081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ถอนคำร้องเรียน PDPA แล้ว องค์กรยังต้องทำอะไรต่อ

ผู้บริหารตรวจหนังสือถอนคำร้อง PDPA และงานค้าง พร้อม Hook ภาษาไทย

สรุปประเด็นสำคัญ

ถอนคำร้องเรียน PDPA เป็นเหตุที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจใช้ดุลยพินิจยุติเรื่องตามระเบียบ องค์กรต้องตรวจผลการพิจารณาแยกจากงานแก้ไขและข้อตกลงที่ยังค้าง การถอนของคนหนึ่งไม่แทนสิทธิของทุกคน และไม่ทำให้ลบหลักฐานหรือหยุดหน้าที่คุ้มครองข้อมูลได้โดยอัตโนมัติ

ถอนคำร้องเรียน PDPA แล้ว องค์กรยังต้องตรวจว่ามีคำสั่งยุติเรื่องหรือไม่ และงานแก้ไขตามกฎหมายหรือข้อตกลงยังค้างอะไร หนังสือถอนของผู้ร้องเป็นคนละเรื่องกับการปิดสำนวนของหน่วยงาน และไม่ได้ยืนยันว่าความรับผิดทุกประเภทสิ้นสุดลงพร้อมกัน

ถอนคำร้องเรียน PDPA แล้ว เรื่องจบทันทีหรือไม่?

การถอนคำร้องเป็นเหตุหนึ่งที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญอาจใช้ดุลยพินิจสั่งไม่รับหรือยุติเรื่องตามระเบียบ ไม่ใช่การปิดเรื่องทุกส่วนโดยอัตโนมัติ องค์กรควรเก็บหนังสือถอน ติดตามผลการพิจารณา และแยกหน้าที่แก้ไขข้อมูลหรือชำระเงินที่ยังต้องทำตามกฎหมายและข้อตกลง

ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 ข้อ 13 (6) ระบุกรณีผู้ร้องขอถอนคำร้อง หรือผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลได้ปฏิบัติตามคำขอแล้ว ข้อ 13 ใช้ถ้อยคำให้อาจใช้ดุลยพินิจ ส่วนข้อ 14 (1) กำหนดการพิจารณาและแจ้งผล จึงต้องอ่านสองส่วนร่วมกัน

พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 72 ยังให้อำนาจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบการกระทำเกี่ยวกับข้อมูลที่ก่อความเสียหาย และมาตรา 37 กำหนดหน้าที่ของผู้ควบคุมข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ การถอนของผู้ร้องรายหนึ่งจึงไม่ใช่ใบอนุญาตให้กลับไปใช้ข้อมูลโดยไม่มีฐาน หรือหยุดแก้ช่องโหว่ที่ยังมีผลต่อคนอื่น

ควรแยกสถานะอย่างน้อยเป็นสถานะคำร้อง สถานะงานแก้ไข และสถานะสิทธิเรียกร้องทางแพ่ง หากมีสัญญาประนีประนอม ขอบเขตสิทธิที่ยอมสละต้องอ่านตามเนื้อหาและประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852 ไม่อนุมานจากคำว่า “ถอน” เพียงคำเดียวว่าผู้ร้องยกเลิกสิทธิอื่นทั้งหมด

ตัวอย่างสมมติ: ลูกค้าขอถอนคำร้องหลังบริษัทหยุดส่งโฆษณาและรับปากลบรายชื่อจากระบบคู่ค้า แต่บริษัทเพิ่งลบข้อมูลในระบบของตน ส่วนคู่ค้ายังไม่ยืนยัน แม้ผู้ร้องส่งหนังสือถอนแล้ว บริษัทควรติดตามงานคู่ค้าและเก็บหลักฐานตามข้อตกลงต่อไป พร้อมตรวจว่าหน่วยงานพิจารณาคำร้องอย่างไร

อ่านฐานหน้าที่ได้จาก พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และเชื่อมกับ ภาพรวมการรับมือข้อร้องเรียน PDPA เพื่อแยกบทบาทของผู้ร้อง องค์กร และหน่วยงานผู้พิจารณา

ถ้าถอนก่อนบริษัททำตามข้อตกลงครบ ต้องทำอย่างไร?

ถ้าหนังสือถอนมีเงื่อนไข ให้ตรวจเงื่อนไขนั้นร่วมกับข้อตกลงและเอกสารที่ยื่นจริง ผู้รับผิดชอบไม่ควรบันทึกสถานะว่าปิดโดยอาศัยเพียงข้อความสนทนา เพราะอาจยังต้องยืนยันการรับเงิน การส่งมอบหลักฐาน หรือผลการพิจารณาจากหน่วยงาน

ถ้ามีหนังสือถอนแต่ยังไม่มีผลการพิจารณา ให้ติดตามผ่านช่องทางที่หน่วยงานกำหนด และตอบหนังสือที่ยังมีหน้าที่ต้องตอบตามกำหนดเดิม หากสงสัยว่าหนังสือเรียกเอกสารยังใช้หรือไม่ ควรขอความชัดเจน ไม่ตัดสินเองว่างานทั้งหมดหยุดลงตั้งแต่วันถอน

ถ้าถอนแล้วพบว่าการละเมิดยังเกิดอยู่ บริษัทต้องตรวจข้อเท็จจริงและจัดการหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ส่วนผู้ร้องควรเก็บหลักฐานใหม่พร้อมวันเวลาและแยกจากเรื่องที่ยุติแล้ว การใช้ช่องทางต่อไปต้องพิจารณาผลคำสั่งเดิม ขอบเขตข้อตกลง และข้อเท็จจริงใหม่ ไม่รับประกันว่าทุกกรณียื่นซ้ำได้หรือถูกห้ามเสมอ

ถ้ามีผู้ร้องหลายราย ต้องตรวจรายชื่อและเรื่องของแต่ละคน การถอนของคนหนึ่งไม่ได้แทนความประสงค์ของทุกคน เว้นแต่มีอำนาจหรือกลไกตามกฎหมายที่รองรับ การสรุปยอดงานจึงควรแยกเป็นรายคำร้องและระวังไม่เปิดเผยรายละเอียดของผู้ร้องรายอื่นเกินจำเป็น

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถอนเรื่องไม่เท่ากับลบประวัติ

คนมักเข้าใจว่า: เมื่อผู้ร้องไม่ติดใจ บริษัทลบแฟ้มเหตุการณ์และคืนสถานะระบบเหมือนเดิมได้ทันที วิธีนี้เสี่ยงทำลายหลักฐานที่ยังจำเป็นสำหรับติดตามข้อตกลง ตรวจคำสั่ง หรืออธิบายมาตรการที่แก้ไปแล้ว

กฎหมายมองว่า: การเก็บข้อมูลต้องมีเหตุและระยะเวลาที่เหมาะสม แต่การถอนคำร้องไม่ได้ทำให้ทุกเอกสารหมดความจำเป็นพร้อมกัน ต้องแยกเอกสารที่ยังจำเป็นต่อหน้าที่หรือสิทธิเรียกร้องออกจากข้อมูลที่ไม่ต้องใช้อีก และจำกัดผู้เข้าถึงให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่เหลือ

จุดเสี่ยงจริง: ฝ่ายบริการลูกค้าทำเครื่องหมายปิดเคส แต่ฝ่ายกฎหมายยังรอคำตอบจากหน่วยงาน และฝ่ายระบบยังไม่ปิดงานคู่ค้า ควรมีทะเบียนกลางที่บอกทั้งสามสถานะ พร้อมชื่อผู้ตรวจ ไม่ใช้สถานะเดียวในระบบบริการลูกค้าเป็นหลักฐานว่าภาระทุกด้านสิ้นสุดแล้ว

มองสองฝั่ง: ผู้ร้องถอนแล้วใครต้องติดตามอะไร?

ประเด็นผู้ร้องเรียนองค์กร
สิทธิและหน้าที่ตรวจผลของการถอนและขอบเขตสิทธิที่ตกลงไว้ทำหน้าที่ตามกฎหมายและข้อตกลงที่ยังไม่เสร็จ
ความเสี่ยงเข้าใจว่าถอนได้โดยไม่กระทบสิทธิใดทั้งที่เซ็นสละบางสิทธิเข้าใจว่าหนังสือถอนแทนคำสั่งยุติเรื่องได้
ควรทำทันทีเก็บฉบับที่ยื่นและหลักฐานรับ พร้อมติดตามสิ่งที่บริษัทยังต้องทำแยกงานค้างและผู้รับผิดชอบ พร้อมตรวจหนังสือจากหน่วยงาน
ไม่ควรทำลงนามเอกสารที่ไม่ตรงความตั้งใจเรื่องการยุติสิทธิลบหลักฐานหรือเปิดการใช้ข้อมูลที่เคยระงับโดยไม่ตรวจฐาน

การปิดงานที่ดีต้องตอบได้ทั้งว่ากระบวนการอยู่ขั้นใดและสิ่งที่ตกลงกันทำสำเร็จหรือยัง หากคำตอบต่างกัน ให้บันทึกแยกและติดตามต่อจนมีหลักฐานรองรับแต่ละส่วน

หลังถอนคำร้อง ยังต้องนับกำหนดเวลาใดต่อ?

เริ่มจากรวบรวมกำหนดตามหนังสือเรียกเอกสาร คำสั่งเดิม และสัญญาที่ลงนาม แล้วตรวจว่ามีเอกสารเปลี่ยนแปลงหรือยกเลิกกำหนดใดจริง วันถอนคำร้องไม่ควรถูกตั้งเป็นวันยกเลิกทุกกำหนดในปฏิทินโดยไม่มีฐานรองรับ

หากสัญญากำหนดส่งหลักฐานภายในสิบวันนับจากวันที่ชำระเงิน ต้องเก็บหลักฐานวันที่ชำระและตรวจเงื่อนไขการนับตามสัญญา ตัวเลขสิบวันนี้เป็นตัวอย่างข้อตกลง ไม่ใช่กำหนดทั่วไปของ PDPA หากกำหนดผูกกับวันที่ได้รับหนังสือ ให้เก็บหลักฐานรับของผู้มีหน้าที่ไว้ด้วย

สำหรับสิทธิทางแพ่งหรือคดีอื่น ต้องตรวจอายุความและผลของเอกสารแต่ละชนิดโดยเฉพาะ อย่าถือว่าการร้องเรียน การเจรจา หรือการถอนทำให้อายุความหยุดหรือเริ่มใหม่ทุกกรณี หากใกล้ครบกำหนดควรตรวจวิธีรักษาสิทธิโดยไม่รอปิดงานภายในบริษัท

เงินที่ยังค้างหลังถอนคำร้อง คิดและติดตามอย่างไร?

ยอดค้างต้องอ่านจากสัญญาและหลักฐานชำระ ไม่ใช่จากสถานะคำร้องเพียงอย่างเดียว สูตรติดตามเบื้องต้นคือ ยอดที่ถึงกำหนดตามข้อตกลง ลบยอดรับชำระที่ตรวจยืนยันแล้ว โดยแยกดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายอื่นที่ยังต้องตรวจสิทธิก่อนเรียก

ตัวอย่างสมมติ: บริษัทตกลงชำระรวม 30,000 บาท จ่ายแล้ว 12,000 บาท และผู้ร้องถอนคำร้องหลังรับงวดแรก หากข้อตกลงยังผูกพันให้ชำระส่วนที่เหลือ ยอดเงินต้นค้างคือ 30,000 − 12,000 = 18,000 บาท การถอนอย่างเดียวไม่ใช่หลักฐานว่ารับเงินครบ และยอดนี้ไม่ใช่อัตราชดใช้ที่กฎหมายกำหนดต่อเหตุ

ฝั่งองค์กรควรทำใบยืนยันการชำระที่ระบุว่าเป็นงวดใด ไม่ใช้ใบรับเงินงวดแรกที่เขียนกว้างว่ารับครบทุกยอดโดยไม่ตรงข้อเท็จจริง ฝั่งผู้รับเงินควรเก็บหลักฐานการโอนและตรวจบัญชีปลายทาง ส่วนการติดตามหนี้ตามข้อตกลงต้องเลือกช่องทางที่เหมาะกับเอกสารและสถานะคดี

หลักฐานใดต้องเก็บแม้ระบบขึ้นว่าปิดเรื่องแล้ว?

  • หนังสือถอนคำร้องฉบับที่ยื่นจริง พร้อมเงื่อนไขและหลักฐานรับ
  • คำสั่งหรือหนังสือแจ้งผลจากหน่วยงาน พร้อมเลขอ้างอิงของเรื่อง
  • ข้อตกลงทุกฉบับและรายการสิทธิที่ยุติหรือสงวนไว้
  • หลักฐานชำระเงิน แยกวันที่ จำนวน และงวดให้ตรวจยอดค้างได้
  • ผลแก้ไขข้อมูลและผลทดสอบระบบ รวมถึงคำยืนยันจากคู่ค้าที่เกี่ยวข้อง
  • ทะเบียนงานค้างและกำหนดทบทวนการเก็บเอกสารภายหลังจบงาน

กำหนดสิทธิผู้ดูแลแฟ้มให้จำกัดตามหน้าที่ เพราะสำนวนร้องเรียนอาจมีข้อมูลละเอียดของผู้ร้องและบุคคลอื่น ส่งเฉพาะส่วนที่จำเป็นให้ฝ่ายบัญชีหรือฝ่ายระบบ แทนการกระจายเอกสารทั้งหมดในกลุ่มสนทนาทั่วไป

เมื่อถึงวันทบทวนการเก็บ ให้ประเมินความจำเป็นและฐานกฎหมายของเอกสารแต่ละกลุ่ม แล้วบันทึกเหตุผลหากต้องเก็บต่อ อ่าน การแยกช่องทางเยียวยาตาม PDPA ประกอบเพื่อไม่ให้ปิดแฟ้มหนึ่งแล้วเข้าใจว่าทุกสิทธิในอีกกระบวนการสิ้นสุดลง

กฎหมายสัญญา แพ่ง และอาญาเกี่ยวข้องอย่างไร?

สัญญา: หนังสือถอนอาจเป็นเพียงขั้นตอนตามข้อตกลง หรืออาจมีข้อความสละสิทธิอยู่ด้วย ต้องตรวจเนื้อหาและเจตนาที่แสดงออก ประเด็นการร่างเงื่อนไขและอำนาจผู้แทนเกี่ยวข้องกับ บริการตรวจสัญญาธุรกิจ โดยเฉพาะเมื่อคนลงนามไม่ใช่เจ้าของสิทธิเอง

ความรับผิดทางแพ่ง: ต้องแยกการถอนคำร้องต่อหน่วยงานออกจากการถอนฟ้องหรือประนีประนอมในคดีแพ่ง แต่ละการกระทำมีผลและขั้นตอนต่างกัน จึงควรตรวจเอกสารกับ งานข้อพิพาททางแพ่ง หากมีคดีหรือสิทธิเรียกร้องค้างอยู่

ความผิดอาญา: การถอนคำร้องเรียน PDPA ไม่ใช่คำตอบว่าคดีอาญาจากเหตุเดียวกันระงับหรือไม่ ต้องพิจารณาฐานความผิด ผู้มีสิทธิ และเงื่อนไขตามกฎหมายที่ใช้จริง ไม่เขียนข้อตกลงรับประกันผลแทนพนักงานสอบสวน อัยการ หรือศาล

ทางไปต่อ: ปิดแฟ้มอย่างไรให้ไม่เหลืองานหลง?

  1. ตรวจหนังสือถอนและผลการพิจารณาจากหน่วยงานเป็นคนละรายการ
  2. อ่านข้อตกลงแล้วทำบัญชีเงิน งานแก้ไข และสิทธิที่ยังเหลือ
  3. ยืนยันการทำงานของคู่ค้าและทดสอบว่าการใช้ข้อมูลที่เป็นปัญหาหยุดจริง
  4. กำหนดผู้ติดตามงานค้างและวันทบทวนหลักฐาน
  5. อนุมัติปิดเฉพาะส่วนที่มีหลักฐานครบ พร้อมบันทึกเหตุผลของส่วนที่ยังเปิดไว้
ทางเลือกใช้เมื่อสิ่งที่ต้องทำต่อ
ปิดงานทั้งหมดตามขอบเขตที่ตรวจแล้วผลหน่วยงานชัดและภาระตามข้อตกลงครบเก็บหลักฐานและตั้งวันทบทวนการเก็บ
ปิดคำร้องแต่เปิดงานติดตามกระบวนการยุติแต่เงินหรืองานแก้ไขยังค้างแยกเจ้าของงานและกำหนดติดตาม
ตรวจสิทธิและข้อเท็จจริงใหม่พบการละเมิดต่อเนื่องหรือมีข้อขัดแย้งเรื่องสัญญาเก็บหลักฐานใหม่และตรวจช่องทางที่ใช้ได้

ควรตรวจเป็นพิเศษเมื่อหนังสือถอนมีเงื่อนไข เงินยังไม่ครบ มีผู้ร้องหลายราย หรือคำสั่งเดิมยังไม่มีความชัดเจน หากต้องการตรวจผลการถอนและจัดแฟ้มงานค้าง สามารถดู บริการกฎหมาย PDPA และ ติดต่อยอดทิพย์ธรรม พร้อมหนังสือถอน ข้อตกลง และหลักฐานล่าสุด

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ระเบียบคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลว่าด้วยการยื่น การไม่รับเรื่อง การยุติเรื่อง การพิจารณา และระยะเวลาในการพิจารณาคำร้องเรียน พ.ศ. 2565 ข้อ 13 (6) และข้อ 14 (1): การถอนเป็นเหตุให้ใช้ดุลยพินิจ ไม่ใช่ปิดทุกเรื่องเอง
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มาตรา 72 และมาตรา 37: อำนาจตรวจสอบและหน้าที่คุ้มครองข้อมูลที่ยังเกี่ยวข้อง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 850–852: ตรวจผลข้อตกลงและสิทธิที่ยอมสละแยกจากการถอน

ตรวจสอบข้อกฎหมายเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

หนังสือถอนและผลการพิจารณาต้องเก็บนานเท่าไร?
ต้องพิจารณาความจำเป็นตามหน้าที่ ข้อตกลง และสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง ไม่มีกำหนดเก็บเดียวที่ใช้กับทุกสำนวน ควรกำหนดวันทบทวน จำกัดผู้เข้าถึง และบันทึกเหตุผลหากต้องเก็บต่อ การถอนคำร้องไม่ใช่เหตุให้ลบหลักฐานทั้งหมดทันทีหรือเก็บทุกอย่างตลอดไป
งานค้างของคู่ค้าถือว่าเสร็จเมื่อส่งอีเมลสั่งแล้วไหม?
ยังต้องตรวจว่าคู่ค้ารับคำสั่งและดำเนินงานตามขอบเขตจริงหรือไม่ โดยขอหลักฐานที่เหมาะกับงาน เช่น ผลจำกัดสิทธิหรือคำยืนยันการลบข้อมูล การส่งอีเมลเป็นหลักฐานการประสานงาน แต่ไม่ยืนยันผลสำเร็จทั้งหมด ควรแยกสถานะรอตอบและรอตรวจรับออกจากเสร็จแล้ว
รับเงินงวดแรกแล้วต้องเซ็นว่ารับครบไหม?
ควรให้เอกสารรับเงินตรงกับจำนวนและงวดที่ได้รับจริง พร้อมระบุยอดคงเหลือตามข้อตกลง หากเอกสารมีข้อความยุติสิทธิหรือปลดหนี้ ต้องตรวจผลก่อนลงนาม การถอนคำร้องหลังรับงวดแรกไม่ได้เป็นหลักฐานว่าชำระครบทุกงวดหรือยกเลิกหนี้ส่วนที่เหลือเสมอไป
ผู้ร้องรายหนึ่งถอนแล้วต้องแจ้งคนอื่นให้ถอนด้วยไหม?
ไม่ควรถือว่าการตัดสินใจของผู้ร้องคนหนึ่งแทนคนอื่นได้ แต่ละคนมีข้อเท็จจริงและสิทธิที่ต้องพิจารณาแยกกัน หากมีผู้แทนกลุ่มต้องตรวจอำนาจและขอบเขตตามกฎหมาย พร้อมรักษาข้อมูลของแต่ละราย การติดตามหลายคำร้องจึงควรมีทะเบียนแยกและไม่เปิดเผยรายละเอียดข้ามรายเกินจำเป็น
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE