081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

สัญญาแยกทรัพย์สินหลังสมรส ทำได้ไหม บอกล้างได้หรือไม่

แต่งงานแล้ว แยกทรัพย์สินได้แค่ไหน ภาพประกอบคู่สมรสและเอกสารกฎหมาย

สรุปประเด็นสำคัญ

สัญญาแยกทรัพย์สินหลังสมรสไม่ใช่สัญญาก่อนสมรสย้อนหลัง มาตรา 1469 เปิดให้ฝ่ายใดบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่คู่สมรสทำต่อกันระหว่างสมรสได้ขณะยังเป็นคู่สมรส หรือ ภายในหนึ่งปีหลังขาดจากการเป็นคู่สมรส โดยไม่กระทบสิทธิบุคคลภายนอกผู้สุจริต ต้องตรวจประเภทข้อตกลงและผลของการโอนแต่ละรายการ

สัญญาแยกทรัพย์สินหลังสมรสเป็นคำที่หลายคู่ใช้เรียกเอกสารต่างชนิดกัน บางคนต้องการแยกบัญชีใช้จ่าย บางคนจะโอนบ้าน หรือกำลังเตรียมหย่า ก่อนร่างต้องแยกเป้าหมายให้ชัด เพราะความเสี่ยงและขั้นตอนทางกฎหมายไม่เหมือนกัน

สัญญาแยกทรัพย์สินหลังสมรสทำได้ไหม และต่างจากก่อนสมรสอย่างไร

คู่สมรสอาจทำข้อตกลงเกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างกันได้ แต่ไม่ใช่ทุกข้อตกลงจะมั่นคงเหมือนสัญญาก่อนสมรสที่ทำครบแบบ มาตรา 1469 ให้ฝ่ายใดบอกล้างสัญญาเกี่ยวกับทรัพย์สินที่ทำไว้ต่อกันระหว่างเป็นคู่สมรสได้ ตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนด

จึงต้องตรวจประเภทเอกสารและผลทางกฎหมายจริง ไม่ใช้ชื่อสัญญาเป็นตัวตัดสิน

ส่วนสัญญาก่อนสมรสต้องทำให้ครบแบบพร้อมจดทะเบียนตามมาตรา 1466 เมื่อจดทะเบียนไปแล้ว การลงวันที่เอกสารย้อนหลังไม่ช่วยให้ครบแบบเดิม หากเคยมีสัญญาก่อนสมรสที่สมบูรณ์และต้องการแก้หรือเพิกถอน ต้องพิจารณาการขออนุญาตศาลตามมาตรา 1467

สิ่งที่ต้องการทำประเด็นที่ต้องตรวจเหตุที่ไม่ควรใช้แบบเดียวกัน
แยกบัญชีใช้จ่ายประจำวันเป็นเพียงวิธีบริหารเงินหรือเปลี่ยนสิทธิในทรัพย์ด้วยชื่อบัญชีแยกไม่ได้เปลี่ยนสินสมรสทุกกรณี
ยกหรือแบ่งทรัพย์ระหว่างสมรสประเภทสัญญา แบบโอน และมาตรา 1469การโอนกรรมสิทธิ์กับความเสี่ยงบอกล้างต้องตรวจทั้งคู่
แก้สัญญาก่อนสมรสเดิมมาตรา 1467 และขอบเขตคำสั่งศาลเซ็นเอกสารใหม่กันเองอาจไม่ใช่การแก้ที่มีผล
ตกลงทรัพย์เพื่อหย่าบริบทของการหย่าและลักษณะข้อตกลงจริงไม่ควรเหมารวมว่าเป็นสัญญาระหว่างสมรสทุกชนิดเหมือนกัน

ตัวอย่างสมมติ คู่สมรสตกลงให้บ้านที่เป็นสินสมรสเป็นของฝ่ายหนึ่งทั้งหมด โดยอีกฝ่ายจะได้เงินชดเชยภายหลัง

ก่อนเซ็นต้องตรวจว่าเอกสารมีฐานเป็นข้อตกลงประเภทใด จะโอนเมื่อไร อยู่ภายใต้มาตรา 1469 หรือไม่ และถ้าฝ่ายหนึ่งบอกล้างแล้วต้องคืนทรัพย์หรือเงินอย่างไร ไม่ใช่พิจารณาเพียงว่าเขียนว่า “เด็ดขาด” ไว้แล้ว

หากจุดประสงค์จริงคือการหย่า ควรอ่าน การจัดทำบันทึกข้อตกลงหย่า แยกต่างหาก โดยให้ทนายพิจารณาถ้อยคำ เวลาและเงื่อนไขที่ทำสัญญา ไม่ใช้บทความทั่วไปสรุปว่าเอกสารหย่าทุกฉบับบอกล้างได้หรือไม่ได้เหมือนกัน

กรณีไหนที่คำตอบเรื่องแยกทรัพย์ต้องตรวจเพิ่ม

เป็นแค่บันทึกข้อเท็จจริง ไม่ได้โอนสิทธิ

การทำบัญชีว่าทรัพย์ใดได้มาก่อนสมรส หรือบันทึกยอดเงินที่แต่ละฝ่ายออก อาจมีประโยชน์ด้านหลักฐาน แต่ต้องอ่านว่าเอกสารแค่รับรู้ข้อมูลหรือมีข้อตกลงยกและสละสิทธิแฝงอยู่ หากมีข้อความเปลี่ยนสิทธิ การตั้งชื่อว่า “บันทึกข้อมูล” ไม่ทำให้หลุดจากกฎหมายที่ใช้กับนิติกรรมนั้น

มีบุคคลภายนอกหรือการจดทะเบียนโอนแล้ว

มาตรา 1469 คุ้มครองสิทธิบุคคลภายนอกผู้กระทำการโดยสุจริต การบอกล้างระหว่างคู่สมรสจึงไม่ใช่คำสั่งยึดทรัพย์กลับจากบุคคลภายนอกได้เอง ต้องตรวจธุรกรรมต่อเนื่องและการจดทะเบียนที่เกิดขึ้น รวมถึงฐานเรียกร้องคืนทรัพย์หรือเงินและคู่กรณีที่เกี่ยวข้อง

คู่สมรสจัดการสินสมรสจนเกิดความเสียหาย

กรณีปัญหาอยู่ที่อีกฝ่ายจัดการสินสมรสโดยไม่มีความยินยอมในเรื่องที่กฎหมายกำหนด อาจต้องใช้สิทธิตามกฎหมายเรื่องการจัดการสินสมรส ไม่ใช่ร่างสัญญาแยกทรัพย์อย่างเดียว มาตรา 1476 กำหนดกิจการที่ต้องจัดการร่วมกัน และมาตรา 1480 มีเงื่อนไขการฟ้องเพิกถอนที่ต้องตรวจเฉพาะกรณี

อย่าสลับสิทธิบอกล้างตามมาตรา 1469 กับสิทธิฟ้องเพิกถอนนิติกรรมจัดการสินสมรส เพราะเหตุและกำหนดเวลาเป็นคนละชุด หากมีการขาย โอน หรือจำนองไปแล้ว ควรนำเอกสารจริงให้ตรวจทันที ไม่รอให้หย่าก่อนจึงเริ่มตรวจสิทธิ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: คำว่าเพิกถอนไม่ได้ อาจไม่ปิดสิทธิตามกฎหมาย

คนมักเข้าใจว่า เขียนว่าสัญญานี้เพิกถอนไม่ได้ แล้วอีกฝ่ายต้องยอมตลอดไป

กฎหมายมองว่า มาตรา 1469 กำหนดสิทธิบอกล้างไว้สำหรับสัญญาที่เข้าเงื่อนไข ต้องวิเคราะห์ผลของข้อความที่พยายามตัดสิทธินั้น

จุดเสี่ยงจริง ร่างไม่ควรขายความมั่นใจจากถ้อยคำเดียว ควรอธิบายว่าข้อตกลงมีข้อจำกัดอะไร และคู่สัญญารับความเสี่ยงด้านเงินหรือการโอนอย่างไร

คนมักเข้าใจว่า แยกบัญชีธนาคารหลังแต่งงาน เงินในบัญชีใครก็เป็นของคนนั้น

กฎหมายมองว่า สินส่วนตัวและสินสมรสจำแนกจากเหตุแห่งการได้มา ไม่ได้ตัดสินด้วยชื่อบัญชีอย่างเดียว

จุดเสี่ยงจริง ต้องเก็บหลักฐานแหล่งเงินและข้อตกลงที่ใช้ได้ การย้ายเงินไปอีกบัญชีอาจทำให้ติดตามยากขึ้นโดยไม่ทำให้สิทธิเดิมเปลี่ยน

มองสองฝั่ง: ฝ่ายที่ขอแยกทรัพย์กับฝ่ายที่จะรับหรือเสียสิทธิ

ประเด็นฝ่ายที่ขอแยกทรัพย์อีกฝ่ายที่ได้รับข้อเสนอ
สิทธิหรือหน้าที่เสนอวิธีจัดการทรัพย์พร้อมข้อเท็จจริงตรวจมูลค่า หนี้ และผลที่จะเกิดกับตน
ความเสี่ยงโอนหรือจ่ายก่อนโดยยังไม่ตรวจผลบอกล้างยอมปล่อยทรัพย์โดยเข้าใจว่าจะได้ชดเชยแน่นอน
สิ่งที่ควรทำทันทีแยกเป้าหมายการใช้เงินออกจากการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ขอเอกสารสิทธิและร่างที่ไม่มีช่องว่าง
สิ่งที่ไม่ควรทำปกปิดการโอนหรือใช้ชื่อผู้อื่นถือแทนเพื่อหลบสิทธิลงชื่อรับว่าได้เงินครบทั้งที่ยังไม่ได้รับ

คู่สมรสอาจต้องการความชัดเจนเหมือนกันแต่ยอมรับความเสี่ยงไม่เท่ากัน ควรแยกข้อที่เห็นพ้องแล้วออกจากข้อที่ยังต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติม และไม่ใช้การเร่งโอนทรัพย์แทนการอธิบายผลของสัญญา

บอกล้างได้ถึงเมื่อไร และเริ่มนับจากวันใด

สำหรับสัญญาที่เข้าเงื่อนไขมาตรา 1469 ฝ่ายใดอาจบอกล้างในเวลาใดที่ยังเป็นคู่สมรสกัน หรือภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่ขาดจากการเป็นคู่สมรส

จุดเริ่มช่วงหลังจึงไม่ใช่วันเริ่มแยกกันอยู่หรือวันที่ตกลงว่าจะเลิกกันด้วยวาจา ต้องยืนยันวันที่สถานะสมรสสิ้นสุดตามกฎหมาย

หากเป็นการหย่าโดยยินยอมของผู้ที่จดทะเบียนสมรส การหย่าสมบูรณ์เมื่อจดทะเบียนหย่าตามมาตรา 1515 ส่วนการหย่าตามคำพิพากษาต้องตรวจผลและวันที่คำพิพากษาถึงที่สุดตามมาตรา 1531 ก่อนนำไปนับเวลา ไม่ใช้วันที่ได้รับสำเนาเอกสารแทนโดยอัตโนมัติ

กำหนดหนึ่งปีนี้ไม่ใช่อายุความสำหรับคำเรียกร้องทุกอย่างที่ตามมาจากการบอกล้าง และไม่ใช่หลักว่าเมื่อครบปีแล้วทุกนิติกรรมจะชอบด้วยกฎหมายเสมอไป อาจมีปัญหาเรื่องแบบ เจตนา หรือสิทธิอื่นที่ต้องตรวจแยก ควรทำเส้นเวลาและให้ตรวจสิทธิแต่ละฐานก่อนส่งหนังสือ

ใช้ เครื่องมือคำนวณกำหนดเวลาและอายุความของสำนักงาน ช่วยจัดวันที่ได้ในฐานะข้อมูลประกอบ แต่การเลือกฐานกฎหมาย วันเริ่มนับ และผลของการใช้สิทธิต้องให้ตรวจจากเอกสารจริง การแจ้งประสงค์เจรจาไม่ใช่หลักประกันว่าจะรักษากำหนดเวลาทุกประเภท

หากจ่ายเงินหรือโอนทรัพย์ไปแล้ว ต้องคิดยอดใดบ้าง

แยกรายการที่ส่งมอบแล้วออกจากที่ยังเป็นสัญญาว่าจะทำ และแยกการชำระให้คู่สมรสจากการชำระให้ธนาคารหรือบุคคลอื่น การคืนหรือชดใช้หลังบอกล้างต้องตรวจฐานกฎหมายและสภาพทรัพย์ ไม่ควรสรุปว่าโอนกลับได้ทันทีตามยอดในสัญญา

ตัวอย่างสมมติ ร่างกำหนดชดเชย 600,000 บาท จ่ายแล้ว 200,000 บาท และยังค้าง 400,000 บาท ก่อนเรียกยอดค้างต้องตรวจว่าข้อผูกพันยังมีผลหรือมีข้อโต้แย้งบอกล้างอย่างไร หากต้องคืนเงินก็ต้องพิสูจน์ว่าใครได้รับจริง ไม่ใช่นับเพียงจำนวนงวดที่เขียนไว้ในร่าง

การโอนอสังหาริมทรัพย์อาจมีค่าธรรมเนียมและภาษีตามประเภทการโอนและข้อเท็จจริง การตกลงว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเป็นเรื่องภายใน ไม่เปลี่ยนหน้าที่ตามกฎหมายต่อหน่วยงานโดยอัตโนมัติ ควรขอข้อมูลรายการโอนจริงก่อนกำหนดยอดชดเชยสุทธิ

ก่อนจ้างตรวจ ควรแยกงานวิเคราะห์สัญญา งานเจรจา งานร่างเอกสาร และงานศาลหรือทะเบียน เพราะแต่ละงานใช้ข้อมูลและขั้นตอนต่างกัน การได้ความเห็นว่าข้อตกลงมีความเสี่ยงไม่เท่ากับการดำเนินการบอกล้างหรือโอนคืนเสร็จแล้ว

หลักฐานอะไรต้องเก็บก่อนทำหรือบอกล้างข้อตกลง

  • ทะเบียนสมรสและสัญญาก่อนสมรสเดิมถ้ามี พร้อมหลักฐานการแนบทะเบียน
  • ข้อตกลงทรัพย์สินทุกฉบับและร่างก่อนลงชื่อ เพื่อเห็นการเปลี่ยนข้อความ
  • เอกสารกรรมสิทธิ์ ประวัติการโอน และภาระจำนองหรือสิทธิบุคคลอื่น
  • หลักฐานจ่ายเงิน รับเงิน และยอดหนี้ที่เกี่ยวข้อง
  • ข้อความเจรจาที่แสดงวัตถุประสงค์ของข้อตกลงและวันส่งมอบเอกสาร
  • ทะเบียนหย่าหรือคำพิพากษาพร้อมข้อมูลถึงที่สุด หากสถานะสมรสสิ้นสุดแล้ว

เก็บเอกสารเดิมทั้งหน้า ไม่ตัดเฉพาะประโยคที่สนับสนุนตน การบอกล้างควรมีหลักฐานข้อความ ผู้ส่ง ผู้รับ และวันที่ส่งหรือถึงผู้รับตามวิธีที่เหมาะกับกรณี แต่ไม่ควรร่างหรือส่งโดยใช้คำผิดฐานกฎหมาย เพราะอาจทำให้ข้อเรียกร้องไม่ตรงกับสิทธิที่มี

แยกทรัพย์แล้วกระทบที่ดินและเจ้าหนี้อย่างไร

หากต้องโอนบ้านหรือที่ดิน ต้องตรวจแบบการโอนและทะเบียนสิทธิแยกจากสัญญาภายใน รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียและภาระติดพัน ดู บริการตรวจเอกสารที่ดินและการโอนสิทธิ เพื่อวางลำดับเอกสารให้สัมพันธ์กับการชำระเงินจริง

หากเกิดข้อพิพาทเกี่ยวกับการคืนเงินหรือการผิดสัญญา อาจต้องตรวจสิทธิเรียกร้องและวิธีดำเนินคดีร่วมกับกฎหมายครอบครัว ดู บริการกฎหมายแพ่งและข้อพิพาทสัญญา โดยไม่สรุปเขตอำนาจศาลจากชื่อเอกสารเพียงอย่างเดียว

สำหรับหลักฐานว่าเงินหรือทรัพย์ใดเป็นของเดิม อ่าน หลักแยกสินส่วนตัวและสินสมรส ประกอบ และตรวจ ตัวบทมาตรา 1469 และการจัดการสินสมรส ก่อนเลือกวิธีแก้ปัญหา

ทางไปต่อ: ตรวจประเภทข้อตกลงก่อนเซ็นหรือโอน

  1. เขียนเป้าหมายจริงว่าแยกค่าใช้จ่าย โอนทรัพย์ แก้สัญญาเดิม หรือเตรียมหย่า
  2. จัดรายการทรัพย์และเงินที่ได้ส่งมอบแล้ว พร้อมหลักฐาน
  3. รวบรวมสัญญาทุกฉบับและทำเส้นเวลาการสมรสกับการโอน
  4. ให้ตรวจว่ามาตรา 1469 หรือกฎหมายเฉพาะเรื่องใดใช้กับข้อตกลงนี้
  5. เลือกวิธีร่าง เจรจา ขออนุญาตศาล หรือใช้สิทธิตามที่ตรวจได้ ก่อนดำเนินการต่อ
ทางเลือกเหมาะเมื่อข้อควรระวัง
จัดบัญชีทรัพย์และการใช้เงินเองต้องการข้อมูลและแผนจ่ายรายวันอย่าแฝงข้อความโอนหรือสละสิทธิโดยไม่ตรวจ
ให้ทนายตรวจร่างก่อนเซ็นมีข้อเสนอเปลี่ยนสิทธิในทรัพย์ต้องอ่านร่วมกับเอกสารโอนและสัญญาเดิม
ตรวจสิทธิและดำเนินการตามกฎหมายโอนไปแล้วหรือมีข้อพิพาทบอกล้างตรวจทั้งกำหนดเวลาและผลต่อบุคคลภายนอก
  • อีกฝ่ายขอให้เซ็นว่าแยกทรัพย์เด็ดขาดทุกอย่าง
  • มีการจ่ายชดเชยหรือโอนทรัพย์ไปแล้วแต่ยังทำไม่ครบ
  • เคยมีสัญญาก่อนสมรสและจะลงชื่อแก้กันเอง
  • ใกล้ครบหนึ่งปีหลังสิ้นสุดสถานะสมรสและมีข้อพิพาทเรื่องสัญญาระหว่างสมรส

หากแต่งงานแล้วและต้องการแยกทรัพย์หรือได้รับร่างให้ลงชื่อ เตรียมทะเบียนสมรส ร่างเดิม รายการทรัพย์ และหลักฐานการจ่าย เพื่อให้ทนายประเมินประเภทข้อตกลงกับวิธีดำเนินการ ดู บริการทนายตรวจข้อตกลงทรัพย์สินครอบครัว และ นัดตรวจเอกสารกับสำนักงานยอดทิพย์ธรรม ก่อนรับภาระหรือโอนทรัพย์เพิ่ม

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1466 ถึง 1467: แบบสัญญาก่อนสมรสและการแก้ไขภายหลัง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1469: สิทธิบอกล้างสัญญาทรัพย์สินระหว่างสมรสและสิทธิบุคคลภายนอก
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1476 และ 1480: การจัดการสินสมรสและการฟ้องเพิกถอนที่ต้องแยกจากมาตรา 1469
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1515 และ 1531: ผลของการหย่าที่ใช้ตรวจวันสิ้นสุดสถานะสมรส

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับรวม

ตรวจสอบตัวบทล่าสุดเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ตกลงแยกกันอยู่แล้ว ถือว่าพ้นช่วงบอกล้างระหว่างสมรสหรือยัง
ยังไม่ควรถือเช่นนั้น เพราะการแยกกันอยู่ไม่ได้ทำให้สถานะสมรสสิ้นสุดเอง ต้องตรวจการจดทะเบียนหย่าหรือผลคำพิพากษาตามกรณี ก่อนใช้วันดังกล่าวนับช่วงเวลาตามมาตรา 1469 ส่วนสิทธิเรียกร้องอื่นจากการแยกกันอยู่หรือการจัดการทรัพย์ต้องพิจารณาแยก
มีพยานลงชื่อหลายคน ทำให้สัญญาบอกล้างไม่ได้หรือไม่
ไม่ทำให้ตัดสิทธิบอกล้างตามกฎหมายโดยอัตโนมัติ พยานอาจช่วยพิสูจน์การลงชื่อและเหตุการณ์ที่ตนรู้เห็น แต่ไม่เปลี่ยนประเภทข้อตกลงหรือข้อจำกัดตามมาตรา 1469 จึงต้องตรวจสาระและบริบทของสัญญา ไม่ใช้จำนวนพยานเป็นตัวรับรองผล
ถอนเงินจากบัญชีร่วมไปไว้บัญชีส่วนตัวถือว่าแยกทรัพย์เสร็จหรือไม่
ไม่จำเป็น เพราะการเปลี่ยนที่เก็บเงินไม่ใช่คำตอบเรื่องสิทธิในเงินนั้น ต้องตรวจที่มา สถานะทรัพย์ และอำนาจในการจัดการ การถอนเงินโดยไม่ตกลงอาจเพิ่มข้อพิพาท ควรเก็บรายการบัญชีและให้ตรวจสิทธิก่อนโอนเงินหรือยืนยันว่าตนเป็นเจ้าของทั้งหมด
ข้อตกลงที่ทำเพื่อหย่าทุกฉบับถูกบอกล้างได้ตามมาตรา 1469 หรือไม่
ไม่ควรเหมารวม ต้องตรวจลักษณะข้อตกลง เวลา เงื่อนไข และความสัมพันธ์กับการหย่า รวมถึงแนวคำพิพากษาที่ตรงข้อเท็จจริง การใช้ชื่อว่า “ข้อตกลงหย่า” หรือการลงชื่อก่อนวันหย่าเพียงอย่างเดียวไม่พอให้วินิจฉัยผลของเอกสารทุกฉบับเหมือนกัน
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

สัญญาก่อนสมรส ต้องทำก่อนจดทะเบียน ภาพประกอบคู่สมรสและเอกสารกฎหมาย กฎหมายครอบครัว

สัญญาก่อนสมรส ทำอย่างไรให้ใช้ได้จริงก่อนจดทะเบียน

คู่ที่กำลังจดทะเบียนสมรสควรรู้เรื่องแบบสัญญา บัญชีทรัพย์สิน พยาน และข้อกำหนดที่ใช้ไม่ได้ พร้อมลำดับเตรียมเอกสารก่อนวันจดทะเบียน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 10 นาที
แต่งงานต่างชาติ สัญญาต้องดูสองประเทศ ภาพประกอบคู่สมรสและเอกสารกฎหมาย กฎหมายครอบครัว

สัญญาก่อนสมรสกับชาวต่างชาติ ต้องตรวจอะไรสองประเทศ

คู่ไทยกับต่างชาติควรวางแผนสถานที่จดทะเบียน ภาษา ทรัพย์สิน และประเทศที่จะใช้สัญญาอย่างไร เพื่อไม่ให้ร่างที่เซ็นแล้วติดปัญหาเมื่อไปใช้จริง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
หย่ากันได้ แผนดูแลลูกต้องชัด ภาพประกอบคู่สมรสและเอกสารกฎหมาย กฎหมายครอบครัว

ข้อตกลงเลี้ยงดูบุตรหลังหย่า เขียนอำนาจปกครองและวันพบลูก

ข้อตกลงเรื่องลูกต้องมากกว่าประโยคว่าให้ลูกอยู่กับใคร ดูรายการอำนาจปกครอง วันรับส่ง โรงเรียน การรักษา และเหตุฉุกเฉินที่ควรเขียนก่อนจดทะเบียนหย่า

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ปรึกษาทนายคดีครอบครัวของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE