ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล AI ได้หรือไม่ ต้องแยกวัตถุประสงค์อย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ข้อมูลที่เก็บเพื่อให้บริการไม่ได้กลายเป็นข้อมูลสำหรับฝึกโมเดลได้ทุกกรณี ต้องตรวจวัตถุประสงค์เดิม ฐานกฎหมายและประเภทข้อมูล รวมบทบาทของผู้พัฒนา การแทนชื่อด้วยรหัสหรือแปลงเป็นเวกเตอร์ไม่ทำให้ข้อมูลพ้น PDPA โดยอัตโนมัติ
สำหรับประเด็น “ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดล” ต้องเริ่มจากข้อเท็จจริงของงานที่จะทำ บทความนี้อธิบายเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบต่างกัน พร้อมวิธีตัดสินใจและหลักฐานที่ควรเตรียมก่อนเกิดข้อร้องเรียน
สถานการณ์แบบใดให้คำตอบต่างกัน
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นกรณีสมมติเพื่ออธิบายหลัก ไม่ใช่การเปิดเผยข้อมูลลูกความหรือคำพิพากษา
- ใช้ประวัติร้องเรียนฝึกโมเดลตอบลูกค้า ต้องประเมินรายละเอียดบุคคลอื่นที่อยู่ในข้อความด้วย
- นำเอกสารเข้าแหล่งค้นคืนเพื่อให้ AI อ้างตอบ แม้ไม่ได้ปรับน้ำหนักโมเดลก็ยังมีการประมวลผลและเปิดเผย
- สร้างข้อมูลสมมติหรือข้อมูลที่ไม่อาจระบุตัวได้จริง อาจลดภาระข้อมูลส่วนบุคคล แต่ต้องพิสูจน์การไม่เชื่อมกลับตามบริบท
ควรตัดสินใจตามลำดับใด
แยกว่าจะฝึก ปรับแต่งโมเดล ทำฐานค้นคืน หรือเรียกใช้งาน จากนั้นระบุข้อมูลที่จำเป็นและทางเลือกที่ลดข้อมูล ตรวจฐานและวัตถุประสงค์ใหม่ก่อนส่งข้อมูลจริง พร้อมประเมินว่าจะทำตามคำขอแก้หรือลบได้อย่างไร
ใช้ข้อมูลลูกค้าฝึกโมเดลต้องแยกงานใดบ้าง
ฝึกกับค้นคืนต่างกันแต่ต้องกำกับทั้งคู่
ข้อมูลฝึกอาจส่งผลต่อน้ำหนักโมเดล ส่วนฐานค้นคืนเก็บเอกสารหรือเวกเตอร์ให้ระบบดึงมาใช้ ทั้งสองแบบต้องตรวจสิทธิการเข้าถึงและความเสี่ยงเผยข้อมูลเกินกลุ่ม
ฐานกฎหมายต้องตรงผู้ใช้ข้อมูล
ถ้าผู้ขายใช้ข้อมูลเพื่อพัฒนาโมเดลของตน ต้องประเมินบทบาทและฐานของกิจกรรมนั้น ไม่ซ่อนการใช้ต่อไว้ใต้คำสั่งประมวลผลแทนบริษัท
ลดโอกาสจำและเผยข้อมูล
ตัดข้อมูลเกินจำเป็น แยกชุดทดสอบ จำกัดผลลัพธ์และทดสอบการดึงข้อมูลที่ไม่ควรปรากฏ มาตรการเทคนิคต้องมีผลทดสอบรองรับ ไม่รับรองเพียงเพราะระบบปิด
วางสิทธิและทางเลิกก่อนเริ่ม
ระบุสำเนา ชุดฝึก ฐานค้นคืนและโมเดลที่เกี่ยวข้อง ถ้าลบรายบุคคลจากโมเดลไม่ได้ ต้องประเมินข้อจำกัดและทางเลือกตั้งแต่ก่อนอนุมัติโครงการ
ฐานกฎหมายและขอบเขตที่ต้องแยก
มาตรา 21 ผูกการใช้กับวัตถุประสงค์ที่แจ้งและข้อยกเว้นตามกฎหมาย มาตรา 22 จำกัดความจำเป็น มาตรา 24 และ 26 ใช้กับฐานข้อมูลทั่วไปและอ่อนไหว มาตรา 33 เกี่ยวกับสิทธิลบตามเงื่อนไข ไม่ควรอ้างว่าความยากทางเทคนิคยกเว้นหน้าที่ทุกกรณี
อ่านตัวบท พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ประกอบการพิจารณาหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ถ้าพลาดแล้วเรื่องไปทางใด
การฝึกโดยไม่มีฐานหรือใช้เกินวัตถุประสงค์อาจมีปัญหาแม้ไม่มีข้อมูลรั่วสาธารณะ หากโมเดลแสดงข้อมูลบุคคลกลับออกมา ต้องตรวจความถูกต้อง การเปิดเผย และหน้าที่รับมือเหตุแยกกัน
เมื่อได้รับหนังสือหรือข้อเรียกร้อง ให้ตรวจผู้ส่ง ประเด็นที่ถามและกำหนดตอบจากเอกสารจริง รักษาข้อมูลต้นฉบับที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ออกจากประเด็นที่ยังสอบสวน การแก้ปัญหาปัจจุบันควรทำควบคู่กับการเตรียมชี้แจง โดยไม่แก้บันทึกเก่าให้คลาดจากเหตุการณ์
หลักฐานที่ต้องเก็บและวิธีจัดให้ใช้ได้จริง
- ทะเบียนชุดข้อมูล แหล่งที่มาและสิทธิที่อนุญาต
- บันทึกวัตถุประสงค์และฐานกฎหมายรายกิจกรรม
- เวอร์ชันข้อมูลและโมเดลพร้อมผลทดสอบการเผยข้อมูล
- วิธีค้น แก้ ลบ และข้อจำกัดที่ผู้อนุมัติรับทราบ
จุดที่ควรตรวจเพิ่มคือทะเบียนชุดข้อมูล แหล่งที่มาและสิทธิที่อนุญาต เอกสารนี้ตอบได้เฉพาะข้อเท็จจริงที่มีการตรวจและรับรองไว้ หากอีกฝ่ายโต้แย้งว่างานจริงต่างจากเอกสาร ให้ใช้ข้อมูลจากระบบและผู้ปฏิบัติงานตรวจเทียบ ไม่สรุปว่ามีเอกสารแล้วจึงถูกต้องทุกขั้นตอน กรณีที่หลักฐานขัดกัน ควรเก็บทั้งสองชุดไว้พร้อมบันทึกเหตุที่ตรวจพบ เพื่อให้ผู้รับผิดชอบประเมินอย่างครบถ้วนและไม่ตัดข้อมูลที่เสียเปรียบออกจากแฟ้ม
ให้เจ้าของงานระบุผู้จัดทำ ผู้ตรวจรับ วันที่และเวอร์ชัน เก็บต้นฉบับในพื้นที่ที่จำกัดสิทธิตามหน้าที่ ส่วนสำเนาสำหรับตรวจควรปกปิดข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง ระยะเก็บต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ หน้าที่ตามกฎหมายและสิทธิเรียกร้องที่เกี่ยวข้อง หากมีข้อพิพาทให้ประเมินการพักทำลายเฉพาะข้อมูลที่จำเป็น พร้อมกำหนดผู้ทบทวน ไม่เก็บทุกอย่างตลอดไป
นำไปใช้กับทีมงานอย่างไร
กำหนดขอบเขตการทดลอง
เริ่มทดสอบด้วยข้อมูลสมมติหรือข้อมูลที่ลดความเสี่ยงแล้ว ระบุงานที่ให้เครื่องมือช่วยและงานที่ยังไม่อนุญาต หากต้องใช้ข้อมูลจริงเพื่อทดสอบ ต้องผ่านการประเมินฐานกฎหมายและสิทธิผู้รับก่อน ไม่ถือว่าช่วงทดลองอยู่นอกกฎหมาย
เก็บข้อจำกัดไว้กับผลทดสอบ
ผู้ตัดสินใจควรรู้ว่าระบบทดสอบกับงานแบบใด ข้อมูลแบบใดทำให้ผิด และมีสถานการณ์ใดที่ยังไม่ประเมิน แยกผลที่ตรวจยืนยันได้ออกจากคำอธิบายของผู้ขาย เพื่อไม่ขยายการใช้งานเกินหลักฐานที่มี
การอนุมัติต้องตามการเปลี่ยนแปลง
เมื่อผู้ให้บริการเปลี่ยนเงื่อนไข โมเดลหรือสิทธิการใช้ข้อมูล ให้เจ้าของงานประเมินส่วนที่เปลี่ยนและแจ้งผู้เกี่ยวข้อง การอนุมัติชื่อเครื่องมือครั้งเดียวไม่ครอบคลุมทุกการเชื่อมต่อ ทุกบัญชี และทุกข้อมูลในอนาคต
แผนลงมือวันนี้ ภายใน 7 วันและ 30 วัน
ช่วงเวลาต่อไปนี้เป็นตัวอย่างแผนจัดงานภายใน ไม่ใช่กำหนดตามกฎหมาย และไม่เลื่อนหน้าที่เร่งด่วนที่ต้องทำก่อน
| ช่วงงาน | งานที่มอบหมาย | สิ่งที่ใช้ตรวจรับ |
|---|---|---|
| วันนี้ | แยกชุดข้อมูลที่มีบุคคลจริงออกจากพื้นที่ทดลองที่ยังไม่อนุมัติ | ขอบเขตงานและผู้รับผิดชอบ |
| ภายใน 7 วัน | ตรวจวัตถุประสงค์และลดข้อมูลก่อนออกแบบชุดฝึก | ข้อค้นพบและรายการที่ต้องแก้ |
| ภายใน 30 วัน | ทดสอบสิทธิข้อมูลและการเผยข้อมูลจากผลลัพธ์ก่อนเปิดใช้ | ผลตรวจหรือทดสอบและงานที่ยังค้าง |
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง
คำว่า anonymised บนไฟล์ไม่พิสูจน์ว่าไม่ระบุตัว และคำว่าใช้เพื่อปรับปรุงบริการไม่ควรครอบทุกการฝึกโมเดล ต้องอธิบายการใช้จริงให้ตรวจได้
อ่านต่อและจัดระบบให้เหมาะกับองค์กร
ภาพรวมของเรื่องนี้อยู่ในคู่มือกำกับการใช้ AI กับข้อมูลส่วนบุคคล สำหรับผู้บริหารและ HR ใช้ตรวจว่าประเด็นเฉพาะเชื่อมกับหน้าที่ส่วนอื่นอย่างไร
สำหรับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง อ่านDPIA สำหรับการประมวลผลความเสี่ยงสูง ควรเริ่มเมื่อใดและทำอย่างไร และแชตบอตเก็บชื่อ เบอร์โทรและบทสนทนา ต้องแจ้งอะไรตาม PDPA
หากงานเชื่อมกับกระบวนการอื่น ให้อ่านคู่มือจัดการคู่ค้าและ DPA สำหรับองค์กร ก่อนส่งข้อมูลจนเลิกใช้ระบบประกอบก่อนกำหนดผู้รับผิดชอบ
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมช่วยตรวจข้อเท็จจริง เอกสารและพยานหลักฐานผ่านบริการกฎหมาย PDPA โดยประเด็นการจ้างงานสามารถประเมินร่วมกับทีมกฎหมายแรงงาน สามารถนัดหมายเพื่อนำเอกสารที่เกี่ยวข้องมาประเมินก่อนตัดสินใจ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มาตรา 21 ผูกการใช้กับวัตถุประสงค์ที่แจ้งและข้อยกเว้นตามกฎหมาย มาตรา 22 จำกัดความจำเป็น มาตรา 24 และ 26 ใช้กับฐานข้อมูลทั่วไปและอ่อนไหว มาตรา 33 เกี่ยวกับสิทธิลบตามเงื่อนไข ไม่ควรอ้างว่าความยากทางเทคนิคยกเว้นหน้าที่ทุกกรณี
คำถามที่พบบ่อย
RAG ไม่ใช่การฝึกจึงไม่ต้องดู PDPA หรือไม่
ยังต้องดู เพราะมีการเก็บ ค้น ใช้และอาจเปิดเผยข้อมูลในเอกสารหรือฐานเวกเตอร์
เปลี่ยนชื่อเป็นรหัสพอไหม
หากเชื่อมกลับได้หรือรายละเอียดอื่นระบุตัวได้ก็ยังเป็นข้อมูลส่วนบุคคล ต้องประเมินตามข้อเท็จจริง
ถอนความยินยอมแล้วต้องลบโมเดลเสมอไหม
ต้องตรวจฐานที่ใช้ ขอบเขตข้อมูล สิทธิและข้อยกเว้น รวมวิธีทางเทคนิค ไม่สามารถตอบเหมารวมว่าลบทั้งหมดหรือไม่ต้องทำอะไรเลย
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ต้องจำกัดอำนาจอย่างไร
AI Agent เข้าถึงอีเมลและ CRM ควรแยกสิทธิอ่าน ส่ง แก้ และลบ ตรวจจุดอนุมัติ อายุสิทธิ และหลักฐานผลจริง ก่อนให้ระบบทำงานแทนพนักงาน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI สร้างข้อมูลผิดเกี่ยวกับลูกค้า บริษัทต้องตามแก้อย่างไร
AI สร้างข้อมูลผิดแล้วถูกส่งเข้า CRM ต้องตรวจต้นทางและตามแก้จุดใช้จริง ดูสิทธิแก้ไข การระงับระหว่างตรวจ และหลักฐานตอบคำร้องของลูกค้า
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
PDPA คุ้มครองข้อมูล
AI ค้นเอกสารภายใน ต้องป้องกันข้อมูลข้ามสิทธิอย่างไร
AI ค้นเอกสารภายในอาจตอบข้อมูลที่ผู้ถามไม่มีสิทธิ ดูวิธีตรวจแหล่งข้อมูล ดัชนี ประวัติ และผลทดสอบก่อนเปิดให้พนักงานค้นด้วยบัญชีจริง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทีมทนาย PDPAของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ