยินยอม ส่วนการคัดค้านการตลาดแบบตรงมุ่งที่วัตถุประสงค์การตลาด การเขียนว่าถอนความยินยอมอย่างเดียวอาจทำให้ต้องถกว่าบริษัทอ้างฐานใด การระบุคัดค้านการตลาดให้ตรงจึงช่วยให้ประเด็นชัดขึ้น หากต้องการถอนด้วยสามารถเขียนแยกไว้ แต่ไม่ควรสรุปว่าการถอนทำให้สิ่งที่ทำโดยชอบก่อนหน้านั้นผิดย้อนหลัง

ทันทีหมายถึงระบบต้องรองรับจริง

เมื่อผู้ควบคุมรับทราบการคัดค้านต้องหยุดและแยกส่วนข้อมูลชัดเจนตามตัวบท การให้ลูกค้ารอรอบอัปเดตรายชื่อโดยยังยิงโฆษณาต่อไม่ใช่คำตอบเพียงพอ องค์กรควรตรวจทั้งแคมเปญที่ตั้งเวลาไว้ ทีมโทรภายนอกและรายการส่งออกที่ยังไม่ถูกใช้ วิธีทางเทคนิคอาจต่างกัน แต่ต้องทำให้รายชื่อคัดค้านไม่ถูกนำกลับเข้ากระบวนการเดิมโดยง่าย

รายการกันส่งซ้ำต้องใช้เท่าที่จำเป็น

การเก็บตัวระบุขั้นต่ำไว้เพื่อทำตามคำคัดค้านอาจจำเป็นต่อการไม่ติดต่อซ้ำ ควรจำกัดผู้เข้าถึงและใช้เพื่อการปฏิบัติตามสิทธิเท่านั้น ไม่เอาป้ายว่าไม่รับการตลาดไปวิเคราะห์ความน่าจะซื้อหรือขายต่อ การเก็บทั้งหมดไว้ตลอดไปโดยไม่กำหนดเหตุและระยะทบทวนก็ไม่ใช่สิ่งที่ตัวบทอนุญาตอัตโนมัติ

ข้อความบริการต้องไม่ซ่อนโฆษณา

ใบแจ้งหนี้ การยืนยันการจอง หรือการแจ้งเหตุเกี่ยวกับบัญชีอาจยังส่งได้หากมีฐานและความจำเป็นที่เหมาะสม แต่เมื่อใส่ข้อเสนอขายเพิ่มลงท้าย ขอบเขตของข้อความอาจเปลี่ยน องค์กรควรมีแม่แบบข้อความบริการที่ไม่พ่วงโปรโมชัน ส่วนเจ้าของข้อมูลควรเก็บข้อความทั้งฉบับเพื่อให้ตรวจเจตนาและเนื้อหาจริงได้

ข้อกฎหมายที่ใช้และเงื่อนไขที่ต้องระวัง

มาตรา 32(2) รับรองการคัดค้านการตลาดแบบตรงเมื่อใดก็ได้ โดยไม่มีเหตุปฏิเสธตาม (1)(ก)(ข) ติดมาด้วย วรรคสองกำหนดให้หยุดและแยกส่วนข้อมูลทันทีเมื่อรับทราบการคัดค้าน ส่วนมาตรา 19 วรรคห้าว่าด้วยการถอนความยินยอมและผลต่อการประมวลผลที่ทำก่อนถอน ต้องแยกจากฐานการเก็บข้อมูลเพื่อสัญญาหรือหน้าที่อื่น

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ฉบับราชกิจจานุเบกษา เป็นตัวบทหลักที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วต้องรับมืออะไร

ข้อพิพาทมักอยู่ที่บริษัทได้รับแจ้งจริงเมื่อใดและข้อความหลังจากนั้นเป็นการตลาดหรือบริการ ทนายควรตรวจข้อความทั้งฉบับกับเส้นทางการรับเรื่อง ไม่ใช้เพียงชื่อหัวข้อ SMS หากยังไม่ทราบตัวองค์กรต้องแยกความเป็นไปได้ของมิจฉาชีพออกจากผู้ประกอบธุรกิจจริงก่อนกล่าวหา

หลักฐานที่ควรเก็บก่อนข้อมูลเปลี่ยนไป

  • ข้อความคำคัดค้านและวันที่ส่งถึงบริษัท
  • อีเมลตอบรับ เลขรับเรื่องหรือหลักฐานสนทนากับช่องทางทางการ
  • ตัวอย่างโทรหรือ SMS หลังคัดค้าน พร้อมวันเวลา
  • หลักฐานสัญญาบริการที่ยังมีอยู่เพื่อแยกข้อความจำเป็น
  • ข้อความแจ้งจากผู้รับจ้างการตลาดถ้าระบุตัวได้

เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ต่างหากจากสำเนาที่ทำเครื่องหมายอธิบาย ภาพหน้าจอควรเห็นบริบท วันเวลาและช่องทางต้นทางเท่าที่จำเป็น หากเหตุการณ์ต่อเนื่องให้ทำตารางเรียงเวลา ระบุว่าส่วนใดเห็นเอง ส่วนใดได้รับแจ้ง และส่วนใดยังเป็นข้อสงสัย การแยกเช่นนี้ช่วยให้ผู้รับเรื่องตรวจต่อได้โดยไม่เข้าใจว่าข้อสันนิษฐานเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

ก่อนส่งหลักฐานให้ผู้อื่น ตรวจว่ามีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องปะปนหรือไม่ สำเนาสำหรับตรวจอาจปกปิดส่วนที่ไม่จำเป็นได้ โดยรักษาต้นฉบับไว้ในพื้นที่จำกัดสิทธิ บันทึกผู้รับ วันที่ส่งและวัตถุประสงค์ หากมีข้อพิพาทต้องพิจารณาระยะเก็บและการพักทำลายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช้เหตุเตรียมคดีเป็นข้ออ้างเก็บข้อมูลทุกชุดไม่มีกำหนด

บริษัทอ้างว่าเป็นข้อความบริการหรือระบบยังไม่อัปเดต

ตรวจข้อความที่ส่งจริงว่าแจ้งเรื่องบัญชีหรือเสนอสินค้า หากมีทั้งสองส่วน ให้ระบุส่วนโฆษณาที่ต้องการให้หยุดโดยไม่ขัดขวางข้อความจำเป็นต่อบริการ ส่วนข้ออ้างว่ารายชื่ออยู่กับบริษัทรับจ้างควรตามต่อว่าผู้ควบคุมส่งคำคัดค้านไปเมื่อใดและระงับแคมเปญใดแล้ว เก็บเวลาแจ้งรับเรื่องเทียบกับเวลาที่โทรหรือส่ง SMS ซ้ำ การบล็อกเบอร์ในโทรศัพท์ช่วยลดการรบกวน แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าระบบขององค์กรหยุดใช้ข้อมูลแล้ว

แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน

ช่วงเวลานี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงาน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย หากมีเหตุเร่งด่วน หนังสือกำหนดตอบหรืออายุความ ต้องดำเนินการตามกำหนดนั้นก่อน

ช่วงเวลาสิ่งที่ควรทำ
วันนี้ส่งคำคัดค้านที่ระบุวัตถุประสงค์และช่องทางให้ชัด
ภายใน 7 วันตรวจการติดต่อซ้ำและแจ้งรายการที่ยังไม่หยุด
ภายใน 30 วันรวบรวมผลดำเนินการและประเมินช่องทางร้องเรียนหากยังใช้ข้อมูลเพื่อขายต่อ

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

การบล็อกเบอร์ในเครื่องช่วยลดการรบกวนแต่ไม่ได้แจ้งคำคัดค้านให้องค์กรทราบเสมอ ส่วนการส่งสำเนาบัตรให้ผู้โทรที่พิสูจน์ไม่ได้อาจเพิ่มความเสี่ยง อย่ากดลิงก์ยกเลิกในข้อความน่าสงสัยโดยไม่ตรวจช่องทาง และอย่าถือว่าบริษัทต้องลบข้อมูลบัญชีหรือภาษีทั้งหมดทันทีเพราะคัดค้านการขาย

อ่านต่อและเตรียมเรื่องก่อนปรึกษา

อ่านภาพรวมในขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล กฎใหม่ปี 2569 องค์กรต้องทำอะไรบ้าง ฉบับทนาย แล้วนำมาเทียบกับเหตุการณ์และเอกสารของตน

เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือได้เบอร์ฉันมาจากไหน ใช้สิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยแหล่งที่มาข้อมูล และสมัครสมาชิกร้านและสะสมแต้ม ขอเบอร์ วันเกิดและยินยอมการตลาดอย่างไร

หากต้องพิจารณาขั้นตอนที่เชื่อมกัน อ่านถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ร้องเรียน สคส. หรือฟ้องศาล ทางไหนได้อะไรประกอบ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยร่างคำคัดค้านให้ระบุวัตถุประสงค์ชัด ตรวจข้อความหลังคัดค้านและจัดหลักฐานการติดต่อซ้ำผ่านบริการกฎหมาย PDPA ก่อนนัดหมายปรึกษา ควรเตรียมลำดับเหตุการณ์ เอกสารที่ได้รับ และผลที่ต้องการให้อีกฝ่ายดำเนินการ เพื่อประเมินทางเลือกจากหลักฐานที่มีจริง

บทความโดยนายเอกราช ทิพย์แมม ดูข้อมูลผู้เขียนและทีมทนายความยอดทิพย์ธรรมประกอบการติดต่อ

อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 32(2): คัดค้านการเก็บ ใช้หรือเปิดเผยเพื่อการตลาดแบบตรงได้เมื่อใดก็ได้
  • มาตรา 32 วรรคสอง: ไม่สามารถประมวลผลเพื่อการนั้นต่อไป และต้องแยกส่วนข้อมูลทันทีเมื่อรับทราบการคัดค้าน
  • มาตรา 19 วรรคห้า: ถอนความยินยอมได้ตามเงื่อนไข การถอนไม่ลบความชอบของการประมวลผลก่อนถอนที่มีความยินยอมโดยชอบ

คำถามที่พบบ่อย

เคยยินยอมให้โทรขาย ยังคัดค้านได้ไหม

ได้ เจ้าของข้อมูลคัดค้านการตลาดแบบตรงได้เมื่อใดก็ได้ และอาจแจ้งถอนความยินยอมสำหรับการตลาดที่อาศัยฐานนั้นด้วย ควรระบุองค์กรและเบอร์หรืออีเมลที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้รับเรื่องนำไปหยุดการใช้ได้ตรงรายชื่อ

บริษัทขอรอสามสิบวันก่อนหยุดโทรได้ไหม

มาตรา 32 วรรคสองกำหนดให้หยุดและแยกข้อมูลทันทีเมื่อรับทราบการคัดค้าน จึงไม่ควรนำกำหนดตอบคำขอสำเนามาใช้เป็นช่วงอนุญาตให้โทรขายต่อ การรอรอบส่งไฟล์ให้ผู้รับจ้างไม่ใช่ช่วงผ่อนผันให้ใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดต่อ

คัดค้านแล้วบริษัทส่งใบแจ้งหนี้ได้ไหม

อาจยังส่งได้หากจำเป็นต่อสัญญาหรือหน้าที่ที่มีฐานกฎหมาย แต่ต้องแยกจากการส่งโปรโมชันหรือการนำข้อมูลไปขายต่อ หากใบแจ้งหนี้พ่วงข้อเสนอซื้อสินค้าเพิ่ม ต้องตรวจส่วนโฆษณาแยกจากข้อความบริการ

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE