081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ร่างสัญญาค้ำประกัน ระบุวงเงินและหนี้ที่ค้ำอย่างไร

ภาพประกอบการตรวจสัญญาค้ำประกัน ข้อความ ค้ำหนี้ก้อนไหน รับผิดแค่ไหน

สรุปประเด็นสำคัญ

ร่างสัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำให้ชัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 681 กำหนดรายละเอียดเพิ่มเติมสำหรับหนี้ในอนาคตหรือหนี้มีเงื่อนไข รวมถึงจำนวนสูงสุดและช่วงก่อหนี้ การให้บุคคลธรรมดารับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมขัดมาตรา 681/1 และร่างต้องสอดคล้องกับขั้นตอนบอกกล่าวเมื่อผิดนัด ไม่ใช่เขียนให้สละสิทธิทุกอย่าง

ร่างสัญญาค้ำประกันควรทำให้ผู้ค้ำตอบได้ว่าเกี่ยวข้องกับหนี้ก้อนไหน รับผิดในขอบเขตใด และอะไรเปลี่ยนได้โดยต้องกลับมาตกลงกันใหม่ การให้เซ็นท้ายสัญญากู้โดยไม่แยกฐานะและข้อความรับผิดอาจทำให้เกิดข้อพิพาทตั้งแต่ต้น

ร่างสัญญาค้ำประกัน ต้องระบุหนี้และวงเงินอย่างไร

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 กำหนดลักษณะค้ำประกันว่าบุคคลภายนอกผูกพันตนต่อเจ้าหนี้เพื่อชำระเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระ และต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำเพื่อฟ้องบังคับได้ ส่วนมาตรา 681 กำหนดให้ระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำโดยชัดแจ้ง ผู้ค้ำรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้

เมื่อหนี้เกิดแล้ว ควรระบุสัญญาหลัก คู่สัญญา วันที่ จำนวนหนี้ และขอบเขตที่ผู้ค้ำยอมรับให้ตรวจเทียบได้ เมื่อเป็นหนี้ในอนาคตหรือมีเงื่อนไข ต้องระบุวัตถุประสงค์ก่อหนี้ ลักษณะมูลหนี้ จำนวนเงินสูงสุด และระยะเวลาก่อหนี้ตามมาตรา 681 วรรคสอง ทั้งนี้มีข้อยกเว้นเรื่องไม่ระบุระยะเวลาสำหรับกิจการเนื่องกันหลายคราวตามมาตรา 699 ที่ต้องตรวจให้เข้าเงื่อนไขจริง

  • ระบุลูกหนี้ เจ้าหนี้ และผู้ค้ำให้ชัด พร้อมฐานะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
  • อ้างสัญญาหลักฉบับที่แน่นอนและแนบเอกสารที่ผู้ค้ำได้อ่าน
  • กำหนดวงเงินและบอกว่าครอบคลุมเงินต้น ดอกเบี้ย หรืออุปกรณ์อย่างไรภายใต้กฎหมาย
  • แยกช่วงที่ยอมให้ก่อหนี้ออกจากกำหนดชำระหนี้และเหตุสิ้นสุดความรับผิด
  • กำหนดที่อยู่และช่องทางรับหนังสือ พร้อมหน้าที่แจ้งเปลี่ยนข้อมูล
  • วางขั้นตอนเมื่อแก้หนี้ เพิ่มวงเงิน หรือผ่อนเวลา โดยไม่ใช้ข้อความยินยอมล่วงหน้าครอบทุกเรื่อง

ตัวอย่างสมมติ เจ้าหนี้จะให้ลูกหนี้เบิกกู้เพื่อซื้อวัตถุดิบในช่วง 1 มกราคมถึง 31 ธันวาคม 2570 หากให้บุคคลธรรมดาค้ำเฉพาะหนี้ชุดนี้ ร่างต้องบอกวัตถุประสงค์ มูลหนี้ วงเงินสูงสุด และช่วงก่อหนี้อย่างชัด ไม่ใช้เพียงคำว่าค้ำหนี้ทั้งหมดทั้งปัจจุบันและอนาคตโดยไม่มีขอบเขต

วันสิ้นสุดช่วงก่อหนี้ไม่ได้แปลว่าหนี้ที่เกิดขึ้นถูกต้องภายในช่วงนั้นหมดไปในวันเดียวกัน ต้องเขียนเรื่องกำหนดคืนและเหตุหลุดพ้นให้สัมพันธ์กัน หากต้องการจำกัดความรับผิดเฉพาะเงินต้นบางส่วน ให้ใช้ข้อความที่ไม่ขัดกันระหว่างหน้าปก ตารางวงเงิน และข้อกำหนดท้ายสัญญา

บุคคลธรรมดา นิติบุคคล และผู้ค้ำหลายคน

มาตรา 681/1 กำหนดว่าข้อตกลงให้ผู้ค้ำรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะลูกหนี้ร่วมเป็นโมฆะ โดยมีข้อยกเว้นสำหรับผู้ค้ำที่เป็นนิติบุคคลและยินยอมตามเงื่อนไขของมาตรา จึงไม่ควรคัดข้อความของบริษัทมาใช้กับผู้ค้ำบุคคลธรรมดาแล้วอาศัยเพียงลายมือชื่อว่าอ่านเข้าใจแล้ว

ผู้ค้ำหลายคนในหนี้เดียวกันยังมีหลักเฉพาะตามมาตรา 682 เรื่องความรับผิดระหว่างผู้ค้ำ ต้องแยกจากการบังคับให้ผู้ค้ำเป็นลูกหนี้ร่วมกับลูกหนี้ชั้นต้น หากแต่ละคนค้ำต่างวงเงินหรือต่างช่วง ต้องตรวจเอกสารทุกฉบับร่วมกัน ไม่คำนวณแบ่งครึ่งโดยอัตโนมัติจากจำนวนคน

การเป็นกรรมการ ผู้ถือหุ้น คู่สมรส หรือพยานของผู้กู้ไม่ได้ทำให้เป็นผู้ค้ำโดยฐานะนั้นเอง ต้องดูว่ามีการผูกพันตามเอกสารและกฎหมายอย่างไร กรณีบุคคลเดียวลงนามหลายฐานะควรแยกช่องลงชื่อให้เห็นว่าเซ็นแทนบริษัทหรือผูกพันส่วนตัว

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: วงเงินกับช่วงเวลา

คนมักเข้าใจว่า เห็นตัวเลขวงเงินหนึ่งจำนวนแล้วจะรับผิดได้ไม่เกินเท่านั้นทุกกรณี หรือเห็นวันที่สิ้นสุดแล้วถือว่าหลุดพ้นจากหนี้ทั้งหมดโดยไม่ต้องดูว่าหนี้เกิดเมื่อใด

กฎหมายมองว่า ต้องตรวจขอบเขตตามสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายร่วมกับหนี้ที่ค้ำจริง โดยเฉพาะความแตกต่างระหว่างช่วงก่อหนี้ วันชำระ และการสิ้นสุดค้ำ มาตรา 685/1 ทำให้ข้อตกลงที่ต่างจากบทคุ้มครองบางมาตราเป็นโมฆะ จึงใช้ถ้อยคำกว้างเพื่อให้ผู้ค้ำสละสิทธิทั้งหมดไม่ได้

จุดเสี่ยงจริง อยู่ที่ตารางเขียนว่ารับผิดสูงสุด แต่ข้อความถัดไปกลับขยายถึงเงินทุกประเภทอย่างไม่จำกัด ควรให้ร่างระบุว่าแต่ละรายการอยู่ภายในหรือภายนอกวงเงินอย่างไรเท่าที่กฎหมายอนุญาต และตรวจบทบังคับที่ตัดตกลงต่างก่อนลงนาม

มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้กับผู้ค้ำต้องเห็นข้อมูลเดียวกัน

ประเด็นเจ้าหนี้ผู้ค้ำประกัน
สิทธิเรียกตามหนี้และขอบเขตที่ค้ำโดยชอบรับผิดเฉพาะขอบเขตและใช้สิทธิตามกฎหมาย
ความเสี่ยงใช้แบบเก่าที่ขัดกฎหมายหรือไม่บอกกล่าวอ่านเฉพาะวงเงินแต่ไม่อ่านหนี้ที่ครอบคลุม
ควรทำส่งสัญญาหลักและข้อมูลการเปลี่ยนหนี้ขอคู่ฉบับ ตรวจฐานะและเหตุผ่อนเวลา
ควรเลี่ยงใส่ข้อสละสิทธิทุกประการเพื่อแทนขั้นตอนเซ็นช่องว่างหรือเข้าใจว่าเป็นเพียงพยาน

การแจ้งข้อมูลที่จำเป็นก่อนเซ็นช่วยให้ความยินยอมมีขอบเขต ผู้ค้ำควรได้อ่านสัญญาหลักและตารางเงิน ไม่ได้รับเฉพาะหน้าลงชื่อ เจ้าหนี้ควรมีหลักฐานว่าฉบับที่แนบตรงกับหนี้ที่ปล่อยจริง เพื่อไม่ต้องโต้เถียงภายหลังว่าเปลี่ยนสัญญาหลักแล้วหรือยัง

หากจะเพิ่มหนี้หรือปรับโครงสร้าง ต้องตรวจผลต่อค้ำเดิมก่อนตกลง ไม่ควรให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งพูดว่าไม่กระทบผู้ค้ำโดยไม่มีการตรวจเอกสาร การเพิ่มความชัดในร่างตั้งแต่ต้นช่วยให้รู้ว่าเหตุการณ์ใดต้องกลับมาจัดเอกสารใหม่

บอกกล่าว 60 วันและการขยายเวลาหนี้

เมื่อลูกหนี้ผิดนัด มาตรา 686 ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำภายใน 60 วันนับแต่วันผิดนัด และจะเรียกให้ผู้ค้ำชำระก่อนหนังสือไปถึงไม่ได้ หากไม่บอกกล่าวภายในกำหนด ผลตามวรรคสองเกี่ยวกับการหลุดพ้นจากดอกเบี้ย ค่าสินไหมทดแทน และอุปกรณ์ที่เกิดหลังพ้นกำหนด ไม่ใช่ทำให้เงินต้นหายไปทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

สำหรับหนี้ที่มีกำหนดชำระแน่นอน มาตรา 700 กำหนดผลเมื่อเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาโดยผู้ค้ำไม่ได้ตกลงด้วย และจำกัดการยินยอมล่วงหน้า โดยมีข้อยกเว้นเฉพาะตามมาตรา การกำหนดในแบบว่าผ่อนกี่ครั้งก็ยินยอมตลอดจึงไม่ใช่คำตอบที่ใช้กับผู้ค้ำทั่วไปได้เสมอ

ร่างควรเตรียมระบบรู้วันผิดนัด ผู้รับผิดชอบส่งหนังสือ และหลักฐานการไปถึงไว้ด้วย อ่าน การบอกกล่าวผู้ค้ำเมื่อผิดนัด เมื่อต้องใช้จริง และใช้ เครื่องมือช่วยนับระยะเวลากฎหมาย ประกอบวันผิดนัดที่ตรวจแล้ว ไม่รอจนใกล้ครบกำหนดจึงเริ่มหาที่อยู่

ตัวอย่างคำนวณวงเงินที่ค้ำเพียงบางส่วน

สมมติหนี้เงินต้นตามสัญญากู้ 300,000 บาท แต่ตกลงให้ผู้ค้ำค้ำเฉพาะเงินต้นไม่เกิน 100,000 บาทและไม่รวมอุปกรณ์ตามเงื่อนไขที่ตรวจแล้ว ต้องแยกยอดหนี้ลูกหนี้ออกจากเพดานผู้ค้ำ ถ้าลูกหนี้เหลือเงินต้น 250,000 บาท ไม่ใช่ผู้ค้ำต้องรับผิด 250,000 บาทเพียงเพราะเป็นยอดคงเหลือของสัญญาหลัก

หากผู้ค้ำชำระ 100,000 บาทเข้าหนี้เงินต้นที่ตนค้ำ และไม่มีรายการอื่นในตัวอย่าง ยอดเงินต้นที่ลูกหนี้ยังต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้จะเหลือ 150,000 บาท หลักมาตรา 685 รองรับว่าหนี้ที่ผู้ค้ำไม่ได้ชำระทั้งหมด ลูกหนี้ยังคงรับผิดส่วนที่เหลือ ตัวอย่างนี้ไม่ได้คำนวณสิทธิไล่เบี้ยหรือข้อพิพาทระหว่างผู้ค้ำกับลูกหนี้

เมื่อมีดอกเบี้ยหรืออุปกรณ์ ต้องเพิ่มบัญชีแยกและตรวจว่าอยู่ในความรับผิดเท่าไร รวมถึงผลบอกกล่าวล่าช้า ไม่บวกทุกยอดลงผู้ค้ำก่อนค่อยให้ไปเถียงกันภายหลัง หากร่างใช้คำว่ารวมทั้งสิ้น ควรตรวจว่าข้ออื่นไม่ขยายวงเงินสวนทางกัน

เอกสารที่ควรตรวจคู่กับสัญญาค้ำประกัน

  • สัญญาหลักและเอกสารแนบที่สร้างหนี้ ไม่ใช่เฉพาะหน้าลงชื่อผู้ค้ำ
  • ตารางเบิกเงิน ส่งมอบสินค้า หรือเหตุเกิดหนี้ตามประเภทที่ค้ำ
  • ขอบเขตวงเงิน ช่วงก่อหนี้ และรายการอุปกรณ์ที่เสนอให้ค้ำ
  • เอกสารฐานะและอำนาจของผู้ค้ำ รวมถึงฐานะผู้ลงนามแทนบริษัท
  • ที่อยู่รับหนังสือและวิธีแจ้งเปลี่ยนข้อมูล
  • หนังสือแก้หนี้ ผ่อนเวลา ลดหนี้ หรือหนังสือทวงถามเดิมหากมี

ควรให้ผู้ตรวจเห็นเอกสารทุกฉบับที่อ้างถึงกัน ถ้าสัญญาค้ำอ้างถึงหนี้เลขที่หนึ่งแต่ตารางเงินเป็นอีกฉบับ ต้องแก้ก่อนเซ็น ไม่ใช้วิธีเติมเลขที่ภายหลังโดยไม่ให้ผู้ค้ำตรวจ และควรเก็บคู่ฉบับพร้อมหน้าที่ลงนามแก้ไขเป็นชุดเดียวกัน

ข้อมูลทรัพย์ของผู้ค้ำช่วยประเมินความเสี่ยงได้แต่ไม่ได้สร้างสิทธิจำนองโดยตัวมันเอง หากเจ้าหนี้ต้องการหลักประกันทรัพย์จริง ต้องตรวจเรื่องกรรมสิทธิ์และแบบเอกสารแยก ไม่ให้ผู้ค้ำส่งสำเนาโฉนดแล้วถือว่าค้ำด้วยที่ดินเรียบร้อย

สัญญากู้กับหลักประกันประเภทอื่น

เริ่มจาก การร่างสัญญากู้ยืมเงิน ให้หนี้หลักและยอดส่งมอบชัดก่อน การค้ำประกันไม่ได้แก้ข้อบกพร่องของเงินต้นปลอมหรือดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมาย หากฐานหนี้มีปัญหาต้องตรวจฐานนั้นก่อนขยายเอกสารค้ำ

จำนองสร้างสิทธิในทรัพย์ ส่วนค้ำประกันผูกพันบุคคล จึงต้องเลือกตามวัตถุประสงค์ หากมีที่ดินของผู้กู้หรือบุคคลอื่น ให้ตรวจ งานกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มเติม การให้เซ็นทั้งสองฐานะมีผลต่างกันและต้องอธิบายให้เห็นในเอกสาร

หนี้ที่ผิดนัดแล้วเกี่ยวข้องกับ บริการหนี้สินและบังคับคดี และการบอกกล่าวตามขั้นตอน ไม่ควรร่างฉบับใหม่เพื่อให้ผู้ค้ำรับผิดย้อนหลังโดยไม่ได้ยินยอมต่อหนี้นั้น หากมีข้อตกลงผ่อนชำระหลังทวงถามต้องตรวจผลต่อค้ำเดิมทุกครั้ง

กรณีมีที่ดินประกันพร้อมกัน ควรตรวจ สัญญากู้พร้อมจำนอง และฐานะเจ้าของทรัพย์ด้วย เพราะการค้ำประกันบุคคลกับสิทธิในทรัพย์มีขอบเขตและข้อจำกัดต่างกัน

ทางไปต่อ: ตรวจขอบเขตก่อนให้ผู้ค้ำลงชื่อ

  1. ระบุว่าค้ำหนี้ที่เกิดแล้วหรือหนี้ในอนาคต และรวบรวมสัญญาหลัก
  2. กำหนดวงเงินกับรายการที่ครอบคลุมโดยตรวจให้ไม่ขัดกัน
  3. ตรวจฐานะผู้ค้ำและตัดข้อรับผิดร่วมที่ใช้ไม่ได้
  4. วางระบบบอกกล่าวและวิธีจัดเอกสารเมื่อมีการผ่อนเวลา
  5. ให้คู่สัญญาอ่านฉบับกรอกครบ เก็บหลักฐานและคู่ฉบับตรงกัน
ทางเลือกใช้เมื่อสิ่งที่ควรตรวจ
ร่างค้ำฉบับใหม่จะเพิ่มหลักประกันบุคคลหนี้ที่ค้ำ วงเงินและเงื่อนไข
ตรวจแบบเดิมมีข้อความรับผิดกว้างหรือแบบเก่าบทคุ้มครองที่ตกลงต่างไม่ได้
ตรวจแก้หนี้จะเลื่อนกำหนดหรือเพิ่มวงเงินผลต่อผู้ค้ำและความยินยอมที่จำเป็น

ควรให้ตรวจเมื่อผู้ค้ำเป็นบุคคลธรรมดาแต่แบบเรียกลูกหนี้ร่วม มีหลายผู้ค้ำ ต่างช่วงก่อหนี้ หรือมีการผ่อนเวลาไปแล้ว เอกสารที่อ่านง่ายควรช่วยให้เจ้าหนี้รู้วิธีใช้สิทธิและให้ผู้ค้ำรู้ภาระก่อนตัดสินใจ

ดู บริการร่างและตรวจสัญญา แล้ว ส่งสัญญาหลัก ร่างค้ำ ตารางวงเงินและประวัติแก้ไขให้ยอดทิพย์ธรรมประเมิน ระบุว่าคุณเป็นเจ้าหนี้หรือผู้ค้ำและหนี้เกิดแล้วหรือยัง เพื่อกำหนดขอบเขตงานให้ตรงกับจุดที่ต้องตรวจ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680–681: หลักฐานและการระบุหนี้ที่ค้ำ รวมถึงหนี้ในอนาคต
  • มาตรา 681/1: ข้อรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมและข้อยกเว้นนิติบุคคล
  • มาตรา 682–685: ผู้ค้ำหลายคน ขอบเขตอุปกรณ์ และหนี้ส่วนที่ลูกหนี้ยังรับผิด
  • มาตรา 685/1: ข้อตกลงต่างจากบทคุ้มครองที่ระบุเป็นโมฆะ
  • มาตรา 686: บอกกล่าวภายใน 60 วันและผลเมื่อไม่ทำภายในกำหนด
  • มาตรา 699–700: กิจการเนื่องกันหลายคราวและการผ่อนเวลาหนี้

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากหน่วยงานรัฐ รวมบทแก้ไขค้ำประกัน ตรวจประเด็นที่อ้าง ณ 7 ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

เซ็นเป็นพยานทำให้ต้องใช้หนี้แทนหรือไม่
การลงชื่อในฐานะพยานอย่างเดียวไม่ใช่การผูกพันค้ำประกันโดยอัตโนมัติ แต่ต้องอ่านเอกสารทั้งฉบับว่ามีข้อความให้รับผิดเพิ่มเติมหรือมีลายมือชื่อในฐานะอื่นด้วยหรือไม่ หากช่องลงชื่อและเนื้อหาขัดกันควรแก้ก่อนเซ็น ไม่ตัดสินจากชื่อช่องเพียงอย่างเดียว
ระบุช่วงก่อหนี้สิ้นปี แปลว่าหลุดพ้นสิ้นปีไหม
ไม่เสมอไป ช่วงก่อหนี้กำหนดว่าหนี้ที่เกิดเวลาใดอยู่ในขอบเขตค้ำ ส่วนหนี้ที่เกิดโดยชอบภายในช่วงนั้นอาจยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต้องอ่านกำหนดคืนและเหตุสิ้นสุดความรับผิดร่วมกัน จึงไม่ควรใช้วันที่ในตารางเพียงจุดเดียวสรุปว่าความรับผิดทุกก้อนยุติแล้ว
สัญญาค้ำต้องอยู่คนละแผ่นกับสัญญากู้ไหม
กฎหมายให้ความสำคัญกับหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ค้ำและเนื้อหาที่ระบุหนี้ชัด ไม่ได้กำหนดว่าทุกกรณีต้องเป็นกระดาษคนละชุด แต่ควรแยกฐานะ ขอบเขต และช่องลงนามให้อ่านเข้าใจ หากมีเอกสารแนบต้องระบุว่าเป็นฉบับใดและให้ผู้ค้ำได้อ่านครบ
แก้สัญญากู้แล้วใช้สัญญาค้ำเดิมต่อได้เลยไหม
ต้องตรวจว่าแก้เรื่องใดและกระทบขอบเขตค้ำอย่างไร โดยเฉพาะการเพิ่มหนี้และผ่อนกำหนดชำระซึ่งมีกฎเฉพาะ การเขียนยินยอมล่วงหน้ากว้าง ๆ ไม่ได้ใช้แทนความยินยอมที่กฎหมายต้องการทุกกรณี จึงควรตรวจฉบับเดิมกับฉบับแก้พร้อมกันก่อนสรุปว่าผู้ค้ำยังรับผิดเท่าเดิม
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

แบรนด์กับโรงงาน ใครดูแลเรื่องกฎหมาย ภาพตรวจผลิตภัณฑ์ ฉลาก และแฟ้มเอกสารกำกับดูแล ธุรกิจและสัญญา

สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร

สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 9 นาที
สินค้าไม่ผ่านสเปก ใครรับผิดล็อตนี้ ภาพตรวจคุณภาพสินค้ากับเอกสารล็อตผลิต ธุรกิจและสัญญา

สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร

สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 9 นาที
จ้างโรงงานผลิต สูตรเป็นของใคร ภาพเจ้าของแบรนด์ตรวจตัวอย่างผลิตภัณฑ์กับเอกสารสัญญา ธุรกิจและสัญญา

ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร

ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 9 นาที

ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE