081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ร่วมลงทุนไม่ได้เงินคืน เป็นเงินกู้หรือเงินหุ้นส่วน

ผู้ร่วมธุรกิจตรวจสมุดบัญชีและสัญญา พร้อมข้อความ เงินลงทุนหรือเงินยืม ทวงคนละแบบ

สรุปประเด็นสำคัญ

เงินที่เรียกว่าร่วมลงทุนอาจเป็นเงินกู้ เงินลงหุ้น หรือราคาซื้อหุ้น ซึ่งมีสิทธิเรียกคืนต่างกัน ต้องอ่านหน้าที่คืนเงิน การแบ่งกำไร และการรับความเสี่ยงตามข้อตกลงจริง หากเป็นหุ้นส่วนอาจต้องตรวจบัญชีและชำระบัญชีก่อนรู้ยอดที่จะคืน ไม่ใช่ทวงทุนเต็มจำนวนทันที ส่วนการขาดทุนเพียงอย่างเดียวไม่ยืนยันว่าถูกฉ้อโกง ต้องตรวจคำชักชวนและการใช้เงินแยกกัน

ร่วมลงทุนแล้วไม่ได้เงินคืน ต้องแยกก่อนว่าอีกฝ่ายมีหน้าที่คืนเงินกู้หรือเป็นเงินลงหุ้นที่รับผลกำไรขาดทุนร่วมกัน ชื่อเอกสารและคำว่าเงินลงทุนเพียงคำเดียวไม่พอให้สรุปว่าทวงทุนเต็มจำนวนได้ทันที

ร่วมลงทุนหรือให้ยืมเงิน ต่างกันตรงหน้าที่คืน

อ่านข้อตกลงว่าเมื่อรับเงินแล้วผู้รับต้องคืนจำนวนเดิมตามกำหนดโดยไม่ขึ้นกับผลกิจการหรือไม่ หรือผู้ให้เงินเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจการเพื่อแบ่งกำไรและรับความเสี่ยง เงินกู้ตามมาตรา 650 เป็นการส่งมอบเงินโดยมีหน้าที่คืนตามลักษณะยืมใช้สิ้นเปลือง ส่วนมาตรา 1012 กล่าวถึงการเข้าทำกิจการร่วมกันเพื่อแบ่งกำไร ลักษณะสิทธิหน้าที่จึงต้องดูทั้งเอกสารและการปฏิบัติจริง

ตัวอย่างเช่น โอนเงินให้เพื่อนเปิดร้านโดยตกลงคืน 100,000 บาทในวันที่แน่นอนพร้อมดอกเบี้ย อาจมีลักษณะเงินกู้ แต่ถ้าตกลงลงเงินเปิดร้าน แบ่งกำไรหลังหักค่าใช้จ่าย และร่วมตัดสินใจเรื่องกิจการ ต้องตรวจเรื่องหุ้นส่วน การไม่มีเอกสารจดทะเบียนไม่ได้แปลว่าไม่มีหุ้นส่วนสามัญเกิดขึ้นได้เลย

ยังมีกรณีซื้อหุ้นบริษัท ซึ่งเงินอาจจ่ายเป็นค่าหุ้นหรือจ่ายให้ผู้ขายหุ้น ไม่ใช่เงินกู้แก่กรรมการ และไม่ใช่ห้างหุ้นส่วนสามัญ ต้องตรวจว่าใครรับเงินในฐานะใด มีการออกหรือโอนหุ้นตามขั้นตอนหรือไม่ ห้ามนำหลักถอนทุนหุ้นส่วนไปใช้กับผู้ถือหุ้นบริษัททั้งหมดโดยไม่แยกประเภทนิติสัมพันธ์

เมื่อจำแนกได้แล้ว บริการร่างหนังสือบอกกล่าวและทวงถาม จึงเลือกข้อเรียกร้องให้ตรง เช่น ทวงหนี้ที่ครบกำหนด ขอส่งบัญชี ขอให้ปฏิบัติตามสัญญา หรือแจ้งใช้สิทธิตามเงื่อนไขถอนตัว การเรียกทุกกรณีว่าเงินกู้ในหนังสืออาจทำให้ข้อเท็จจริงขัดกับแชตที่เคยตกลงลงทุน

รับประกันทุนหรือจ่ายผลตอบแทนคงที่ สรุปได้เลยไหม

ยังต้องอ่านเงื่อนไขทั้งหมด คำว่ารับประกันทุนอาจเป็นหน้าที่เฉพาะของบุคคลหนึ่งเมื่อเกิดเหตุที่กำหนด หรืออาจอยู่ในข้อตกลงที่มีปัญหาความชอบด้วยกฎหมาย ผลตอบแทนคงที่ก็ไม่ควรถูกใช้เป็นคำตอบแทนการตรวจว่าเงินมีฐานเป็นกู้ ร่วมทุน หรือธุรกรรมประเภทอื่น

หากให้เงินหลายครั้ง อาจมีทั้งทุนและเงินให้กิจการกู้เพิ่มอยู่ในความสัมพันธ์เดียวกัน ต้องแยกยอดตามหลักฐานของแต่ละรอบ ไม่รวมเงินทุกก้อนเป็นทุนเพราะเจ้าของร้านเรียกเช่นนั้น และไม่เปลี่ยนทุนเดิมเป็นกู้ย้อนหลังเพียงเพราะกิจการเริ่มขาดทุน

การขอถอนตัวก็ต้องดูระยะเวลาร่วมกิจการและเงื่อนไขเลิก หากมีเหตุผิดสัญญาหรือจัดการเงินไม่ถูกต้อง ต้องตรวจว่าจะเรียกให้แก้ไข เลิกสัญญา เรียกค่าเสียหาย หรือใช้สิทธิอื่นอย่างไร หนังสือควรระบุข้อเท็จจริงที่อ้าง ไม่ใช้ประโยคว่าขอถอนทุนทั้งหมดภายในเจ็ดวันกับทุกกิจการ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เงินออกไปเพราะข้อตกลงใด

คนมักเข้าใจว่า มีสลิปโอนก็ต้องฟ้องเอาเงินทั้งหมดคืนได้ หรือถ้าอีกฝ่ายเรียกว่าลงทุน เจ้าของเงินจะหมดสิทธิถามทันที ทั้งสองมุมละเลยสิทธิที่อยู่ในข้อตกลง ผู้ลงทุนอาจมีสิทธิขอดูบัญชีหรือเรียกให้ปฏิบัติตามหน้าที่ แม้ยังไม่มีสิทธิเอาทุนออกเต็มจำนวนในวันนั้น

กฎหมายมองว่า ต้องดูฐานสิทธิที่เกิดขึ้นจริง สำหรับหุ้นส่วนสามัญ มาตรา 1037 รับรองสิทธิสอบถามและตรวจคัดสำเนาบัญชีตามเงื่อนไข ส่วนการชำระบัญชีตามมาตรา 1062 ต้องจัดการหนี้ภายนอกและรายการที่กฎหมายกำหนดก่อนคืนทุน การเห็นยอดเงินในบัญชีร้านจึงไม่แปลว่าแบ่งออกได้ทั้งหมด

จุดเสี่ยงจริง คือไม่มีบัญชีแยกกิจการกับเงินส่วนตัว แล้วใช้ตัวเลขกำไรจากคำบอกเล่ามาตกลงถอนทุน ควรขอเอกสารเฉพาะรายการและช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง พร้อมแยกข้อสงสัยเรื่องบัญชีออกจากข้อกล่าวหาทุจริตที่ยังไม่มีหลักฐาน เพื่อไม่ให้หนังสือฉบับแรกทำให้การตรวจข้อเท็จจริงยากขึ้น

มองสองฝั่ง: ผู้ลงเงินกับผู้จัดการกิจการ

เรื่องผู้ลงเงินผู้รับเงินหรือผู้จัดการ
สิทธิตรวจสิทธิตามสัญญาและขอบเขตการดูบัญชีของตนชี้แจงต้นทุน ขาดทุน และเงื่อนไขที่จำกัดการถอนเงิน
ความเสี่ยงเรียกผิดฐานหรือมองข้ามภาระหนี้ของกิจการปิดบัญชีไม่ชัด ใช้เงินปน หรือสัญญาคืนเกินหน้าที่เดิม
ทำทันทีจัดเอกสารก่อนโอนและแยกเงินแต่ละก้อนรวบรวมบัญชี หลักฐานใช้เงิน และรายงานที่เคยส่ง
ไม่ควรทำยึดทรัพย์ร้านเองหรือประกาศว่าโกงโดยยังไม่ตรวจลบข้อความ ปิดการเข้าถึงเอกสาร หรือโยกเงินเพื่อหลบข้อเรียกร้อง

หากทั้งสองฝ่ายเห็นยอดไม่ตรง การตกลงให้ผู้ทำบัญชีช่วยกระทบยอดอาจช่วยให้การเจรจามีข้อมูลร่วมกัน ควรกำหนดรายการที่จะส่ง ผู้รับเอกสาร และวันที่ตอบ โดยไม่ให้การตรวจบัญชีกลายเป็นการสละสิทธิอื่นหรือยืดกำหนดตามกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ

เมื่อไรถึงเรียกเงินคืนหรือแจ้งถอนตัวได้

เงินกู้ดูวันครบกำหนดและเงื่อนไขผิดนัด เงินลงหุ้นดูสัญญาร่วมกิจการและเหตุเลิก ส่วนข้อตกลงซื้อหุ้นดูหน้าที่ของผู้ขายหรือบริษัทตามธุรกรรมนั้น วันโอนเงินจึงไม่ใช่วันเริ่มมีสิทธิถอนทุนในทุกกรณี และการส่งหนังสือไม่ได้สร้างสิทธิคืนทุนที่ยังไม่เกิด

ก่อนรอให้กิจการขายทรัพย์หรือทำบัญชีเสร็จ ต้องตรวจอายุความของข้อเรียกร้องแต่ละฐาน หากมีสิทธิเรียกตามสัญญา ข้อพิพาทจัดการหุ้นส่วน หรือข้อสงสัยอาญา อาจมีวันเริ่มและระยะต่างกัน จึงไม่ควรใช้คำว่าเรื่องเงินมีอายุความสิบปีทั้งหมด การทวงฝ่ายเดียวไม่หยุดอายุความโดยตัวเอง

หากต้องการให้แก้การผิดสัญญาก่อนเลิก ควรดู การบอกกล่าวให้แก้ไขการผิดสัญญา และตรวจว่าต้องให้เวลาใดตามข้อตกลงและกฎหมาย โดยระบุสิ่งที่ต้องแก้ให้วัดได้ เช่น ส่งบัญชีเดือนใดหรือคืนเงินรายการใด ไม่ใช้คำว่าจัดการให้เรียบร้อยซึ่งต่างฝ่ายอาจเข้าใจไม่ตรงกัน

ตัวอย่างถอนทุนหลังตรวจหนี้ของกิจการ

สมมติหุ้นส่วนสามัญสองคนลงเงินคนละ 100,000 บาท รวมทุน 200,000 บาท และตกลงแบ่งกำไรขาดทุนเท่ากัน ต่อมาเลิกกิจการ มีทรัพย์ที่เปลี่ยนเป็นเงินได้จริง 150,000 บาท มีหนี้บุคคลภายนอก 30,000 บาท โดยสมมติว่าไม่มีเงินทดรอง ค่าใช้จ่าย หรือหนี้อื่นที่ต้องชำระ

เงินหลังจ่ายเจ้าหนี้ภายนอกจึงเหลือ 120,000 บาท ไม่ใช่ 150,000 บาทสำหรับคืนทุน หากข้อเท็จจริงและข้อตกลงเป็นไปตามตัวอย่าง แต่ละคนจะได้รับคืน 60,000 บาทและรับส่วนขาดทุนคนละ 40,000 บาท การที่คนหนึ่งเคยโอน 100,000 บาทจึงไม่ทำให้อีกคนต้องชดเชยส่วนขาดให้เสมอ หากไม่มีฐานรับผิดอื่น

แต่ถ้าเงิน 100,000 บาทเป็นเงินกู้ที่กิจการมีหน้าที่คืน ตัวเลขและลำดับสิทธิต้องตรวจใหม่ รวมถึงต้องพิสูจน์ว่าใครเป็นลูกหนี้ ตัวอย่างนี้ใช้แสดงเหตุที่ต้องแยกทุนกับเงินกู้ ไม่ใช่สูตรใช้กับทุกบริษัทหรือทุกหุ้นส่วน และยังไม่รวมค่าใช้จ่ายตรวจบัญชี ร่างหนังสือ หรือดำเนินคดีซึ่งต้องตกลงขอบเขตแยกกัน

เอกสารที่ใช้จำแนกเงินลงทุนก่อนส่งหนังสือ

  • ข้อตกลงก่อนให้เงินและแชตฉบับเต็มที่พูดถึงคืนทุน กำไร หรือความเสี่ยง
  • หลักฐานเงินแต่ละรอบ พร้อมบัญชีผู้รับและฐานะที่รับเงิน
  • สัญญาร่วมทุน สัญญากู้ เอกสารหุ้น หรือทะเบียนนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  • บัญชีรายรับรายจ่าย ทรัพย์กิจการ หนี้ภายนอก และเงินที่คืนหรือแบ่งแล้ว
  • รายงานผลประกอบการและข้อความชี้แจงการใช้เงินที่เคยได้รับ
  • เงื่อนไขถอนตัว เลิกกิจการ รับประกันทุน หรือการเปลี่ยนข้อตกลง

การตรวจควรเริ่มจากเอกสารที่ตนมีสิทธิครอบครองหรือขอได้ตามสถานะ ไม่เข้าบัญชีอีเมลหรือระบบธนาคารของอีกฝ่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต หากยังไม่เห็นบัญชี หนังสือสามารถขอข้อมูลที่มีฐานสิทธิรองรับให้ชัดก่อน แล้วค่อยคำนวณข้อเรียกร้องที่มีข้อมูลครบกว่าเดิม

เกี่ยวกับฉ้อโกงและความรับผิดต่อเจ้าหนี้อย่างไร

การขาดทุนหรือจ่ายผลตอบแทนไม่ได้อย่างเดียวไม่ยืนยันฉ้อโกง ต้องตรวจว่ามีการหลอกลวงโดยทุจริตและได้ทรัพย์เพราะการหลอกตามองค์ประกอบหรือไม่ รวมถึงฐานความผิดอื่นหากนำเงินที่รับมอบหมายไปใช้ผิดหน้าที่ การประเมิน ข้อเท็จจริงทางอาญา ควรอาศัยคำชักชวนก่อนโอนและหลักฐานกิจการ ไม่ใช้คำขู่อาญาแทนการตรวจบัญชี

อีกประเด็นคือหุ้นส่วนสามัญอาจมีความรับผิดร่วมโดยไม่จำกัดต่อหนี้ของหุ้นส่วนตามกฎหมาย จึงไม่ควรมองเฉพาะเงินที่จะได้คืน งาน ร่างและตรวจข้อตกลงธุรกิจ ควรดูภาระภายนอกกับเงื่อนไขออกจากกิจการด้วย หากจะยุติข้อโต้แย้งโดยทำสัญญาใหม่ อ่าน ข้อตกลงประนีประนอมก่อนฟ้อง เพื่อแยกเงินที่ยอมรับกับสิทธิที่กำลังแลกหรือระงับ

ทางไปต่อ: เลือกข้อเรียกร้องจากหลักฐานเงิน

  1. แยกเงินทุกก้อนว่าให้เพราะข้อตกลงใดและใครเป็นคู่สัญญา
  2. ตรวจเงื่อนไขคืนเงินหรือถอนตัว พร้อมฐานสิทธิขอดูบัญชี
  3. กระทบยอดทรัพย์ หนี้ และเงินที่จ่ายคืนหรือแบ่งกำไรแล้ว
  4. ร่างหนังสือให้ปฏิบัติหน้าที่ที่มีอยู่จริง และกำหนดคำตอบตามสมควร
  5. หากตกลงไม่ได้ ประเมินไกล่เกลี่ยหรือคดีโดยไม่ปล่อยให้กำหนดสิทธิผ่านไป
ทางเลือกกรณีที่เหมาะสิ่งที่ต้องมี
ทวงเงินกู้มีหน้าที่คืนเงินและถึงกำหนดแล้วหลักฐานกู้และบัญชียอดค้าง
ขอบัญชีหรือดำเนินการถอนตัวเป็นหุ้นส่วนหรือสิทธิผูกกับผลกิจการข้อตกลงและข้อมูลภาระของกิจการ
เจรจาระงับข้อพิพาทหรือดำเนินคดีตีความฐานเงินต่างกันหรือพบเหตุผิดหน้าที่เอกสารทั้งชุดและการประเมินสิทธิเฉพาะฐาน

ควรให้ตรวจโดยเร็ว หากมีแต่คำรับปากคืนทุน ไม่เคยเห็นบัญชี ผู้รับเงินเปลี่ยนคำอธิบาย หรือมีการย้ายทรัพย์กิจการ สามารถ ติดต่อยอดทิพย์ธรรมพร้อมข้อตกลงและหลักฐานโอน เพื่อประเมินว่าจะทวงเงิน ขอข้อมูล หรือใช้สิทธิตามสัญญาในรูปแบบใด

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650 และ 653: ลักษณะเงินกู้และหลักฐานกู้ยืม
  • มาตรา 1012, 1015 และ 1025: การเข้าทำกิจการเพื่อแบ่งกำไร สถานะนิติบุคคล และหุ้นส่วนสามัญ
  • มาตรา 1037: สิทธิหุ้นส่วนในการสอบถามและตรวจคัดสำเนาบัญชี
  • มาตรา 1050: ความผูกพันต่อบุคคลภายนอกจากการทำกิจการตามธรรมดาของห้างหุ้นส่วน
  • มาตรา 1062 และ 1063: ลำดับชำระบัญชีและส่วนขาดทุน
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 352: ตรวจองค์ประกอบฉ้อโกงหรือยักยอกตามข้อเท็จจริง ไม่สรุปจากการขาดทุนอย่างเดียว

แหล่งตรวจ: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตราที่อ้าง และ ประมวลกฎหมายอาญาจากกรมเจ้าท่า

ตรวจสอบมาตราที่อ้างเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

มีแชตบอกว่ารับประกันเงินต้น ฟ้องเอาคืนได้ทันทีไหม
ต้องตรวจว่ารับประกันโดยใคร เมื่อเกิดเหตุใด และเป็นหน้าที่ที่บังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ ข้อความรับประกันไม่ทำให้ทุกเงินลงทุนกลายเป็นเงินกู้โดยอัตโนมัติ ควรอ่านแชตเต็มพร้อมสัญญาและพฤติการณ์ก่อนเลือกข้อเรียกร้อง รวมถึงตรวจว่าผู้รับรองผูกพันส่วนตัวหรือทำในนามกิจการที่มีอำนาจแทน
ไม่ได้จดทะเบียนห้างหุ้นส่วน จะขอดูบัญชีไม่ได้ใช่ไหม
ไม่อาจสรุปเช่นนั้นเพียงเพราะไม่มีทะเบียน ต้องตรวจว่าข้อเท็จจริงเกิดเป็นหุ้นส่วนสามัญหรือเป็นความสัมพันธ์อื่น หากเป็นหุ้นส่วนสามัญอาจมีสิทธิตามมาตรา 1037 ในการสอบถามและตรวจบัญชี แต่ต้องใช้สิทธิในขอบเขตที่เกี่ยวข้อง ไม่เข้าระบบหรือยึดเอกสารส่วนตัวของอีกฝ่ายโดยไม่มีอำนาจ
ได้เงินกลับมาทุกเดือน ถือว่าเป็นดอกเบี้ยทั้งหมดหรือไม่
ต้องตรวจว่าจ่ายตามข้อตกลงใด เช่น ส่วนแบ่งกำไร คืนทุน คืนเงินกู้ หรือผลตอบแทนอีกประเภท ชื่อรายการโอนอย่างเดียวอาจไม่พอ ต้องเทียบการคำนวณและบัญชีที่ใช้จริงก่อนตัดยอดคงเหลือ หากตีความผิดอาจเรียกทุนซ้ำหรือมองข้ามปัญหาดอกเบี้ยที่กฎหมายจำกัดไว้
กิจการเป็นบริษัท ต้องทวงกรรมการในนามส่วนตัวไหม
ต้องดูว่ากรรมการเป็นคู่สัญญาหรือมีฐานรับผิดส่วนตัวด้วยหรือไม่ บริษัทที่จดทะเบียนมีสถานะแยกจากผู้ถือหุ้นและผู้บริหาร การที่กรรมการเป็นผู้เจรจาหรือรับเอกสารไม่ทำให้เป็นลูกหนี้ส่วนตัวเสมอไป ควรตรวจชื่อคู่สัญญา ผู้รับเงิน และอำนาจลงนามก่อนส่งหนังสือถึงผู้รับผิดแต่ละราย
จะเปลี่ยนเงินลงทุนเป็นหนังสือรับสภาพหนี้ได้เลยหรือไม่
ต้องมีข้อตกลงที่สะท้อนสิทธิและความยินยอมจริง ไม่ควรเขียนว่าเคยกู้หากความจริงเป็นการลงหุ้นที่ยังไม่ได้ตรวจบัญชี หากจะยุติข้อพิพาทหรือกำหนดยอดจ่ายใหม่ ควรระบุฐานและผลต่อสิทธิเดิมให้ชัด รวมถึงเงื่อนไขเมื่อผิดนัด เพื่อไม่ให้เอกสารใหม่สร้างข้อเท็จจริงเท็จหรือภาระที่ไม่เข้าใจ
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ผู้ให้ยืมปรึกษาทนายเรื่องเอกสารเงินกู้ พร้อมข้อความ ไม่ได้กำหนดวันคืน เริ่มทวงอย่างไร หนี้สินและบังคับคดี

ยืมเงินไม่กำหนดวันคืน เขียนบอกกล่าวทวงคืนอย่างไร

ยืมเงินไม่กำหนดวันคืน ต้องตรวจข้อตกลงและหลักฐานใดก่อนทวง แยกสิทธิเรียกคืน การผิดนัด และอายุความ พร้อมแนวเขียนหนังสือให้เวลาชำระโดยไม่สร้างเงื่อนไขผิด

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ผู้โอนตรวจรายการบนโทรศัพท์ พร้อมข้อความ โอนผิดบัญชี เขาไม่คืน ทำอย่างไร หนี้สินและบังคับคดี

โอนเงินผิดบัญชี ผู้รับไม่ยอมคืน ต้องทำอะไรต่อจากธนาคาร

โอนเงินผิดบัญชีแล้วผู้รับไม่คืน เริ่มติดต่อธนาคารต้นทาง เก็บเลขรับเรื่องและหลักฐาน ก่อนประเมินหนังสือเรียกคืนเงิน อายุความ และคดีที่เกี่ยวข้อง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
ตรวจสัญญากู้และเครื่องคิดเลข พร้อมข้อความ ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย ทวงต้นเงินอย่างไร หนี้สินและบังคับคดี

ดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เจ้าหนี้ทวงหรือฟ้องเงินคืนได้แค่ไหน

คิดดอกเบี้ยเงินกู้เกินกฎหมายแล้วจะทวงต้นเงินได้ไหม ตรวจผลของดอกเบี้ยที่เป็นโมฆะ เงินที่จ่ายแล้ว และยอดจริงก่อนส่งโนติสหรือฟ้อง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE