กฎหมายทวงหนี้ใช้กับเจ้าหนี้รายย่อยเมื่อใด
คำว่าเจ้าหนี้รายย่อยไม่ได้เป็นข้อยกเว้นตามกฎหมายในตัวเอง พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 พิจารณาลักษณะผู้ทวง แหล่งที่มาของหนี้ และสถานะลูกหนี้ ไม่ได้ดูเพียงจำนวนเงินหรือการจดบริษัท เจ้าหนี้ที่ให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติ หรือมีสิทธิรับชำระหนี้จากการค้าปกติหรือเป็นปกติธุระ อาจอยู่ในนิยาม รวมถึงผู้รับมอบอำนาจตามที่บัญญัติไว้
ลูกหนี้ตามกฎหมายฉบับนี้เป็นบุคคลธรรมดาและรวมผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคลธรรมดา ส่วนหนี้ที่ทวงจะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ไม่ใช่เหตุให้หลุดจากความคุ้มครองตามนิยามโดยอัตโนมัติ อย่างไรก็ดี การคุ้มครองวิธีทวงไม่ได้ทำให้หนี้ที่กฎหมายไม่รับรองกลายเป็นหนี้ที่ฟ้องเรียกได้ ต้องตรวจสิทธิเรียกเงินอีกชั้นหนึ่ง
ตัวอย่างสมมติ: ก. ให้คนในตลาดกู้เงินหมุนเวียนเป็นกิจวัตร แม้ทำคนเดียวและวงเงินต่อรายไม่มาก ก็ต้องตรวจว่าเป็นการให้สินเชื่อเป็นทางการค้าปกติหรือไม่ ต่างจาก ข. ที่ให้เพื่อนสนิทยืมฉุกเฉินครั้งเดียวโดยไม่ได้ทำเป็นอาชีพหรือปกติธุระ กรณีหลังอาจไม่อยู่ในขอบเขตเดียวกัน แต่ยังต้องระวังกฎหมายเรื่องการข่มขู่ หมิ่นประมาท และละเมิด
การตรวจจึงเริ่มจากเล่าความสัมพันธ์และรูปแบบการให้เงิน ไม่ใช่บอกเพียงว่าเป็นเจ้าหนี้ส่วนตัว หากจะเปลี่ยนจากการโทรตามเป็นหนังสือ สามารถเตรียมสัญญาและบันทึกการติดต่อเพื่อประเมินกับบริการออกหนังสือบอกกล่าวทวงถาม โดยต้องตรวจทั้งฐานหนี้และกติกาที่ใช้กับผู้ทวงรายนั้น
ข้อยกเว้น: ติดต่อญาติหรือที่ทำงานไม่ใช่สิทธิทั่วไป
มาตรา 8 ห้ามทวงจากบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เว้นแต่บุคคลที่ลูกหนี้ระบุไว้เพื่อการนั้น การติดต่อคนอื่นเพื่อสอบถามหรือยืนยันที่อยู่ทำได้ภายใต้เงื่อนไข ต้องบอกชื่อและจุดประสงค์ตามจริง ไม่แอบอ้าง และโดยหลักไม่แจ้งความเป็นหนี้ ข้อยกเว้นกรณีคู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดานสอบถามเหตุแห่งการติดต่อให้ชี้แจงได้เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม ไม่ใช่อนุญาตให้บอกยอดหนี้แก่ญาติทุกคนเอง
สถานที่ทำงานอาจเป็นสถานที่ติดต่อได้เมื่อเข้าเงื่อนไขมาตรา 9 แต่ไม่ทำให้สามารถประกาศหนี้ต่อเพื่อนร่วมงานหรือขอให้หัวหน้าลงโทษลูกหนี้ได้ ขอบเขตการไปตามตัวกับการเปิดเผยหนี้เป็นคนละเรื่อง หากลูกหนี้ระบุสถานที่ติดต่อไว้ ต้องพิจารณาสถานที่นั้นก่อนตามกฎหมาย ไม่เลือกสถานที่ที่ทำให้เจ้าตัวอับอายที่สุด
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ตรวจสถานะก่อนใช้กฎ
คนมักเข้าใจว่า: กฎหมายทวงหนี้ใช้เฉพาะธนาคารและบริษัททวงหนี้ จึงไม่เกี่ยวกับร้านเล็กหรือคนให้กู้ส่วนตัว
กฎหมายมองว่า: นิยามครอบคลุมการค้าปกติหรือปกติธุระตามเงื่อนไขด้วย ส่วนการให้เพื่อนยืมครั้งคราวต้องพิจารณาข้อเท็จจริง ไม่ใช่เหมารวมว่าใช้หรือไม่ใช้กับทุกคนที่ไม่ได้จดบริษัท
จุดเสี่ยงจริง: เจ้าหนี้อาจคิดว่าตนอยู่นอกกฎหมายแล้วใช้วิธีทวงที่สร้างความเสียหาย หรือคิดว่าจ้างคนอื่นแล้วตนไม่ต้องตรวจวิธีทำงาน ควรกำหนดขอบเขตการติดต่อให้ชัด เก็บข้อมูลว่าใครติดต่อลูกหนี้เมื่อใด และหยุดพฤติกรรมที่มีข้อโต้แย้งก่อนลุกลาม
มองสองฝั่ง: สิทธิทวงกับสิทธิได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม
| ประเด็น | เจ้าหนี้หรือผู้รับมอบหมาย | ลูกหนี้หรือผู้ค้ำประกัน |
|---|
| สิทธิ | ติดตามหนี้และใช้สิทธิฟ้องตามเงื่อนไข | ทราบผู้ทวง ยอดหนี้ และคัดค้านวิธีทวงที่ไม่ชอบ |
| ความเสี่ยง | ติดต่อนอกเวลา เกินครั้ง หรือเปิดเผยแก่ผู้อื่น | สับสนว่าผู้ทวงทำผิดแล้วหนี้เดิมหายไปทั้งหมด |
| ควรทำ | จัดบันทึกการติดต่อร่วมกันทั้งทีมและตัวแทน | เก็บข้อความ วันเวลา และหลักฐานการชำระ |
| ไม่ควรทำ | แยกหลายเบอร์เพื่อทวงซ้ำหรืออ้างอำนาจรัฐ | โอนให้ผู้ไม่แสดงตัวหรือไม่มีข้อมูลยืนยันสิทธิรับเงิน |
เวลาและจำนวนครั้ง: ติดต่อให้ทราบการทวงไม่เกินวันละครั้ง
เมื่ออยู่ในบังคับกฎหมาย การติดต่อโดยบุคคล โทรศัพท์ หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในวันจันทร์ถึงวันศุกร์อยู่ในช่วง 08.00–20.00 น. และวันหยุดราชการ 08.00–18.00 น. ต้องอ่านเงื่อนไขข้อยกเว้นตามประกาศที่เกี่ยวข้องหากจะอ้างช่วงเวลาอื่น ไม่ใช่กำหนดช่วงใหม่เองเพราะผู้ทวงสะดวก
ประกาศคณะกรรมการกำกับการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2562 กำหนดการติดต่อให้ลูกหนี้หรือบุคคลที่ระบุไว้ได้ทราบการทวงถามหนี้ไม่เกินหนึ่งครั้งต่อหนึ่งวัน การใช้หลายช่องทางไม่ได้ทำให้ได้สิทธิเพิ่มช่องทางละหนึ่งครั้ง ควรนับการติดต่อร่วมกันและประสานงานกับผู้รับมอบหมาย ไม่โทรตามอีกทั้งที่มีการทวงที่ผู้รับทราบแล้ว
กรณีโทรไม่รับหรือข้อความยังไม่อ่านต้องดูข้อเท็จจริงว่ามีการรับทราบการทวงหรือไม่ แต่ไม่ควรตีความว่ากดโทรซ้ำได้ไม่จำกัด การรบกวนหรือข่มขู่อาจผิดข้อห้ามอื่นได้อยู่ดี หากมีการส่งหนังสือและติดต่อหลายรูปแบบในวันเดียว ควรวางแผนบันทึกการรับทราบให้ชัดก่อนติดตามเพิ่ม
เงิน: หนี้เดิมกับค่าติดตามต้องมีฐานแยกกัน
อย่ารวมค่าทวง ค่าเดินทาง และค่าปรับที่ตั้งขึ้นภายหลังเข้ากับเงินต้นโดยไม่ตรวจ กฎหมายห้ามเรียกค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเกินอัตราที่กำหนด และธุรกิจบางประเภทมีเกณฑ์เฉพาะ การที่เจ้าหนี้จ่ายค่าจ้างทนายไปแล้วไม่ได้แปลว่าลูกหนี้ต้องรับภาระทั้งหมดทันที
ผู้รับมอบหมายที่ขอรับเงินต้องแสดงหลักฐานอำนาจรับชำระตามมาตรา 10 และออกหลักฐานการชำระให้ผู้จ่าย เจ้าหนี้ควรมีขั้นตอนอัปเดตยอดทันทีหลังรับเงิน เพื่อลดการทวงยอดเดิมซ้ำ การประเมินงานทวงถามเป็นหนังสือโดยทนายควรแยกค่าบริการของผู้ว่าจ้างออกจากยอดที่มีสิทธิเรียกจากคู่กรณีตั้งแต่ต้น
หลักฐาน: เจ้าหนี้รายย่อยควรมีสมุดบันทึกการติดต่อ
จัดตารางวัน เวลา ช่องทาง ผู้ติดต่อ ผู้รับ และสาระที่สื่อสาร พร้อมผลว่ามีการรับทราบหรือยัง เก็บเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดตามหนี้และจำกัดผู้เข้าถึง หากมอบหมายผู้ช่วยหรือสำนักงานภายนอก ควรมีจุดรวมข้อมูลเพื่อไม่ให้ต่างคนต่างทวงโดยไม่รู้กัน
- เอกสารแสดงที่มาหนี้ ยอดคงเหลือ และวิธีคำนวณ
- ที่อยู่หรือบุคคลที่ลูกหนี้แจ้งสำหรับการติดต่อ
- หลักฐานอำนาจทวงและอำนาจรับเงินตามขอบเขตที่ให้ไว้
- หนังสือฉบับที่ส่งจริง ซอง และหลักฐานการนำจ่าย
- ข้อความโต้แย้ง ข้อเสนอผ่อน และหลักฐานรับชำระล่าสุด
เมื่อมีข้อร้องเรียน ให้รักษาหลักฐานทั้งหมด ไม่แก้ไขบันทึกย้อนหลังเพื่อลบการติดต่อที่เกิดแล้ว บทความเจ้าหนี้ทวงหนี้แบบไหนผิดกฎหมายอธิบายมุมสิทธิของผู้ถูกทวง ส่วนการมอบอำนาจส่งโนติสช่วยตรวจขอบเขตของผู้ดำเนินการแทน
กฎหมายข้างเคียง: หนังสือทนายไม่ใช่ข้อยกเว้นจากทุกข้อห้าม
มาตรา 11 ห้ามการข่มขู่ ดูหมิ่น และเปิดเผยหนี้ต่อบุคคลไม่เกี่ยวข้องในลักษณะที่กำหนด รวมถึงกฎเรื่องเอกสารและซองจดหมาย กฎหมายมีข้อยกเว้นเฉพาะเรื่องข้อความหรือชื่อบนซองตามมาตรา 11 (5) สำหรับหนังสือทวงเพื่อใช้สิทธิฟ้องศาล แต่ไม่ได้ยกเว้นข้อห้ามข่มขู่หรือเปิดเผยหนี้ทุกกรณี จึงยังควรเลือกซองปิดและส่งตรงผู้เกี่ยวข้อง
มาตรา 12 ห้ามการแสดงข้อความเป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับศาล เจ้าหน้าที่ ทนาย หรือการดำเนินคดีและยึดอายัด อย่าใช้ตราหรือรูปแบบให้คนเข้าใจว่าหนังสือเอกชนเป็นคำสั่งรัฐ อ่านเพิ่มเติมการเขียนหนังสือให้หนักแน่นโดยไม่ข่มขู่ และแยกการแจ้งสิทธิจริงออกจากการอ้างว่ามีผลบังคับเกิดขึ้นแล้ว
ทางไปต่อ: วางระบบทวงก่อนเริ่มติดตามรอบใหม่
- ตรวจลักษณะเจ้าหนี้ ลูกหนี้ และหนี้ว่าอยู่ในขอบเขตกฎหมายใด
- คำนวณยอดและยืนยันผู้รับที่เกี่ยวข้องโดยตรง
- กำหนดผู้รับผิดชอบการติดต่อหนึ่งจุดและใช้บันทึกร่วมกัน
- ตรวจถ้อยคำ เวลา จำนวนครั้ง และอำนาจรับชำระก่อนลงมือ
- เมื่อไม่คืบหน้า ให้ประเมินหนังสือ การเจรจา หรือคดีแทนการเพิ่มความถี่
| วิธี | เหมาะเมื่อ | สิ่งที่ต้องคุม |
|---|
| ติดต่อเองอย่างมีบันทึก | ยอดชัดและคู่กรณียังร่วมมือ | เวลา จำนวนครั้ง และความลับของข้อมูล |
| หนังสือจากผู้รับมอบหมาย | ต้องการระบุข้อเรียกร้องและหลักฐานเป็นระบบ | ตัวตน ขอบเขตอำนาจ และข้อความที่ไม่เกินสิทธิ |
| ประเมินกระบวนการศาล | ข้อโต้แย้งชัดหรือสิทธิใกล้หมดกำหนด | ฐานฟ้อง อายุความ และความคุ้มค่าในการบังคับคดี |
หากไม่แน่ใจว่าการให้กู้ของตนเป็นปกติธุระหรือเคยถูกคัดค้านวิธีทวง ควรตรวจข้อเท็จจริงก่อนส่งข้อความรอบใหม่ สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมให้บริการร่างและส่งหนังสือทวงถามพร้อมประเมินสิทธิเรียกหนี้ ติดต่อผ่านช่องทางสำนักงานพร้อมเอกสารหนี้และประวัติการติดตาม เพื่อกำหนดวิธีที่เหมาะกับกรณีของคุณ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตรวจประกอบบทความ ณ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
ให้เพื่อนยืมเงินครั้งเดียวต้องใช้ พ.ร.บ.ทวงถามหนี้ไหม
ต้องตรวจข้อเท็จจริงและนิยามผู้ทวงตามกฎหมาย ไม่เหมารวมกับการให้สินเชื่อเป็นการค้าปกติหรือปกติธุระ แม้อยู่นอกกฎหมายฉบับนี้ก็ยังต้องไม่ข่มขู่ หมิ่นประมาท หรือละเมิด
ทวงทางโทรศัพท์แล้วทวง LINE อีกในวันเดียวได้ไหม
หากอยู่ในบังคับกฎหมาย ต้องคุมการติดต่อให้ทราบการทวงไม่เกินหนึ่งครั้งต่อวันตามประกาศ ไม่ได้แยกสิทธิหนึ่งครั้งต่อช่องทาง ควรตรวจบันทึกการรับทราบก่อนติดต่อเพิ่ม ควรบันทึกวัน เวลา วิธีติดต่อ และผลการติดต่อจริงไว้ด้วย
ญาติของลูกหนี้รับสาย บอกยอดหนี้ได้เลยหรือไม่
โดยหลักต้องไม่เปิดเผยหนี้แก่คนไม่เกี่ยวข้อง การสอบถามที่อยู่และข้อยกเว้นเมื่อคู่สมรส บุพการี หรือผู้สืบสันดานสอบถามเหตุแห่งการติดต่อมีเงื่อนไขจำกัดเฉพาะข้อมูลที่จำเป็นและเหมาะสม
ทวงผิดกฎหมายทำให้ลูกหนี้ไม่ต้องจ่ายหนี้หรือไม่
ไม่ใช่ผลอัตโนมัติ สิทธิเรียกชำระหนี้กับความรับผิดจากวิธีทวงต้องพิจารณาแยกกัน และต้องตรวจด้วยว่าหนี้กับดอกเบี้ยที่เรียกชอบด้วยกฎหมายเพียงใด ควรบันทึกวัน เวลา วิธีติดต่อ และผลการติดต่อจริงไว้ด้วย
อ่านต่อ: พื้นฐานโนติส การเขียน และการจ้างทนาย
ผู้เขียน
นายเอกราช ทิพย์แมม
คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →
บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ