ได้เบอร์ฉันมาจากไหน ใช้สิทธิขอให้บริษัทเปิดเผยแหล่งที่มาข้อมูล

สรุปประเด็นสำคัญ
เจ้าของข้อมูลมีสิทธิตามมาตรา 30 ขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับตน รวมถึงขอเปิดเผยการได้มาของข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม การตอบว่าเป็นรายชื่อจากฝ่ายการตลาดจึงควรตรวจต่อว่าระบุแหล่งที่มาได้เพียงพอหรือไม่ สิทธินี้ต้องแยกจากการคัดค้านโทรขายซึ่งแจ้งได้อีกคำขอหนึ่ง
ได้เบอร์ฉันมาจากไหน เป็นคำถามที่พนักงานโทรขายอาจตอบได้เพียงว่าได้จากระบบบริษัท หากต้องการคำตอบที่ตรวจสอบได้ ควรส่งคำขอไปยังองค์กรที่รับผิดชอบข้อมูล ไม่จำเป็นต้องโต้เถียงกับผู้โทรจนจบทุกประเด็นในสายเดียว
สถานการณ์ที่ต้องแยกก่อนตัดสินใจ
กรณีต่อไปนี้เป็นตัวอย่างสมมติ ใช้อธิบายความแตกต่างของข้อเท็จจริง ไม่ใช่ข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา
- ผู้โทรระบุบริษัทได้และส่งช่องทางติดต่อทางการมาให้ ผู้รับสายส่งคำขอพร้อมเบอร์ที่ถูกติดต่อและวันเวลา เพื่อให้องค์กรค้นหารายการที่ตรงกัน
- ผู้โทรไม่ยอมบอกชื่อบริษัทและส่งลิงก์ให้กรอกบัตรประชาชน กรณีนี้ควรตรวจตัวตนผู้รับก่อน ไม่ส่งข้อมูลเพิ่มให้ช่องทางที่ยังพิสูจน์ไม่ได้
- บริษัทบอกว่าได้รับจากคู่ค้า แต่เจ้าของข้อมูลไม่เคยยินยอมให้ใช้เบอร์นั้น ต้องขอรายละเอียดการได้มาควบคู่กับการตรวจว่าบริษัทอ้างฐานกฎหมายใด ไม่สรุปว่าต้องไม่มีฐานอื่นเพราะไม่มีใบยินยอม
เริ่มแก้ปัญหาตามลำดับใด
บันทึกผู้ติดต่อ วันเวลาและเบอร์ที่ใช้ จากนั้นหาช่องทางของผู้ควบคุมข้อมูลจากเว็บไซต์หรือเอกสารทางการ ส่งคำขอระบุข้อมูลที่ต้องการพร้อมวิธีพิสูจน์ตัวตนที่เหมาะสม แยกคำขอทราบแหล่งที่มาออกจากคำขอหยุดการตลาด และติดตามจากหลักฐานรับเรื่อง หากปฏิเสธให้ขอเหตุผลเพื่อประเมินการร้องเรียน
คำขอได้เบอร์ฉันมาจากไหนควรเขียนอย่างไร
ระบุข้อมูลให้ค้นหาได้โดยไม่แจกข้อมูลเพิ่มเกินจำเป็น
ระบุเบอร์ที่ถูกติดต่อ วันเวลาและชื่อผลิตภัณฑ์ให้บริษัทค้นข้อมูลได้ ประกาศการเข้าถึงข้อมูลปี 2569 ข้อ 6 แยกวิธีพิสูจน์ตัวตนตามช่องทาง: การยื่นโดยตรงใช้การแสดงเอกสารประจำตัวตามที่กำหนด ส่วนการยื่นทางไปรษณีย์หรือช่องทางเพิ่มเติมมีหลักเรื่องสำเนารับรอง สำหรับช่องทางเพิ่มเติม เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ผู้ควบคุมอาจกำหนดวิธีอื่นแทนได้โดยไม่สร้างอุปสรรคเกินสมควร จึงควรขอวิธีที่องค์กรจัดไว้ก่อนส่งเอกสาร ไม่ส่งภาพบัตรให้เบอร์ผู้โทรที่ยังยืนยันไม่ได้
ขอแหล่งที่มาที่อธิบายเส้นทางได้
ตัวอย่างข้อความคือ ขอเข้าถึงและรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับหมายเลขที่ระบุ และขอเปิดเผยการได้มาของข้อมูลที่ข้าพเจ้าไม่ได้ให้ความยินยอมตามมาตรา 30 หากมีข้อมูลให้ระบุแหล่งที่รับมาและวันที่รับ การเขียนเช่นนี้ช่วยแยกสิทธิตามตัวบทออกจากคำถามเพิ่มเติม เช่น ขอทราบฐานกฎหมาย วัตถุประสงค์และผู้รับข้อมูล ซึ่งควรขอให้บริษัทชี้แจงประกอบโดยไม่อ้างว่ามาตราเดียวรับรองเอกสารภายในทุกชนิด
ขอบเขตสิทธิไม่เท่ากับขอฐานรายชื่อทั้งหมด
ผู้ขอมีสิทธิเกี่ยวกับข้อมูลของตน การเรียกดูรายชื่อลูกค้าทั้งบริษัทหรือสัญญาการค้าที่มีข้อมูลผู้อื่นทุกหน้าอาจเกินขอบเขต บริษัทอาจปกปิดส่วนที่กระทบสิทธิผู้อื่นหรือพิจารณาเหตุปฏิเสธตามกฎหมาย แต่ควรแยกส่วนที่ให้ได้และอธิบายเหตุ ไม่ใช้คำว่าความลับทางธุรกิจอย่างกว้างจนไม่มีการพิจารณาข้อมูลของผู้ขอเลย
การไม่ได้ยินยอมไม่ได้แปลว่าข้อมูลถูกซื้อมาเสมอ
เบอร์อาจมาจากการทำสัญญา การแนะนำต่อ หรือฐานข้อมูลเก่า จึงต้องตรวจการได้มาและวัตถุประสงค์ที่นำไปใช้แยกกัน แม้มีฐานเก็บเพื่อส่งสินค้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเปลี่ยนไปใช้การตลาดทุกประเภทได้โดยไม่มีการประเมินเพิ่มเติม หากบริษัทอ้างความยินยอม ควรตรวจว่าข้อความฉบับใดและการแสดงเจตนาใดครอบคลุมการใช้ครั้งนี้
กำหนดตอบและการติดตามต้องมีวันที่ชัด
ประกาศปี 2569 ข้อ 7 กำหนดให้ตรวจคำขอ เอกสารและตัวผู้ยื่นโดยไม่ชักช้าแต่ไม่เกิน 15 วันนับแต่ได้รับคำขอ หากไม่ถูกต้อง ไม่ครบหรือยืนยันตัวไม่ได้ ต้องแจ้งให้แก้ไขโดยให้เวลาไม่น้อยกว่า 10 วัน และถือว่าได้รับคำขอในวันที่รับฉบับที่แก้ไขหรือเอกสารเพิ่มเติมถูกต้องครบถ้วน หากไม่แก้ภายในกำหนดถือว่าทิ้งคำขอ โดยต้องแจ้งและไม่ตัดสิทธิยื่นใหม่
เมื่อคำขอครบและไม่เข้าเหตุปฏิเสธ ข้อ 10 ให้ดำเนินการโดยไม่ชักช้าแต่ไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ หากข้อมูลมากหรือมีเหตุจำเป็นอื่น อาจขยายได้อีกไม่เกิน 30 วันนับแต่ครบกำหนดเดิม โดยต้องแจ้งเหตุผลและรายละเอียด กรอบตรวจ 15 วันไม่ได้ถูกนำมาบวกเพิ่มอีกก้อนโดยอัตโนมัติ ผู้ขอควรเก็บวันรับเรื่อง วันแจ้งแก้ไขและวันส่งฉบับครบแยกกัน
ข้อกฎหมายที่ใช้และเงื่อนไขที่ต้องระวัง
ประกาศหลักเกณฑ์การเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569 ข้อ 6–10 กำหนดวิธียืนยันตัวตน การตรวจและแก้ไขคำขอ เหตุปฏิเสธและระยะดำเนินการ ต้องอ่านประกอบมาตรา 30
PDPA มาตรา 30 วรรคหนึ่งรับรองสิทธิขอเข้าถึงและสำเนาข้อมูลเกี่ยวกับตน และขอเปิดเผยการได้มาของข้อมูลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม การปฏิเสธต้องเข้าเหตุที่กฎหมายกำหนดและบันทึกเหตุผลตามวรรคสาม กำหนดทั่วไปในวรรคสี่คือไม่ชักช้าและไม่เกินสามสิบวัน ส่วนการคัดค้านการตลาดแบบตรงเป็นสิทธิตามมาตรา 32(2) ซึ่งต้องพิจารณาแยก
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 ฉบับราชกิจจานุเบกษา เป็นตัวบทหลักที่ใช้อ้างอิงในบทความนี้
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วต้องรับมืออะไร
ถ้าบริษัทตอบไม่ตรงคำขอ ให้ชี้ส่วนที่ยังขาดเป็นรายการ ไม่กล่าวหาว่าขโมยข้อมูลโดยไม่มีหลักฐาน ในทางคดีต้องพิสูจน์ว่าคำขอส่งถึงผู้รับผิดจริง ขออะไร และคำตอบขาดอะไร แฟ้มที่มีเพียงภาพสายที่ไม่ได้รับยังไม่บอกว่าใครควบคุมรายชื่อหรือว่าข้อมูลมาจากที่ใด
หลักฐานที่ควรเก็บก่อนข้อมูลเปลี่ยนไป
- ประวัติการติดต่อและข้อความเสนอขายที่ระบุองค์กรได้
- คำขอฉบับที่ส่งจริง พร้อมวันที่และช่องทางส่ง
- หลักฐานยืนยันตัวตนที่ใช้ โดยเก็บสำเนาอย่างจำกัดสิทธิ
- คำตอบเรื่องแหล่งที่มาและฐานที่บริษัทอ้าง
- เอกสารหรือหน้าจอความยินยอมเดิมถ้ามี
เก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ต่างหากจากสำเนาที่ทำเครื่องหมายอธิบาย ภาพหน้าจอควรเห็นบริบท วันเวลาและช่องทางต้นทางเท่าที่จำเป็น หากเหตุการณ์ต่อเนื่องให้ทำตารางเรียงเวลา ระบุว่าส่วนใดเห็นเอง ส่วนใดได้รับแจ้ง และส่วนใดยังเป็นข้อสงสัย การแยกเช่นนี้ช่วยให้ผู้รับเรื่องตรวจต่อได้โดยไม่เข้าใจว่าข้อสันนิษฐานเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ก่อนส่งหลักฐานให้ผู้อื่น ตรวจว่ามีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องปะปนหรือไม่ สำเนาสำหรับตรวจอาจปกปิดส่วนที่ไม่จำเป็นได้ โดยรักษาต้นฉบับไว้ในพื้นที่จำกัดสิทธิ บันทึกผู้รับ วันที่ส่งและวัตถุประสงค์ หากมีข้อพิพาทต้องพิจารณาระยะเก็บและการพักทำลายเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช้เหตุเตรียมคดีเป็นข้ออ้างเก็บข้อมูลทุกชุดไม่มีกำหนด
บริษัทอ้างว่าคำขอไม่ครบหรือเป็นความลับทางการค้า ต้องตอบอย่างไร
ให้ขอรายการที่ขาดและเหตุจำเป็นเป็นหนังสือ แยกเอกสารยืนยันตัวตนออกจากเอกสารที่ขอเพิ่มเติมเพื่อค้นข้อมูล หากอ้างความลับทางการค้า ให้ถามว่าส่วนใดกระทบสิทธิของผู้อื่นและสามารถให้ข้อมูลของผู้ขอโดยปกปิดส่วนนั้นได้หรือไม่ ประกาศปี 2569 ข้อ 8 ให้พิจารณาทำตามคำขอเท่าที่ทำได้เมื่อเป็นเหตุเรื่องสิทธิผู้อื่น จึงไม่ควรใช้คำปฏิเสธสั้น ๆ แทนการแยกส่วนข้อมูล เก็บทั้งคำขอเดิม หนังสือให้แก้ไขและวันที่ส่งฉบับครบ เพื่อคำนวณกำหนดจากหลักฐาน
แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน
ช่วงเวลานี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงาน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย หากมีเหตุเร่งด่วน หนังสือกำหนดตอบหรืออายุความ ต้องดำเนินการตามกำหนดนั้นก่อน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ควรทำ |
|---|---|
| วันนี้ | บันทึกรายละเอียดสายและตรวจช่องทางทางการก่อนส่งคำขอ |
| ภายใน 7 วัน | ตามหลักฐานรับเรื่องและตอบคำถามยืนยันตัวตนที่สมส่วน |
| ภายใน 30 วัน | ตรวจคำตอบกับสิ่งที่ขอและกำหนดจริง หากมีช่องว่างให้ประเมินร้องเรียน |
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
อย่าติดต่อกลับตามลิงก์น่าสงสัยเพียงเพื่อใช้สิทธิ อย่าใส่ข้อมูลคนในครอบครัวที่ไม่เกี่ยว และอย่าใช้คำขอแหล่งที่มาแทนการแจ้งหยุดโฆษณา หากต้องการทั้งสองอย่างให้เขียนแยกชัด การลบรายชื่อทันทีทุกระบบก็อาจทำให้บริษัทไม่มีรายการกันส่งซ้ำ จึงควรระบุเป้าหมายว่าไม่ให้ใช้เพื่อการตลาดต่อ
อ่านต่อและเตรียมเรื่องก่อนปรึกษา
อ่านภาพรวมในขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล กฎใหม่ปี 2569 องค์กรต้องทำอะไรบ้าง ฉบับทนาย แล้วนำมาเทียบกับเหตุการณ์และเอกสารของตน
เรื่องที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือโทรและ SMS ขายของไม่หยุด คัดค้านการตลาดแบบตรงได้ทันที และซื้อรายชื่อเบอร์โทรลูกค้ามาใช้ขายของ ต้องตรวจอะไรตาม PDPA
หากต้องพิจารณาขั้นตอนที่เชื่อมกัน อ่านถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ร้องเรียน สคส. หรือฟ้องศาล ทางไหนได้อะไรประกอบ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจคำขอเปิดเผยแหล่งที่มา แยกเหตุปฏิเสธและจัดหลักฐานวันรับเรื่องเพื่อประเมินการติดตามหรือร้องเรียนผ่านบริการกฎหมาย PDPA ก่อนนัดหมายปรึกษา ควรเตรียมลำดับเหตุการณ์ เอกสารที่ได้รับ และผลที่ต้องการให้อีกฝ่ายดำเนินการ เพื่อประเมินทางเลือกจากหลักฐานที่มีจริง
บทความโดยนายเอกราช ทิพย์แมม ดูข้อมูลผู้เขียนและทีมทนายความยอดทิพย์ธรรมประกอบการติดต่อ
อ่านต่อ: สิทธิและแนวปฏิบัติในสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 30: สิทธิเข้าถึง รับสำเนาและขอเปิดเผยการได้มาของข้อมูลที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
- ประกาศหลักเกณฑ์การเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2569 ข้อ 6–7: วิธีพิสูจน์ตัวตน ตรวจคำขอภายใน 15 วัน และการแจ้งแก้ไขโดยให้เวลาไม่น้อยกว่า 10 วัน
- ประกาศฯ ข้อ 8–10: เหตุปฏิเสธ การให้ข้อมูลเท่าที่ทำได้ กรอบดำเนินการ 30 วัน และการขยายอีกไม่เกิน 30 วันเมื่อมีเหตุจำเป็นและแจ้งรายละเอียด
- มาตรา 32(2): การคัดค้านการตลาดแบบตรงเป็นสิทธิแยกจากการขอทราบแหล่งข้อมูล
คำถามที่พบบ่อย
ขอดูข้อมูลของลูกค้าคนอื่นเพื่อตรวจรายชื่อได้ไหม
สิทธิเข้าถึงเกี่ยวกับข้อมูลของผู้ขอเอง บริษัทต้องคุ้มครองสิทธิของบุคคลอื่นด้วย จึงอาจต้องปกปิดหรือแยกข้อมูลก่อนให้สำเนา หากเอกสารเดียวกันมีข้อมูลหลายคน ควรขอส่วนที่เกี่ยวกับตนและให้บริษัทประเมินการปกปิดส่วนที่เหลือ
ไม่เคยยินยอม แปลว่าบริษัทเก็บข้อมูลผิดเสมอไหม
ไม่เสมอ กฎหมายมีฐานที่ไม่ต้องขอความยินยอม แต่บริษัทต้องอธิบายว่าการเก็บและการใช้ครั้งนั้นเข้าเงื่อนไขใด การไม่มีความยินยอมจึงเป็นจุดเริ่มตรวจข้อเท็จจริง
ส่งคำขอแล้วต้องหยุดโทรทันทีหรือไม่
คำขอทราบแหล่งที่มาเป็นคนละสิทธิกับการคัดค้านการตลาด หากต้องการหยุดโทรขายให้แจ้งคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรงด้วยอย่างชัดเจน การส่งคำขอสำเนาเพียงอย่างเดียวจึงไม่ควรถูกตีความว่าเป็นคำคัดค้านการตลาดทุกช่องทาง
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร
AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร
AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ