หนังสือทวงเงินกู้ครบกำหนด เขียนยอดและวันผิดนัดอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
หนังสือทวงเงินกู้ควรระบุหลักฐานการกู้ เงินที่ส่งมอบ วันครบกำหนด และยอดค้างจริง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 หนี้กำหนดวันตามปฏิทินอาจผิดนัดได้โดยไม่ต้องเตือน ส่วนเงินกู้เกิน 2,000 บาทต้องตรวจหลักฐานตามมาตรา 653 โนติสไม่แทนหลักฐานการกู้ หากเคยตกลงเลื่อนวันคืน ต้องตรวจข้อตกลงใหม่ก่อนเขียนวันผิดนัด
คุณกำลังจะส่งหนังสือทวงเงินกู้หลังครบวันนัด แต่ในแชตมีทั้งคำขอเลื่อนและสลิปโอนบางส่วน ก่อนพิมพ์ยอดสุดท้าย ควรเรียงเหตุการณ์ให้ชัดว่าเงินก้อนใดยังต้องคืนและวันไหนเป็นกำหนดที่ตกลงกันล่าสุด
หนังสือทวงเงินกู้ครบกำหนดต้องเขียนอะไร
ให้เขียนที่มาของเงินกู้ วันที่ผู้กู้ได้รับเงิน กำหนดคืน และยอดที่ตรวจแล้วว่ายังค้าง โดยแยกดอกเบี้ยออกจากเงินต้น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 ให้ลูกหนี้ซึ่งไม่ชำระตามวันปฏิทินที่กำหนดตกเป็นผู้ผิดนัดได้โดยไม่ต้องเตือน แต่ต้องตรวจเหตุยกเว้นและข้อตกลงเปลี่ยนวันด้วย
มาตรา 653 กำหนดเรื่องหลักฐานในการฟ้องบังคับเงินกู้เกิน 2,000 บาท โดยต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ หนังสือที่เจ้าหนี้เขียนเองจึงไม่เติมลายมือชื่อหรือคำรับของผู้กู้ให้โดยอัตโนมัติ หากอาศัยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ต้องตรวจข้อความ ผู้ส่ง และเงื่อนไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ระบุวันที่และหลักฐานของการกู้ ไม่อ้างเพียงว่าเคยโอนเงิน เพราะเงินโอนอาจมีเหตุอื่น
- แสดงยอดต้นที่ส่งมอบจริง พร้อมเงินที่รับคืนและวิธีนำไปหักยอด
- ระบุวันคืนตามสัญญาหรือข้อตกลงแก้ไข พร้อมเหตุที่ถือว่ายังไม่ชำระ
- ขอให้ชำระในกำหนดที่เลือกอย่างเหมาะสม และเปิดช่องให้ส่งหลักฐานที่เจ้าหนี้อาจยังไม่ได้บันทึก
ตัวอย่างสมมติ ผู้กู้ได้รับเงิน 80,000 บาท มีเอกสารลงชื่อกำหนดคืนวันที่ 30 กันยายน 2569 ไม่เคยเลื่อนวันและไม่มีดอกเบี้ยก่อนผิดนัด วันที่ 6 ตุลาคมยังไม่จ่าย ผู้ให้กู้ต้องอ้างวันครบกำหนดเดิม ส่วนวันที่เลือกให้ชำระในหนังสือเป็นกำหนดติดตามที่ต้องเขียนให้ไม่สับสนกับการตกลงเลื่อนหนี้
ตามหลักฐานการกู้ลงวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ท่านได้รับเงิน 80,000 บาท และตกลงคืนวันที่ 30 กันยายน 2569 ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 ยังไม่ได้รับชำระเงินต้น จึงขอให้ชำระต้นเงิน 80,000 บาทภายในวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พร้อมแจ้งหลักฐานการชำระ หากมีรายการโอนที่ยังไม่ปรากฏในบัญชีโปรดส่งรายละเอียดเพื่อตรวจสอบ หนังสือนี้เป็นการติดตามยอดที่ครบกำหนดแล้ว มิใช่ข้อตกลงเปลี่ยนวันครบกำหนดเดิม และผู้ให้กู้สงวนสิทธิในดอกเบี้ยผิดนัดที่เรียกได้ตามกฎหมาย
ตัวอย่างนี้ใช้เฉพาะข้อเท็จจริงที่กำหนด ผู้ให้กู้ต้องตรวจว่าตนเคยยอมเลื่อนหรือรับข้อเสนอใหม่แล้วหรือไม่ก่อนใช้ประโยคสงวนสิทธิ ศึกษาโครงหนังสือบอกกล่าวทวงถามเพื่อเติมผู้รับ ที่อยู่ และลายมือชื่อให้ครบ
เลื่อนวันคืนหรือผ่อนเงินกู้แล้ว คำตอบเปลี่ยนอย่างไร
ถ้าคู่กรณียอมแก้กำหนดชำระจริง ต้องยึดข้อตกลงที่มีผล ไม่เขียนวันผิดนัดเหมือนยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง การขอเลื่อนฝ่ายเดียวกับการตกลงเลื่อนแล้วเป็นคนละข้อเท็จจริง
ถ้าผู้กู้เพียงขอเลื่อนแต่คุณยังไม่ได้ตอบรับ ให้เก็บข้อความทั้งช่วงเพื่อประเมินผล ถ้าตกลงแบ่งผ่อน ต้องแยกงวดที่ครบแล้วกับงวดในอนาคต และตรวจข้อเร่งรัดหนี้ก่อนเรียกต้นที่เหลือทั้งหมด
ถ้ามีผู้ค้ำประกัน ต้องตรวจสิทธิและหนังสือถึงผู้ค้ำต่างหาก ไม่คิดว่าทวงผู้กู้แล้วเท่ากับบอกผู้ค้ำ ถ้าเงินกู้ไม่มีวันคืน ให้ใช้หลักบอกกล่าวคืนภายในเวลาอันควรตามมาตรา 652 แทนกรณีครบวันปฏิทินในบทความนี้
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: วันทวงไม่ใช่วันผิดนัดเสมอ
คนมักเข้าใจว่า ต้องรอส่งโนติสก่อนจึงจะมีดอกเบี้ยผิดนัดทุกกรณี หรือเขียนวันใหม่ในหนังสือแล้วจะล้างข้อเท็จจริงที่ผิดนัดมาก่อนหน้านั้น
กฎหมายมองว่า มาตรา 204 แยกเงื่อนไขการผิดนัดไว้ ส่วนมาตรา 205 ยังให้ตรวจพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ ต้องอ่านสัญญา การรับชำระ และการสื่อสารร่วมกันก่อนสรุปวันเริ่มคำนวณ
จุดเสี่ยงจริง ผู้ให้กู้อาจมีหลายข้อความที่ให้คำตอบไม่ตรงกัน เช่น แจ้งให้จ่ายสิ้นเดือนหน้า แต่หนังสือกลับคิดผิดนัดตั้งแต่เดือนนี้ ถ้อยคำสงวนสิทธิในฉบับหลังไม่แก้ข้อตกลงที่เกิดขึ้นแล้ว จึงควรจัดลำดับวันที่ก่อนตั้งยอด
มองสองฝั่ง: ผู้ให้กู้กับผู้กู้เมื่อครบวันคืน
| ประเด็น | ผู้ให้กู้ | ผู้กู้ |
|---|---|---|
| สิทธิหรือหน้าที่ | เรียกเงินที่ครบกำหนดและดอกเบี้ยที่ชอบ | คืนตามข้อตกลงและตรวจยอดที่ถูกเรียก |
| ความเสี่ยง | ใช้วันผิดนัดเก่าทั้งที่ยอมเลื่อนแล้ว | คิดว่าขอเลื่อนฝ่ายเดียวเท่ากับได้รับอนุญาต |
| สิ่งที่ควรทำทันที | ตรวจการรับเงินกับข้อความแก้กำหนด | ส่งสลิปที่หายไปและหลักฐานข้อตกลงใหม่ |
| สิ่งที่ไม่ควรทำ | ขยายหนี้ไปยังญาติที่ไม่ต้องรับผิด | เซ็นรับยอดดอกเบี้ยโดยไม่ได้ตรวจอัตรา |
ความต่างมักอยู่ที่ฝ่ายหนึ่งมองว่าให้เวลาเพื่อเจรจา แต่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเปลี่ยนวันชำระแล้ว การบันทึกข้อตกลงด้วยข้อความที่ตรงกันช่วยให้หนังสือฉบับถัดไปไม่สร้างข้อพิพาทเพิ่ม
เงินกู้ครบกำหนดแล้ว ควรตรวจเวลาอะไรอีก
ตรวจทั้งวันเริ่มผิดนัด อายุความของสิทธิ และกำหนดเกี่ยวกับหลักประกันแยกกัน การให้เวลาตอบหนังสือ 15 วันเป็นระยะที่เลือกใช้เมื่อเหมาะสมกับกรณี ไม่ใช่สิทธิรอเพิ่มที่กฎหมายให้เจ้าหนี้ทุกคน
ตัวอย่างสมมติ หนี้กำหนดคืนวันที่ 30 กันยายนและไม่มีเหตุเปลี่ยนผล ผู้กู้ไม่ชำระเมื่อพ้นกำหนด การทำหนังสือวันที่ 6 ตุลาคมไม่ทำให้วันเริ่มผิดนัดเลื่อนไปเป็นวันทำหนังสือ ถ้ากำหนดตอบนับแต่ได้รับ ต้องบันทึกวันรับจากหลักฐานส่งอีกชุด
อายุความเริ่มตามฐานสิทธิและเงื่อนไขที่บังคับเรียกได้ การส่งคำทวงฝ่ายเดียวไม่อยู่ในเหตุสะดุดหยุดลงของมาตรา 193/14 อย่ารอคำตอบจนผ่านเส้นตาย ใช้เครื่องมือคำนวณอายุความช่วยรวบรวมวันที่ แล้วให้ตรวจการเลือกประเภทหนี้หากมีหลายงวดหรือเอกสารรับสภาพหนี้
ดอกเบี้ยเงินกู้ที่ระบุในโนติสคิดเท่าไร
ต้องแยกดอกเบี้ยตามข้อตกลงออกจากดอกเบี้ยผิดนัด และไม่คิดอัตราที่สูงกว่ากฎหมายอนุญาต เพียงสัญญามีตัวเลขไม่ได้ยืนยันว่าบังคับได้ทั้งหมด
กรณีทั่วไปที่ไม่มีฐานเรียกอัตราอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 224 ตามฉบับแก้ไขปี 2564 ใช้อัตรามาตรา 7 บวก 2 ต่อปี ตัวอย่างต่อไปใช้สมมติฐาน 5% ต่อปีจากฐาน 3% บวก 2% โดยต้องตรวจอัตราที่ใช้กับช่วงหนี้จริงก่อนส่ง ดูคำอธิบายดอกเบี้ยฉบับแก้ไขจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ตัวอย่างสมมติ ต้นค้าง 80,000 บาท คิดผิดนัด 30 วันในปี 365 วัน อัตรา 5% ต่อปี ดอกเบี้ยเท่ากับ 80,000 × 0.05 × 30 ÷ 365 = 328.77 บาท ยอดเฉพาะต้นกับดอกของช่วงนี้คือ 80,328.77 บาท ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่น และไม่เอาดอกเบี้ยผิดนัดไปทบเป็นต้น
ถ้าเป็นเงินกู้ผ่อนงวด ให้ตรวจมาตรา 224/1 ก่อนนำต้นทั้งหมดมาคิดดอกผิดนัด ถ้ามีเงินชำระเข้าระหว่างช่วงคำนวณ ต้องตรวจการตัดชำระและแบ่งช่วงยอด ไม่คิดฐานเดิมตลอดทั้งเดือน
หลักฐานเงินกู้ที่ต้องเรียงคู่หนังสือทวง
เรียงเอกสารให้เห็นการส่งมอบเงิน กำหนดคืน และยอดที่ยังเหลือในลำดับเดียวกัน ผู้รับควรตรวจรายการที่อ้างได้โดยไม่ต้องเดาว่าเจ้าหนี้นำธุรกรรมใดมารวม
- หลักฐานกู้พร้อมลายมือชื่อหรือข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้พิสูจน์ได้
- หลักฐานโอนหรือรับเงินตรงกับจำนวนที่ให้กู้จริง
- ตารางรับชำระ ระบุวันที่ ยอด และข้อสรุปการหักต้นหรือดอก
- ข้อความเจรจาเลื่อนวันคืนครบช่วง รวมคำตอบของทั้งสองฝ่าย
- สำเนาโนติสลงชื่อ เอกสารแนบ และหลักฐานการนำจ่าย
เก็บไฟล์แชตต้นทางและสำเนาสำรอง ไม่ตัดเฉพาะประโยคที่เป็นคุณหรือเติมข้อความย้อนหลัง ถ้าสัญญากระดาษหายแต่ยังมีสลิปและแชต ให้อ่านหลักฐานกรณียืมเงินไม่มีสัญญาก่อนสรุปว่าไม่มีทางเรียกร้องหรือฟ้องได้แน่นอน
ทวงเงินกู้เกี่ยวกับสัญญาและการเปิดเผยข้อมูลอย่างไร
การเปลี่ยนผู้รับเงิน โอนสิทธิเรียกร้อง หรือทำข้อตกลงใหม่อาจทำให้ผู้มีสิทธิทวงและเงื่อนไขต่างจากสัญญาเดิม จึงควรตรวจประเด็นสัญญาและผู้มีสิทธิเรียกร้องก่อนให้บุคคลอื่นลงชื่อส่งแทน
การแนบสลิปควรปกปิดข้อมูลส่วนที่ไม่จำเป็นของบุคคลอื่น และส่งให้ผู้เกี่ยวข้องผ่านช่องทางที่ตรวจผู้รับได้ การประจานรายชื่อในกลุ่มสาธารณะไม่ทดแทนการส่งคำบอกกล่าวและอาจเปิดประเด็นความรับผิดอีกเรื่อง
เงินกู้ที่ยังไม่คืนไม่ได้เป็นคดีอาญาเพียงเพราะผิดนัด ต้องแยกข้อเท็จจริงเรื่องการหลอกลวงออกจากการไม่ชำระหนี้ หากต้องประเมินการดำเนินคดี ให้ตรวจสิทธิฟ้องทางแพ่งจากหลักฐานที่มีจริง
ทางไปต่อ: จัดหนังสือทวงเงินกู้ให้ตรงยอด
เริ่มตรวจยอดจากบัญชีรับชำระและข้อความเปลี่ยนกำหนดก่อนร่างคำขอ การทวงที่ระบุรายการชัดเปิดทางให้อีกฝ่ายชี้แจงหรือเสนอชำระโดยไม่เสียเวลาโต้เถียงเรื่องตัวเลข
- รวมหลักฐานกู้และการโอนเข้าชุดเดียว
- ทำลำดับวันครบกำหนด การขอเลื่อน และคำตอบที่ให้ไป
- คำนวณยอดต้นกับดอกแยกกัน ณ วันตัดยอด
- เลือกผู้รับและช่องทางส่ง พร้อมตั้งวันติดตามจากหลักฐานรับ
- บันทึกเงินที่เข้าหรือข้อโต้แย้งก่อนเลือกขั้นต่อไป
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| ทวงเป็นหนังสือด้วยตนเอง | หลักฐานและยอดตรงกัน ไม่มีหลักประกันซับซ้อน | ต้องตรวจวันผิดนัดกับวิธีส่งเอง |
| เจรจาผ่อนชำระ | ผู้กู้ยอมรับยอดและมีแผนชำระที่ประเมินได้ | ทำข้อตกลงชัดและตรวจผลต่อผู้ค้ำ |
| ให้ทนายตรวจและส่ง | เคยเลื่อนหลายครั้งหรือมีข้อโต้แย้งหลักฐาน | กำหนดขอบเขตว่ารวมเจรจาหรือเพียงจัดส่ง |
ควรให้ทนายประเมินเมื่อผู้กู้ปฏิเสธว่าเป็นเงินกู้ พบอัตราดอกเบี้ยผิดปกติ มีผู้ค้ำที่ยังไม่แจ้ง หรือหนี้ใกล้ขาดอายุความ เหตุเหล่านี้มีผลต่อเนื้อหาและเวลาที่ต้องดำเนินการ
หากครบวันคืนเงินแล้วแต่สัญญากับแชตให้ภาพไม่ตรงกัน เตรียมเอกสารกู้ สลิป และประวัติการเลื่อนให้บริการร่างและส่งหนังสือทวงถามตรวจ แล้วนัดหมายประเมินยอดและแนวทางติดตามเงินกู้
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ตรวจประกอบบทความ ณ ตุลาคม 2569
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 และ 205 การผิดนัดและพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบ
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 652 และ 653 กำหนดคืนทรัพย์ที่ยืมและหลักฐานการกู้ยืมเงิน
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 ถึง 193/14 วันเริ่มอายุความและเหตุสะดุดหยุดลง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7, 224 และ 224/1 ตามพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 ดอกเบี้ยและฐานต้นเงินงวดผิดนัด
คำถามที่พบบ่อย
มีสลิปโอนเงินอย่างเดียว ส่งหนังสือทวงได้ไหม
ผู้กู้บอกว่าตกงาน ต้องเลิกทวงทันทีไหม
ทวงเงินจากคู่สมรสหรือพ่อแม่ผู้กู้แทนได้ไหม
ควรแนบสัญญากู้ฉบับจริงไปกับโนติสหรือไม่
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง
มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร
ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร
ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ