ยืมเงินไม่กำหนดวันคืน เขียนบอกกล่าวทวงคืนอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ให้ยืมเพราะไว้ใจและไม่เคยเขียนวันคืนไว้ พอจะทวงจึงไม่รู้ควรเริ่มตรงไหน ยืมเงินไม่กำหนดวันคืนควรตรวจทั้งข้อตกลงและพฤติการณ์ ก่อนเลือกคำบอกกล่าวให้ชัดว่าเรียกเงินส่วนใดและให้ชำระเมื่อใด
ยืมเงินไม่กำหนดวันคืน เรียกชำระและบอกกล่าวอย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203 วางหลักว่าเมื่อไม่ได้กำหนดเวลาชำระและอนุมานจากพฤติการณ์ไม่ได้ เจ้าหนี้เรียกชำระได้โดยพลัน ส่วนมาตรา 652 เปิดทางให้ผู้ให้ยืมบอกกล่าวให้คืนทรัพย์ที่ยืมภายในเวลาอันควรที่กำหนดในคำบอกกล่าว จึงควรอ่านร่วมกัน ไม่สรุปว่าหนี้ไม่ระบุวันทุกกรณีฟ้องไม่ได้จนกว่าจะส่งโนติสก่อน
อย่างไรก็ดี สิทธิเรียกชำระกับการผิดนัดต่างกัน มาตรา 204 วางหลักคำเตือนเมื่อหนี้ถึงกำหนดและผู้ยืมยังไม่ชำระ รวมทั้งกรณีกำหนดวันตามปฏิทินที่ไม่ต้องเตือน การทำหนังสือช่วยให้เห็นว่าผู้ให้ยืมเรียกร้องอะไรเมื่อใด แต่ต้องไม่อ้างว่าทุกคนผิดนัดตั้งแต่วันที่ได้รับเงินยืม
- ตรวจว่ามีข้อความกำหนดวันหรือเหตุให้คืนภายหลังซ่อนอยู่ในแชทหรือไม่
- ยืนยันว่าเงินที่โอนเป็นเงินยืม ไม่ใช่ค่าซื้อของ เงินลงทุน หรือให้เปล่า
- ระบุวันและจำนวนที่ส่งมอบจริง พร้อมยอดที่คืนแล้ว
- กำหนดคำเรียกร้องและเวลาอันควรตามข้อเท็จจริง
- เก็บหลักฐานหนังสือไปถึงผู้รับและคำตอบเพื่อประเมินผล
ตัวอย่างสมมติ ก ให้ ข ยืม 50,000 บาทโดยไม่มีวันคืนและไม่มีพฤติการณ์บอกกำหนด ภายหลัง ก ต้องการเรียกคืน จึงจัดหนังสืออ้างวันโอนและข้อความยืม พร้อมแจ้งยอดคงเหลือกับเวลาชำระที่เหมาะสม หนังสือควรเล่าข้อตกลงตามจริง ไม่แต่งวันที่ครบกำหนดในอดีตขึ้นมาเพื่อเริ่มดอกเบี้ยย้อนหลัง
หากแชทเดิมระบุว่าจะคืนเมื่อรับเงินค่าจ้างจากงานหนึ่ง เรื่องอาจไม่ใช่ไม่มีกำหนดอย่างแท้จริง ต้องอ่านเงื่อนไขและพฤติการณ์ให้ครบ ส่วนข้อความขอผัดภายหลังต้องตรวจว่าผู้ให้ยืมตกลงเลื่อนหรือเป็นเพียงรับทราบ ไม่ลบคำตอบที่ทำให้เห็นเงื่อนไขเดิมต่างไป
ตัวอย่างถ้อยคำเพื่อปรับใช้: “ตามที่ท่านยืมเงินจำนวน … บาท และได้รับเงินเมื่อ … โดยมีหลักฐาน … ปัจจุบันมียอดคงเหลือ … บาท จึงขอให้ชำระคืนภายใน … โดย …” ต้องเติมเวลาที่ตรวจแล้วและช่องทางรับเงินที่ถูกต้อง ข้อความนี้ไม่ใช่แบบรับรองผลทางกฎหมายสำหรับทุกคดี
ไม่เขียนวันคืน ไม่ได้แปลว่าไม่มีเงื่อนไขอื่น
เงินที่ผ่อนคืนเป็นงวด เงินยืมตามวัตถุประสงค์ หรือข้อตกลงให้คืนเมื่อเกิดเหตุบางอย่างต้องตรวจต่างจากเงินกู้ธรรมดาที่ไม่ระบุเวลา อย่ารวมทุกเรื่องเข้ามาตรา 203 วรรคแรกเพียงเพราะช่องวันครบกำหนดในกระดาษว่าง
หลักฐานการยืมเกิน 2,000 บาทตามมาตรา 653 ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญเพื่อฟ้องบังคับ หนังสือทวงที่เจ้าหนี้เขียนฝ่ายเดียวไม่ได้เติมเงื่อนไขหลักฐานฝั่งผู้ยืมให้ครบโดยอัตโนมัติ ส่วนแชทต้องประเมินตามกฎหมายข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์และการระบุตัวบุคคล
หากมีผู้ค้ำ จำนอง หรือข้อตกลงเลื่อนชำระ ต้องตรวจหน้าที่บอกกล่าวและผลต่อบุคคลอื่นด้วย การส่งเฉพาะผู้กู้ไม่ควรถูกใช้แทนขั้นตอนทั้งหมด ส่วนเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยไม่ชอบต้องตรวจผลทางกฎหมายก่อนคำนวณ ไม่ทำให้ชอบเพียงเปลี่ยนชื่อเป็นค่าเสียเวลา
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: อย่าสร้างวันคืนย้อนหลัง
คนมักเข้าใจว่า ทวงวันนี้สามารถเขียนว่าครบกำหนดตั้งแต่เดือนก่อนเพื่อคิดดอกเบี้ยได้ หรือกลับกันคิดว่าไม่มีวันคืนจึงยังทำอะไรไม่ได้จนผู้ยืมเลือกวันเอง ทั้งสองแบบไม่แยกข้อตกลงจริงกับสิทธิเรียกชำระ
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจเวลาชำระตามมาตรา 203 และการผิดนัดตามมาตรา 204 พร้อมวิธีบอกกล่าวตามมาตรา 652 หลักฐานแต่ละชิ้นมีหน้าที่ต่างกัน สลิปช่วยแสดงการโอน ส่วนข้อความของผู้ยืมช่วยอธิบายว่าโอนเพื่ออะไรและตกลงคืนอย่างไร
จุดเสี่ยงจริง คือรีบส่งคำทวงโดยยังแยกยอดเงินยืมกับค่าใช้จ่ายอื่นไม่ออก แล้วใส่วันผิดนัดหรือดอกเบี้ยตามความรู้สึก ควรจัดลำดับการส่งเงินและการรับคืนให้ครบก่อนร่าง เพื่อไม่ให้ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยกลายเป็นข้อโต้แย้งหลัก
มองสองฝั่งของหนี้ที่ไม่ได้เขียนวันคืน
| ประเด็น | ผู้ให้ยืม | ผู้ยืม |
|---|---|---|
| สิทธิ | ตรวจเงื่อนไขและเรียกคืนตามสิทธิที่มี | โต้แย้งยอดหรือเงื่อนไขที่ไม่ตรงข้อตกลง |
| ความเสี่ยง | หลักฐานการกู้หรือวันผิดนัดไม่ครบ | คิดว่าไม่มีวันคืนแล้วไม่ต้องคืน |
| ควรทำ | แจ้งยอดและกำหนดที่มีเหตุผลรองรับ | ตอบพร้อมหลักฐานที่คืนแล้วหรือเงื่อนไขเดิม |
| ไม่ควรทำ | แต่งวันครบกำหนดหรือยอดดอกเบี้ยย้อนหลัง | อ้างขอผัดฝ่ายเดียวเป็นข้อตกลงใหม่ |
หากผู้ยืมมีหลักฐานคืนบางส่วน ควรส่งให้ตรวจโดยระบุวัน ยอด และหนี้รายการที่ชำระ ผู้ให้ยืมควรเทียบบัญชีและตอบรับรายการที่ตรง ไม่ทำให้คำทวงคงยอดเต็มเพียงเพราะระบบบัญชียังไม่อัปเดต
การขอผ่อนเป็นข้อเสนอที่ต้องพิจารณาแยกจากคำยอมรับข้อเท็จจริง ควรเขียนให้ชัดว่ากำลังขออะไรและอีกฝ่ายตกลงส่วนใด หากจะทำข้อตกลงใหม่ ต้องตรวจว่าเปลี่ยนเพียงวิธีชำระหรือเปลี่ยนสิทธิอื่นด้วย ไม่ใช้ข้อความสั้นที่ตีความได้หลายแบบ
อายุความอาจเริ่มก่อนวันที่เพิ่งตัดสินใจทวง
มาตรา 193/12 ให้ดูเวลาที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้อง และมาตรา 193/13 วางหลักกรณีต้องทวงก่อน โดยให้พิจารณาเวลาที่อาจทวงได้และช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรเชื่อว่าไม่เคยส่งหนังสือย่อมยังไม่เริ่มอายุความ หรือเลือกเลื่อนจุดเริ่มได้เองด้วยการรอทวงหลายปี
หนี้เงินกู้ทั่วไปที่ไม่มีบทเฉพาะอาจอยู่ภายใต้อายุความ 10 ปีตามมาตรา 193/30 แต่ดอกเบี้ยค้างหรือเงินต้นที่ผ่อนเป็นงวดมีบทเฉพาะที่ต้องแยกตามมาตรา 193/33 รวมถึงผลของการรับสภาพหรือชำระบางส่วน การมีคำว่าเงินยืมจึงไม่พอให้ใช้สิบปีกับทุกยอด
ทำตารางวันให้ยืม วันส่งมอบ วันตกลงภายหลัง วันชำระ และวันคำเตือนไปถึง พร้อมแยกกำหนดในหนังสือจากอายุความ การส่งคำทวงฝ่ายเดียวไม่สะดุดหยุดอายุความโดยตัวมันเอง หากใกล้กำหนดควรให้ทนายตรวจทันที และใช้เครื่องมือคำนวณเวลาเมื่อเลือกฐานนับได้แล้ว
คิดยอดคืนอย่างไรเมื่อเคยจ่ายหลายครั้ง
เริ่มจากเงินส่งมอบจริง แยกเงินที่ผู้ยืมได้รับกับยอดที่เขียนไว้ และตรวจแต่ละรายการคืนว่าเป็นต้น ดอกเบี้ย หรือเงินเรื่องอื่น การนำเงินทุกก้อนที่เคยโอนไปมาหักกันโดยไม่ดูวัตถุประสงค์อาจทำให้ยอดคำทวงผิด
ตัวอย่างสมมติ เงินยืมต้น 50,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ยหรือค่าใช้จ่ายค้าง ผู้ยืมคืนต้นสองครั้ง 8,000 และ 7,000 บาท ยอดต้นเหลือ 50,000 − 8,000 − 7,000 = 35,000 บาท ควรแนบตารางวันชำระและยอดคงเหลือ ไม่เรียก 50,000 บาทเต็มอีกครั้ง
หากมีดอกเบี้ยค้างหรือข้อโต้แย้งการตัดยอด ต้องตรวจลำดับตัดชำระและความชอบของดอกเบี้ยก่อนใช้สูตรข้างต้น การไม่มีข้อตกลงดอกเบี้ยระหว่างกู้ไม่ได้แปลว่าตั้งอัตราย้อนหลังเองได้ ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดต้องมีเหตุและวันที่เริ่มตามกฎหมายซึ่งตรวจต่างหาก
หลักฐานที่ต้องแยกจากหนังสือทวงฝ่ายเดียว
- ข้อความขอยืมหรือเอกสารที่เชื่อมผู้ยืมกับจำนวนและหน้าที่คืน
- สลิปและรายการบัญชีแสดงการส่งมอบเงินจริง
- บทสนทนาที่เกี่ยวกับวันคืน เงื่อนไข หรือการขอผัดทั้งหมด
- หลักฐานการคืนและการรับเงินแต่ละครั้ง
- หนังสือบอกกล่าวฉบับลงนามพร้อมหลักฐานส่งและรับ
เก็บแชททั้งบริบทที่เกี่ยวข้องและข้อมูลบัญชีผู้สนทนา ไม่พิมพ์ข้อความของผู้ยืมขึ้นใหม่แล้วเรียกว่าเป็นสำเนา หากมีเอกสารกระดาษให้รักษาต้นฉบับและร่องรอยแก้ไข ไม่เติมวันคืนในช่องว่างหลังอีกฝ่ายลงชื่อโดยไม่มีการตกลง
ฝ่ายผู้ยืมควรเก็บหลักฐานชำระตามรูปแบบและเงื่อนไขที่ใช้กับเงินกู้ด้วย การมีสลิปอย่างเดียวอาจยังต้องอธิบายว่าจ่ายหนี้ใด ให้ผู้ให้ยืมยืนยันรายการรับไว้ตามจริง โดยเฉพาะเมื่อมีเงินหลายเรื่องระหว่างบุคคลเดียวกัน
เรื่องใกล้เคียงก่อนส่งคำบอกกล่าวเรียกคืน
ด้านหลักฐานเงินกู้ อ่านยืมเงินไม่มีสัญญาฟ้องได้ไหมเพื่อเตรียมข้อมูลก่อนส่ง ส่วนบทความนี้เน้นกรณีที่ยังต้องตรวจเวลาชำระ ไม่ใช้แทนการประเมินความครบถ้วนของหลักฐานกู้ทุกประเภท
ด้านวิธีส่ง หากใช้แชทหรืออีเมลให้เก็บตัวผู้รับและไฟล์ตามหลักฐานโนติสทาง LINE การเห็นว่าอ่านแล้วไม่เท่ากับตกลงรับยอดหรือทำให้หลักฐานสัญญากู้ครบเสมอ
ด้านการตกลงใหม่ หากผู้ยืมพร้อมผ่อนควรให้บริการร่างและตรวจสัญญาช่วยแยกเงื่อนไขชำระและผลต่อสิทธิเดิม ส่วนโครงคำทวงและรายการหลักอ่านคู่มือหนังสือบอกกล่าวทวงถามประกอบ
ทางไปต่อเมื่อจะเริ่มทวงเงินที่ไม่ระบุวันคืน
- ยืนยันว่าเป็นเงินยืมและตรวจหลักฐานตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด
- อ่านข้อตกลงกับพฤติการณ์เพื่อแยกว่าไม่มีกำหนดจริงหรือไม่
- จัดยอดคงเหลือพร้อมรายการรับคืน
- ให้ทนายตรวจการเรียกชำระ ผิดนัด และอายุความแยกกัน
- ร่างคำบอกกล่าวที่เวลาและข้อความตรงกับเรื่อง
- เก็บผลส่งและตรวจคำตอบก่อนเลือกเจรจาหรือดำเนินคดี
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | สิ่งที่ต้องตรวจ |
|---|---|---|
| ส่งคำบอกกล่าวที่กำหนดเวลาอันควร | ข้อมูลหนี้และผู้ยืมชัด | ไม่แต่งวันผิดนัดย้อนหลัง |
| ยืนยันข้อมูลและเจรจา | มีข้อโต้แย้งยอดหรือเงื่อนไข | ไม่ถือคำขอฝ่ายเดียวเป็นข้อตกลง |
| ประเมินคดีทันที | หนี้นานหรือหลักฐานไม่ครบ | อายุความไม่รอวันที่เลือกส่งโนติส |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อเงินยืมหลายครั้งปะปนกัน มีข้อความให้คืนเมื่อเกิดเหตุ มีการคิดดอกเบี้ยสูง หรือเคยตกลงผ่อนแต่ไม่ชัดเจน การเรียงเอกสารก่อนทวงช่วยให้เลือกคำเรียกร้องได้ตรงกว่าการเริ่มด้วยข้อความกดดัน
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมมีบริการตรวจหลักฐานและร่างหนังสือทวงถาม เตรียมรายการโอน แชท และประวัติรับคืน แล้วติดต่อเพื่อประเมินขอบเขตงานและขั้นตอนที่เหมาะกับข้อเท็จจริง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 203–204 เวลาชำระและผิดนัด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 การบอกกล่าวให้คืนภายในเวลาอันควร
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 หลักฐานกู้และการใช้เงิน
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12–193/14 การเริ่มและสะดุดหยุดอายุความ
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/30, 193/33 กำหนดอายุความทั่วไปและบางสิทธิ
- พระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 8–9, 11 หลักฐานและลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์
ตรวจจากตัวบทกฎหมายที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ และตัวบท ETDA เมื่อ 6 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
บอกว่าจะคืนเมื่อมีเงินถือว่าไม่มีกำหนดไหม
เขียนหนังสือให้เซ็นยืนยันหนี้ตอนนี้ได้หรือไม่
ไม่มีวันคืนแล้วจะเริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันโอนได้ไหม
ลูกหนี้คืนเงินเล็กน้อยหลังทวงต้องเก็บอะไร
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง
มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร
ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร
ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ