081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก ทำอย่างไร? 5 ทางเลือกของทายาทก่อนเสียสิทธิ

ทายาทปรึกษาทนายกรณีผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก บนโต๊ะมีโฉนดที่ดินและเอกสารคำสั่งศาล

สรุปประเด็นสำคัญ

เมื่อผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก ทายาทไม่จำเป็นต้องรอ กฎหมายให้ทำได้ 5 ทาง คือ ขอบัญชีทรัพย์มรดกและส่งหนังสือทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร, ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต่อศาล (ป.พ.พ. มาตรา 1727 และ 1731), ขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่หรือเพิ่มคน, ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก และ ร้องทุกข์ดำเนินคดีอาญาฐานยักยอก หากมีการเบียดบังทรัพย์ไปเป็นของตน

จุดที่ทายาทเสียสิทธิบ่อยที่สุดคือ ทวงแต่ปาก ไม่เคยทวงเป็นหนังสือ ทำให้ไม่มีหลักฐานว่าเคยเรียกร้องเมื่อไร และปล่อยจนใกล้ครบกำหนดที่กฎหมายห้ามฟ้อง คือ 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง

ศาลตั้งผู้จัดการมรดกมาเกินหนึ่งปีแล้ว แต่ทรัพย์ยังไม่ถูกแบ่งสักชิ้น ปัญหาผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดกเป็นเรื่องที่ทายาทเจอกันมาก และมักถูกปล่อยไว้นานเกินไป เพราะคิดว่าเป็นเรื่องภายในครอบครัว เดี๋ยวก็คุยกันรู้เรื่อง

ในทางกฎหมาย เรื่องนี้ไม่ได้ปลายเปิดขนาดนั้น ป.พ.พ. กำหนดหน้าที่และกรอบเวลาของผู้จัดการมรดกไว้ชัด และให้เครื่องมือทายาทไว้หลายทาง ที่ทำให้หลายคดีจบไม่สวย คือทายาทไม่รู้ว่ามีอะไรให้ใช้บ้าง

ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน

รูปแบบที่เจอซ้ำมีไม่กี่แบบ แบบแรก พี่น้องคนหนึ่งได้เป็นผู้จัดการมรดก แล้วเข้าอยู่ในบ้านหรือเก็บค่าเช่าที่ดินคนเดียว โดยบอกน้อง ๆ ว่า "ยังไม่ถึงเวลาแบ่ง"

แบบที่สอง โอนที่ดินมรดกมาใส่ชื่อตัวเองในฐานะผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลแล้วหยุดอยู่แค่นั้น บางรายผ่านไปหลายปีจนที่ดินถูกนำไปจำนอง ทายาทคนอื่นเพิ่งมารู้ทีหลัง แบบที่สาม คู่สมรสใหม่ของเจ้ามรดกได้เป็นผู้จัดการมรดก ส่วนลูกจากการสมรสครั้งก่อนไม่รู้เลยว่ากองมรดกมีทรัพย์อะไร

จุดร่วมของทั้งสามแบบคือ เวลาเดินไปเรื่อย ๆ โดยที่ทายาทไม่เคยทำอะไรเป็นลายลักษณ์อักษรไว้เลย

ทายาทมักเข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1 ศาลตั้งผู้จัดการมรดกแล้ว ทายาททำอะไรไม่ได้
ความจริงคือ ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่เพื่อจัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719 และต้องรับผิดต่อทายาทอย่างตัวแทนตามมาตรา 1720 ไม่ใช่เจ้าของทรัพย์ ผลเสียคือทายาทยอมนั่งรอ ทั้งที่ยื่นคำร้องต่อศาลได้ตั้งแต่เดือนแรก

เข้าใจผิดที่ 2 ชื่อในโฉนดเป็นของผู้จัดการมรดกแล้ว แปลว่าทรัพย์ตกเป็นของเขา
ความจริงคือ การใส่ชื่อในฐานะผู้จัดการมรดกเป็นการถือแทนกองมรดกเพื่อให้โอนต่อได้ ไม่ใช่การได้กรรมสิทธิ์ ผลเสียคือทายาทหลายรายท้อและเลิกทวง ทั้งที่ยังฟ้องเรียกให้แบ่งได้

เข้าใจผิดที่ 3 เรื่องในครอบครัว ไม่มีอายุความ รอได้เรื่อย ๆ
ความจริงคือ คดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกมีกรอบตามมาตรา 1733 วรรคสอง ห้ามทายาทฟ้องเกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ส่วนคดีมรดกทั่วไปมีอายุความตามมาตรา 1754 ผลเสียคือรอจนหมดทางบังคับ

เข้าใจผิดที่ 4 ต้องรอให้ผู้จัดการมรดกทำบัญชีทรัพย์เสร็จก่อน ถึงจะทำอะไรได้
ความจริงคือ การไม่ทำบัญชีทรัพย์มรดกตามกำหนดเป็นเหตุให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1731 ผลเสียคือทายาทเอาความล่าช้าของอีกฝ่ายมาเป็นเหตุผลให้ตัวเองไม่ทำอะไร

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม คดีแบบนี้ตัดสินกันตรงไหน

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าพิสูจน์ได้ว่าตัวเองเป็นลูกและมีสิทธิรับมรดก เดี๋ยวศาลก็สั่งให้แบ่งเอง

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า ประเด็นอยู่ที่กองมรดกมีทรัพย์อะไรเหลืออยู่จริงบ้าง ณ วันนี้ และผู้จัดการมรดกผิดหน้าที่ตรงไหน มีเอกสารอะไรยืนยัน ส่วนความเป็นทายาทมักไม่ใช่ประเด็นที่เถียงกันจริงจัง

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ระหว่างที่ทายาทรออย่างสุภาพ ทรัพย์อาจถูกโอน ถูกจำนอง หรือถูกนำไปหักกลบหนี้ไปแล้ว พอถึงวันฟ้อง สิ่งที่เหลือให้แบ่งอาจไม่ใช่ที่ดินแปลงเดิม แต่เป็นการไล่เรียกค่าเสียหายซึ่งยากกว่ามาก การทวงด้วยวาจาแทบไม่มีน้ำหนักในชั้นศาล

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ เปลี่ยนการทวงเป็นเอกสาร ตรวจสารบบทรัพย์ว่ายังอยู่ครบไหม แล้วค่อยเลือกช่องทางตาม 5 ข้อข้างล่าง

กฎหมายให้เวลาผู้จัดการมรดกไว้แค่ไหน

ป.พ.พ. เขียนกรอบเวลาไว้เป็นตัวเลขชัดเจน ตารางนี้ใช้เทียบกับคดีของตัวเองได้ทันที

หน้าที่ตามกฎหมายกรอบเวลาฐานกฎหมาย
ลงมือจัดทำบัญชีทรัพย์มรดกภายใน 15 วันนับแต่วันเริ่มหน้าที่ (กรณีศาลตั้ง คือนับแต่วันที่ได้ฟังหรือถือว่าได้ฟังคำสั่งศาลแล้ว)ป.พ.พ. มาตรา 1728
ทำบัญชีทรัพย์มรดกให้เสร็จ ต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อย 2 คนภายใน 1 เดือน (ทายาทโดยจำนวนข้างมากขยายเวลาให้ได้)ป.พ.พ. มาตรา 1729
จัดการตามหน้าที่ ทำรายงานแสดงบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทข้างมาก หรือศาลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นป.พ.พ. มาตรา 1732
ยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงป.พ.พ. มาตรา 1727
ฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกไม่เกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลงป.พ.พ. มาตรา 1733 วรรคสอง

ตัวเลขที่คนมองข้ามมากที่สุดคือ 1 ปีตามมาตรา 1732 เพราะฟังดูยาว พอครบปีแล้วยังไม่มีอะไรคืบ นั่นคือสัญญาณว่าควรเริ่มทำเอกสารได้แล้ว ไม่ใช่รอต่อ ตัวบทเต็มตรวจได้ที่เว็บไซต์ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และหากต้องการนับวันของคดีตัวเอง ลองใช้ เครื่องมือคำนวณกรอบเวลาทางกฎหมาย ของเราประกอบ

5 ทางเลือกของทายาทเมื่อผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก

1. ขอบัญชีทรัพย์มรดกและทวงถามเป็นลายลักษณ์อักษร

เริ่มจากทางที่เบาและถูกที่สุดก่อน คือทำหนังสือขอสำเนาบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการ กำหนดเวลาให้ตอบกลับ ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ แล้วเก็บใบตอบรับไว้

ตัวอย่างข้อความ (กรณีสมมติ) "ตามที่ศาลแพ่งมีคำสั่งตั้งท่านเป็นผู้จัดการมรดกของนาย ก. เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2568 บัดนี้ล่วงเลยมากว่าหนึ่งปี ข้าพเจ้าในฐานะทายาทโดยธรรมยังไม่ได้รับสำเนาบัญชีทรัพย์มรดกและยังไม่ได้รับส่วนแบ่งใด ๆ จึงขอให้ท่านส่งมอบสำเนาบัญชีทรัพย์มรดกและดำเนินการแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันนับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้"

หนังสือฉบับนี้ทำหน้าที่สองอย่างพร้อมกัน คือเปิดโอกาสให้จบกันเองโดยไม่ต้องขึ้นศาล และกลายเป็นพยานหลักฐานชิ้นแรกถ้าอีกฝ่ายเงียบ วิธีเขียนและส่งอย่างถูกต้องอ่านเพิ่มได้ในบทความเรื่องหนังสือทวงถาม

2. ยื่นคำร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดก

ผู้มีส่วนได้เสียคนใดคนหนึ่งร้องขอให้ศาลสั่งถอนผู้จัดการมรดกได้ตามมาตรา 1727 โดยอ้างเหตุละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือเหตุอื่นที่สมควร และมาตรา 1731 ยังให้ศาลถอนได้ในกรณีไม่ทำบัญชีทรัพย์ตามกำหนดเวลาและแบบ หรือทำบัญชีแบบที่ศาลไม่พอใจเพราะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไม่มีความสามารถอย่างเห็นได้ชัด

ข้อสำคัญที่พลาดไม่ได้คือ ต้องร้องก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้นลง ยิ่งช้ายิ่งเสี่ยงว่าอีกฝ่ายจะอ้างว่าแบ่งเสร็จแล้ว

3. ขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ หรือขอเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

การถอนคนเดิมอย่างเดียวยังไม่ทำให้ทรัพย์ถูกแบ่ง เพราะกองมรดกจะไม่มีคนจัดการ ในทางปฏิบัติจึงมักยื่นขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ไปพร้อมกัน หรือขอตั้งเพิ่มเป็นผู้จัดการมรดกร่วม

กรณีมีผู้จัดการมรดกหลายคน การทำหน้าที่ต้องถือเสียงข้างมากตามมาตรา 1726 จึงควรคิดล่วงหน้าว่าจำนวนคนที่ขอตั้งจะทำให้งานเดิน หรือทำให้ล็อกกันเอง

4. ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก

ถ้าทรัพย์ยังอยู่และรู้แน่ว่ามีอะไรบ้าง การฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกเป็นทางที่ตรงที่สุด ทายาทฟ้องผู้จัดการมรดกให้แบ่งได้ และมีหลักที่เป็นคุณต่อทายาทอยู่สองข้อ

ข้อแรก มาตรา 1748 วางหลักว่า ทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งกัน มีสิทธิเรียกร้องให้แบ่งได้แม้ล่วงพ้นกำหนดอายุความตามมาตรา 1754 แล้ว ข้อสอง แนวคำพิพากษาถือว่าการที่ผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์มรดกเป็นการครอบครองแทนทายาท จึงยกอายุความมรดกขึ้นต่อสู้ทายาทไม่ได้ (แนวทางนี้ขึ้นกับข้อเท็จจริงรายคดี ควรตรวจสอบกับทนายก่อนอ้างอิง)

ค่าธรรมเนียมศาลและขั้นตอนการยื่นฟ้องตรวจสอบได้จากเว็บไซต์สำนักงานศาลยุติธรรม

5. ดำเนินคดีอาญาฐานยักยอกทรัพย์มรดก

ช่องทางนี้ใช้เมื่อมีการเบียดบังทรัพย์ไปเป็นของตนโดยทุจริต ไม่ใช่เพียงล่าช้า ป.อาญา มาตรา 352 คือฐานยักยอกทั่วไป มาตรา 353 ใช้กับผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่น และมาตรา 354 เพิ่มโทษเมื่อผู้กระทำอยู่ในฐานะผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม เป็นจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข้อควรระวังคือ ความผิดฐานยักยอกเป็นความผิดอันยอมความได้ ผู้เสียหายจึงต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด เลยกำหนดนี้คดีอาญาจะขาดอายุความร้องทุกข์ (ควรตรวจสอบวันเริ่มนับกับทนายเป็นรายคดี)

ถ้าเป็นทายาท ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง

  • ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก และเอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาท เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส
  • คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดก พร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
  • บัญชีทรัพย์มรดกที่ผู้จัดการมรดกจัดทำไว้ ถ้าไม่เคยได้รับ ให้บันทึกไว้ว่าขอไปเมื่อไรและไม่ได้รับ
  • สำเนาโฉนดที่ดินหรือ นส.3 ทะเบียนรถ สมุดบัญชีธนาคาร ใบหุ้น กรมธรรม์ ที่พอทราบว่าอยู่ในกองมรดก
  • หลักฐานหนี้สินของกองมรดก เช่น สัญญากู้ สัญญาจำนอง เพราะหนี้ต้องชำระก่อนแบ่ง
  • ข้อความแชท อีเมล หรือคลิปเสียงที่พูดถึงการแบ่งมรดก พร้อมวันที่
  • หนังสือทวงถามและใบตอบรับไปรษณีย์ทุกฉบับ
  • ชื่อพยานบุคคลที่รู้เห็นว่าใครครอบครองทรัพย์ใดอยู่ ตั้งแต่เมื่อไร

สำหรับอสังหาริมทรัพย์ ควรตรวจสารบบที่ดินว่ามีการจดทะเบียนโอนหรือจำนองไปแล้วหรือยัง ขั้นตอนขอตรวจสอบดูได้ที่กรมที่ดิน ถ้าเป็นที่ดินมรดกที่ค้างโอนมานาน อ่านบทความเรื่องที่ดินมรดกที่ยังไม่โอนประกอบด้วย เพราะความเสี่ยงจะซ้อนกันอีกชั้น

ผู้จัดการมรดกมักโต้แย้งว่าอย่างไร

"กองมรดกยังมีหนี้ค้าง แบ่งไม่ได้" ข้ออ้างนี้มีน้ำหนักตามกฎหมายจริง เพราะเจ้าหนี้กองมรดกได้รับชำระก่อนทายาท แต่ผู้จัดการมรดกต้องแสดงได้ว่าหนี้คืออะไร จำนวนเท่าไร ชำระไปถึงไหนแล้ว

"ทายาทคนอื่นไม่ยอมเซ็น เลยแบ่งไม่ได้" ต้องดูว่าเคยยื่นข้อเสนอแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ ถ้าไม่เคยมีเอกสารเลย ข้ออ้างนี้จะอ่อนลงมากในชั้นศาล

"พ่อสั่งด้วยปากก่อนตายว่ายกให้ผม" พินัยกรรมด้วยวาจาทำได้เฉพาะเมื่อมีพฤติการณ์พิเศษตามที่กฎหมายกำหนด และมีเงื่อนไขเรื่องพยานกับระยะเวลาที่เข้มงวด คำสั่งด้วยปากในสถานการณ์ปกติจึงมักใช้ไม่ได้

"ทายาทฟ้องช้า ขาดอายุความแล้ว" ต้องดูเป็นรายคดี เพราะหลักเรื่องผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาท และมาตรา 1748 อาจทำให้ข้อต่อสู้เรื่องอายุความใช้ไม่ได้ผลอย่างที่อีกฝ่ายคิด

ก่อนยื่นเรื่องต่อศาล ควรทำอะไรก่อน

  1. รวบรวมเอกสารตามรายการข้างบนเท่าที่หาได้ แล้วเรียงตามวันที่
  2. ตรวจสารบบที่ดินและสอบถามธนาคารเท่าที่มีสิทธิ ว่าทรัพย์ยังอยู่ครบหรือถูกโอนไปแล้ว
  3. ส่งหนังสือทวงถามพร้อมกำหนดเวลาที่ชัดเจน เก็บใบตอบรับไว้
  4. นับกรอบเวลาของคดีตัวเอง โดยเฉพาะ 1 ปีตามมาตรา 1732 และ 5 ปีตามมาตรา 1733 วรรคสอง
  5. เทียบมูลค่าทรัพย์ที่จะได้กับค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องลง
  6. ปรึกษาทนายเพื่อเลือกว่าจะถอน จะฟ้องแบ่ง หรือทำคู่ขนาน เพราะแต่ละทางมีผลต่อรูปคดีต่างกัน

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนายทันที

  • ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกไปใส่ชื่อตัวเอง คู่สมรส หรือบุตรของตน
  • ครบ 1 ปีนับแต่เริ่มหน้าที่แล้ว ยังไม่เคยเห็นบัญชีทรัพย์มรดกแม้แต่ฉบับเดียว
  • ส่งหนังสือทวงถามไปแล้วไม่มีการตอบกลับภายในเวลาที่กำหนด
  • ทรัพย์มรดกเริ่มถูกนำไปจำนอง ขาย หรือให้เช่าโดยทายาทคนอื่นไม่ทราบ
  • ผู้จัดการมรดกอ้างว่าแบ่งเสร็จแล้ว ทั้งที่ยังไม่เคยได้รับส่วนแบ่งหรือลงชื่อในเอกสารใด
  • ใกล้ครบ 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง หรือไม่แน่ใจว่าอายุความเริ่มนับวันไหน
  • มีพินัยกรรมฉบับใหม่ปรากฏขึ้นหลังศาลตั้งผู้จัดการมรดกไปแล้ว

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีมรดกและพินัยกรรมของเรารับตั้งแต่ตรวจสอบสถานะทรัพย์ในกองมรดก ร่างหนังสือทวงถาม ยื่นคำร้องขอถอนและขอตั้งผู้จัดการมรดก ไปจนถึงฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก กรณีเข้าข่ายความผิดอาญา ทำงานร่วมกับทีมคดีอาญาในสำนวนเดียวกันได้

สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการจัดระบบเอกสารและพยานหลักฐานตั้งแต่วันแรกที่รับเรื่อง เพราะคดีมรดกจำนวนมากเสียเปรียบไม่ใช่เพราะไม่มีสิทธิ แต่เพราะเริ่มเก็บหลักฐานผิดทาง และเราจะประเมินความคุ้มค่าให้เห็นภาพก่อนเสมอว่าควรเดินหน้าฟ้องหรือควรเจรจา

สรุป

เมื่อผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดก ทายาทมีทางเลือก 5 ทาง ตั้งแต่ขอบัญชีทรัพย์และทวงถามเป็นหนังสือ ขอถอนผู้จัดการมรดก ขอตั้งคนใหม่ ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก จนถึงดำเนินคดีอาญาฐานยักยอก ทางไหนเหมาะกับใครขึ้นอยู่กับว่าทรัพย์ยังอยู่ครบแค่ไหน และเวลาเดินมาถึงจุดใดแล้ว

สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้โดยไม่ต้องรอใคร คือเปลี่ยนการทวงด้วยปากให้เป็นเอกสารที่มีวันที่ และตรวจว่าทรัพย์ยังอยู่ครบหรือไม่

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 1719 — ผู้จัดการมรดกมีสิทธิและหน้าที่ทำการอันจำเป็นเพื่อจัดการมรดกโดยทั่วไปและเพื่อแบ่งปันทรัพย์มรดก
  • ป.พ.พ. มาตรา 1720 — ผู้จัดการมรดกต้องรับผิดต่อทายาทตามบทบัญญัติเรื่องตัวแทนโดยอนุโลม
  • ป.พ.พ. มาตรา 1727 — ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ ถ้าละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือมีเหตุอื่นอันสมควร แต่ต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1728, 1729 และ 1731 — กรอบเวลาจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก 15 วันและ 1 เดือน ต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อย 2 คน หากไม่ทำตามกำหนดหรือทำโดยทุจริต ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้
  • ป.พ.พ. มาตรา 1732 และ 1733 วรรคสอง — ต้องจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี และห้ามทายาทฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกเกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1748 และ 1754 — อายุความคดีมรดก และสิทธิของทายาทผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังมิได้แบ่งในการเรียกให้แบ่ง
  • ป.อาญา มาตรา 352, 353 และ 354 — ความผิดฐานยักยอก และเหตุเพิ่มโทษเมื่อผู้กระทำเป็นผู้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งศาลหรือตามพินัยกรรม (จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)

คำถามที่พบบ่อย

ผู้จัดการมรดกไม่ยอมแบ่งมรดกเกิน 1 ปี ทายาทฟ้องได้เลยไหม

ฟ้องได้ ไม่ต้องรอให้ผู้จัดการมรดกยินยอม ทายาทฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกหรือยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกต่อศาลได้ โดย ป.พ.พ. มาตรา 1732 กำหนดให้ผู้จัดการมรดกต้องจัดการและแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปีอยู่แล้ว ก่อนฟ้องควรมีหนังสือทวงถามที่ส่งไปแล้วเป็นหลักฐานประกอบ เพราะช่วยให้รูปคดีชัดขึ้นมาก

ถอนผู้จัดการมรดกต้องใช้เหตุอะไรบ้าง

เหตุหลักตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 คือละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือมีเหตุอย่างอื่นอันสมควร ส่วนมาตรา 1731 ให้ศาลถอนได้เมื่อไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกตามกำหนดเวลาและแบบ หรือทำบัญชีโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไม่มีความสามารถอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้ต้องยื่นคำร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง และผลของคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละสำนวน

ผู้จัดการมรดกโอนที่ดินมรดกใส่ชื่อตัวเอง ผิดกฎหมายหรือไม่

ต้องแยกสองกรณี การใส่ชื่อในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อเตรียมโอนต่อให้ทายาทเป็นขั้นตอนปกติ แต่ถ้าโอนเปลี่ยนเป็นชื่อตัวเองในฐานะส่วนตัวแล้วเบียดบังไว้โดยทุจริต อาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกตาม ป.อาญา มาตรา 352 ประกอบมาตรา 354 ซึ่งมีโทษหนักขึ้นเพราะเป็นผู้จัดการทรัพย์สินตามคำสั่งศาล ควรตรวจรายการจดทะเบียนหลังโฉนดก่อนสรุป

ทายาทไม่ได้ครอบครองทรัพย์เลย ยังฟ้องขอแบ่งได้อยู่ไหม

ยังฟ้องได้ แต่ต้องดูอายุความเป็นรายคดี ป.พ.พ. มาตรา 1748 คุ้มครองทายาทที่ครอบครองทรัพย์มรดกซึ่งยังมิได้แบ่งเป็นการเฉพาะ ส่วนทายาทที่ไม่ได้ครอบครองจะพิจารณาตามมาตรา 1754 ประกอบข้อเท็จจริงว่าผู้จัดการมรดกครอบครองทรัพย์แทนทายาทหรือไม่ กรณีแบบนี้ควรให้ทนายตรวจวันเริ่มนับอายุความก่อนตัดสินใจ

อยากได้แค่ส่วนของตัวเอง ไม่อยากฟ้องพี่น้อง มีทางอื่นไหม

มี เริ่มจากทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและเสนอแนวทางแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษร กำหนดเวลาตอบกลับให้ชัด หลายเรื่องจบที่ขั้นตอนนี้โดยไม่ต้องขึ้นศาล ถ้าตกลงกันได้ควรทำสัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกเป็นหนังสือและจดทะเบียนโอนให้เรียบร้อย เพื่อไม่ให้กลับมาเป็นข้อพิพาทอีกในภายหลัง

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือฟ้องได้หรือไม่ มรดกและพินัยกรรม

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรม ยังมีสิทธิได้รับมรดกหรือฟ้องอะไรได้หรือไม่?

ไทยไม่มีส่วนบังคับให้ลูกทุกคนต้องได้มรดกเท่ากัน แต่คนที่ไม่มีชื่อยังอาจมีสิทธิในทรัพย์นอกพินัยกรรม สินสมรส หรือโต้แย้งพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ได้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรสแบบไหนมีสิทธิรับมรดก มรดกและพินัยกรรม

ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรส มีสิทธิรับมรดกต่างกันอย่างไร

ลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนมีฐานะเป็นบุตรของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนลูกติดหรือลูกของคู่สมรสไม่เป็นทายาทของพ่อแม่เลี้ยงอัตโนมัติ เว้นแต่รับเป็นบุตรบุญธรรมหรือทำพินัยกรรมให้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ และกองทุนก้อนไหนเป็นมรดก มรดกและพินัยกรรม

เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ กองทุน และเงินหลังเสียชีวิต อะไรเป็นมรดก อะไรไม่ใช่

เงินที่จ่ายหลังเสียชีวิตไม่ได้เป็นมรดกทุกก้อน ต้องดูเจ้าของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ และกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะก่อนนำมารวมแบ่งแก่ทายาท

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 3 นาที

ปรึกษาทนายคดีมรดกของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE