081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

DPA คืออะไร สัญญากับคู่ค้ารายใดต้องมี และรายใดต้องแยกบทบาท

ทนายอธิบายข้อตกลงประมวลผลข้อมูลให้เจ้าของธุรกิจก่อนทำสัญญาคู่ค้า พร้อมข้อความ คู่ค้าแบบไหน ต้องมี DPA?

สรุปประเด็นสำคัญ

DPA เป็นข้อตกลงระหว่างผู้ควบคุมข้อมูลกับผู้ประมวลผลเพื่อควบคุมการทำงานตามมาตรา 40 ต้องพิจารณาว่าคู่ค้าทำกับข้อมูลในนามหรือตามคำสั่งขององค์กรหรือไม่ คู่ค้าทุกรายที่เห็นข้อมูลไม่ได้เป็นผู้ประมวลผลเสมอไป

สำหรับประเด็น “DPA คืออะไร” ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงของงานที่จะทำ บทความนี้อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบต่างกัน พร้อมวิธีตัดสินใจและหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเกิดข้อร้องเรียน

สถานการณ์แบบใดให้คำตอบต่างกัน

ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายหลัก ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา

  • ผู้รับจ้างส่งอีเมลตามรายชื่อและข้อความที่บริษัทกำหนด เป็นตัวอย่างของงานประมวลผลแทน
  • ธนาคารรับข้อมูลเพื่อดำเนินบริการและปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของตน อาจเป็นผู้ควบคุมแยกสำหรับกิจกรรมนั้น
  • ร้านขายอุปกรณ์ที่ไม่เข้าถึงข้อมูลลูกค้าไม่ได้ต้องทำ DPA เพียงเพราะมีสัญญาซื้อขาย แต่บริการซ่อมที่เข้าถึงข้อมูลต้องประเมินเพิ่ม

ควรตัดสินใจตามลำดับใด

ถามว่าใครกำหนดเหตุผลในการใช้ข้อมูล ใครมีสิทธิตัดสินใจเรื่องสำคัญ และผู้รับจ้างนำข้อมูลไปใช้เองได้หรือไม่ แยกคำตอบทีละกิจกรรม หากเป็นงานแทนให้จัดทำข้อตกลงตามมาตรา 40 หากเป็นการเปิดเผยให้ผู้ควบคุมอีกราย ให้ตรวจฐานการเปิดเผยและหน้าที่ของทั้งสองฝ่าย

DPA คืออะไร ต่างจาก NDA และสัญญาบริการอย่างไร

DPA กำกับการกระทำกับข้อมูล

ต้องบอกงานที่ให้ทำ ข้อมูลที่ให้ใช้ และข้อห้าม ไม่ใช่เพียงสัญญาว่าจะรักษาความลับ เพราะการใช้ข้อมูลเกินคำสั่งอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่มีข้อมูลเผยแพร่ต่อสาธารณะ

NDA เน้นความลับ

NDA อาจคุ้มครองข้อมูลธุรกิจที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย แต่ถ้าไม่กำหนดหน้าที่ประมวลผล การแจ้งเหตุ และการคืนข้อมูล ก็ยังไม่ตอบโจทย์มาตรา 40

สัญญาบริการกำหนดงานและราคา

สามารถรวม DPA เป็นภาคผนวกของสัญญาบริการได้ ต้องกำหนดลำดับเอกสารเมื่อขัดกัน และให้ภาคผนวกผูกพันคู่สัญญาเดียวกับผู้ให้บริการจริง

หนึ่งคู่ค้าอาจมีหลายบทบาท

ผู้ให้บริการเงินเดือนอาจประมวลผลแฟ้มพนักงานแทนบริษัท แต่เป็นผู้ควบคุมข้อมูลผู้ติดต่อเพื่อออกใบแจ้งหนี้ของตน การเขียนบทบาทเดียวครอบทุกกิจกรรมอาจทำให้หน้าที่คลาดเคลื่อน

ฐานกฎหมายและขอบเขตที่ต้องแยก

มาตรา 6 นิยามผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลโดยดูอำนาจหน้าที่จริง มาตรา 40 วรรคสามกำหนดข้อตกลงสำหรับการประมวลผลตามคำสั่ง ขณะที่มาตรา 27 และมาตรา 37 (2) ยังเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยและการป้องกันการใช้ข้อมูลโดยมิชอบ

อ่านตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบการพิจารณาหน้าที่ของแต่ละฝ่าย

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วเรื่องไปทางใด

เรียกคู่ค้าว่าผู้ประมวลผลในเอกสารไม่ได้ป้องกันการตรวจข้อเท็จจริง หากเปิดสิทธิให้ใช้ข้อมูลเองกว้างเกินไปอาจเป็นการเปิดเผยโดยไม่มีฐานรองรับ และเมื่อผู้ประมวลผลไม่ทำตามคำสั่ง มาตรา 40 วรรคสองให้ถือเป็นผู้ควบคุมสำหรับการนั้น

เมื่อได้รับหนังสือหรือข้อเรียกร้อง ให้ตรวจผู้ส่ง ประเด็นที่ถามและกำหนดตอบจากเอกสารจริง รักษาข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ออกจากประเด็นที่ยังสอบสวน การแก้ปัญหาปัจจุบันควรทำควบคู่กับการเตรียมชี้แจง โดยไม่แก้บันทึกเก่าให้คลาดจากเหตุการณ์

หลักฐานที่ต้องเก็บและวิธีจัดให้ใช้ได้จริง

  • ตารางบริการ ข้อมูล วัตถุประสงค์ และผู้ตัดสินใจรายกิจกรรม
  • สัญญาหลักและข้อตกลงข้อมูลที่มีผลผูกพัน
  • คำสั่งงานจริง ตัวอย่างการตั้งค่า และรายชื่อผู้เข้าถึง
  • บันทึกเหตุผลกรณีที่ประเมินว่าไม่ต้องมี DPA

จุดที่ควรตรวจเพิ่มคือตารางบริการ ข้อมูล วัตถุประสงค์ และผู้ตัดสินใจรายกิจกรรม เอกสารนี้ตอบได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่มีการตรวจและรับรองไว้ หากอีกฝ่ายโต้แย้งว่างานจริงต่างจากเอกสาร ให้ใช้ข้อมูลจากระบบและผู้ปฏิบัติงานตรวจเทียบ ไม่สรุปว่ามีเอกสารแล้วจึงถูกต้องทุกขั้นตอน กรณีที่หลักฐานขัดกัน ควรเก็บทั้งสองชุดไว้พร้อมบันทึกเหตุที่ตรวจพบ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินอย่างครบถ้วนและไม่ตัดข้อมูลที่เสียเปรียบออกจากแฟ้ม

ให้เจ้าของงานระบุผู้จัดทำ ผู้ตรวจรับ วันที่และเวอร์ชัน เก็บต้นฉบับในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิตามหน้าที่ ส่วนสำเนาสำหรับตรวจควรปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระยะเก็บต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ หน้าที่ตามกฎหมายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อพิพาทให้ประเมินการพักทำลายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น พร้อมกำหนดผู้ทบทวน ไม่เก็บทุกอย่างตลอดไป

นำไปใช้กับทีมงานอย่างไร

คนที่ต้องร่วมตัดสินใจ

เจ้าของบริการควรยืนยันว่าข้อมูลใดต้องส่งและผลหากระบบหยุด ฝ่ายเทคนิคตรวจว่ามาตรการทำงานจริง ฝ่ายจัดซื้อรักษาเงื่อนไขที่ตกลง ส่วนฝ่ายกฎหมายตรวจบทบาทและสิทธิ อย่าให้การรับรองของแผนกเดียวครอบข้อเท็จจริงที่แผนกนั้นไม่ได้ตรวจ

แยกสิ่งที่ทราบกับสิ่งที่คู่ค้ายังไม่ตอบ

ในบันทึกตรวจให้ระบุข้อเท็จจริงที่มีหลักฐาน ข้อมูลที่ยังรอ และผลต่อการตัดสินใจแยกกัน หากต้องเปิดใช้งานก่อนแก้ครบ ให้จำกัดข้อมูลหรือสิทธิ พร้อมผู้อนุมัติและวันทบทวนที่ชัดเจน การเงียบของคู่ค้าไม่ใช่การยืนยันว่าความเสี่ยงไม่มี

ตรวจภาคปฏิบัติก่อนถือว่าปิดงาน

ให้ทีมที่ต้องลงมือสาธิตขั้นตอนสำคัญด้วยข้อมูลทดสอบ บันทึกผลที่ทำได้และข้อจำกัด หากเอกสารสัญญารับรองมากกว่าระบบทำได้ ต้องแก้ทั้งเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ไม่ทำเครื่องหมายผ่านเพียงเพราะมีลายเซ็นครบ

แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน

ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงานภายใน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องทำก่อน

ช่วงงานงานที่มอบหมายสิ่งที่ใช้ตรวจรับ
วันนี้เลือกสัญญาที่มีข้อมูลพนักงานหรือลูกค้าแล้วแยกกิจกรรมขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ
ภายใน 7 วันให้เจ้าของงานยืนยันบทบาทก่อนส่งร่าง DPA ให้คู่ค้าข้อค้นพบและรายการที่ต้องแก้
ภายใน 30 วันตรวจการทำงานจริงว่าตรงกับบทบาทที่บันทึกหรือมีวัตถุประสงค์ใหม่ผลตรวจหรือทดสอบและงานที่ยังค้าง

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง

การส่ง DPA ฉบับเดียวให้ผู้รับข้อมูลทุกรายทำให้เอกสารดูครบแต่กำหนดบทบาทผิด ควรเริ่มจากแผนผังงานและเลือกข้อตกลงให้ตรงกับการเปิดเผยแต่ละแบบ

อ่านต่อและจัดระบบให้เหมาะกับองค์กร

ภาพรวมของเรื่องนี้อยู่ในคู่มือจัดการคู่ค้าและ DPA สำหรับองค์กร ก่อนส่งข้อมูลจนเลิกใช้ระบบ ใช้ตรวจว่าประเด็นเฉพาะเชื่อมกับหน้าที่ส่วนอื่นอย่างไร

สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง อ่านร่าง DPA ต้องมีข้อใดบ้าง ขอบเขตที่ทำให้สัญญาใช้งานได้จริง และตรวจคู่ค้าก่อนส่งข้อมูลพนักงานหรือลูกค้า ต้องขอหลักฐานอะไร

หากงานเชื่อมกับกระบวนการอื่น ให้อ่านPDPA Audit-Ready หลักฐานที่องค์กรต้องมีเมื่อถูกตรวจหรือร้องเรียนประกอบก่อนกำหนดผู้รับผิดชอบ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจข้อเท็จจริง เอกสารและพยานหลักฐานผ่านบริการกฎหมาย PDPA รวมถึงข้อสัญญากับคู่ค้า สามารถนัดหมายเพื่อนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประเมินก่อนตัดสินใจ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

มาตรา 6 นิยามผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลโดยดูอำนาจหน้าที่จริง มาตรา 40 วรรคสามกำหนดข้อตกลงสำหรับการประมวลผลตามคำสั่ง ขณะที่มาตรา 27 และมาตรา 37 (2) ยังเกี่ยวข้องกับการเปิดเผยและการป้องกันการใช้ข้อมูลโดยมิชอบ

คำถามที่พบบ่อย

คู่ค้าเป็นบริษัทเล็กจึงไม่ต้องมี DPA ใช่ไหม

ขนาดบริษัทไม่ได้ทำให้หน้าที่จัดทำข้อตกลงตามมาตรา 40 หายไปโดยทั่วไป ต้องแยกจากข้อยกเว้นบางหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด

พนักงานในบริษัทต้องเซ็น DPA แบบคู่ค้าหรือไม่

ต้องแยกการทำงานในองค์กรออกจากการว่าจ้างผู้ประมวลผลภายนอก พนักงานควรมีคำสั่ง สิทธิการเข้าถึงและหน้าที่รักษาความลับที่เหมาะสม

DPA ภาษาอังกฤษใช้ได้หรือไม่

ภาษาไม่ได้เป็นตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้องมีข้อความชัดเจน มีผลผูกพัน และทีมที่ต้องปฏิบัติเข้าใจหน้าที่จริง

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้บริหารกับทีมไอทีตรวจอำนาจ AI Agent พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร

AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
เจ้าหน้าที่ตรวจข้อความลูกค้าที่ AI สรุปผิด พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร

AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
ผู้ดูแลตรวจสิทธิการค้นเอกสารภายในด้วย AI พร้อม Hook ภาษาไทย PDPA คุ้มครองข้อมูล

AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร

AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE