ค่าส่วนกลางค้างชำระ นิติบุคคลส่งหนังสือทวงอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ค่าส่วนกลางค้างชำระต้องทวงตามฐานของนิติบุคคลแต่ละประเภท อาคารชุดใช้พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 และ 18/1 ส่วนหมู่บ้านจัดสรรใช้พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49–50 หนังสือควรระบุเจ้าของที่มีหน้าที่ชำระ ยอดแยกรายงวด และฐานเงินเพิ่มหรือค่าปรับ ตรวจข้อบังคับ มติ และอำนาจผู้ลงนามก่อนส่ง ไม่ใช้การประจานหรือปิดทางเข้าบ้านแทนกระบวนการทวง
ค่าส่วนกลางค้างชำระหลายหลังอาจทำให้นิติบุคคลขาดเงินดูแลพื้นที่ร่วม แต่การส่งหนังสือพร้อมกันต้องตรวจแต่ละรายก่อน บทความนี้ช่วยจัดรายการข้อมูลและขั้นตอนที่ใช้กับอาคารชุดหรือหมู่บ้านจัดสรร โดยแยกการติดตามยอดออกจากการใช้มาตรการจำกัดสิทธิ
ค่าส่วนกลางค้างชำระต้องทวงใครและระบุอะไร
เริ่มจากเจ้าของผู้มีหน้าที่ตามกฎหมายและงวดที่ถึงกำหนดจริง ไม่ใช้ชื่อผู้อาศัยหรือชื่อในทะเบียนบ้านเป็นคำตอบแทนการตรวจกรรมสิทธิ์ หนังสือควรทำให้ผู้รับตรวจได้ว่านิติบุคคลเรียกตามอำนาจใด ใช้อัตราใด และหักเงินที่ชำระแล้วอย่างไร
พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 กำหนดหน้าที่เจ้าของร่วมเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายตามอัตราส่วนและข้อบังคับ ส่วนพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 วางหลักค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาและจัดการสาธารณูปโภคของที่ดินจัดสรร การใช้ชื่อเรียกรวมว่า “ค่าส่วนกลาง” ไม่ทำให้กฎหมายสองชุดนี้เหมือนกัน
- ตรวจชื่อนิติบุคคล ประเภทการจดทะเบียน และผู้มีอำนาจลงนามหรือมอบอำนาจ
- ระบุห้องชุดหรือแปลงที่ดิน ชื่อผู้มีหน้าที่ และช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับยอดค้าง
- อ้างอัตราค่าใช้จ่ายตามข้อบังคับและมติที่มีผล พร้อมวันที่เริ่มใช้
- แนบตารางงวดที่ค้าง วันครบกำหนด ยอดรับชำระ และยอดคงเหลือ
- แยกเงินเพิ่มหรือค่าปรับพร้อมฐานคำนวณ ไม่เขียนเป็นยอดรวมที่ตรวจไม่ได้
- แจ้งช่องทางขอแก้ไขยอด วิธีชำระ และกำหนดตอบที่เหมาะกับขั้นตอนที่กำลังทำ
ตัวอย่างสมมติ ห้องชุดหนึ่งถูกเรียกค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,000 บาท ค้างสามงวดรวม 6,000 บาท แต่ฝ่ายบัญชีมีเงินเข้ารายการหนึ่ง 2,000 บาทซึ่งยังไม่ทราบห้อง ก่อนส่งทวงต้องเทียบหลักฐานกับเจ้าของรายนั้น หากเป็นการชำระของเขาจริง การส่งยอด 6,000 บาทโดยไม่หักจะสร้างข้อพิพาทที่แก้ได้ตั้งแต่ต้น
หนังสือควรแสดงอำนาจผู้ลงชื่อให้ตรวจสอบได้ โดยเฉพาะช่วงเปลี่ยนผู้จัดการหรือคณะกรรมการ ไม่ควรถือว่าบริษัทรับบริหารอาคารเป็นเจ้าหนี้เองทุกกรณี หากให้ทนายส่งแทนต้องตรวจเอกสารมอบหมายและขอบเขตงานด้วย
หากผู้รับโต้แย้งรายการ ให้บันทึกประเด็นพร้อมหลักฐานและแยกยอดที่ตรวจตรงกันไว้ก่อน แนวทาง รับมือเมื่อยอดในหนังสือทวงถามไม่ตรงกัน ช่วยจัดคำชี้แจงโดยไม่ต้องเริ่มจากการกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจงใจไม่จ่าย
คอนโด หมู่บ้าน และชุมชนทั่วไปใช้กฎเดียวกันไหม
ใช้กฎต่างกันตามสถานะทางกฎหมาย นิติบุคคลอาคารชุดมีฐานตามกฎหมายอาคารชุด ส่วนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีฐานตามกฎหมายจัดสรรที่ดิน กลุ่มผู้อยู่อาศัยที่รวมตัวกันเองไม่ได้มีอำนาจตามสองกฎหมายนี้ครบทุกอย่างเพียงเพราะเรียกตนว่า “นิติ”
ถ้าห้องชุดมีผู้เช่า ข้อตกลงระหว่างเจ้าของกับผู้เช่าเรื่องจ่ายค่าส่วนกลางต้องแยกจากหน้าที่ของเจ้าของร่วมต่อนิติบุคคล หากผู้เช่าไม่จ่ายตามสัญญา เจ้าของอาจมีสิทธิเรียกกับผู้เช่าอีกทอดหนึ่ง ไม่ใช่ย้ายหน้าที่ตามกฎหมายให้บุคคลอื่นได้ทั้งหมดด้วยข้อความในสัญญาเช่า
ถ้ามีการขายหรือเปลี่ยนเจ้าของ ต้องตรวจช่วงงวดค้าง วันโอน และกฎที่เกี่ยวกับการโอนหรือขายทอดตลาด อย่านำยอดทั้งหมดผูกกับผู้ครอบครองปัจจุบันโดยไม่ตรวจฐาน สิทธิของผู้ซื้อจากการขายทั่วไปกับการขายทอดตลาดอาจต้องพิจารณาขั้นตอนต่างกัน
ถ้าเป็นหมู่บ้านที่ยังไม่จดทะเบียนนิติบุคคลหรือสาธารณูปโภคยังอยู่ในความรับผิดของผู้จัดสรร ต้องตรวจผู้มีหน้าที่บำรุงรักษาและผู้มีสิทธิจัดเก็บก่อน มติของกลุ่มลูกบ้านเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกใช้แทนอำนาจที่กฎหมายกำหนดไว้
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: มติเรียกเก็บต้องตรวจฐานด้วย
คนมักเข้าใจว่า เมื่อที่ประชุมลงมติแล้ว นิติบุคคลเรียกยอดหรือใช้มาตรการใดกับผู้ค้างก็ได้ และเจ้าของที่ไม่ได้เข้าประชุมไม่มีสิทธิตั้งคำถามเกี่ยวกับการคำนวณ
กฎหมายมองว่า ต้องพิจารณาอำนาจตามกฎหมาย ข้อบังคับ และความถูกต้องของมติประกอบกัน การลงมติไม่ทำให้อัตราที่เกินขอบเขตกฎหมายใช้ได้ และสิทธิเรียกเอกสารตรวจยอดไม่ใช่เหตุยกเว้นหน้าที่ชำระทุกกรณี
จุดเสี่ยงจริง คือใช้บัญชีค้างชุดเดิมเป็นฐานทวงต่อเนื่องโดยไม่ตรวจการรับเงินหรือวันโอน เจ้าหน้าที่ควรล็อกยอด ณ วันหนึ่งที่ชัดเจนและตรวจใหม่ก่อนส่งแต่ละครั้ง ส่วนคำโต้แย้งเรื่องคุณภาพบริการต้องมีช่องรับเรื่องแยกจากการกระทบยอด เพื่อไม่ให้ปัญหาสองเรื่องปะปนกัน
มองสองฝั่ง: นิติบุคคลจัดเก็บ เจ้าของตรวจยอด
นิติบุคคลต้องรักษางบดูแลส่วนรวมและจัดเก็บอย่างมีหลักฐาน ส่วนเจ้าของมีหน้าที่ชำระตามฐานที่ถูกต้องพร้อมสิทธิตรวจรายละเอียด การเปิดข้อมูลยอดเฉพาะรายให้ผู้มีสิทธิดูช่วยให้แก้ความคลาดเคลื่อนได้เร็วขึ้น
| ประเด็น | นิติบุคคล | เจ้าของห้องหรือแปลง |
|---|---|---|
| สิทธิหรือหน้าที่ | เรียกเก็บตามกฎหมาย ข้อบังคับและมติที่มีผล | ชำระตามหน้าที่และขอรายละเอียดที่มาของยอด |
| ความเสี่ยง | ทวงผิดคน คำนวณผิด หรือใช้มาตรการเกินอำนาจ | หยุดจ่ายทั้งหมดเพราะไม่พอใจบริการโดยไม่ตรวจสิทธิ |
| สิ่งที่ควรทำทันที | ส่งบัญชีรายงวดและหลักฐานอัตราที่ใช้ | เทียบใบเสร็จและแจ้งรายการที่เห็นว่าผิดพร้อมหลักฐาน |
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | เผยชื่อพร้อมยอดหนี้ต่อคนไม่เกี่ยวข้องเพื่อกดดัน | ลบหลักฐานโอนหรือถือว่าการไม่เข้าอยู่อาศัยทำให้ไม่ต้องจ่าย |
บ้านหรือห้องที่ว่างไม่ได้หลุดจากหน้าที่โดยอัตโนมัติ ส่วนปัญหาการบริหารก็ยังควรได้รับคำชี้แจงตามช่องทางที่เหมาะสม ไม่ใช้การทวงเงินปิดโอกาสตรวจสอบงานส่วนกลาง
ค้างกี่เดือนจึงใช้มาตรการ และต้องระวังเวลาใด
ต้องแยกระยะค้างที่กฎหมายใช้เป็นเงื่อนไขมาตรการออกจากกำหนดตอบหนังสือ การให้เวลาจ่าย 15 วันในโนติสไม่ได้ทำให้มาตรการที่ยังไม่ครบเงื่อนไขใช้ได้ทันที
| ประเภท | ช่วงเวลาที่ต้องตรวจ | ข้อจำกัด |
|---|---|---|
| อาคารชุด | มาตรา 18/1 มีผลเพิ่มเติมเมื่อค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป | การระงับบริการหรือใช้ทรัพย์ส่วนกลางต้องตรวจข้อบังคับและขอบเขตตามกฎหมาย |
| หมู่บ้านจัดสรร | มาตรา 50 แยกกรณีค้างตั้งแต่สามเดือนและหกเดือน | การระงับบริการกับการระงับจดทะเบียนมีผู้ใช้อำนาจและขั้นตอนต่างกัน |
| การฟ้องเรียกค่าใช้จ่ายรายงวด | ต้องตรวจอายุความจากงวดที่ถึงกำหนด | การส่งหนังสือใหม่ฝ่ายเดียวไม่ทำให้อายุความเริ่มใหม่ |
การระงับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของหมู่บ้านจัดสรรเป็นกระบวนการที่ต้องใช้หลักเกณฑ์และการพิจารณาของพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ข้อความที่นิติบุคคลเขียนเองแล้วมีผลทันที รายละเอียดตรวจได้จาก คำอธิบายกรมที่ดินเรื่องการระงับจดทะเบียนกรณีค้างค่าใช้จ่าย
ให้ฝ่ายบัญชีแสดงวันครบกำหนดของแต่ละงวดและการชำระที่เกี่ยวข้อง อย่ารวมยอดเก่าเป็นบรรทัดเดียวจนตรวจวันไม่ได้ ใช้ เครื่องมือคำนวณอายุความ ช่วยหลังเลือกประเภทสิทธิถูกต้องแล้ว โดยแยกกำหนดเวลามาตรการกับเวลาฟ้องออกจากกัน
เงินเพิ่มคอนโดกับค่าปรับหมู่บ้านคิดอย่างไร
เงินเพิ่มของอาคารชุดต้องอยู่ในขอบเขตมาตรา 18/1 และข้อบังคับ ส่วนค่าปรับของหมู่บ้านจัดสรรต้องตรวจอัตราตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับพื้นที่นั้น ห้ามนำอัตราคอนโดไปใส่ในหนังสือของหมู่บ้านเพียงเพราะเป็นค่าส่วนกลางเหมือนกัน
อาคารชุดกรณีไม่ชำระภายในกำหนดมีเงินเพิ่มไม่เกินร้อยละ 12 ต่อปีโดยไม่คิดทบต้นตามข้อบังคับ เมื่อค้างตั้งแต่หกเดือนขึ้นไปกฎหมายกำหนดเพดานไม่เกินร้อยละ 20 ต่อปี ต้องตรวจอัตราที่ข้อบังคับกำหนดและวิธีนับของแต่ละงวด ไม่ใช่บวก 12 กับ 20 เป็นร้อยละ 32
ตัวอย่างสมมติ ใช้ยอดค้างหนึ่งงวด 10,000 บาท ข้อบังคับกำหนดเงินเพิ่มร้อยละ 12 ต่อปี และตัวอย่างกำหนดช่วงคิดเท่ากับสามเดือนพอดี เงินเพิ่มแบบไม่ทบต้นคือ 10,000 × 12% × 3/12 เท่ากับ 300 บาท ในงานจริงต้องใช้วันครบกำหนด วิธีนับเวลา และการชำระที่เกิดขึ้นจริง
หนังสือควรแยกเงินเพิ่มออกจากค่าทวงหรือค่าใช้จ่ายอื่น หากไม่มีฐานเรียกที่ตรวจได้ อย่าเติมค่าดำเนินการเหมารวมตามจำนวนหนังสือที่ส่ง รายงานภายในควรแสดงยอดก่อนและหลังแก้ไขเพื่อให้ผู้ลงนามตรวจทันก่อนนำส่ง
เอกสารชุดใดช่วยให้ทวงค่าส่วนกลางได้ตรงราย
เอกสารต้องเชื่อมอัตราที่มีผลกับเจ้าของและยอดรายงวด ไม่ใช้เพียงตารางบัญชีที่ไม่มีข้อมูลประกอบ เพราะผู้รับอาจโต้แย้งทั้งฐานอัตราและเงินที่จ่ายไปแล้ว
- หลักฐานจดทะเบียนนิติบุคคลและเอกสารผู้มีอำนาจในช่วงที่ดำเนินการ
- ข้อบังคับฉบับที่ใช้ มติที่เกี่ยวข้อง และหลักฐานวันที่เริ่มใช้อัตรา
- ข้อมูลห้องหรือแปลงและเจ้าของที่ตรวจจากเอกสารอันเหมาะสม
- บัญชีรายงวด ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จ และรายการเงินที่ยังรอระบุตัว
- วิธีคำนวณเงินเพิ่มหรือค่าปรับพร้อมฐานที่ใช้อ้าง
- หนังสือก่อนหน้า ผลนำจ่าย คำโต้แย้ง และหลักฐานที่ใช้ตอบแต่ละประเด็น
กำหนดให้ฝ่ายบัญชีตรวจยอดและผู้มีอำนาจตรวจคำเรียกร้องก่อนลงนาม หากทวงหลายรายควรแยกไฟล์และตรวจชื่อบนซองทุกฉบับ ตามแนวทาง จัดหนังสือทวงสำหรับลูกหนี้หลายราย เพื่อลดความผิดพลาดส่งยอดของบ้านหนึ่งให้อีกบ้านเห็น รายการรายชื่อนี้ไม่ควรอยู่ในโฟลเดอร์ที่ผู้อาศัยทั่วไปเปิดได้
การทวงส่วนกลางเกี่ยวกับ PDPA และสิทธิในทรัพย์อย่างไร
ข้อมูลค้างชำระเป็นข้อมูลที่ต้องจำกัดการใช้ให้เหมาะกับหน้าที่ และมาตรการต่อทรัพย์ต้องมีฐานสิทธิของตนเอง การมีหนี้ไม่ได้ทำให้นิติบุคคลเปิดเผยรายละเอียดหรือปิดกั้นการใช้ทรัพย์ได้ไม่จำกัด
ด้านข้อมูลส่วนบุคคล ต้องกำหนดว่าใครตรวจบัญชีได้ ใครรับหนังสือ และส่งผ่านช่องทางใด การประกาศชื่อพร้อมยอดในกลุ่มไลน์หรือพื้นที่สาธารณะเพื่อกดดันอาจเกินความจำเป็น ควรเชื่อมงานบัญชีกับ ระบบคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของนิติบุคคล แทนการกระจายรายชื่อให้ทุกคนติดตาม
ด้านสิทธิในทรัพย์ การระงับบริการบางประเภทไม่เท่ากับมีอำนาจปิดทางเข้าบ้านหรือยึดของเจ้าของโดยพลการ หากมีข้อพิพาทเรื่องพื้นที่ร่วม ทางเข้า หรือเจ้าของที่แท้จริง ต้องตรวจผ่าน กฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ก่อนใช้มาตรการที่กระทบการอยู่อาศัย
ทางไปต่อ: จัดระบบทวงรายงวดให้ตรวจสอบได้
เริ่มจากทบทวนข้อมูลที่นิติบุคคลมีแล้วแบ่งรายที่ยอดตรงกับรายที่ยังมีข้อพิพาท การใช้ข้อความกลางได้ควรเป็นเพียงโครง ส่วนชื่อ ยอด และเงื่อนไขต้องตรวจเป็นรายบุคคล
- ยืนยันประเภทนิติบุคคลและอำนาจผู้ดำเนินการก่อนตั้งชุดหนังสือ
- กระทบบัญชีพร้อมตรวจเงินที่ยังไม่ระบุผู้จ่าย แล้วแยกยอดตามวันครบกำหนด
- ตรวจข้อบังคับ มติ และอัตราเงินเพิ่มหรือค่าปรับที่ใช้จริง
- ส่งหนังสือเฉพาะรายพร้อมช่องทางตรวจยอด เก็บผลรับและคำตอบ
- เมื่อยังไม่ชำระ ให้ประเมินการผ่อน การไกล่เกลี่ย หรือดำเนินคดีตามเงื่อนไขที่ครบ
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| แจ้งยอดและแก้บัญชี | มีโอกาสเป็นการตกหล่นหรือไม่ทราบกำหนด | แก้เอกสารที่ส่งไปแล้วเมื่อพบยอดผิด |
| ตกลงผ่อนตามอำนาจที่มี | ยอมรับหนี้แต่ขาดสภาพคล่องชั่วคราว | ตรวจอำนาจลดหนี้หรือเงินเพิ่มและใช้เกณฑ์ที่มีเหตุผล |
| ไกล่เกลี่ยก่อนฟ้องของศาล | มีข้อพิพาทที่ยังหาข้อตกลงร่วมกันได้ | ไม่เสียค่าขึ้นศาล แต่ต้องตรวจอายุความแยกด้วย |
| ให้ทนายดำเนินการรายบุคคล | ยอดสะสมสูง เปลี่ยนเจ้าของ หรือโต้แย้งอำนาจ | ไม่ใช้ผลตรวจรายหนึ่งแทนทุกบ้านโดยไม่ตรวจเอกสาร |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อพบว่า
- เปลี่ยนเจ้าของแล้วแต่บัญชีหนี้ยังใช้ชื่อเดิม
- ข้อบังคับกับมติเรียกเก็บหรืออัตราเงินเพิ่มไม่ตรงกัน
- กำลังจะระงับบริการหรือขอระงับจดทะเบียน
- มียอดค้างหลายปีหรือมีข้อพิพาทว่าใครมีอำนาจลงนาม
หากนิติบุคคลต้องส่งหนังสือทวงหลายราย ให้เตรียมข้อบังคับ มติ และบัญชีรายงวด เพื่อให้ บริการออกหนังสือบอกกล่าวทวงถาม ตรวจฐานเรียกและวางขั้นตอนเฉพาะประเภทนิติบุคคล โดย ติดต่อนัดตรวจชุดเอกสาร ก่อนเริ่มส่งถึงเจ้าของแต่ละราย
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 18 และ 18/1: หน้าที่ออกค่าใช้จ่าย เงินเพิ่ม และผลของการค้างชำระตามเงื่อนไข
- พระราชบัญญัติอาคารชุด พ.ศ. 2522 มาตรา 36: หน้าที่และอำนาจของผู้จัดการนิติบุคคลอาคารชุด
- พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 มาตรา 49 และ 50: ค่าใช้จ่าย ค่าปรับ และมาตรการเมื่อค้างชำระซึ่งต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14: เหตุอายุความสะดุดหยุดลงต้องแยกจากการส่งหนังสือฝ่ายเดียว
แหล่งตรวจ: กฎหมายอาคารชุดจากกรมที่ดิน และ กฎหมายและแนวปฏิบัติการจัดสรรที่ดิน
ตรวจสอบมาตราที่อ้างเมื่อ ตุลาคม 2569 อัตราที่นำไปใช้จริงต้องตรวจข้อบังคับและหลักเกณฑ์ของนิติบุคคลแต่ละแห่ง
คำถามที่พบบ่อย
ห้องว่างไม่มีคนอยู่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางไหม
นิติบุคคลทวงจากผู้เช่าแทนเจ้าของได้เลยไหม
จ่ายบางงวดแล้วแต่หนังสือยังทวงยอดเต็มควรทำอย่างไร
ผู้จัดการคนใหม่ใช้บัญชีเก่าทวงต่อได้ไหม
ส่งทวงหลายบ้านใช้หนังสือชุดเดียวได้หรือไม่
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการร่าง–ตรวจสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
หนังสือทวงค่าจ้างผู้รับเหมา แยกงวดงานกับเงินประกันอย่างไร
ผู้ว่าจ้างยังไม่จ่ายงวดงาน ต้องแยกค่าจ้างถึงกำหนด เงินประกันผลงาน และงานเพิ่มออกจากกัน พร้อมตัวอย่างโนติสและหลักฐานเมื่อถูกอ้างหักค่าซ่อมหรือค่าปรับ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
หนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าและให้ขนย้ายออก ต้องเขียนอะไร
ผู้เช่าค้างค่าเช่าหรือครบสัญญาแล้วไม่ออก ต้องแยกหนังสือเตือน บอกเลิก และนัดคืนห้องอย่างไร พร้อมตรวจระยะเวลาตามกฎหมายทั่วไปและสัญญาที่ สคบ. ควบคุม
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 10 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
Demand letter ภาษาอังกฤษ ส่งถึงลูกหนี้ต่างประเทศอย่างไร
ลูกหนี้ย้ายไปต่างประเทศหรือใช้ภาษาอังกฤษ ต้องตรวจชื่อ ที่อยู่ เงื่อนไขสัญญาและหลักฐานรับอย่างไร แยกหนังสือทวงจากหมายศาล พร้อมวางขอบเขตงานก่อนส่ง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน