081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้งผู้รับข้อมูลเดิมไหม

เจ้าหน้าที่ตรวจแก้ข้อมูลลูกค้าและระบบปลายทาง พร้อม Hook ภาษาไทย

สรุปประเด็นสำคัญ

ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลต้องตรวจความถูกต้องกับบริบทการใช้งาน และติดตามระบบหรือผู้รับที่ยังใช้ค่าผิดตามหน้าที่ของแต่ละฝ่าย การแก้ข้อมูลปัจจุบันไม่จำเป็นต้องลบประวัติธุรกรรมที่ถูกต้องทั้งหมด บริษัทควรเก็บหลักฐานการเปลี่ยน ทดสอบไม่ให้ค่าผิดย้อนกลับ และแจ้งผลหรือเหตุที่ไม่ดำเนินการตามจริง

ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลแล้ว บริษัทควรตรวจมากกว่าช่องข้อมูลในระบบหลัก ต้องดูว่าข้อมูลผิดถูกส่งไปที่ใดและยังถูกใช้อยู่หรือไม่ เพื่อแก้ผลที่เกี่ยวข้องตามหน้าที่ของแต่ละฝ่าย โดยไม่ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้คนที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับรู้

ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล ต้องแจ้งผู้รับข้อมูลเดิมทุกคนไหม?

ต้องตรวจขอบเขตข้อมูลผิด ระบบที่ใช้ และบทบาทผู้รับเป็นรายกรณี มาตรา 35–36 กำหนดเรื่องความถูกต้องและคำขอแก้ไข แต่ไม่ควรอ้างว่าให้แจ้งผู้รับทุกคนในทุกสถานการณ์โดยข้อความมาตรานี้ลำพัง การติดตามแก้ปลายทางควรสอดคล้องหน้าที่และป้องกันข้อมูลผิดถูกนำกลับมาใช้ซ้ำ

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลดำเนินการให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ทำให้เข้าใจผิด ส่วนมาตรา 36 กำหนดว่าเมื่อเจ้าของข้อมูลร้องขอแล้วไม่ดำเนินการ ต้องบันทึกคำขอพร้อมเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 และมีกระบวนการร้องเรียนตามที่กฎหมายกำหนด

การแก้ข้อมูลจึงต้องพิจารณาหน้าที่ของบริษัทกับสภาพการใช้งานจริง หากผู้รับจ้างกำลังใช้ที่อยู่ผิดตามคำสั่งบริษัท การแก้เฉพาะหน้าลูกค้าแต่ไม่ส่งคำสั่งไปงานจัดส่งอาจยังไม่แก้ปัญหา ขณะเดียวกัน ผู้รับที่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลอีกฝ่ายต้องตรวจหน้าที่ของตน ไม่ใช่บริษัทเดิมเข้าไปเปลี่ยนฐานของผู้อื่นได้โดยไม่มีอำนาจ

ตัวอย่างสมมติ: ลูกค้าแจ้งว่าบริษัทบันทึกเลขห้องผิด และพัสดุกำลังจัดส่งผ่านผู้รับจ้าง บริษัทควรตรวจตัวตนและหลักฐานที่เหมาะสม แก้ข้อมูลที่ใช้ส่งปัจจุบัน และประสานผู้รับจ้างเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้อง พร้อมเก็บประวัติว่าข้อมูลเดิมเคยเป็นอะไร การลบประวัติคำสั่งซื้อทั้งหมดไม่จำเป็นต่อการแก้ที่อยู่และอาจกระทบหลักฐานธุรกรรม

ก่อนดำเนินการควรแยกการแก้ข้อเท็จจริง การปรับข้อมูลปัจจุบัน และข้อโต้แย้งต่อความเห็นหรือผลประเมิน เพราะไม่ใช่ทุกกรณีแก้โดยเขียนทับข้อความเดิม อ่าน คู่มือคำขอใช้สิทธิและกติกาเข้าถึงข้อมูล โดยแยกสิทธิที่ลูกค้าขอให้ถูกประเภท

ถ้าข้อมูลผิดอยู่หลายระบบ ควรแก้ตามลำดับใด?

  • ถ้าเป็นข้อมูลติดต่อปัจจุบัน ให้ตรวจแหล่งที่ยืนยันได้และแก้ระบบที่ใช้ติดต่อจริง พร้อมตรวจงานค้างก่อนส่งออก
  • ถ้าเป็นประวัติธุรกรรม ให้รักษาหลักฐานเดิมและบันทึกการแก้หรือคำชี้แจงอย่างเหมาะสม ไม่ทำให้ประวัติที่ถูกต้องในอดีตหายไป
  • ถ้าข้อมูลมาจากคู่ค้า ให้ตรวจที่มาและแจ้งประเด็นผิดตามขอบเขตที่ชอบ พร้อมป้องกันการนำค่าผิดกลับเข้าระบบ
  • ถ้ามีข้อพิพาทว่าข้อมูลใดถูก ให้รวบรวมหลักฐานและพิจารณาคำขอระงับการใช้ตามเงื่อนไขมาตรา 34 ระหว่างตรวจ
  • ถ้าคำขอไม่เกี่ยวกับเจ้าของข้อมูลผู้ยื่น ให้ตรวจอำนาจและขอบเขตก่อนเปิดเผยหรือเปลี่ยนข้อมูลของบุคคลอื่น

ทำรายการระบบปลายทางโดยระบุว่าข้อมูลถูกส่งเมื่อใด ใช้ทำอะไร และยังมีงานค้างหรือไม่ การแจ้งแก้ให้ทุกคนที่เคยได้รับอีเมลอาจเปิดเผยข้อมูลเกินจำเป็น ควรเลือกผู้รับตามความเกี่ยวข้องและบันทึกเหตุที่ต้องประสาน

ให้เจ้าของงานตรวจผลหลังแก้ เช่น คำสั่งซื้อใหม่ดึงที่อยู่ถูกต้อง ระบบบัญชีไม่เขียนค่าผิดกลับมา และผู้รับจ้างยืนยันแก้รายการที่กำลังใช้ การแจ้งว่า “แก้แล้ว” ควรตรงกับระบบที่ตรวจจริงและระบุส่วนที่ยังต้องติดตาม

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้ให้ถูกโดยไม่ทำลายประวัติ

คนมักเข้าใจว่า: เจ้าของข้อมูลขอให้แก้ข้อความใดบริษัทต้องลบทิ้งและเขียนตามทันที หรือบริษัทปฏิเสธได้ทั้งหมดเพราะข้อมูลนั้นเคยถูกต้องเมื่อเก็บมา

กฎหมายมองว่า: ต้องทำให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อความเข้าใจผิดตามบริบท การเก็บประวัติอดีตที่ถูกต้องกับการใช้ข้อมูลปัจจุบันควรแยกกัน และหากไม่ทำตามคำขอต้องมีเหตุผลกับบันทึกตามมาตรา 36

จุดเสี่ยงจริง: ฝ่ายบริการแก้หน้าจอหนึ่ง แต่ฝ่ายติดตามหนี้หรือคู่ค้ายังใช้ข้อมูลผิด หรือผู้ดูแลลบหลักฐานเดิมจนตรวจข้อพิพาทไม่ได้ ควรกำหนดรหัสคำขอ ผู้อนุมัติ และประวัติการเปลี่ยนที่ตรวจย้อนกลับได้

มองสองฝั่ง: บริษัทที่ต้องตรวจความถูกต้องกับผู้ขอแก้ข้อมูล

ประเด็นผู้ควบคุมข้อมูลเจ้าของข้อมูล
หน้าที่หรือสิทธิตรวจและจัดข้อมูลให้ถูกต้องตามกฎหมายขอแก้และให้หลักฐานที่จำเป็นต่อประเด็น
ความเสี่ยงแก้ผิดคนหรือปล่อยค่าผิดกระจายต่อได้รับผลจากข้อมูลเก่าหรือคำอธิบายไม่ครบ
ทำทันทีรับเรื่อง ระบุระบบ และตรวจความเร่งด่วนระบุข้อมูลผิดกับค่าที่ขอแก้ให้ชัด
ไม่ควรทำขอเอกสารเกินจำเป็นหรือปฏิเสธโดยไม่มีเหตุขอให้ลบหลักฐานธุรกรรมจริงเพื่อเปลี่ยนข้อเท็จจริง

หลักฐานที่ขอเพิ่มควรสัมพันธ์กับข้อมูลที่จะเปลี่ยน การแก้ช่องทางติดต่อทั่วไปไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารระดับเดียวกับการแก้ข้อมูลที่ส่งผลต่อการรับเงินทุกกรณี

คำขอแก้ไขข้อมูลต้องตอบภายในสามสิบวันทุกกรณีหรือไม่?

อย่านำกำหนดของสิทธิเข้าถึงตามมาตรา 30 หรือประกาศว่าด้วยการเข้าถึงและขอรับสำเนา พ.ศ. 2569 มาใช้เป็นข้อสรุปทางกฎหมายของสิทธิแก้ไขทุกกรณี ต้องตรวจประเภทคำขอและกฎที่ใช้กับกิจการนั้น พร้อมดำเนินการโดยไม่ปล่อยข้อมูลผิดสร้างผลกระทบต่อเนื่อง

องค์กรควรกำหนดกรอบภายในตามความเร่งด่วน เช่น ตรวจคำขอแก้ที่อยู่ของพัสดุที่กำลังส่งก่อนรอบส่งถัดไป ตัวอย่างนี้เป็นแผนงานตามความเสี่ยง ไม่ใช่กำหนดวันตายตัวของ PDPA และไม่ควรใช้ระยะเวลาภายในเป็นเหตุชะลอเรื่องที่แก้ได้ทันที

หากต้องตรวจหลักฐานเพิ่ม ให้บอกประเด็นที่ยังไม่ชัด ผู้รับผิดชอบ และวันติดตาม ไม่ส่งคำตอบกว้าง ๆ ว่าอยู่ระหว่างดำเนินการโดยไม่มีงานตรวจจริง ถ้าลูกค้าขอระงับการใช้ด้วย อ่าน เงื่อนไขระงับการใช้ข้อมูล เพื่อพิจารณาเป็นอีกสิทธิหนึ่ง

ต้นทุนแก้ข้อมูลกับความเสียหายควรแยกอย่างไร?

ตัวอย่างสมมติ: ตรวจสามระบบ 3 ชั่วโมง × 800 บาท = 2,400 บาท ประสานคู่ค้าและทดสอบ 1,600 บาท รวมต้นทุนภายใน 4,000 บาท ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่บริษัทเรียกจากผู้ขอแก้ได้อัตโนมัติ และไม่ใช่อัตราค่าบริการของสำนักงาน

หากข้อมูลผิดทำให้จัดส่งผิดหรือชำระเงินผิด ให้เก็บค่าใช้จ่ายและผลกระทบจริงแยกจากค่าดำเนินการแก้ทะเบียน ความรับผิดและจำนวนเงินต้องดูเหตุ กฎหมาย สัญญา และหลักฐาน ไม่ตั้งค่าชดใช้ตามจำนวนครั้งที่แก้โดยไม่มีฐาน

ก่อนจ้างปรับระบบ ให้ระบุจุดที่ต้องแก้ทั้งการส่งออกและนำเข้าข้อมูล เพื่อไม่ต้องเสียค่าแก้รายการเดิมซ้ำทุกสัปดาห์ การแก้ต้นทางช่วยลดงานซ้ำ แต่ต้องทดสอบว่าข้อมูลประวัติที่มีเหตุเก็บยังไม่ถูกเขียนทับเสียหาย

หลักฐานคำขอแก้ไขและผลปลายทางควรมีอะไร?

  • วันรับคำขอ ประเภทข้อมูล ค่าที่โต้แย้ง และสิ่งที่ผู้ขอต้องการให้แก้
  • หลักฐานยืนยันตัวตนหรืออำนาจที่ได้สัดส่วนกับความเสี่ยง
  • แหล่งข้อมูลเดิม หลักฐานใหม่ และเหตุผลเลือกค่าที่ถูกต้อง
  • รายการระบบและคู่ค้าที่เกี่ยวข้องกับการใช้ข้อมูลนั้น
  • ประวัติแก้ไข ผู้อนุมัติ ผลทดสอบ และหลักฐานการประสานปลายทาง
  • คำตอบผู้ขอ ส่วนที่ไม่ดำเนินการพร้อมเหตุผล และรายการติดตามที่เหลือ

เก็บหลักฐานต้นฉบับแยกจากสำเนาที่ใช้ตรวจ พร้อมจำกัดผู้เข้าถึง หากต้องส่งให้คู่ค้า ให้ส่งเฉพาะส่วนที่จำเป็นต่อการแก้รายการ ไม่แนบเอกสารยืนยันตัวตนทั้งชุดเพียงเพราะสะดวกในการประสานงาน

ข้อพิพาทสัญญาและการทวงหนี้เกี่ยวข้องอย่างไร?

ข้อมูลผิดอาจทำให้แจ้งหนี้หรือส่งเอกสารไปผิดคน ต้องตรวจ งานหนี้สินและการเรียกร้อง ว่ามีธุรกรรมใดใช้ค่าผิดและต้องแก้ผลตามกฎหมายใด การแก้ทะเบียนอย่างเดียวอาจไม่แก้หนังสือที่ส่งไปก่อนหน้า

กรณีมีข้อพิพาทว่าอีกฝ่ายไม่ปฏิบัติตามสัญญาหรือเกิดความเสียหาย ควรแยกงาน คดีแพ่ง จากการจัดข้อมูลให้ถูกต้อง ไม่ใช้การมีข้อพิพาทเป็นเหตุปฏิเสธคำขอทุกส่วนโดยไม่ตรวจเงื่อนไข

ทางไปต่อ: แก้ข้อมูลแล้วตรวจว่าความผิดไม่ย้อนกลับมา

  1. ระบุข้อมูลและตรวจผู้ขอก่อนเปลี่ยนรายการ
  2. ตรวจแหล่งหลักฐานและแยกข้อมูลปัจจุบันจากประวัติ
  3. แก้ระบบที่อยู่ในความรับผิดชอบและประสานปลายทางที่จำเป็น
  4. ทดสอบการส่งออกและนำเข้าว่าไม่คืนค่าผิด
  5. แจ้งผลตามจริงและเก็บเหตุผลส่วนที่ไม่ทำตามคำขอ
ทางเลือกเหมาะเมื่อสิ่งที่ต้องรักษา
แก้ค่าปัจจุบันหลักฐานชัดและข้อมูลใช้ดำเนินงานต่อประวัติการเปลี่ยนและผลทดสอบ
เพิ่มคำชี้แจงหรือแยกประวัติต้องคงข้อเท็จจริงในอดีตด้วยความครบและการไม่ทำให้เข้าใจผิด
ตรวจเพิ่มและพิจารณาระงับใช้มีข้อโต้แย้งหรือผลกระทบสำคัญเหตุผล ขอบเขต และงานติดตาม

ควรขอความช่วยเหลือเมื่อข้อมูลผิดกระทบการจ่ายเงิน มีหลายคู่ค้าเกี่ยวข้อง แก้แล้วกลับมาผิดซ้ำ หรือมีคำร้องเรียนค้าง สามารถ ติดต่อทีมงาน เพื่อหารือ บริการด้าน PDPA โดยเตรียมรายการระบบและตัวอย่างคำขอที่ปิดข้อมูลส่วนที่ไม่จำเป็นแล้ว

แหล่งกฎหมาย: พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 34–36 และ 39 และ ประกาศเรื่องการเข้าถึงและขอรับสำเนา พ.ศ. 2569 ซึ่งมีขอบเขตเฉพาะสิทธิดังกล่าว

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 35–36 ความถูกต้องของข้อมูลและการตอบคำขอแก้ไข
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 34 การขอระงับใช้ระหว่างตรวจตามเงื่อนไข
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 39 บันทึกคำขอและเหตุผลตามหน้าที่

ตรวจข้อกฎหมาย: ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

เปลี่ยนที่อยู่แล้วต้องลบที่อยู่เก่าไหม?
ต้องแยกข้อมูลที่ใช้ติดต่อปัจจุบันจากประวัติธุรกรรมที่มีเหตุเก็บ การแก้ที่อยู่สำหรับส่งครั้งใหม่ไม่จำเป็นต้องลบหลักฐานการส่งในอดีตทั้งหมด แต่ควรทำให้สถานะชัดและไม่ดึงที่อยู่เก่ามาใช้ผิดอีก พร้อมจำกัดการเก็บประวัติให้ตรงวัตถุประสงค์และความจำเป็น
บริษัทขอหลักฐานเพิ่มได้แค่ไหน?
ควรขอเฉพาะที่จำเป็นต่อการยืนยันผู้ขอและตรวจค่าที่จะเปลี่ยน โดยได้สัดส่วนกับผลกระทบ หากหลักฐานเดิมเพียงพอแล้วไม่ควรเรียกเอกสารซ้ำโดยไม่มีเหตุ และควรบอกว่าขาดประเด็นใดเพื่อให้ผู้ขอเพิ่มเติมตรงจุด พร้อมรักษาเอกสารที่ได้รับอย่างปลอดภัย
แก้ระบบหลักแล้วคู่ค้ายังใช้ค่าผิดต้องทำอย่างไร?
ให้ตรวจบทบาทของคู่ค้าและข้อมูลที่กำลังใช้ หากทำงานตามคำสั่งบริษัทควรประสานแก้รายการที่เกี่ยวข้องและขอผลยืนยัน พร้อมป้องกันการนำค่าผิดกลับเข้าระบบ หากคู่ค้าเป็นผู้ควบคุมอีกฝ่ายต้องตรวจหน้าที่และช่องทางของแต่ละฝ่าย ไม่เข้าแก้ข้อมูลโดยไม่มีอำนาจ
ผู้ขอไม่เห็นด้วยกับความเห็นในแฟ้มต้องแก้ตามไหม?
ต้องแยกข้อเท็จจริงที่ผิดจากความเห็นหรือผลประเมิน และตรวจว่าข้อมูลสมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน และไม่ทำให้เข้าใจผิดหรือไม่ อาจต้องตรวจหลักฐาน เพิ่มคำชี้แจง หรือแก้ตามบริบท หากไม่ดำเนินการตามคำขอ ต้องบันทึกคำขอและเหตุผลตามมาตรา 36 ไม่ปฏิเสธแบบไม่มีคำอธิบาย
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE