หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกัน 60 วัน นับและส่งอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันต้องตรวจวันผิดนัดของลูกหนี้เป็นจุดเริ่ม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 กำหนดให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวภายใน 60 วัน และห้ามเรียกให้ผู้ค้ำชำระก่อนหนังสือไปถึง การบอกกล่าวช้าอาจทำให้ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ยและอุปกรณ์แห่งหนี้ส่วนที่กฎหมายระบุ ไม่ได้ทำให้หนี้เงินต้นหลุดพ้นทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกันเป็นงานที่ต้องตรวจแยกจากการทวงลูกหนี้หลัก แม้ส่งหนังสือถึงผู้กู้แล้วก็ยังต้องดูผู้ค้ำแต่ละคน วันผิดนัด และหลักฐานว่าคำบอกกล่าวไปถึง เพราะการส่งช้าหรือส่งผิดคนอาจเปลี่ยนขอบเขตที่เรียกได้
หนังสือบอกกล่าวผู้ค้ำประกัน ต้องครบอะไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายใน 60 วันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่าจะเป็นกรณีใด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำชำระก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้ ขณะเดียวกันไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำที่จะชำระเมื่อหนี้ถึงกำหนด จึงต้องแยกวันครบกำหนดหนี้ วันผิดนัด และวันถึงผู้ค้ำออกจากกัน
เมื่อพิจารณาหลักการแสดงเจตนาต่อบุคคลที่มิได้อยู่เฉพาะหน้าตามมาตรา 169 ต้องให้ความสำคัญกับการไปถึงด้วย แผนส่งจึงควรเผื่อให้หนังสือถึงภายในกรอบเวลา ไม่ควรรอฝากไปรษณีย์วันสุดท้ายแล้วถือว่าทำครบแน่นอนจากตราประทับเพียงอย่างเดียว
เนื้อหาควรระบุสัญญาหนี้ประธาน สัญญาค้ำประกัน ผู้ผิดนัด วันที่และรายการผิดนัด พร้อมยอดที่อยู่ในขอบเขตค้ำและช่องทางติดต่อ ไม่ใช้หนังสือถึงผู้กู้โดยเปลี่ยนแค่ชื่อผู้รับแล้วเรียกทุกยอดเท่ากัน เพราะความรับผิดผู้ค้ำอาจมีวงเงิน เงื่อนไข หรือข้อต่อสู้เฉพาะ
ตัวอย่างสมมติ กิจการหนึ่งมีลูกหนี้ค้างค่างวดและมีผู้ค้ำสองคน เจ้าหนี้ส่งโนติสไปถึงลูกหนี้และผู้ค้ำคนแรก แต่ใส่ที่อยู่ผู้ค้ำคนที่สองผิด การมีหลักฐานผู้กู้รับแล้วไม่ทดแทนการบอกกล่าวผู้ค้ำคนที่สอง ต้องแยกตรวจผลการส่งและกำหนดเวลาของแต่ละคน
ถ้ายังไม่ชัดว่าลูกหนี้ผิดนัดเมื่อใด ให้ย้อนอ่านข้อกำหนดชำระและประวัติการผ่อนเวลา ไม่เลือกวันออกโนติสเป็นวันผิดนัดเพื่อให้ดูว่ายังทัน 60 วัน หนังสือที่บอกกล่าวก่อนเกิดการผิดนัดจริงก็ไม่ควรถูกใช้แทนหนังสือแจ้งเหตุที่เกิดภายหลังโดยไม่ตรวจ
ส่งช้าแล้วอะไรหลุดพ้น อะไรยังต้องตรวจ
มาตรา 686 วรรคสองวางผลให้ผู้ค้ำหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้ที่เกิดภายหลังพ้นกำหนดตามวรรคหนึ่ง การพูดสั้น ๆ ว่า “เกิน 60 วัน ผู้ค้ำไม่ต้องจ่ายเลย” จึงคลาดเคลื่อน ต้องแยกหนี้ประธานออกจากอุปกรณ์และตรวจขอบเขตสัญญาด้วย
กรณีไม่เคยบอกกล่าวโดยชอบต่างจากบอกกล่าวช้าแต่ภายหลังถึงผู้ค้ำแล้ว ก่อนดำเนินคดีต้องตรวจเงื่อนไขการเรียกให้ชำระ ไม่ใช่หักดอกเบี้ยบางช่วงออกแล้วสรุปว่าฟ้องได้ทันทีทั้งที่หนังสือยังไม่ถึง
ถ้าสัญญาทำไว้นาน ต้องตรวจบทเฉพาะกาลและวันผิดนัดประกอบ การใช้ตัวอย่างคดีเก่าที่กล่าวถึงผู้ค้ำรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมโดยไม่ตรวจช่วงกฎหมายอาจผิดฐานได้ และมาตรา 685/1 ยังจำกัดข้อตกลงที่แตกต่างจากบทคุ้มครองรวมถึงมาตรา 686 จึงไม่ควรอาศัยข้อยกเว้นในแบบฟอร์มเพื่อตัดขั้นบอกกล่าวเอง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ตรวจเป็นรายคน
คนมักเข้าใจว่า ผู้ค้ำอยู่บ้านเดียวกับผู้กู้ย่อมรู้เรื่องหนี้แล้ว ไม่ต้องส่งเอกสารแยก ความรู้ทั่วไปว่าผู้กู้ค้างเงินไม่ใช่หลักฐานแทนเงื่อนไขหนังสือบอกกล่าวที่กฎหมายกำหนด
กฎหมายมองว่า ผู้ค้ำมีฐานะและสิทธิของตนเอง การเรียกชำระต้องอยู่ในขอบเขตค้ำและผ่านเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ผู้ค้ำอาจมีสิทธิชำระตามเงื่อนไขและวิธีการที่ลูกหนี้มีอยู่ก่อนผิดนัดเฉพาะส่วนที่ตนรับผิดตามมาตรา 686 ไม่ใช่ถูกบังคับให้รับทุกเงื่อนไขใหม่ที่เจ้าหนี้กำหนดฝ่ายเดียว
จุดเสี่ยงจริง คือแฟ้มงานรวมผู้ค้ำหลายคนไว้หนึ่งรายการ แล้วมีใบตอบรับเพียงซองเดียว วิธีตรวจที่ชัดคือหนึ่งแถวต่อผู้ค้ำหนึ่งคน ระบุฐานค้ำ ที่อยู่ ฉบับหนังสือ วันส่ง วันถึง และข้อขัดข้อง พร้อมผู้รับผิดชอบติดตามแต่ละซอง
มองสองฝั่ง: แจ้งครบและตรวจยอดให้ตรงฐานะ
| ประเด็น | เจ้าหนี้ | ผู้ค้ำประกัน |
|---|---|---|
| สิทธิ | เรียกเฉพาะส่วนที่ผูกพันและถึงขั้นเรียกได้ | ตรวจขอบเขตค้ำและผลการบอกกล่าว |
| ความเสี่ยง | ส่งช้าจนเรียกอุปกรณ์บางส่วนไม่ได้ | ยอมรับยอดเกินวงเงินหรือฐานค้ำ |
| ควรทำตอนนี้ | ตรวจวันผิดนัดและหลักฐานถึงรายคน | เก็บซองพร้อมวันที่ได้รับจริง |
| ไม่ควรทำ | ถือว่าทวงผู้กู้แล้วเท่ากับแจ้งผู้ค้ำ | เชื่อว่าเกิน 60 วันจึงไม่ต้องสนใจเอกสาร |
ผู้ค้ำที่ได้รับหนังสือควรขอสัญญาและตารางยอดตามสมควร พร้อมตรวจรายการชำระของผู้กู้ ไม่ลงชื่อรับรองหนี้ใหม่เพียงเพราะต้องการแสดงความร่วมมือ ส่วนเจ้าหนี้ควรตอบข้อโต้แย้งเป็นรายการเพื่อให้เจรจาต่อได้
หากผู้ค้ำจ่ายแทน ต้องเก็บหลักฐานการชำระและเอกสารที่เกี่ยวกับสิทธิไล่เบี้ยตามมาตรา 693 การประเมินก่อนจ่ายจึงควรครอบคลุมทั้งความรับผิดต่อเจ้าหนี้และหลักฐานที่จะใช้กับลูกหนี้หลักภายหลัง
เส้นเวลา 60 วัน ต้องมีวันที่อ้างอิงจริง
เริ่มจากระบุวันผิดนัดตามสัญญาและกฎหมายให้ได้ก่อน กรณีผ่อนหลายงวด มีการผ่อนเวลา หรือมีการเร่งรัดหนี้ ต้องตรวจว่าเหตุที่นำมาอ้างเกิดเมื่อใดและเกี่ยวกับหนี้ส่วนใด ไม่ใช้วันติดต่อฝ่ายติดตามหนี้เป็นวันเริ่มโดยอัตโนมัติ
- บันทึกวันผิดนัดพร้อมเอกสารรองรับ
- คำนวณกรอบ 60 วันตามหลักนับระยะเวลาและตรวจวันสุดท้าย
- กำหนดวันส่งภายในให้เผื่อปัญหานำจ่าย
- ติดตามสถานะถึงผู้ค้ำแต่ละคนและเก็บหลักฐาน
- หากส่งไม่สำเร็จ ให้ตรวจสาเหตุและทางแก้ทันที
จำนวน 60 วันในเรื่องผู้ค้ำเป็นกรอบบอกกล่าวนับจากลูกหนี้ผิดนัด ต่างจากกรอบให้เวลาชำระก่อนบังคับจำนอง และต่างจากวันที่เจ้าหนี้กำหนดในโนติสทั่วไป อ่าน การเลือกกำหนดเวลาในหนังสือ ก่อนคัดลอกตัวเลขจากตัวอย่างอื่น
ยอดเงิน: แยกต้นกับอุปกรณ์ที่มีผลต่างกัน
ตัวอย่างสมมติเพื่อเห็นวิธีแยกบัญชี หนี้ประธานคงเหลือ 100,000 บาท มีอุปกรณ์ที่ตรวจแล้ว 2,000 บาทเกิดในช่วงก่อนพ้นกรอบ และ 3,000 บาทเกิดหลังพ้นกรอบ กรณีเข้าเงื่อนไขบอกกล่าวล่าช้าตามมาตรา 686 วรรคสอง ต้องแยกพิจารณา 3,000 บาทนั้นออกจากความรับผิดผู้ค้ำ ไม่รวมเรียก 105,000 บาทเหมือนลูกหนี้หลักทันที
หากสมมติว่าขอบเขตค้ำครอบคลุมเงินต้นและอุปกรณ์ก่อนพ้นกรอบทั้งหมด ไม่มีข้อต่อสู้อื่น และได้บอกกล่าวถึงแล้ว ยอดที่ใช้เริ่มตรวจฝั่งผู้ค้ำในตัวอย่างคือ 100,000 + 2,000 = 102,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่สูตรสำเร็จของทุกสัญญา เพราะยังต้องดูเพดานค้ำ รายการชำระ และลักษณะอุปกรณ์จริง
ไม่ควรเรียกค่าจัดส่งหรือค่าทนายจากผู้ค้ำโดยไม่มีฐาน และไม่ควรคิดดอกเบี้ยเพิ่มช่วงที่ผู้ค้ำใช้สิทธิชำระตามเงื่อนไขเดิมในลักษณะที่มาตรา 686 ห้ามไว้ อ่าน วิธีตรวจดอกเบี้ยในโนติส แล้วแยกตารางผู้กู้กับผู้ค้ำให้เห็นผลต่าง
เอกสารก่อนร่างและหลักฐานหลังส่ง
- สัญญาก่อหนี้และสัญญาค้ำประกันครบหน้า รวมเอกสารแก้ไข
- หลักฐานวันถึงกำหนด การผิดนัด และการผ่อนเวลาที่เคยตกลง
- ตารางเงินต้น ดอกเบี้ย และอุปกรณ์แยกช่วง
- ที่อยู่ผู้ค้ำตามสัญญาและหลักฐานแจ้งเปลี่ยนที่อยู่
- ฉบับหนังสือที่ลงชื่อแล้ว ใบรับฝาก ผลนำจ่าย และซองคืน
หากผู้ค้ำเป็นนิติบุคคล ให้ตรวจข้อมูลบริษัทและผู้มีอำนาจตามเอกสารที่เกี่ยวข้องด้วย ส่วนการมอบหมายผู้ส่งต้องชัดว่าเป็นการแจ้งและติดตามหรือมีอำนาจรับชำระหรือเจรจาปลดหนี้เพิ่มเติม
ซองตีกลับมีหลายเหตุ ไม่ควรถือว่าถึงแล้วเหมือนกันทั้งหมด ต้องตรวจที่อยู่ ข้อสัญญา และพฤติการณ์ของผู้รับ อ่าน หนังสือทวงถามตีกลับ ก่อนตัดสินใจส่งซ้ำหรือดำเนินคดี
เรื่องใกล้เคียง: ผู้ค้ำไม่ใช่ผู้จำนองเสมอ
บุคคลที่นำบ้านประกันหนี้ผู้อื่นอาจอยู่ในฐานะผู้จำนอง ซึ่งมีกติกาต่างจากผู้ค้ำประกัน ต้องอ่านเอกสารจดทะเบียนและสัญญาแยก ไม่เรียกทุกคนว่า “ผู้ค้ำ” เพราะเกี่ยวข้องกับหลักประกันเหมือนกัน ดู สิทธิและความเสี่ยงของผู้ค้ำประกัน เพื่อทำความเข้าใจฐานะก่อนร่าง
การทวงจากบุคคลธรรมดาในขอบเขตกฎหมายทวงถามหนี้รวมถึงผู้ค้ำที่กฎหมายกำหนด ต้องระวังการเปิดเผยต่อครอบครัวและวิธีติดต่อ การเป็นผู้ค้ำไม่อนุญาตให้ใช้การประจาน อ่าน ข้อห้ามการทวงหนี้ ควบคู่การจัดส่ง
หากผู้ค้ำชำระแล้วต้องการเรียกคืนจากผู้กู้ หรือมีข้อพิพาทว่าค้ำหนี้รายการใด ต้องตรวจเส้นทางสิทธิและหลักฐานอีกชุดหนึ่ง งาน คดีแพ่ง อาจเกี่ยวข้องต่อเนื่องจากงานโนติส ควรตกลงขอบเขตให้ชัดตั้งแต่ต้น
ทางไปต่อเมื่อพบผู้ค้ำในแฟ้มหนี้
- ทำรายชื่อผู้กู้ ผู้ค้ำ และผู้ให้หลักประกันแยกฐานะ
- ตรวจวันผิดนัดและกำหนดบอกกล่าวจากเอกสาร
- ร่างหนังสือรายคนพร้อมยอดเฉพาะฐานะ
- ส่งและติดตามการถึงโดยเผื่อเวลาแก้ปัญหา
- ตรวจผลบอกกล่าวและคำตอบก่อนเรียกชำระหรือฟ้อง
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | สิ่งที่ต้องทำก่อน |
|---|---|---|
| ร่างและส่งทันที | ข้อมูลครบและกรอบเวลายังเหลือ | ตรวจผู้รับกับวันผิดนัด |
| ตรวจผลส่งเดิม | เคยส่งแต่ไม่มีหลักฐานถึง | รวบรวมซองและเงื่อนไขส่ง |
| ทบทวนยอดผู้ค้ำ | บอกกล่าวช้าหรือมีวงเงินจำกัด | แยกเงินต้นและอุปกรณ์รายช่วง |
ควรส่งตรวจโดยเร็วเมื่อใกล้ครบ 60 วัน มีผู้ค้ำหลายคน ส่งผิดที่อยู่ หรือเคยเปลี่ยนเงื่อนไขชำระกับผู้กู้ ดู คู่มือโนติส สำหรับโครงทั่วไป และ บริการหนังสือบอกกล่าวทวงถามและคดีหนี้ หากต้องการตรวจวันและร่างแยกผู้รับ สามารถ ติดต่อสำนักงานยอดทิพย์ธรรม พร้อมสัญญาค้ำและหลักฐานผิดนัด
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169: การแสดงเจตนาต่อบุคคลที่มิได้อยู่เฉพาะหน้า
- มาตรา 204: ตรวจวันผิดนัดของลูกหนี้
- มาตรา 685/1 และ 686: ข้อตกลงต้องห้าม การบอกกล่าว และผลล่าช้า
- มาตรา 693: สิทธิไล่เบี้ยและรับช่วงสิทธิของผู้ค้ำที่ชำระ
- มาตรา 193/1 เป็นต้นไป: หลักนับระยะเวลาที่ต้องตรวจประกอบ
ตัวบทประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากหน่วยงานรัฐ ตรวจเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 สัญญาเก่าต้องตรวจบทเฉพาะกาลและวันผิดนัดเพิ่มเติม
คำถามที่พบบ่อย
ส่งถึงผู้กู้แล้วต้องส่งถึงผู้ค้ำที่อยู่บ้านเดียวกันอีกไหม
ผู้ค้ำจ่ายเองก่อนรับหนังสือได้หรือไม่
เปลี่ยนที่อยู่แล้วควรทำอย่างไรกับหนังสือที่ส่งบ้านเดิม
ผู้ค้ำหลายคนใช้ยอดและวันรับเดียวกันได้ไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง
มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร
ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร
ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ