081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

พนักงานไม่สวมอุปกรณ์ความปลอดภัยซ้ำ ๆ บริษัทควรทำเอกสารอย่างไรให้ลงโทษได้จริง

นายเอกราช ทิพย์แมม นายเอกราช ทิพย์แมมคดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
เผยแพร่ อัปเดตล่าสุด อ่าน 7 นาที กฎหมายแรงงาน
ไม่ใส่ PPE ซ้ำ ลงโทษอย่างไร เอกสารความปลอดภัยสำหรับโรงงาน

สรุปประเด็นสำคัญ

คำตอบสั้น ๆ: บริษัทลงโทษพนักงานที่ไม่สวม PPE ได้เมื่อกฎชัด อุปกรณ์เหมาะและพร้อมใช้ พนักงานได้รับการฝึกกับรับทราบแล้ว แต่ยังฝ่าฝืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร

ก่อนออกใบเตือนต้องตรวจ ผลประเมินความเสี่ยง, ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน, ทะเบียนแจกและเปลี่ยน PPE, หลักฐานอบรม, สภาพอุปกรณ์จริง, คำชี้แจง และบทบาทหัวหน้างาน หากระบบมีปัญหาต้องแก้ระบบควบคู่กัน

การไม่สวมหมวก แว่นตา ถุงมือ หรืออุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่โรงงานไม่ควรมองข้าม แต่การออกใบเตือนให้มีน้ำหนักต้องพิสูจน์มากกว่าภาพพนักงานไม่ได้สวม PPE หนึ่งภาพ

บริษัทต้องแสดงให้ได้ว่าได้ประเมินอันตราย เลือก PPE ที่เหมาะ จัดให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ฝึกวิธีใช้ ดูแลอุปกรณ์ และบังคับใช้กฎกับทุกคนอย่างสม่ำเสมอ หาก PPE ไม่พอดี ชำรุด หรือทำให้งานเสี่ยงขึ้น ปัญหาอาจอยู่ที่ระบบ

พนักงานไม่สวม PPE ออกใบเตือนได้เมื่อไร?

เมื่อกฎความปลอดภัยชัดและชอบด้วยกฎหมาย พนักงานได้รับ PPE ที่เหมาะ ได้รับการฝึกและรับทราบแล้ว สภาพอุปกรณ์พร้อมใช้ แต่ยังฝ่าฝืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร บริษัทอาจดำเนินการทางวินัยตามข้อบังคับและระดับความร้ายแรง

หากเกิดซ้ำ ต้องตรวจว่าครั้งก่อนบริษัทแก้เหตุจริงหรือไม่ ใบเตือนเดิมเกี่ยวข้องหรือไม่ และหัวหน้างานปล่อยปละหรือส่งสัญญาณให้ข้ามกฎเพื่อเร่งงานหรือเปล่า

HR ต้องแยกประเด็นอะไร ก่อนตัดสินใจ?

ประเด็นคำถามที่ต้องตอบหลักฐานที่ควรมี
อันตรายพื้นที่และงานมีอันตรายอะไรผลประเมินความเสี่ยง, JSA, แผนผังพื้นที่เสี่ยง
PPE ที่กำหนดอุปกรณ์เหมาะกับอันตรายและมาตรฐานหรือไม่ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน, ข้อกำหนดอุปกรณ์, ใบรับรอง
การจัดให้พนักงานได้รับขนาดและชนิดที่ใช้ได้จริงหรือไม่ทะเบียนแจก เปลี่ยน และตรวจสภาพ
การฝึกเคยสอนวิธีสวม ถอด ดูแล และข้อจำกัดหรือไม่บันทึกการฝึกอบรม และผลทดสอบ
การรับรู้ป้าย กฎ และจุดบังคับใช้ชัดหรือไม่หลักฐานรับทราบ ภาพพื้นที่
การบังคับใช้หัวหน้า ผู้รับเหมา และผู้บริหารทำตามเหมือนกันหรือไม่บันทึกตรวจและกรณีเทียบเคียง

ภาพจากกล้องช่วยพิสูจน์พฤติการณ์ได้ แต่ควรเก็บช่วงก่อนและหลังเพื่อดูว่างานอะไรเกิดขึ้น พนักงานเพิ่งถอดเพราะอุปกรณ์เสียหรือไม่ และมีคำสั่งใดจากหัวหน้างาน

เอกสารที่ควรรวบรวมให้ครบมีอะไรบ้าง?

  • ผลประเมินความเสี่ยง, JSA และ ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน ฉบับที่ใช้ในวันเกิดเหตุ
  • ทะเบียนแจก PPE ระบุชนิด ขนาด วันที่ และลายมือชื่อรับ
  • บันทึกตรวจสภาพ การเปลี่ยน และการร้องขออุปกรณ์ใหม่
  • หลักฐานฝึกอบรมและทดสอบการใช้ PPE
  • บันทึกตรวจพื้นที่ ภาพถ่าย หรือ CCTV พร้อมเวลา
  • คำชี้แจงพนักงาน หัวหน้างาน และ จป.
  • ข้อบังคับความปลอดภัยและประวัติการเตือนที่เกี่ยวข้อง

เอกสารแต่ละชิ้นควรระบุวันที่ ผู้จัดทำ และแหล่งข้อมูลให้ชัด เอกสารที่เกิดขึ้นตามกระบวนการปกติมีน้ำหนักต่างจากบันทึกที่จัดทำย้อนหลังหลังผู้บริหารตัดสินใจแล้ว

ขั้นตอนตรวจข้อเท็จจริงที่ใช้งานได้จริง

  1. หยุดงานที่มีอันตรายและแก้สภาพเร่งด่วนก่อน
  2. รักษาภาพและบันทึกว่าเห็นพฤติการณ์จากจุดใด
  3. ตรวจ PPE จริงว่าพอดี ชำรุด หมดอายุ หรือรบกวนงานหรือไม่
  4. เปิด ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน และการประเมินความเสี่ยงของงานนั้น
  5. ตรวจทะเบียนแจกและหลักฐานฝึกอบรมของพนักงาน
  6. ให้พนักงานชี้แจงเหตุ พร้อมสอบถามหัวหน้าและ จป.
  7. เลือกมาตรการแก้ระบบและวินัยตามสัดส่วน

การเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจงไม่ได้แปลว่าบริษัทสละอำนาจบริหาร แต่ช่วยให้ข้อสรุปตั้งอยู่บนข้อมูลครบด้าน และทำให้มาตรการที่เลือกอธิบายได้เมื่อถูกตรวจสอบภายหลัง

จุดที่กฎหมายแรงงานเข้ามาเกี่ยวข้อง

กฎหมายความปลอดภัยกำหนดหน้าที่นายจ้างในการจัดและดูแลสภาพการทำงานที่ปลอดภัย รวมถึงจัดอุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลตามความเหมาะสม พนักงานก็มีหน้าที่ให้ความร่วมมือและใช้อุปกรณ์ตามที่กำหนด

การอ้างมาตรา 119 จากการฝ่าฝืนซ้ำต้องตรวจว่ากฎและคำสั่งชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม มีหนังสือเตือนที่ถูกต้อง และพฤติการณ์ใหม่เกี่ยวข้องกันจริง

พบคนไม่สวมอุปกรณ์ ต้องหยุดงานก่อนหรือออกใบเตือนก่อน?

มาตรา 22 ของกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานกำหนดให้นายจ้างจัดและดูแลให้ลูกจ้างสวมอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ลูกจ้างมีหน้าที่สวมและดูแลอุปกรณ์ให้ใช้ได้ตามลักษณะงาน หากไม่สวม นายจ้างต้องสั่งให้หยุดงานนั้นจนกว่าจะสวมให้ถูกต้อง การหยุดสัมผัสอันตรายจึงไม่ควรรอให้การสอบสวนทางวินัยเสร็จ

คำสั่งหยุดงานเสี่ยงเฉพาะหน้างานไม่ใช่เรื่องเดียวกับคำสั่งพักงานระหว่างสอบสวน HR ต้องระบุว่าขณะนั้นพนักงานทำอะไรได้บ้าง ใครจัดอุปกรณ์ทดแทน และกลับทำงานได้เมื่อใด ส่วนจะเตือนหรือเลิกจ้างต้องตรวจเหตุอีกชั้นหนึ่ง การลงชื่อรับอุปกรณ์ไม่ได้ปลดหน้าที่บริษัทในการเปลี่ยนของชำรุดหรือประเมินอันตรายที่เปลี่ยนไป

เอกสารฉบับสุดท้ายควรเขียนอย่างไร?

หนังสือเตือนควรระบุงาน พื้นที่ เวลา PPE ที่ต้องใช้ พฤติการณ์ที่พบ การฝึกและการจัดอุปกรณ์ที่บริษัททำแล้ว คำชี้แจงพนักงาน และสิ่งที่ต้องแก้ไข

หลีกเลี่ยงประโยคว่า “ไม่ใส่ PPE เป็นประจำ” โดยไม่มีวันและหลักฐาน รวมทั้งไม่ควรบังคับให้พนักงานรับรองว่า PPE เหมาะสมทุกอย่าง หากเขาเคยร้องเรียนปัญหาที่ยังไม่ได้แก้

ก่อนออกใบเตือนควรเทียบรายการจาก เอกสารที่ HR ต้องมีก่อนออกใบเตือน และหากยังมีข้อโต้แย้งให้ใช้แนวทางจาก การทำหนังสือสอบสวนพนักงาน

ตัวอย่างสมมติ: แว่นตาเป็นฝ้าในพื้นที่ร้อน

พนักงานถอดแว่นเป็นช่วง ๆ เพราะไอน้ำทำให้มองไม่เห็นและเคยแจ้งหัวหน้าแล้ว หากบริษัทออกใบเตือนโดยไม่ตรวจรุ่นของแว่น การระบายอากาศ และสารเคลือบกันฝ้า อาจแก้ไม่ตรงสาเหตุ

บริษัทควรทดลอง PPE ที่เหมาะ ปรับวิธีทำงาน ฝึกใหม่ และกำหนดจุดเปลี่ยนอุปกรณ์ หากหลังแก้ระบบแล้วพนักงานยังจงใจไม่ใช้ จึงประเมินวินัยจากข้อเท็จจริงรอบใหม่

ตัวอย่างสมมติ: หัวหน้าปล่อยให้ถอดถุงมือเพื่อเร่งยอด

ทีมงานถอดถุงมือเพราะหัวหน้ากล่าวว่าทำงานช้า แต่เมื่อเกิดตรวจสุ่มกลับออกใบเตือนเฉพาะผู้ปฏิบัติงาน กรณีนี้ต้องสอบบทบาทหัวหน้าและการบังคับใช้กฎทั้งสายงาน

การลงโทษเฉพาะลูกน้องโดยไม่ตรวจคำสั่งหรือวัฒนธรรมหน้างาน ทำให้เหตุผลของบริษัทอ่อนและไม่แก้ความเสี่ยงจริง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้บริษัทเสียเปรียบ

  • มี ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน แต่ไม่ได้อัปเดตหลังเปลี่ยนสารเคมีหรือเครื่องจักร
  • แจกอุปกรณ์ผิดขนาดแล้วถือว่าพนักงานได้รับครบ
  • อบรมรวมโดยไม่มีการทดสอบวิธีใช้จริง
  • ใช้ภาพนิ่งที่ไม่เห็นงานและสภาพแวดล้อม
  • หัวหน้าและผู้รับเหมาฝ่าฝืนได้ แต่ลงโทษเฉพาะพนักงานประจำ
  • ใบเตือนเดิมเป็น PPE คนละชนิดและอันตรายคนละแบบ
  • เลิกจ้างก่อนตรวจข้อร้องเรียนว่าอุปกรณ์ชำรุด

เช็กลิสต์ก่อนผู้มีอำนาจลงนาม

  • กฎ PPE ตรงกับ ผลประเมินความเสี่ยง และงานจริง
  • มีหลักฐานจัด PPE ที่เหมาะให้พนักงานโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
  • ตรวจคำร้องขอเปลี่ยนและบันทึกชำรุดแล้ว
  • พนักงานมีโอกาสชี้แจงและอ้างพยาน
  • มาตรการต่อหัวหน้าและลูกน้องสอดคล้องกัน
  • หนังสือเตือนระบุข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ชัด
  • แผนแก้ระบบได้รับผู้รับผิดชอบและกำหนดเวลา

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม

ในคดีความปลอดภัย ภาพพนักงานไม่สวมอุปกรณ์เป็นเพียงจุดเริ่ม ทนายจะถามย้อนกลับว่าบริษัททำหน้าที่ด้านการประเมินอันตราย การจัดหา การฝึก และการกำกับดูแลครบหรือยัง

แฟ้มที่ดีจึงต้องมีทั้งหลักฐานความรับผิดของพนักงานและหลักฐานที่บริษัททำหน้าที่ของตน ไม่ควรใช้ใบเตือนปิดปัญหาที่เกิดจาก PPE ไม่เหมาะหรือการเร่งผลิต

ควรวางระบบป้องกันปัญหาซ้ำอย่างไร?

จัดทำ ตารางอุปกรณ์ป้องกันที่ต้องใช้ในแต่ละงาน รายตำแหน่งและรายงาน เชื่อมกับทะเบียนแจก การตรวจสภาพ และ ทะเบียนการฝึกอบรมรายตำแหน่ง ใช้แบบตรวจหน้างานที่บันทึกทั้งผู้ฝ่าฝืน สภาพอุปกรณ์ และบทบาทหัวหน้า

ทบทวน เหตุเกือบเกิดอุบัติเหตุ และคำร้องเรียน PPE ทุกเดือน หากพบพฤติการณ์ซ้ำในหลายคน ให้ตั้งสมมติฐานเรื่องอุปกรณ์หรือวิธีทำงานก่อนสรุปว่าเป็นวินัยรายบุคคล

เมื่อไรควรให้ทนายตรวจเอกสาร?

ควรให้ทนายตรวจเมื่อเกิดอุบัติเหตุ มีข้อร้องเรียนต่อเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย พนักงานอ้างว่า PPE ไม่เหมาะ ใบเตือนเดิมมีข้อบกพร่อง หรือบริษัทจะเลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

ทีมทนายคดีแรงงานของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม รับตรวจข้อเท็จจริง เอกสารต้นทาง หนังสือสอบสวน ใบเตือน และร่างหนังสือเลิกจ้างสำหรับนายจ้าง โดยประเมินทั้งความพร้อมของหลักฐาน ทางเลือกที่เหมาะสม และความสอดคล้องของเอกสารทุกฉบับ

สรุป

การลงโทษกรณีไม่สวม PPE ต้องเดินคู่กับการพิสูจน์ว่าบริษัทจัดระบบความปลอดภัยครบแล้ว ตรวจอุปกรณ์จริง เปิดโอกาสชี้แจง และบังคับใช้กฎกับทุกระดับอย่างสม่ำเสมอ

หากบริษัทกำลังพิจารณาออกเอกสารหรือดำเนินมาตรการกับพนักงาน ติดต่อสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 LINE @995iqtpa หรือ นัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 กำหนดหน้าที่นายจ้างและลูกจ้างด้านความปลอดภัย รวมถึงการจัดและใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล
  • พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน มาตรา 119 (4) ใช้พิจารณาการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรมซ้ำ
  • ตรวจแหล่งกฎหมายจาก กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

คำถามที่พบบ่อย

พนักงานไม่ใส่ PPE ครั้งแรกออกใบเตือนได้ไหม?
ขึ้นกับระดับความเสี่ยงและข้อเท็จจริง ควรตรวจว่าบริษัทจัดอุปกรณ์เหมาะสมและอบรมแล้วหรือไม่
บริษัทหักเงินค่าหมวกหรือแว่นที่ทำหายได้ไหม?
การหักค่าจ้างมีข้อจำกัด ต้องตรวจฐานกฎหมาย ความยินยอม และข้อเท็จจริงเรื่องความรับผิด ไม่ควรหักโดยอัตโนมัติ
พนักงานบอกว่า PPE ใส่แล้วทำงานไม่ได้ทำอย่างไร?
หยุดตรวจอุปกรณ์และวิธีทำงาน ประเมินขนาด รุ่น มาตรฐาน และความเสี่ยงก่อนสรุปว่าเป็นการฝ่าฝืน
ใช้ภาพ CCTV ออกใบเตือนได้ไหม?
ใช้ประกอบได้เมื่อภาพชัดและการเก็บใช้สอดคล้องนโยบายข้อมูลส่วนบุคคล ควรเปิดโอกาสให้พนักงานชี้แจง
ฝ่าฝืน PPE ซ้ำเลิกจ้างไม่จ่ายค่าชดเชยได้ไหม?
ต้องตรวจความร้ายแรง ความชัดของกฎ หนังสือเตือน และระบบความปลอดภัยของบริษัท ไม่เกิดผลโดยอัตโนมัติ
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เหตุการณ์ HR ควรโทรหาทนายก่อน กฎหมายแรงงาน

10 เหตุการณ์ที่ HR ควรโทรหาทนาย “ก่อนทำ” ไม่ใช่รอให้พนักงานฟ้องแล้วค่อยปรึกษา

10 เหตุการณ์แรงงานที่แก้ย้อนหลังยาก ตั้งแต่ใบเตือน เลิกจ้าง เปลี่ยนเงื่อนไข ปรับโครงสร้าง ไปจนถึงร้องเรียนคุกคาม HR ควรขอ Legal Review ก่อนลงมือ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 7 นาที
มี HR แล้ว ทำไมยังต้องมีทนายแรงงานภายนอก กฎหมายแรงงาน

บริษัทมี HR Manager อยู่แล้ว ทำไมยังควรมีที่ปรึกษากฎหมายแรงงานภายนอก

HR ดูแลคนและระบบทุกวัน ส่วนทนายภายนอกช่วยตรวจความเสี่ยงอย่างอิสระ อัปเดตกฎหมาย วางเอกสารก่อนตัดสินใจ และรับช่วงเมื่อเรื่องมีโอกาสเป็นคดี

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที
Legal Health Check HR ต้องตรวจทุกปี 12 จุด กฎหมายแรงงาน

HR ควรส่งเอกสารอะไรให้ทนายตรวจทุกปี? 12 จุด Legal Health Check ด้านแรงงานสำหรับนายจ้าง

เช็กลิสต์ 12 จุดที่ HR ควรให้ทนายแรงงานตรวจทุกปี ตั้งแต่สัญญา ข้อบังคับ ค่าจ้าง OT วินัย ไปจนถึง Outsource และแผนลดคน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 6 นาที

ปรึกษาทนายคดีแรงงานของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE