081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ทายาทไม่ยอมแบ่งมรดก ไม่ยอมเซ็นเอกสาร คนอื่นทำอย่างไรได้บ้าง? 5 ทางออกตามกฎหมาย ฉบับทนาย ปี 2569

สัญญาแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ยังขาดลายเซ็นเพราะทายาทไม่ยอมเซ็นเอกสาร

สรุปประเด็นสำคัญ

เมื่อทายาทไม่ยอมเซ็นเอกสารแบ่งมรดก ทายาทคนอื่นไม่จำเป็นต้องรอ กฎหมายให้ทำได้ 5 ทาง คือ เสนอแนวทางแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษร, ใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย, ขอตั้งผู้จัดการมรดกเพื่อให้มีคนดำเนินการแทนกองมรดก, ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก และ ขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินตามส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1364

กุญแจสำคัญที่หลายคนไม่รู้คือ ถ้าศาลพิพากษาให้แบ่งแล้วอีกฝ่ายยังไม่ยอมไปจดทะเบียนโอน ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง ได้ ลายเซ็นของอีกฝ่ายจึงไม่ใช่ทางตันอย่างที่คิด

ทุกคนพร้อมแบ่งหมดแล้ว เหลือพี่คนเดียวที่ไม่ยอมเซ็น เจ้าหน้าที่ที่ดินบอกว่าโอนไม่ได้ ปัญหาทายาทไม่ยอมเซ็นเอกสารทำให้ที่ดินมรดกค้างอยู่แบบนี้ได้เป็นสิบปี ทั้งที่ลายเซ็นที่ขาดไปมีแค่ชื่อเดียว

ข่าวดีคือกฎหมายไม่ได้ให้คนคนเดียวมีอำนาจล็อกกองมรดกไว้ตลอดไป มีทางออกอยู่หลายทาง และทางที่คนไม่ค่อยรู้คือศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการเซ็นของอีกฝ่ายได้

ทายาทไม่ยอมเซ็นเอกสารคนเดียว ทำไมโอนไม่ได้ทั้งกอง

ก่อนแบ่งมรดก ป.พ.พ. มาตรา 1745 ให้นำหลักเรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาใช้กับกองมรดกที่ยังไม่แบ่ง ทายาททุกคนจึงเป็นเจ้าของรวมในทรัพย์นั้น การจดทะเบียนแบ่งแยกหรือโอนกรรมสิทธิ์จึงต้องมีเจ้าของรวมครบตามที่สำนักงานที่ดินกำหนด

ผลก็คือทายาทคนเดียวที่ไม่ยอมลงชื่อ ทำให้ขั้นตอนทางทะเบียนหยุดทั้งหมด แม้ทายาทที่เหลือจะเห็นตรงกันก็ตาม

แต่การหยุดตรงนี้เป็นแค่ทางทะเบียน ไม่ใช่ทางกฎหมาย เพราะมาตรา 1363 และ 1364 ให้เจ้าของรวมคนหนึ่งเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ และวางวิธีแบ่งไว้ให้แล้ว

คนส่วนใหญ่เข้าใจผิดตรงไหน

เข้าใจผิดที่ 1 ต้องให้ครบทุกคนยินยอมเท่านั้น ถึงจะแบ่งได้
ความจริงคือความยินยอมครบทุกคนจำเป็นสำหรับการแบ่งกันเองโดยไม่ผ่านศาลเท่านั้น ถ้าตกลงกันไม่ได้ ฟ้องให้ศาลสั่งแบ่งได้ ผลเสียของความเข้าใจผิดนี้คือครอบครัวรอกันไปเป็นสิบปีโดยไม่มีใครเริ่มอะไรเลย

เข้าใจผิดที่ 2 ถ้าเขาไม่เซ็น ก็ไม่มีใครโอนที่ดินได้ตลอดไป
ความจริงคือ ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง เปิดทางให้ศาลสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ได้ คำขอท้ายฟ้องที่เขียนไว้ถูกต้องจะแก้ปัญหาลายเซ็นได้ ผลเสียคือทายาทยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ปรึกษาใคร

เข้าใจผิดที่ 3 คนที่ไม่ยอมเซ็นคือคนผิด ศาลต้องตัดสิทธิเขา
ความจริงคือการไม่ยอมเซ็นไม่ได้ทำให้เสียสิทธิรับมรดก ศาลจะสั่งแบ่งตามส่วนที่แต่ละคนมีสิทธิ ผลเสียคือฟ้องไปโดยตั้งความคาดหวังผิด แล้วผิดหวังกับผลคดี

เข้าใจผิดที่ 4 ฟ้องแล้วบ้านต้องถูกขายทอดตลาดแน่นอน
ความจริงคือมาตรา 1364 ให้แบ่งตัวทรัพย์กันเองก่อน ถ้าแบ่งไม่ได้จึงขายแล้วแบ่งเงิน และแม้ถึงขั้นขายทอดตลาด เจ้าของรวมคนหนึ่งขอชำระราคาตามที่ผู้ตีราคากำหนดเพื่อเก็บทรัพย์ไว้ก็ได้ ผลเสียคือทายาทกลัวจนไม่กล้าเริ่ม แล้วปัญหาค้างต่อไปอีกหลายปี

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม เรื่องนี้จบเร็วหรือช้าอยู่ที่อะไร

คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ปัญหาอยู่ที่ตัวคนที่ไม่ยอมเซ็น ถ้าพูดจนเขายอมได้เมื่อไรเรื่องก็จบ

แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า ประเด็นอยู่ที่ทรัพย์แบ่งตัวได้หรือไม่ และแต่ละคนมีสิทธิเท่าไร สองข้อนี้ตอบได้จากเอกสารและสภาพทรัพย์ ไม่ได้ขึ้นกับว่าใครยอมใคร

จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ที่ดินมรดกที่ค้างไม่แบ่งนาน ๆ มักมีปัญหาซ้อนตามมา เช่น ทายาทบางคนเสียชีวิตจนต้องดึงทายาทรุ่นถัดไปเข้ามาเป็นคู่ความเพิ่ม หรือมีคนเข้าครอบครองใช้ประโยชน์จนอ้างสิทธิภายหลัง ยิ่งช้าคดียิ่งมีคู่ความเยอะและยิ่งแพง

ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ เริ่มจากทำข้อเสนอแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษรที่มีตัวเลขชัด แล้วกำหนดเวลาตอบกลับ ถ้าไม่ตอบภายในเวลานั้นจึงเดินเรื่องต่อ วิธีนี้ทั้งเปิดโอกาสให้จบเองและได้หลักฐานไปพร้อมกัน

5 ทางออกเมื่อทายาทคนหนึ่งไม่ยอมเซ็น

1. ทำข้อเสนอแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษร

เขียนให้ชัดว่าทรัพย์มีอะไรบ้าง ใครได้ส่วนไหน คิดเป็นมูลค่าเท่าไร และให้เวลาตอบกลับกี่วัน ส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับแล้วเก็บใบตอบรับไว้ หลายเรื่องจบตรงนี้เพราะอีกฝ่ายเพิ่งเห็นตัวเลขจริงเป็นครั้งแรก

ตัวอย่างข้อความ (กรณีสมมติ) "ตามที่นาย ก. เจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2566 และมีทายาทโดยธรรม 3 คน ข้าพเจ้าขอเสนอให้แบ่งที่ดินโฉนดเลขที่ 12345 โดยแบ่งแยกออกเป็น 3 แปลงตามแผนผังแนบท้าย หากท่านไม่ประสงค์รับเป็นตัวที่ดิน ข้าพเจ้ายินดีชำระเป็นเงินตามราคาประเมิน ขอให้ท่านแจ้งผลภายใน 30 วันนับแต่ได้รับหนังสือฉบับนี้"

2. ใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย

เรื่องมรดกในครอบครัวมักติดที่ความรู้สึกมากกว่าตัวเลข การมีคนกลางช่วยคุยจึงได้ผลบ่อยกว่าที่คิด นอกจากไกล่เกลี่ยกันเองโดยมีทนายทั้งสองฝั่ง ยังใช้ระบบไกล่เกลี่ยของศาลได้ ทั้งก่อนฟ้องและระหว่างพิจารณาคดี ข้อมูลบริการดูได้ที่สำนักงานศาลยุติธรรม

3. ขอตั้งผู้จัดการมรดก

ถ้ายังไม่เคยมีการตั้งผู้จัดการมรดก การยื่นคำร้องขอตั้งช่วยได้มาก เพราะจะมีคนที่มีอำนาจตามคำสั่งศาลไปดำเนินการแทนกองมรดก ทั้งการรวบรวมทรัพย์ ชำระหนี้ และแบ่งปันตามมาตรา 1719 โดยไม่ต้องรอลายเซ็นของทายาททุกคนในทุกขั้นตอน

คำร้องยื่นต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา และหนังสือยินยอมของทายาทช่วยให้คดีเดินเร็วขึ้น แต่ไม่ใช่เงื่อนไขบังคับ

4. ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก

เมื่อเจรจาไม่ได้ผล การฟ้องขอแบ่งเป็นทางที่ตรงที่สุด ทายาทที่ไม่ยอมเซ็นจะกลายเป็นจำเลย และศาลจะกำหนดส่วนแบ่งของแต่ละคน คำขอท้ายฟ้องควรครอบคลุมทั้งกรณีแบ่งตัวทรัพย์ กรณีขายแล้วแบ่งเงิน และกรณีขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา รายละเอียดขั้นตอนอ่านต่อได้ในบทความเรื่องฟ้องแบ่งมรดก

5. ขอให้ขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินตามส่วน

มาตรา 1364 วางลำดับไว้ว่าให้แบ่งตัวทรัพย์กันเองก่อน ถ้าแบ่งไม่ได้หรือแบ่งแล้วเสียหาย จึงขายทรัพย์แล้วเอาเงินมาแบ่ง โดยขายทอดตลาดได้ และเจ้าของรวมคนหนึ่งขอชำระราคาตามที่ผู้ตีราคากำหนดเพื่อไม่ให้มีการขายก็ได้ ขั้นตอนการขายทอดตลาดในชั้นบังคับคดีดูได้ที่กรมบังคับคดี

ถ้าศาลสั่งแล้วเขายังไม่ยอมเซ็น ทำอย่างไร

นี่คือคำถามที่ทายาทกังวลที่สุด และเป็นจุดที่กฎหมายเตรียมทางออกไว้แล้ว

ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง วางหลักว่า ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได้ ในทางปฏิบัติจึงเขียนคำขอท้ายฟ้องไว้ว่า หากจำเลยไม่ไปจดทะเบียนโอน ให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย

เมื่อคดีถึงที่สุด นำคำพิพากษาพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปยื่นที่สำนักงานที่ดินเพื่อดำเนินการจดทะเบียนได้ โดยไม่ต้องมีลายเซ็นของอีกฝ่าย

สถานการณ์ทางที่ใช้ได้ฐานกฎหมายหลัก
ยังไม่เคยเสนอแนวทางแบ่งอย่างเป็นทางการทำหนังสือข้อเสนอแบ่งพร้อมกำหนดเวลาใช้เป็นพยานหลักฐานประกอบคดี
ยังไม่มีผู้จัดการมรดกยื่นคำร้องขอตั้งผู้จัดการมรดกป.พ.พ. มาตรา 1713, 1719 และ ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา
เจรจาไม่ได้ผล ทรัพย์แบ่งตัวได้ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกเป็นตัวทรัพย์ป.พ.พ. มาตรา 1745 ประกอบมาตรา 1364
ทรัพย์แบ่งตัวไม่ได้ เช่น บ้านหลังเดียวขอให้ขายแล้วแบ่งเงิน หรือขายทอดตลาดป.พ.พ. มาตรา 1364
ศาลสั่งแล้วแต่ยังไม่ไปจดทะเบียนขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • ใบมรณบัตรของเจ้ามรดก และทะเบียนบ้านที่แสดงภูมิลำเนาขณะถึงแก่ความตาย
  • เอกสารพิสูจน์ความเป็นทายาทของทุกคน เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนรับรองบุตร
  • พินัยกรรม ถ้ามี
  • โฉนดที่ดินหรือ นส.3 พร้อมสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนด
  • ราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง สำหรับคำนวณส่วนแบ่งและทุนทรัพย์
  • ผังการแบ่งแยกที่ดินที่เสนอ ถ้าจะขอแบ่งเป็นตัวทรัพย์
  • หลักฐานหนี้สินของกองมรดก เพราะต้องหักก่อนแบ่ง
  • หนังสือข้อเสนอแบ่งและใบตอบรับไปรษณีย์ทุกฉบับ
  • ข้อมูลว่าทายาทคนใดเสียชีวิตไปแล้วบ้าง เพราะอาจต้องดึงทายาทรุ่นถัดไปเข้ามาในคดี

อีกฝ่ายมักโต้แย้งว่าอย่างไร

"ผมดูแลพ่อแม่คนเดียว ควรได้มากกว่า" ความรู้สึกนี้เข้าใจได้ แต่ส่วนแบ่งตามกฎหมายกำหนดจากลำดับทายาท ไม่ได้กำหนดจากใครดูแลมากกว่ากัน ในทางปฏิบัติ ประเด็นนี้มักคลี่คลายในชั้นไกล่เกลี่ยด้วยการปรับตัวเลขให้ยอมรับได้ทั้งสองฝ่าย ส่วนลำดับทายาทโดยธรรมดูได้ในบทความเรื่องลำดับทายาทโดยธรรม

"ผมออกเงินซ่อมบ้านและจ่ายภาษีที่ดินมาตลอด" ค่าใช้จ่ายที่ออกไปเพื่อรักษาทรัพย์เป็นเรื่องที่หยิบมาคิดในการแบ่งได้ ถ้ามีใบเสร็จและหลักฐานการชำระ ควรให้เขาแสดงเอกสารมาแล้วนำมาคำนวณอย่างเปิดเผย

"พ่อยกที่ดินแปลงนี้ให้ผมตั้งแต่ยังมีชีวิต" การยกให้ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ถ้าไม่มีรายการจดทะเบียนการให้ก่อนเจ้ามรดกเสียชีวิต ข้ออ้างนี้จะอ่อนลงมาก

"ไม่ได้ไม่ยอม แค่ยังไม่พร้อม" ข้ออ้างนี้ฟังยากขึ้นเมื่อมีหนังสือข้อเสนอที่กำหนดเวลาไว้ชัดและส่งไปแล้วหลายรอบ นี่คือเหตุผลที่ควรทำเป็นเอกสารทุกครั้ง

ก่อนตัดสินใจฟ้อง ควรทำอะไร

  1. ทำบัญชีทรัพย์มรดกให้ครบก่อน ทั้งที่ดิน เงินฝาก หุ้น และหนี้สิน
  2. คัดสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง ดูว่ามีการโอนหรือจำนองไปแล้วหรือยัง
  3. ตรวจว่าทายาทคนใดเสียชีวิตไปแล้ว เพราะมีผลกับจำนวนคู่ความในคดี
  4. ส่งหนังสือข้อเสนอแบ่งพร้อมกำหนดเวลาอย่างน้อยหนึ่งรอบ และเก็บใบตอบรับไว้
  5. ประเมินว่าทรัพย์แบ่งตัวได้หรือไม่ เพราะเป็นตัวกำหนดว่าจะขอแบ่งเป็นตัวทรัพย์หรือขอให้ขาย
  6. นับกรอบเวลาของเรื่อง โดยเฉพาะเมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิตมานานแล้ว ใช้เครื่องมือคำนวณกรอบเวลาทางกฎหมายช่วยได้

กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย

  • ที่ดินมรดกค้างไม่แบ่งมาหลายปี และเริ่มมีทายาทรุ่นถัดไปเข้ามาเกี่ยวข้อง
  • ทายาทที่ไม่ยอมเซ็นเข้าครอบครองใช้ประโยชน์ในทรัพย์อยู่คนเดียว
  • ทรัพย์เป็นบ้านหลังเดียวที่ยังมีคนอาศัยอยู่ ทำให้การแบ่งมีทางเลือกจำกัด
  • มีการอ้างว่าเจ้ามรดกยกทรัพย์ให้ใครคนหนึ่งไปก่อนเสียชีวิต
  • ทายาทบางคนอยู่ต่างประเทศหรือติดต่อไม่ได้
  • กองมรดกมีหนี้สินค้างอยู่ และไม่ชัดว่าต้องหักก่อนแบ่งเท่าไร
  • เจ้ามรดกเสียชีวิตมานาน จนไม่แน่ใจเรื่องอายุความ

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง

ทีมทนายคดีมรดกและพินัยกรรมของเราช่วยตั้งแต่ทำบัญชีทรัพย์และคำนวณส่วนแบ่งของแต่ละคน ร่างหนังสือข้อเสนอแบ่งที่ใช้เป็นหลักฐานได้จริง เข้าร่วมไกล่เกลี่ย จนถึงร่างคำฟ้องพร้อมคำขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา กรณีที่ประเด็นหลักเป็นการแบ่งแยกที่ดินหรือรังวัด ทำงานร่วมกับทีมคดีที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ในสำนวนเดียวกัน

สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือประเมินความคุ้มค่าให้เห็นภาพก่อนเริ่ม เพราะคดีแบ่งมรดกในครอบครัวหลายเรื่องจบดีกว่าที่โต๊ะเจรจา ถ้ามีตัวเลขและเอกสารครบตั้งแต่ต้น

สรุป

เมื่อทายาทไม่ยอมเซ็นเอกสารแบ่งมรดก ทายาทคนอื่นมี 5 ทาง ตั้งแต่ทำข้อเสนอแบ่งเป็นหนังสือ ไกล่เกลี่ย ขอตั้งผู้จัดการมรดก ฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดก จนถึงขอให้ขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินตามส่วน

ข้อที่ควรจำที่สุดคือลายเซ็นไม่ใช่ทางตัน เพราะ ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง เปิดทางให้ศาลสั่งถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาได้ สิ่งที่ทำได้ตั้งแต่สัปดาห์นี้คือทำบัญชีทรัพย์ให้ครบ แล้วส่งข้อเสนอแบ่งเป็นหนังสือพร้อมกำหนดเวลาไปหนึ่งรอบ

หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง — ถ้าวัตถุแห่งหนี้เป็นอันให้กระทำนิติกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ศาลจะสั่งให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของลูกหนี้ก็ได้
  • ป.พ.พ. มาตรา 1363 และ 1364 — เจ้าของรวมคนหนึ่งเรียกให้แบ่งทรัพย์สินได้ วิธีแบ่งคือแบ่งตัวทรัพย์ ขายแล้วแบ่งเงิน หรือขายทอดตลาด โดยเจ้าของรวมคนหนึ่งขอชำระราคาตามที่ผู้ตีราคากำหนดเพื่อไม่ให้มีการขายก็ได้
  • ป.พ.พ. มาตรา 1745 — ก่อนแบ่งมรดก ให้นำบทบัญญัติเรื่องกรรมสิทธิ์รวมมาใช้บังคับกับกองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง
  • ป.พ.พ. มาตรา 1713 และ 1719 — ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอต่อศาลให้ตั้งผู้จัดการมรดกได้ และผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกและแบ่งปันทรัพย์มรดก
  • ป.พ.พ. มาตรา 1629 และ 1635 — ลำดับทายาทโดยธรรม และส่วนแบ่งของคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย
  • ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา — คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย
  • ป.พ.พ. มาตรา 1748 และ 1754 — อายุความคดีมรดก และสิทธิของทายาทผู้ครอบครองทรัพย์มรดกที่ยังมิได้แบ่งในการเรียกให้แบ่ง

คำถามที่พบบ่อย

ทายาทคนหนึ่งไม่ยอมเซ็น จะโอนที่ดินมรดกได้ไหม

ทางทะเบียนจะติด เพราะการจดทะเบียนต้องมีเจ้าของรวมครบตามที่สำนักงานที่ดินกำหนด แต่ทางกฎหมายไม่ได้ตัน เพราะทายาทคนอื่นฟ้องขอแบ่งทรัพย์มรดกได้ และขอให้ศาลสั่งให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาตาม ป.พ.พ. มาตรา 213 วรรคสอง เมื่อคดีถึงที่สุดก็นำคำพิพากษาไปดำเนินการจดทะเบียนได้

ทายาทส่วนใหญ่เห็นตรงกันแล้ว เสียงข้างมากใช้ตัดสินได้ไหม

การแบ่งทรัพย์ระหว่างเจ้าของรวมไม่ได้ใช้เสียงข้างมากมาบังคับคนที่ไม่ยินยอมให้ต้องรับตามนั้น เสียงข้างมากของทายาทมีผลในบางเรื่องเฉพาะ เช่น การขยายเวลาทำบัญชีทรัพย์มรดก ถ้าตกลงกันไม่ได้ ทางที่ใช้บังคับได้จริงคือฟ้องให้ศาลสั่งแบ่ง

ถ้าเป็นบ้านหลังเดียวที่พี่อาศัยอยู่ ศาลจะสั่งขายเลยไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป ป.พ.พ. มาตรา 1364 ให้แบ่งตัวทรัพย์กันเองก่อน ถ้าแบ่งไม่ได้จึงขายแล้วแบ่งเงิน และในชั้นขายทอดตลาด เจ้าของรวมคนหนึ่งขอชำระราคาตามที่ผู้ตีราคากำหนดเพื่อเก็บทรัพย์ไว้ก็ได้ กรณีบ้านที่มีคนอาศัยอยู่ วิธีนี้ใช้กันบ่อยเพื่อให้ฝ่ายหนึ่งได้เงินและอีกฝ่ายได้อยู่ต่อ

ทายาทคนที่ไม่ยอมเซ็นอยู่ต่างประเทศ ติดต่อไม่ได้ ทำอย่างไร

ยังฟ้องได้ กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมีวิธีส่งหมายสำหรับกรณีจำเลยอยู่นอกราชอาณาจักรหรือไม่พบตัว ซึ่งจะทำให้ระยะเวลาของคดียาวขึ้นกว่าปกติ ควรเตรียมข้อมูลที่อยู่ล่าสุด หลักฐานการติดต่อครั้งสุดท้าย และชื่อผู้ที่ยังติดต่อกับเขาได้ไปให้ทนายดูตั้งแต่ต้น

ปล่อยไว้ไม่แบ่งเลยได้ไหม จะเสียอะไรหรือเปล่า

ปล่อยไว้ได้ในทางข้อเท็จจริง แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามเวลา เช่น ทายาทบางคนเสียชีวิตจนต้องดึงทายาทรุ่นถัดไปเข้ามาเป็นคู่ความเพิ่ม ทรัพย์ถูกนำไปใช้ประโยชน์หรือจำนอง และประเด็นเรื่องอายุความที่ซับซ้อนขึ้น ถ้ายังไม่พร้อมฟ้อง อย่างน้อยควรทำหนังสือเรียกให้แบ่งเก็บไว้เป็นหลักฐานว่าเคยเรียกร้องเมื่อไร

นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์
ผู้เขียน นางสาวรดาพัชร์ ทิพย์รักษ์ ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2563

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ธุรกิจและสัญญา · กฎหมายแรงงาน · ร่าง–ตรวจสัญญา

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรมยังมีสิทธิรับมรดกหรือฟ้องได้หรือไม่ มรดกและพินัยกรรม

ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรม ยังมีสิทธิได้รับมรดกหรือฟ้องอะไรได้หรือไม่?

ไทยไม่มีส่วนบังคับให้ลูกทุกคนต้องได้มรดกเท่ากัน แต่คนที่ไม่มีชื่อยังอาจมีสิทธิในทรัพย์นอกพินัยกรรม สินสมรส หรือโต้แย้งพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ได้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรสแบบไหนมีสิทธิรับมรดก มรดกและพินัยกรรม

ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรส มีสิทธิรับมรดกต่างกันอย่างไร

ลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนมีฐานะเป็นบุตรของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนลูกติดหรือลูกของคู่สมรสไม่เป็นทายาทของพ่อแม่เลี้ยงอัตโนมัติ เว้นแต่รับเป็นบุตรบุญธรรมหรือทำพินัยกรรมให้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ และกองทุนก้อนไหนเป็นมรดก มรดกและพินัยกรรม

เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ กองทุน และเงินหลังเสียชีวิต อะไรเป็นมรดก อะไรไม่ใช่

เงินที่จ่ายหลังเสียชีวิตไม่ได้เป็นมรดกทุกก้อน ต้องดูเจ้าของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ และกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะก่อนนำมารวมแบ่งแก่ทายาท

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 3 นาที

ปรึกษาทนายคดีมรดกของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE