ร่างสัญญาค้ำประกัน ระบุวงเงินและหนี้ที่ค้ำอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ร่างสัญญาค้ำประกันควรทำให้ผู้ค้ำตอบได้ว่าเกี่ยวข้องกับหนี้ก้อนไหน รับผิดในขอบเขตใด และอะไรเปลี่ยนได้โดยต้องกลับมาตกลงกันใหม่ การให้เซ็นท้ายสัญญากู้โดยไม่แยกฐานะและข้อความรับผิดอาจทำให้เกิดข้อพิพาทตั้งแต่ต้น
ร่างสัญญาค้ำประกัน ต้องระบุหนี้และวงเงินอย่างไร
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 กำหนดลักษณะค้ำประกันว่าบุคคลภายนอกผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ และต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำเพื่อฟ้องบังคับได้ ส่วนมาตรา 681 กำหนดให้ระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำโดยชัดแจ้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้
เมื่อหนี้เกิดแล้ว ควรระบุสัญญาหลัก คู่สัญญา วันที่ จำนวนหนี้ และขอบเขตที่ผู้ค้ำยอมรับให้ตรวจเทียบได้ เมื่อเป็นหนี้ในอนาคตหรือมีเงื่อนไข ต้องระบุวัตถุประสงค์ก่อหนี้ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาก่อหนี้ตามมาตรา 681 วรรคสอง ทั้งนี้มีข้อยกเว้นเรื่องไม่ระบุระยะเวลาสำหรับกิจการเนื่องกันหลายคราวตามมาตรา 699 ที่ต้องตรวจให้เข้าเงื่อนไขจริง
- ระบุลูกหนี้ เจ้าหนี้ และผู้ค้ำให้ชัด พร้อมฐานะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
- อ้างสัญญาหลักฉบับที่แน่นอนและแนบเอกสารที่ผู้ค้ำได้อ่าน
- กำหนดวงเงินและบอกว่าครอบคลุมเงินต้น ดอกเบี้ย หรืออุปกรณ์อย่างไรภายใต้กฎหมาย
- แยกช่วงที่ยอมให้ก่อหนี้ออกจากกำหนดชำระหนี้และเหตุสิ้นสุดความรับผิด
- กำหนดที่อยู่และช่องทางรับหนังสือ พร้อมหน้าที่แจ้งเปลี่ยนข้อมูล
- วางขั้นตอนเมื่อแก้หนี้ เพิ่มวงเงิน หรือผ่อนเวลา โดยไม่ใช้ข้อความยินยอมล่วงหน้าครอบทุกเรื่อง
ตัวอย่างสมมติ เจ้าหนี้จะให้ลูกหนี้เบิกกู้เพื่อซื้อวัตถุดิบในช่วง 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2570 หากให้บุคคลธรรมดาค้ำเฉพาะหนี้ชุดนี้ ร่างต้องบอกวัตถุประสงค์ มูลหนี้ วงเงินสูงสุด และช่วงก่อหนี้อย่างชัด ไม่ใช้เพียงคำว่าค้ำหนี้ทั้งหมดทั้งปัจจุบันและอนาคตโดยไม่มีขอบเขต
วันสิ้นสุดช่วงก่อหนี้ไม่ได้แปลว่าหนี้ที่เกิดขึ้นถูกต้องภายในช่วงนั้นหมดไปในวันเดียวกัน ต้องเขียนเรื่องกำหนดคืนและเหตุหลุดพ้นให้สัมพันธ์กัน หากต้องการจำกัดความรับผิดเฉพาะเงินต้นบางส่วน ให้ใช้ข้อความที่ไม่ขัดกันระหว่างหน้าปก ตารางวงเงิน และข้อกำหนดท้ายสัญญา
บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และผู้ค้ำหลายคน
มาตรา 681/1 กำหนดว่าข้อตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลและยินยอมตามเงื่อนไขของมาตรา จึงไม่ควรคัดข้อความของบริษัทมาใช้กับผู้ค้ำบุคคลธรรมดาแล้วอาศัยเพียงลายมือชื่อว่าอ่านเข้าใจแล้ว
ผู้ค้ำหลายคนในหนี้เดียวกันยังมีหลักเฉพาะตามมาตรา 682 เรื่องความรับผิดระหว่างผู้ค้ำ ต้องแยกจากการบังคับให้ผู้ค้ำเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้น หากแต่ละคนค้ำต่างวงเงินหรือต่างช่วง ต้องตรวจเอกสารทุกฉบับร่วมกัน ไม่คำนวณแบ่งครึ่งโดยอัตโนมัติจากจำนวนคน
การเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น คู่สมรส หรือพยานของผู้กู้ไม่ได้ทำให้เป็นผู้ค้ำโดยฐานะนั้นเอง ต้องดูว่ามีการผูกพันตามเอกสารและกฎหมายอย่างไร กรณีบุคคลเดียวลงนามหลายฐานะควรแยกช่องลงชื่อให้เห็นว่าเซ็นแทนบริษัทหรือผูกพันส่วนตัว
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: วงเงินกับช่วงเวลา
คนมักเข้าใจว่า เห็นตัวเลขวงเงินหนึ่งจำนวนแล้วจะรับผิดได้ไม่เกินเท่านั้นทุกกรณี หรือเห็นวันที่สิ้นสุดแล้วถือว่าหลุดพ้นจากหนี้ทั้งหมดโดยไม่ต้องดูว่าหนี้เกิดเมื่อใด
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจขอบเขตตามสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายร่วมกับหนี้ที่ค้ำจริง โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างช่วงก่อหนี้ วันชำระ และการสิ้นสุดค้ำ มาตรา 685/1 ทำให้ข้อตกลงที่ต่างจากบทคุ้มครองบางมาตราเป็นโมฆะ จึงใช้ถ้อยคำกว้างเพื่อให้ผู้ค้ำสละสิทธิทั้งหมดไม่ได้
จุดเสี่ยงจริง อยู่ที่ตารางเขียนว่ารับผิดสูงสุด แต่ข้อความถัดไปกลับขยายถึงเงินทุกประเภทอย่างไม่จำกัด ควรให้ร่างระบุว่าแต่ละรายการอยู่ภายในหรือภายนอกวงเงินอย่างไรเท่าที่กฎหมายอนุญาต และตรวจบทบังคับที่ตัดตกลงต่างก่อนลงนาม
มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้กับผู้ค้ำต้องเห็นข้อมูลเดียวกัน
| ประเด็น | เจ้าหนี้ | ผู้ค้ำประกัน |
|---|---|---|
| สิทธิ | เรียกตามหนี้และขอบเขตที่ค้ำโดยชอบ | รับผิดเฉพาะขอบเขตและใช้สิทธิตามกฎหมาย |
| ความเสี่ยง | ใช้แบบเก่าที่ขัดกฎหมายหรือไม่บอกกล่าว | อ่านเฉพาะวงเงินแต่ไม่อ่านหนี้ที่ครอบคลุม |
| ควรทำ | ส่งสัญญาหลักและข้อมูลการเปลี่ยนหนี้ | ขอคู่ฉบับ ตรวจฐานะและเหตุผ่อนเวลา |
| ควรเลี่ยง | ใส่ข้อสละสิทธิทุกประการเพื่อแทนขั้นตอน | เซ็นช่องว่างหรือเข้าใจว่าเป็นเพียงพยาน |
การแจ้งข้อมูลที่จำเป็นก่อนเซ็นช่วยให้ความยินยอมมีขอบเขต ผู้ค้ำควรได้อ่านสัญญาหลักและตารางเงิน ไม่ได้รับเฉพาะหน้าลงชื่อ เจ้าหนี้ควรมีหลักฐานว่าฉบับที่แนบตรงกับหนี้ที่ปล่อยจริง เพื่อไม่ต้องโต้เถียงภายหลังว่าเปลี่ยนสัญญาหลักแล้วหรือยัง
หากจะเพิ่มหนี้หรือปรับโครงสร้าง ต้องตรวจผลต่อค้ำเดิมก่อนตกลง ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดว่าไม่กระทบผู้ค้ำโดยไม่มีการตรวจเอกสาร การเพิ่มความชัดในร่างตั้งแต่ต้นช่วยให้รู้ว่าเหตุการณ์ใดต้องกลับมาจัดเอกสารใหม่
บอกกล่าว 60 วันและการขยายเวลาหนี้
เมื่อลูกหนี้ผิดนัด มาตรา 686 ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำภายใน 60 วันนับแต่วันผิดนัด และจะเรียกให้ผู้ค้ำชำระก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้ หากไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผลตามวรรคสองเกี่ยวกับการหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และอุปกรณ์ที่เกิดหลังพ้นกำหนด ไม่ใช่ทำให้เงินต้นหายไปทั้งหมดโดยอัตโนมัติ
สำหรับหนี้ที่มีกำหนดชำระแน่นอน มาตรา 700 กำหนดผลเมื่อเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย และจำกัดการยินยอมล่วงหน้า โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะตามมาตรา การกำหนดในแบบว่าผ่อนกี่ครั้งก็ยินยอมตลอดจึงไม่ใช่คำตอบที่ใช้กับผู้ค้ำทั่วไปได้เสมอ
ร่างควรเตรียมระบบรู้วันผิดนัด ผู้รับผิดชอบส่งหนังสือ และหลักฐานการไปถึงไว้ด้วย อ่าน การบอกกล่าวผู้ค้ำเมื่อผิดนัด เมื่อต้องใช้จริง และใช้ เครื่องมือช่วยนับระยะเวลากฎหมาย ประกอบวันผิดนัดที่ตรวจแล้ว ไม่รอจนใกล้ครบกำหนดจึงเริ่มหาที่อยู่
ตัวอย่างคำนวณวงเงินที่ค้ำเพียงบางส่วน
สมมติหนี้เงินต้นตามสัญญากู้ 300,000 บาท แต่ตกลงให้ผู้ค้ำค้ำเฉพาะเงินต้นไม่เกิน 100,000 บาทและไม่รวมอุปกรณ์ตามเงื่อนไขที่ตรวจแล้ว ต้องแยกยอดหนี้ลูกหนี้ออกจากเพดานผู้ค้ำ ถ้าลูกหนี้เหลือเงินต้น 250,000 บาท ไม่ใช่ผู้ค้ำต้องรับผิด 250,000 บาทเพียงเพราะเป็นยอดคงเหลือของสัญญาหลัก
หากผู้ค้ำชำระ 100,000 บาทเข้าหนี้เงินต้นที่ตนค้ำ และไม่มีรายการอื่นในตัวอย่าง ยอดเงินต้นที่ลูกหนี้ยังต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้จะเหลือ 150,000 บาท หลักมาตรา 685 รองรับว่าหนี้ที่ผู้ค้ำไม่ได้ชำระทั้งหมด ลูกหนี้ยังคงรับผิดส่วนที่เหลือ ตัวอย่างนี้ไม่ได้คำนวณสิทธิไล่เบี้ยหรือข้อพิพาทระหว่างผู้ค้ำกับลูกหนี้
เมื่อมีดอกเบี้ยหรืออุปกรณ์ ต้องเพิ่มบัญชีแยกและตรวจว่าอยู่ในความรับผิดเท่าไร รวมถึงผลบอกกล่าวล่าช้า ไม่บวกทุกยอดลงผู้ค้ำก่อนค่อยให้ไปเถียงกันภายหลัง หากร่างใช้คำว่ารวมทั้งสิ้น ควรตรวจว่าข้ออื่นไม่ขยายวงเงินสวนทางกัน
เอกสารที่ควรตรวจคู่กับสัญญาค้ำประกัน
- สัญญาหลักและเอกสารแนบที่สร้างหนี้ ไม่ใช่เฉพาะหน้าลงชื่อผู้ค้ำ
- ตารางเบิกเงิน ส่งมอบสินค้า หรือเหตุเกิดหนี้ตามประเภทที่ค้ำ
- ขอบเขตวงเงิน ช่วงก่อหนี้ และรายการอุปกรณ์ที่เสนอให้ค้ำ
- เอกสารฐานะและอำนาจของผู้ค้ำ รวมถึงฐานะผู้ลงนามแทนบริษัท
- ที่อยู่รับหนังสือและวิธีแจ้งเปลี่ยนข้อมูล
- หนังสือแก้หนี้ ผ่อนเวลา ลดหนี้ หรือหนังสือทวงถามเดิมหากมี
ควรให้ผู้ตรวจเห็นเอกสารทุกฉบับที่อ้างถึงกัน ถ้าสัญญาค้ำอ้างถึงหนี้เลขที่หนึ่งแต่ตารางเงินเป็นอีกฉบับ ต้องแก้ก่อนเซ็น ไม่ใช้วิธีเติมเลขที่ภายหลังโดยไม่ให้ผู้ค้ำตรวจ และควรเก็บคู่ฉบับพร้อมหน้าที่ลงนามแก้ไขเป็นชุดเดียวกัน
ข้อมูลทรัพย์ของผู้ค้ำช่วยประเมินความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้สร้างสิทธิจำนองโดยตัวมันเอง หากเจ้าหนี้ต้องการหลักประกันทรัพย์จริง ต้องตรวจเรื่องกรรมสิทธิ์และแบบเอกสารแยก ไม่ให้ผู้ค้ำส่งสำเนาโฉนดแล้วถือว่าค้ำด้วยที่ดินเรียบร้อย
สัญญากู้กับหลักประกันประเภทอื่น
เริ่มจาก การร่างสัญญากู้ยืมเงิน ให้หนี้หลักและยอดส่งมอบชัดก่อน การค้ำประกันไม่ได้แก้ข้อบกพร่องของเงินต้นปลอมหรือดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย หากฐานหนี้มีปัญหาต้องตรวจฐานนั้นก่อนขยายเอกสารค้ำ
จำนองสร้างสิทธิในทรัพย์ ส่วนค้ำประกันผูกพันบุคคล จึงต้องเลือกตามวัตถุประสงค์ หากมีที่ดินของผู้กู้หรือบุคคลอื่น ให้ตรวจ งานกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มเติม การให้เซ็นทั้งสองฐานะมีผลต่างกันและต้องอธิบายให้เห็นในเอกสาร
หนี้ที่ผิดนัดแล้วเกี่ยวข้องกับ บริการหนี้สินและบังคับคดี และการบอกกล่าวตามขั้นตอน ไม่ควรร่างฉบับใหม่เพื่อให้ผู้ค้ำรับผิดย้อนหลังโดยไม่ได้ยินยอมต่อหนี้นั้น หากมีข้อตกลงผ่อนชำระหลังทวงถามต้องตรวจผลต่อค้ำเดิมทุกครั้ง
กรณีมีที่ดินประกันพร้อมกัน ควรตรวจ สัญญากู้พร้อมจำนอง และฐานะเจ้าของทรัพย์ด้วย เพราะการค้ำประกันบุคคลกับสิทธิในทรัพย์มีขอบเขตและข้อจำกัดต่างกัน
ทางไปต่อ: ตรวจขอบเขตก่อนให้ผู้ค้ำลงชื่อ
- ระบุว่าค้ำหนี้ที่เกิดแล้วหรือหนี้ในอนาคต และรวบรวมสัญญาหลัก
- กำหนดวงเงินกับรายการที่ครอบคลุมโดยตรวจให้ไม่ขัดกัน
- ตรวจฐานะผู้ค้ำและตัดข้อรับผิดร่วมที่ใช้ไม่ได้
- วางระบบบอกกล่าวและวิธีจัดเอกสารเมื่อมีการผ่อนเวลา
- ให้คู่สัญญาอ่านฉบับกรอกครบ เก็บหลักฐานและคู่ฉบับตรงกัน
| ทางเลือก | ใช้เมื่อ | สิ่งที่ควรตรวจ |
|---|---|---|
| ร่างค้ำฉบับใหม่ | จะเพิ่มหลักประกันบุคคล | หนี้ที่ค้ำ วงเงินและเงื่อนไข |
| ตรวจแบบเดิม | มีข้อความรับผิดกว้างหรือแบบเก่า | บทคุ้มครองที่ตกลงต่างไม่ได้ |
| ตรวจแก้หนี้ | จะเลื่อนกำหนดหรือเพิ่มวงเงิน | ผลต่อผู้ค้ำและความยินยอมที่จำเป็น |
ควรให้ตรวจเมื่อผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดาแต่แบบเรียกลูกหนี้ร่วม มีหลายผู้ค้ำ ต่างช่วงก่อหนี้ หรือมีการผ่อนเวลาไปแล้ว เอกสารที่อ่านง่ายควรช่วยให้เจ้าหนี้รู้วิธีใช้สิทธิและให้ผู้ค้ำรู้ภาระก่อนตัดสินใจ
ดู บริการร่างและตรวจสัญญา แล้ว ส่งสัญญาหลัก ร่างค้ำ ตารางวงเงินและประวัติแก้ไขให้ยอดทิพย์ธรรมประเมิน ระบุว่าคุณเป็นเจ้าหนี้หรือผู้ค้ำและหนี้เกิดแล้วหรือยัง เพื่อกำหนดขอบเขตงานให้ตรงกับจุดที่ต้องตรวจ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680–681: หลักฐานและการระบุหนี้ที่ค้ำ รวมถึงหนี้ในอนาคต
- มาตรา 681/1: ข้อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและข้อยกเว้นนิติบุคคล
- มาตรา 682–685: ผู้ค้ำหลายคน ขอบเขตอุปกรณ์ และหนี้ส่วนที่ลูกหนี้ยังรับผิด
- มาตรา 685/1: ข้อตกลงต่างจากบทคุ้มครองที่ระบุเป็นโมฆะ
- มาตรา 686: บอกกล่าวภายใน 60 วันและผลเมื่อไม่ทำภายในกำหนด
- มาตรา 699–700: กิจการเนื่องกันหลายคราวและการผ่อนเวลาหนี้
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากหน่วยงานรัฐ รวมบทแก้ไขค้ำประกัน ตรวจประเด็นที่อ้าง ณ 7 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
เซ็นเป็นพยานทำให้ต้องใช้หนี้แทนหรือไม่
ระบุช่วงก่อหนี้สิ้นปี แปลว่าหลุดพ้นสิ้นปีไหม
สัญญาค้ำต้องอยู่คนละแผ่นกับสัญญากู้ไหม
แก้สัญญากู้แล้วใช้สัญญาค้ำเดิมต่อได้เลยไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ