ถอนผู้จัดการมรดกได้เมื่อไร? 7 พฤติการณ์ที่ศาลอาจสั่งถอดถอน ฉบับทนาย ปี 2569

สรุปประเด็นสำคัญ
ถอนผู้จัดการมรดกทำได้โดยผู้มีส่วนได้เสียยื่นคำร้องต่อศาลตาม ป.พ.พ. มาตรา 1727 โดยอ้างเหตุ ละเลยไม่ทำการตามหน้าที่ หรือ เหตุอย่างอื่นอันสมควร และตามมาตรา 1731 ศาลถอนได้อีกเมื่อไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกตามกำหนดเวลาและแบบ หรือทำบัญชีโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไม่มีความสามารถอย่างเห็นได้ชัด
กำหนดเวลาที่พลาดไม่ได้คือ ต้องยื่นคำร้องก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้นลง จุดที่ทายาทมักเสียสิทธิคือรอจนอีกฝ่ายทยอยโอนทรัพย์จนหมด แล้วอ้างว่าแบ่งเสร็จแล้ว
ผู้จัดการมรดกที่ศาลตั้งไว้ไม่ทำอะไรเลยมาสองปี คำถามที่ตามมาคือจะถอนผู้จัดการมรดกคนนี้ได้ไหม ต้องมีเหตุแค่ไหนศาลถึงจะสั่ง และถ้าเขาทำงานแต่ทำในทางที่ทายาทคนอื่นเสียเปรียบ จะนับเป็นเหตุด้วยหรือเปล่า
คำตอบสั้น ๆ คือทำได้ แต่ต้องมีเหตุตามกฎหมาย ไม่ใช่เพียงเพราะไม่พอใจหรือคุยกันไม่รู้เรื่อง บทความนี้เรียงให้ดูว่าเหตุแบบไหนที่ศาลรับฟัง และต้องเตรียมหลักฐานอะไรไปด้วย
ใครยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดกได้บ้าง
ป.พ.พ. มาตรา 1727 ใช้คำว่า "ผู้มีส่วนได้เสีย" ซึ่งกว้างกว่าคำว่าทายาท ครอบคลุมทั้งทายาทโดยธรรม ผู้รับพินัยกรรม เจ้าหนี้กองมรดก และผู้จัดการมรดกร่วมที่เห็นว่าอีกคนทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง
คำร้องยื่นต่อศาลที่มีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกคนนั้น ซึ่งตามปกติคือศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา
ข้อจำกัดสำคัญที่สุดอยู่ท้ายมาตรา 1727 คือต้องยื่นก่อนที่การปันมรดกจะเสร็จสิ้นลง ยิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายทยอยโอนทรัพย์ออกไปทีละชิ้น โอกาสที่จะถูกยกคำร้องด้วยเหตุนี้ก็ยิ่งสูง
7 พฤติการณ์ที่ศาลอาจสั่งถอนผู้จัดการมรดก
- ไม่จัดทำบัญชีทรัพย์มรดกตามกำหนด มาตรา 1728 ให้ลงมือภายใน 15 วันนับแต่วันเริ่มหน้าที่ และมาตรา 1729 ให้ทำเสร็จภายใน 1 เดือน ต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อย 2 คน ถ้าไม่ทำตามนี้ มาตรา 1731 ให้ศาลถอนได้
- ครบ 1 ปีแล้วยังไม่แบ่งและไม่มีรายงาน มาตรา 1732 กำหนดให้จัดการตามหน้าที่ ทำรายงานแสดงบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี เว้นแต่พินัยกรรม ทายาทข้างมาก หรือศาลกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- ทำบัญชีแบบตกหล่นหรือปกปิดทรัพย์ บัญชีที่ไม่เป็นที่พอใจแก่ศาลเพราะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงหรือทุจริต เป็นเหตุถอนได้ตามมาตรา 1731 โดยตรง
- โอนทรัพย์มรดกให้ตัวเองหรือคนใกล้ชิด มาตรา 1722 ห้ามผู้จัดการมรดกทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดก เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล
- ขายหรือจำนองทรัพย์โดยไม่แจ้งทายาท และไม่นำเงินเข้ากองมรดก ถ้าเงินที่ได้หายไปโดยอธิบายไม่ได้ นอกจากเป็นเหตุถอนแล้ว ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกอีกทาง
- ปกปิดชื่อทายาทต่อศาลตอนยื่นคำร้องตั้งผู้จัดการมรดก การไม่ระบุทายาทบางคนทั้งที่รู้อยู่ ทำให้ศาลตั้งไปโดยไม่มีข้อมูลครบ เป็นเหตุอย่างอื่นอันสมควรตามมาตรา 1727 ได้
- ขาดคุณสมบัติหรือมีเหตุขัดข้องจนทำหน้าที่ไม่ได้ มาตรา 1718 ห้ามผู้ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย เป็นผู้จัดการมรดก รวมถึงกรณีย้ายไปต่างประเทศหรือเจ็บป่วยจนติดต่อไม่ได้
ทั้ง 7 ข้อมีจุดร่วมข้อหนึ่ง คือศาลดูที่พฤติการณ์ซึ่งมีเอกสารยืนยัน ไม่ได้ดูที่ความรู้สึกของทายาท คำร้องที่เขียนแต่ว่า "ไม่โปร่งใส" โดยไม่มีเอกสารประกอบมักไปไม่ถึงไหน
ทายาทมักเข้าใจผิดตรงไหน
เข้าใจผิดที่ 1 ถอนได้เพราะทายาทส่วนใหญ่ไม่เอาแล้ว
ความจริงคือเสียงข้างมากของทายาทไม่ใช่เหตุถอนตามมาตรา 1727 ต้องแสดงพฤติการณ์ที่เข้าเงื่อนไขจริง ผลเสียคือยื่นคำร้องไปโดยไม่มีเนื้อหา แล้วเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
เข้าใจผิดที่ 2 ถอนสำเร็จแล้วทรัพย์จะถูกแบ่งทันที
ความจริงคือการถอนทำให้กองมรดกไม่มีคนจัดการ ต้องขอตั้งคนใหม่ต่อ และถ้าอีกฝ่ายยังไม่ยอมแบ่ง ก็ยังต้องไปฟ้องแบ่งมรดกอยู่ดี ผลเสียคือคาดหวังผิดแล้วเสียจังหวะในการวางแผนคดี
เข้าใจผิดที่ 3 รอให้แบ่งเสร็จก่อนค่อยไปเถียงเรื่องความไม่ถูกต้อง
ความจริงคือมาตรา 1727 ปิดประตูไว้ตรงนี้ เพราะให้ร้องได้ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงเท่านั้น ผลเสียคือเหลือแต่ทางฟ้องเรียกค่าเสียหาย ซึ่งพิสูจน์ยากกว่าและได้คืนไม่ครบ
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม คำร้องแบบไหนที่ไปถึงศาล
คนทั่วไปมักเข้าใจว่า ถ้าเล่าให้ศาลฟังว่าผู้จัดการมรดกทำตัวไม่ดีอย่างไรบ้าง ศาลก็น่าจะเห็นภาพและสั่งถอนให้
แต่ในทางคดี กฎหมายและศาลมักมองว่า ต้องชี้ให้ได้ว่าพฤติการณ์นั้นตรงกับเหตุตามมาตรา 1727 หรือ 1731 ข้อไหน และมีเอกสารอะไรยืนยัน เช่น หนังสือขอบัญชีทรัพย์ที่ส่งไปแล้วไม่มีการตอบกลับ หรือสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดที่แสดงว่ามีการโอนออกไป
จุดเสี่ยงจริงอยู่ตรงนี้ ระหว่างที่คำร้องขอถอนยังอยู่ในศาล ผู้จัดการมรดกคนเดิมยังมีอำนาจตามคำสั่งศาลอยู่ ยังโอนและยังขายทรัพย์ได้ตามปกติ ถ้าไม่ขอคุ้มครองชั่วคราวไว้ ระหว่างรอผลก็อาจไม่เหลืออะไรให้แบ่ง
ทางเลือกที่ควรทำต่อคือ ยื่นคำร้องขอถอนพร้อมคำขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ในคราวเดียว และพิจารณาขอคุ้มครองชั่วคราวห้ามจำหน่ายจ่ายโอนไปพร้อมกันเมื่อทรัพย์มีความเสี่ยง
ถอนผู้จัดการมรดก กับ ขอเพิกถอนคำสั่งตั้ง ต่างกันอย่างไร
สองคำนี้ถูกใช้สลับกันบ่อย แต่ใช้คนละกรณีและวางเหตุคนละแบบ
| หัวข้อ | ขอถอนผู้จัดการมรดก | ขอเพิกถอนคำสั่งตั้ง |
|---|---|---|
| ฐานที่ใช้ | ป.พ.พ. มาตรา 1727 และ 1731 | ป.วิ.พ. มาตรา 27 เรื่องกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ |
| เหตุที่อ้าง | พฤติการณ์หลังได้รับตั้ง เช่น ละเลยหน้าที่ ทุจริต | ความบกพร่องตอนยื่นคำร้อง เช่น ปกปิดชื่อทายาท ทำให้ศาลได้ข้อมูลไม่ครบ |
| ผลที่ได้ | คำสั่งตั้งยังสมบูรณ์ แต่คนนั้นพ้นหน้าที่ | คำสั่งตั้งเสียไป เหมือนไม่เคยมีการตั้ง |
| กำหนดเวลา | ต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง | ต้องยื่นภายในกำหนดเวลาตามที่กฎหมายวิธีพิจารณาความกำหนด |
ในทางปฏิบัติ ทนายมักดูข้อเท็จจริงแล้วเลือกทางที่หลักฐานหนักกว่า หรือยื่นทั้งสองทางในลักษณะคำขอหลักและคำขอรอง
ขั้นตอนยื่นคำร้องขอถอนผู้จัดการมรดก
- รวบรวมหลักฐานพฤติการณ์ โดยเรียงตามวันที่ ให้เห็นลำดับว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อไร
- ส่งหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและรายงานการจัดการ เก็บใบตอบรับไปรษณีย์ไว้ การไม่ตอบกลับคือหลักฐานชิ้นสำคัญ
- ยื่นคำร้องต่อศาลที่มีคำสั่งตั้ง พร้อมคำขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ในคำร้องเดียวกัน
- ยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราว ถ้าทรัพย์เสี่ยงถูกโอน เช่น ขอให้ห้ามจำหน่ายจ่ายโอนที่ดินระหว่างพิจารณา
- ศาลนัดไต่สวน ผู้ร้องนำพยานเข้าสืบ ผู้จัดการมรดกเดิมมีสิทธิคัดค้านและนำสืบหักล้าง
- ศาลมีคำสั่ง ถ้าสั่งถอนและตั้งคนใหม่ ให้นำคำสั่งพร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุดไปดำเนินการที่สำนักงานที่ดินหรือธนาคารต่อไป
หลักฐานที่ต้องเตรียม
- คำสั่งศาลตั้งผู้จัดการมรดกฉบับเดิม พร้อมหนังสือรับรองคดีถึงที่สุด
- เอกสารพิสูจน์ว่าตนเป็นผู้มีส่วนได้เสีย เช่น สูติบัตร ทะเบียนบ้าน ทะเบียนสมรส หรือหลักฐานความเป็นเจ้าหนี้กองมรดก
- หนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกและใบตอบรับไปรษณีย์ทุกฉบับ
- บัญชีทรัพย์มรดกที่ได้รับมา ถ้ามี พร้อมรายการที่เห็นว่าตกหล่น
- สารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง เพื่อดูรายการโอนหรือจำนองหลังเจ้ามรดกเสียชีวิต
- รายการเดินบัญชีธนาคารของกองมรดกเท่าที่ขอได้
- ข้อความแชท อีเมล หรือบันทึกการประชุมครอบครัวที่มีวันที่ชัดเจน
- ชื่อและที่อยู่พยานบุคคลที่รู้เห็นพฤติการณ์
ผู้จัดการมรดกมักโต้แย้งว่าอย่างไร
"ยังไม่ได้ละเลย แค่ล่าช้าเพราะเอกสารไม่ครบ" ข้อนี้ต้องดูว่ามีความพยายามจริงหรือไม่ เช่น เคยไปติดต่อสำนักงานที่ดินหรือธนาคารบ้างไหม ถ้าไม่มีร่องรอยการทำงานเลย ข้ออ้างนี้จะอ่อน
"ทายาทคนอื่นก็ไม่ให้ความร่วมมือ" ต้องดูว่าเคยมีหนังสือเชิญประชุมหรือเสนอแนวทางแบ่งเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่
"ที่โอนที่ดินมาใส่ชื่อ เพราะต้องทำเพื่อจัดการมรดก" การใส่ชื่อในฐานะผู้จัดการมรดกเพื่อโอนต่อเป็นขั้นตอนปกติ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นชื่อส่วนตัวแล้วหยุดอยู่แค่นั้น มาตรา 1722 จะเข้ามาเป็นประเด็นทันที
"การปันมรดกเสร็จสิ้นไปแล้ว จะมาร้องถอนตอนนี้ไม่ได้" ข้อนี้อันตรายที่สุดสำหรับผู้ร้อง ต้องเตรียมหลักฐานหักล้างว่ายังมีทรัพย์ที่ยังไม่ได้แบ่งเหลืออยู่
ก่อนยื่นคำร้อง ควรเช็กอะไร
- ตรวจสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดทุกแปลง ว่าทรัพย์ยังอยู่ในกองมรดกครบหรือไม่
- ประเมินว่าการปันมรดกยังไม่เสร็จสิ้น เพราะเป็นเงื่อนไขเวลาของมาตรา 1727
- จับคู่พฤติการณ์แต่ละข้อกับเอกสารที่มีจริง ข้อไหนไม่มีเอกสารรองรับให้ตัดออก
- ตัดสินใจล่วงหน้าว่าจะเสนอใครเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่ และคนนั้นไม่ต้องห้ามตามมาตรา 1718
- ประเมินความเสี่ยงว่าทรัพย์จะถูกโอนระหว่างพิจารณา เพื่อตัดสินใจเรื่องคำขอคุ้มครองชั่วคราว
- นับกรอบเวลาของเรื่องทั้งหมด โดยใช้เครื่องมือคำนวณกรอบเวลาทางกฎหมายประกอบ
กรณีแบบไหนที่ควรปรึกษาทนาย
- ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์มรดกเป็นชื่อตัวเองหรือคนในครอบครัวของตน
- ครบ 1 ปีแล้วยังไม่เคยเห็นบัญชีทรัพย์มรดกหรือรายงานการจัดการ
- เพิ่งรู้ว่ามีการตั้งผู้จัดการมรดกไปแล้วโดยไม่มีใครแจ้ง
- อีกฝ่ายเริ่มอ้างว่าแบ่งมรดกเสร็จแล้ว ทั้งที่ยังไม่เคยได้รับอะไร
- ทรัพย์มรดกเริ่มถูกจำนอง ขาย หรือให้เช่าโดยทายาทคนอื่นไม่ทราบ
- ผู้จัดการมรดกถูกศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย หรือมีปัญหาสุขภาพจนติดต่อไม่ได้
- มีผู้จัดการมรดกหลายคนแล้วตกลงกันไม่ได้ จนงานไม่เดินมาเป็นปี
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม ช่วยอะไรได้บ้าง
ทีมทนายคดีมรดกและพินัยกรรมของเราช่วยตั้งแต่ตรวจสารบบทรัพย์ในกองมรดก จับคู่พฤติการณ์กับฐานกฎหมายที่ใช้ได้จริง ร่างคำร้องขอถอนพร้อมคำขอตั้งผู้จัดการมรดกคนใหม่ ไปจนถึงชั้นไต่สวน กรณีที่มีการเบียดบังทรัพย์จนเข้าข่ายความผิดอาญา ทำงานร่วมกับทีมคดีอาญาในสำนวนเดียวกัน
สิ่งที่เราให้ความสำคัญเป็นพิเศษคือการจัดระบบเอกสารตั้งแต่วันแรก เพราะคำร้องขอถอนที่ถูกยกส่วนใหญ่ไม่ได้แพ้เพราะไม่มีเหตุ แต่แพ้เพราะเขียนเหตุลอย ๆ โดยไม่มีเอกสารรองรับ
สรุป
การถอนผู้จัดการมรดกต้องมีเหตุตามมาตรา 1727 หรือ 1731 ซึ่งในทางปฏิบัติมักเข้ากับ 7 พฤติการณ์ข้างต้น ตั้งแต่ไม่ทำบัญชีทรัพย์ ครบปีแล้วยังไม่แบ่ง โอนทรัพย์ให้ตัวเอง จนถึงขาดคุณสมบัติตามมาตรา 1718
สิ่งที่ควรทำก่อนอื่นคือตรวจสารบัญหลังโฉนดว่าทรัพย์ยังอยู่ครบหรือไม่ และเริ่มทำหนังสือขอบัญชีทรัพย์มรดกเก็บไว้เป็นหลักฐาน เพราะกฎหมายให้ยื่นคำร้องได้ก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลงเท่านั้น
หากคุณกำลังเจอปัญหาลักษณะนี้ ปรึกษาทีมทนายของสำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรม โทร 081-327-8551 | LINE @995iqtpa หรือนัดหมายปรึกษาที่นี่
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ป.พ.พ. มาตรา 1718 — บุคคลต้องห้ามมิให้เป็นผู้จัดการมรดก คือผู้ซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ บุคคลวิกลจริตหรือที่ศาลสั่งให้เป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถ และบุคคลซึ่งศาลสั่งให้เป็นคนล้มละลาย
- ป.พ.พ. มาตรา 1722 — ผู้จัดการมรดกจะทำนิติกรรมที่ตนมีส่วนได้เสียเป็นปฏิปักษ์ต่อกองมรดกไม่ได้ เว้นแต่พินัยกรรมอนุญาตหรือได้รับอนุญาตจากศาล
- ป.พ.พ. มาตรา 1727 — ผู้มีส่วนได้เสียร้องขอให้ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้ เพราะละเลยไม่ทำการตามหน้าที่หรือเหตุอย่างอื่นอันสมควร แต่ต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง
- ป.พ.พ. มาตรา 1728, 1729 และ 1731 — กรอบเวลาจัดทำบัญชีทรัพย์มรดก 15 วันและ 1 เดือน ต่อหน้าพยานผู้มีส่วนได้เสียอย่างน้อย 2 คน และเหตุที่ศาลถอนผู้จัดการมรดกได้เมื่อไม่ทำตามกำหนดหรือทำโดยทุจริต
- ป.พ.พ. มาตรา 1732 — ต้องจัดการตามหน้าที่ ทำรายงานแสดงบัญชี และแบ่งปันมรดกให้เสร็จภายใน 1 ปี เว้นแต่มีการกำหนดเวลาไว้เป็นอย่างอื่น
- ป.วิ.พ. มาตรา 4 จัตวา — คำร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเสนอต่อศาลที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลขณะถึงแก่ความตาย
- ป.วิ.พ. มาตรา 27 — การขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบ ซึ่งใช้ในกรณีคำสั่งตั้งผู้จัดการมรดกเกิดจากข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน (ควรตรวจสอบกำหนดเวลาการยื่นเป็นรายคดี)
คำถามที่พบบ่อย
ถอนผู้จัดการมรดกใช้เวลานานไหม
ไม่มีกรอบเวลาตายตัว ขึ้นอยู่กับว่าผู้จัดการมรดกเดิมคัดค้านหรือไม่ และมีพยานต้องสืบกี่ปาก คำร้องที่อีกฝ่ายไม่คัดค้านจบเร็วกว่าคำร้องที่ต้องไต่สวนเต็มรูปแบบมาก ถ้าทรัพย์มีความเสี่ยงถูกโอนระหว่างรอ ควรยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวไปพร้อมกันตั้งแต่แรก
ทายาทคนเดียวยื่นคำร้องขอถอนได้ไหม ต้องรวมเสียงข้างมากหรือไม่
ยื่นคนเดียวได้ ป.พ.พ. มาตรา 1727 ใช้คำว่าผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใด ไม่ได้กำหนดว่าต้องรวมเสียงข้างมาก แต่ในทางปฏิบัติ การที่ทายาทหลายคนร่วมกันยื่นหรือมาเบิกความสนับสนุน ช่วยให้เห็นภาพพฤติการณ์ชัดขึ้น
ถอนแล้วต้องตั้งใครเป็นผู้จัดการมรดกคนใหม่
ศาลจะพิจารณาจากผู้ที่ผู้ร้องเสนอและความเหมาะสมในการจัดการกองมรดก คนที่เสนอต้องไม่ต้องห้ามตาม ป.พ.พ. มาตรา 1718 ในทางปฏิบัติควรยื่นคำขอตั้งคนใหม่ไปพร้อมคำร้องขอถอนเลย เพื่อไม่ให้กองมรดกขาดผู้จัดการระหว่างรอ
ผู้จัดการมรดกไม่ยอมทำบัญชีทรัพย์ ถือเป็นเหตุถอนเลยหรือไม่
เป็นเหตุที่ ป.พ.พ. มาตรา 1731 ระบุไว้โดยตรง คือไม่จัดทำบัญชีภายในเวลาและตามแบบที่กำหนด หรือทำบัญชีที่ศาลไม่พอใจเพราะประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ทุจริต หรือไม่มีความสามารถอย่างเห็นได้ชัด ควรมีหนังสือขอบัญชีที่ส่งไปแล้วเป็นหลักฐานประกอบ ส่วนผลของคดีขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานในแต่ละสำนวน
ถ้าแบ่งมรดกเสร็จไปแล้ว ยังขอถอนได้อยู่ไหม
มาตรา 1727 กำหนดให้ต้องร้องก่อนการปันมรดกเสร็จสิ้นลง ถ้าปันเสร็จแล้วจริง ช่องทางนี้จะปิด แต่ยังมีทางอื่นให้พิจารณา เช่น ฟ้องคดีเกี่ยวกับการจัดการมรดกซึ่งมีกำหนดไม่เกิน 5 ปีนับแต่การจัดการมรดกสิ้นสุดลง ประเด็นว่าปันเสร็จแล้วหรือยังเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องพิสูจน์ ควรให้ทนายดูเอกสารก่อนสรุป
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ธุรกิจและสัญญา · กฎหมายแรงงาน · ร่าง–ตรวจสัญญา
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
มรดกและพินัยกรรม
ถูกตัดชื่อออกจากพินัยกรรม ยังมีสิทธิได้รับมรดกหรือฟ้องอะไรได้หรือไม่?
ไทยไม่มีส่วนบังคับให้ลูกทุกคนต้องได้มรดกเท่ากัน แต่คนที่ไม่มีชื่อยังอาจมีสิทธิในทรัพย์นอกพินัยกรรม สินสมรส หรือโต้แย้งพินัยกรรมที่ไม่สมบูรณ์ได้
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 4 นาที
มรดกและพินัยกรรม
ลูกบุญธรรม ลูกติด และลูกของคู่สมรส มีสิทธิรับมรดกต่างกันอย่างไร
ลูกบุญธรรมที่จดทะเบียนมีฐานะเป็นบุตรของผู้รับบุตรบุญธรรม ส่วนลูกติดหรือลูกของคู่สมรสไม่เป็นทายาทของพ่อแม่เลี้ยงอัตโนมัติ เว้นแต่รับเป็นบุตรบุญธรรมหรือทำพินัยกรรมให้
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 4 นาที
มรดกและพินัยกรรม
เงินประกันชีวิต เงินฌาปนกิจ กองทุน และเงินหลังเสียชีวิต อะไรเป็นมรดก อะไรไม่ใช่
เงินที่จ่ายหลังเสียชีวิตไม่ได้เป็นมรดกทุกก้อน ต้องดูเจ้าของเงิน ผู้รับผลประโยชน์ และกฎหมายหรือข้อบังคับเฉพาะก่อนนำมารวมแบ่งแก่ทายาท
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 3 นาที
ปรึกษาทนายคดีมรดกของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ