ร่างสัญญากู้ยืมเงิน ต้องมีหลักฐานและเงื่อนไขอะไร

สรุปประเด็นสำคัญ
ร่างสัญญากู้ยืมเงินควรเขียนให้ตรงกับเงินที่ส่งมอบและวิธีคืนจริง ถ้าสัญญาระบุว่าได้รับเงินครบทั้งที่ยังไม่ได้โอน หรือเอาดอกเบี้ยล่วงหน้ามารวมเป็นเงินต้น หลักฐานที่คิดว่าจะช่วยอาจกลับเป็นประเด็นโต้แย้ง
ร่างสัญญากู้ยืมเงิน ต้องมีอะไรจึงใช้เป็นหลักฐาน
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650 วางหลักว่าสัญญายืมใช้สิ้นเปลืองบริบูรณ์เมื่อส่งมอบทรัพย์ที่ให้ยืม ส่วนมาตรา 653 กำหนดว่าการกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาท ถ้าไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ยืมจะฟ้องบังคับไม่ได้ จึงต้องดูทั้งการมีหนี้จริงกับหลักฐานที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่ดูเพียงว่ามีกระดาษชื่อสัญญากู้
หลักฐานไม่จำเป็นต้องมีชื่อแบบฟอร์มอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น แต่การจัดทำสัญญาที่ระบุเรื่องสำคัญชัดช่วยให้ไม่ต้องประกอบข้อเท็จจริงจากข้อความกระจัดกระจาย ผู้ให้กู้ควรตรวจชื่อผู้กู้ จำนวนเงินจริง วิธีส่งมอบ และการยอมรับหน้าที่คืน หากโอนไปบัญชีคนอื่นตามคำขอผู้กู้ ควรมีหลักฐานคำสั่งและการยืนยันว่ารับเป็นเงินกู้ของตน
- ระบุคู่สัญญาและสถานะผู้ลงนาม หากกู้ในนามบริษัทต้องตรวจอำนาจแทนบริษัท
- ระบุยอดเงินต้นและวันที่ส่งมอบตามจริง แยกกรณีให้เป็นงวดและเงินที่ยังไม่จ่าย
- กำหนดวันคืนหรือรายการผ่อนแต่ละงวด พร้อมช่องทางชำระและหลักฐานตอบรับ
- ระบุว่ามีดอกเบี้ยหรือไม่ ถ้ามีให้ใช้อัตรารายปีและฐานคำนวณที่ชัด
- แยกดอกเบี้ยปกติ ดอกเบี้ยผิดนัด และค่าใช้จ่ายที่เรียกได้ ไม่เรียกซ้ำโดยไม่ตรวจฐานสิทธิ
- ระบุเอกสารหลักประกันต่างหากเมื่อมี พร้อมหน้าที่คืนเอกสารและออกหลักฐานเมื่อชำระ
ตัวอย่างสมมติ ตกลงให้กู้ 120,000 บาท แต่วันลงนามโอนจริง 70,000 บาทและจะโอนอีก 50,000 บาทภายหลัง ไม่ควรให้ผู้กู้ลงชื่อว่าได้รับครบ 120,000 บาทแล้ว ควรระบุวงเงินที่ตกลงกับยอดที่ส่งมอบในแต่ละครั้งแยกกัน และทำหลักฐานรับเงินเพิ่มเมื่อจ่ายส่วนที่เหลือ
ผู้กู้ก็ควรได้รับคู่ฉบับและหลักฐานส่งมอบที่ตรงกัน ไม่ลงนามในช่องจำนวนเงินหรือวันคืนที่เว้นว่าง การเขียนสัญญาให้ละเอียดมีเป้าหมายเพื่อให้ตรวจยอดและหน้าที่ได้ ไม่ใช่เพิ่มคำว่ารับผิดทุกประการจนไม่รู้ว่าตนตกลงอะไร
เงินกู้แบบใดต้องตรวจกฎเพิ่มเติม
บทความนี้เน้นการกู้ระหว่างบุคคลทั่วไป ไม่ใช้แทนกฎสินเชื่อของธนาคาร ผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต หรือธุรกิจที่มีกฎหมายกำกับเฉพาะ หากปล่อยกู้เป็นกิจการ ต้องตรวจเรื่องใบอนุญาต รูปแบบธุรกิจ และข้อจำกัดที่เกี่ยวข้องก่อนเลือกอัตราหรือเอกสาร ไม่ใช่มีแบบสัญญาแล้วจะดำเนินธุรกิจได้ทุกแบบ
หากหนี้เดิมเกิดจากซื้อสินค้า หุ้นส่วน ลงทุน หรือชดใช้ความเสียหาย ต้องตรวจว่าควรทำสัญญาประเภทใด การเปลี่ยนชื่อเป็นสัญญากู้อาจไม่ตรงความจริงและอาจมีผลต่อพยานหลักฐานหรือสิทธิเดิม ถ้าเคยให้เงินไปแล้วให้บันทึกข้อเท็จจริงย้อนหลังอย่างตรงไปตรงมา ไม่ลงวันปลอมหรือสร้างหลักฐานโอนใหม่
กรณีผู้ค้ำประกันหรือมีที่ดินเป็นประกันต้องมีการตรวจอีกชุดหนึ่ง การให้บุคคลเซ็นเป็นพยานไม่ได้ทำให้เป็นผู้ค้ำ และการฝากโฉนดไว้ไม่ได้ทำให้เกิดจำนอง การเลือกหลักประกันจึงต้องเริ่มจากสิทธิที่ต้องการและทรัพย์ที่มีจริง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: สัญญาต้องตรงเงินที่ให้
คนมักเข้าใจว่า จะเขียนยอดกู้สูงกว่าเงินที่จ่ายจริงเพื่อรวมดอกเบี้ยไว้ก่อนก็ได้ หรือเรียกส่วนเกินว่าค่าดูแลแทนดอกเบี้ยแล้วจะไม่ติดข้อจำกัด ความคิดนี้เสี่ยงทั้งความถูกต้องของหลักฐานและกฎหมายดอกเบี้ย
กฎหมายมองว่า มาตรา 654 กำหนดเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไปไม่เกินร้อยละ 15 ต่อปี และต้องพิจารณาร่วมกับพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4 ซึ่งครอบคลุมการอำพรางและกำหนดข้อความเท็จเพื่อปิดบังดอกเบี้ยเกินอัตรา ไม่ควรสรุปว่าตกลงเกินได้แล้วเพียงลดเหลือ 15 ในภายหลัง
จุดเสี่ยงจริง คือเงินต้นในสัญญาไม่ตรงรายการโอน หรือมีค่าตอบแทนหลายชื่อที่รวมแล้วผิดกฎหมาย ควรให้ตรวจยอดที่ได้รับจริงและประโยชน์ทุกประเภทพร้อมกัน ดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายอาจบังคับไม่ได้ และอาจมีความรับผิดทางอาญาตามองค์ประกอบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
มองสองฝั่ง: ผู้ให้กู้กับผู้กู้ควรเก็บอะไร
| ประเด็น | ผู้ให้กู้ | ผู้กู้ |
|---|---|---|
| สิทธิ | ได้รับเงินคืนตามหนี้ที่ชอบด้วยกฎหมาย | ถูกคิดยอดตรงเงินที่รับและหนี้ที่เหลือ |
| ความเสี่ยง | พิสูจน์การกู้หรือส่งมอบไม่ได้ | จ่ายแล้วไม่มีหลักฐานรับชำระ |
| ควรทำ | เก็บสัญญาและรายการโอนที่เชื่อมกัน | ขอใบรับเงินและตรวจบัญชีหลังจ่าย |
| ควรเลี่ยง | ถือว่าสลิปอย่างเดียวพิสูจน์ว่าเป็นเงินกู้ทุกกรณี | ลงนามช่องว่างหรือรับรองยอดที่ไม่เคยได้รับ |
มาตรา 653 วรรคสองยังมีหลักเกี่ยวกับการพิสูจน์การใช้เงินคืนเมื่อเงินกู้มีหลักฐานเป็นหนังสือ จึงควรกำหนดระบบออกใบรับเงินที่มีการยืนยันจากผู้ให้กู้ และเก็บคู่กับรายการชำระ ไม่ปล่อยให้ผู้กู้มีเพียงความทรงจำว่าจ่ายเงินสดครบแล้ว
ถ้าชำระหลายรายการในคราวเดียว ควรระบุการตัดยอดตามฐานสิทธิและข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายให้ชัด ทั้งสองฝ่ายควรได้บัญชียอดคงเหลือที่ตรวจเทียบได้ หากพบยอดไม่ตรงให้แก้ด้วยหลักฐานก่อนลงนามรับรองใหม่
กำหนดวันคืนและวันผิดนัดให้แยกจากกัน
สัญญาที่ระบุวันชำระแน่นอนช่วยให้รู้ว่าต้องเตรียมเงินเมื่อใด แต่ผลผิดนัดต้องตรวจตามมาตรา 203–204 และพฤติการณ์จริง หากไม่ได้กำหนดวันคืน มาตรา 652 เปิดให้ผู้ให้ยืมบอกกล่าวให้คืนภายในเวลาอันควรที่กำหนดในคำบอกกล่าว ไม่ควรเขียนว่าผู้ให้กู้เรียกเงินทั้งหมดคืนเมื่อไรก็ได้โดยไม่มีขั้นตอน
ตัวอย่างสมมติให้คืนต้นเงิน 120,000 บาทเป็น 12 งวด งวดละ 10,000 บาท ทุกวันที่ 5 เริ่มเดือนพฤศจิกายน 2569 ให้ทำตารางครบทุกงวดและแยกดอกเบี้ยที่คิดตามยอดคงเหลือ หากต้องการเร่งรัดหนี้ทั้งหมดเมื่อผิดงวด ควรตรวจเงื่อนไขและการบอกกล่าวเฉพาะ ไม่ถือว่าผิดหนึ่งงวดทำให้เงินทุกงวดถึงกำหนดโดยอัตโนมัติเสมอ
หากต้องประเมินอายุความ หนี้ชำระครั้งเดียวกับหนี้ผ่อนทุนคืนเป็นงวดอาจต้องพิจารณาต่างกัน ใช้ เครื่องมือช่วยคำนวณระยะเวลากฎหมาย ร่วมกับวันเกิดสิทธิและเอกสารจริง การส่งหนังสือทวงถามเพียงอย่างเดียวไม่ควรถูกเข้าใจว่าเป็นเหตุสะดุดหยุดลงของอายุความทุกกรณี
ตัวอย่างดอกเบี้ยและบัญชีเงินต้นคงเหลือ
สมมติเงินต้น 120,000 บาท ตกลงดอกเบี้ยที่ชอบด้วยกฎหมายร้อยละ 6 ต่อปี และใช้นับวันจริงหาร 365 ดอกเบี้ยช่วง 30 วันที่ต้นเงินยังไม่ลดเท่ากับ 120,000 × 0.06 × 30 ÷ 365 = 591.78 บาท โดยปัดเศษสองตำแหน่ง ถ้าชำระต้นเงิน 10,000 บาทหลังช่วงนี้ ต้องเริ่มช่วงถัดไปจากต้นเงินคงเหลือ 110,000 บาท
อัตรา 6 และช่วง 30 วันเป็นตัวอย่างการคำนวณ ไม่ใช่อัตราที่ทุกสัญญาต้องใช้ หากตกลงให้มีดอกเบี้ยแต่ไม่กำหนดอัตรา ต้องตรวจมาตรา 7 ส่วนผิดนัดต้องตรวจมาตรา 224 และกรณีผ่อนเป็นงวดตามมาตรา 224/1 ไม่ใช้สูตรคิดผิดนัดจากต้นเงินทุกงวดที่ยังไม่ถึงกำหนดเพียงเพราะสัญญาเขียนไว้
ไม่ควรรวมดอกเบี้ยผิดนัดเพิ่มซ้อนอัตราปกติโดยไม่ตรวจข้อกฎหมาย และไม่บวกค่าติดตามตามใจแล้วนำไปคิดดอกเบี้ยอีก บัญชีที่ส่งให้ตรวจควรมีเงินต้น วันจ่าย วันรับชำระ อัตรา และการตัดยอด เพื่อให้ตรวจทั้งสูตรและสิทธิเรียกเงินได้
หลักฐานสำหรับร่างสัญญากู้และรับชำระ
- ชื่อและสถานะคู่สัญญา เอกสารอำนาจเมื่อมีการลงนามแทน
- จำนวนที่ตกลงให้กู้กับยอดที่ส่งมอบจริงแต่ละครั้ง
- รายการโอน หลักฐานรับเงินสด และคำสั่งเมื่อจ่ายให้บุคคลอื่น
- เงื่อนไขวันคืน ตารางผ่อน ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายที่เสนอ
- เอกสารผู้ค้ำหรือทรัพย์ประกันถ้ามี โดยแยกเจ้าของกับผู้กู้
- ประวัติชำระและยอดคงเหลือ หากเป็นการจัดเอกสารเงินกู้เดิม
ถ้าข้อตกลงเดิมไม่ได้ระบุวันคืน อ่าน วิธีบอกกล่าวเงินกู้ไม่กำหนดวันคืน เพื่อแยกงานจัดเอกสารเดิมออกจากการทวงถาม การเก็บแชทควรให้เห็นตัวผู้สนทนาและบริบทที่รับว่าเป็นเงินกู้ ไม่ใช่ส่งเพียงภาพสลิปที่ไม่บอกมูลเหตุ
เมื่อชำระครบ ควรมีหลักฐานยืนยันปิดยอดและจัดการเอกสารเดิมให้สอดคล้องกับมาตรา 653 วรรคสอง ถ้ามีหลักประกันก็ต้องตรวจวิธีปลดแยกต่างหาก อย่าถือว่าเจ้าหนี้คืนสำเนาสัญญาหนึ่งแผ่นแล้วทะเบียนจำนองเปลี่ยนไปด้วย
ค้ำประกัน จำนอง และการทวงถามเกี่ยวกันอย่างไร
สัญญากู้สร้างหน้าที่ของผู้กู้ ส่วนค้ำประกันและจำนองสร้างสิทธิคนละแบบ ต้องตรวจรูปแบบและขอบเขตของแต่ละฉบับ ถ้าจะใช้ที่ดิน ให้ตรวจข้อมูลผ่าน บริการกฎหมายที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ ด้วย การเขียนชื่อทรัพย์ไว้ท้ายสัญญากู้ไม่แทนการจดทะเบียนจำนอง
เมื่อผิดนัดแล้ว เนื้อหาที่ต้องจัดทำอาจเป็น หนังสือทวงถามเงินกู้ที่ถึงกำหนด หรือข้อตกลงชำระใหม่ ควรตรวจยอดและสิทธิจากเอกสารเดิมก่อน การร่างใหม่ไม่ควรใช้ลบประวัติการจ่ายหรือเปลี่ยนหนี้ที่โต้แย้งให้เป็นข้อยอมรับโดยไม่ตั้งใจ
หากจะติดตามหนี้ ต้องตรวจข้อจำกัดการติดต่อและการเปิดเผยข้อมูลตามลักษณะผู้ทวงกับหนี้ที่เกี่ยวข้อง ขอบเขต บริการหนี้สินและบังคับคดี ช่วยแยกงานติดตามออกจากการจัดเอกสารก่อนให้กู้ ไม่ใช้การข่มขู่หรือเปิดเผยหนี้ต่อคนอื่นเป็นเงื่อนไขบังคับในสัญญา
หากจะมีหลักประกันบุคคล อ่าน การร่างสัญญาค้ำประกันและวงเงิน ส่วนกรณีใช้ที่ดิน อ่าน เอกสารกู้พร้อมจำนอง เพื่อกำหนดขอบเขตงานก่อนส่งมอบเงิน
ทางไปต่อ: ร่างก่อนโอนและจัดระบบรับชำระ
- กำหนดวัตถุประสงค์เงินกู้และยอดส่งมอบตามจริง
- ตกลงวันคืน อัตราและฐานคำนวณให้ตรวจได้
- เลือกว่าจะมีหลักประกันหรือไม่ แล้วตรวจเอกสารแยกตามประเภท
- ลงนามเอกสารที่กรอกครบและเก็บหลักฐานส่งมอบในวันจ่าย
- ออกหลักฐานรับชำระทุกครั้งและตรวจยอดก่อนรับรองปิดบัญชี
| ทางเลือก | ใช้เมื่อ | ขอบเขตงานที่ควรระบุ |
|---|---|---|
| ร่างสัญญาใหม่ | ยังไม่ให้เงินหรือจะให้เพิ่ม | เงินต้น ตารางคืน และหลักประกัน |
| ตรวจสัญญาที่มี | ได้รับแบบจากอีกฝ่าย | ดอกเบี้ย ข้อผิดนัดและหลักฐานรับชำระ |
| ตรวจหนี้เดิม | ให้เงินไปแล้วหรือยอดโต้แย้ง | แยกหนี้จริง เงินที่คืนและสิทธิที่เหลือ |
ควรให้ตรวจเมื่อยอดสัญญาไม่ตรงเงินที่ได้รับ มีค่าตอบแทนหลายชื่อ ใช้บัญชีบุคคลอื่นรับเงิน หรือจะนำทรัพย์ของคนอื่นมาเป็นประกัน การมีสัญญาไม่ได้รับรองว่าลูกหนี้มีทรัพย์พอชำระ จึงควรประเมินความสามารถและความเสี่ยงของธุรกรรมควบคู่ไปด้วย
ดู บริการร่างและตรวจสัญญา แล้ว ส่งข้อตกลงเงินกู้ รายการส่งมอบ ตารางคืนและข้อมูลหลักประกันให้ยอดทิพย์ธรรมประเมินงาน ระบุว่าต้องการจัดเอกสารก่อนให้เงินหรือแก้ความไม่ชัดเจนของหนี้เดิม เพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางค่าบริการให้ตรง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 650, 652–654: การส่งมอบ กำหนดคืน หลักฐานกู้และชำระคืน และดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป
- มาตรา 203–204: กำหนดชำระและการผิดนัดตามเงื่อนไข
- มาตรา 7, 224 และ 224/1 ที่แก้ไข พ.ศ. 2564: ดอกเบี้ยตามกฎหมายและฐานผิดนัดของหนี้ผ่อนเป็นงวด
- พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4: การเรียกเกินอัตราและการอำพรางตามองค์ประกอบ
ตัวบทหลัก · กฤษฎีกาอธิบายกฎหมายดอกเบี้ยแก้ไขปี 2564 · พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ตรวจ ณ 7 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
เงินกู้ไม่เกิน 2,000 บาทไม่ต้องทำหลักฐานเลยใช่ไหม
โอนให้ญาติผู้กู้ตามที่ขอ ต้องเขียนเพิ่มอย่างไร
ไม่คิดดอกเบี้ยต้องเขียนไว้หรือไม่
คืนเงินสดแล้วควรขอเอกสารอะไร
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริม แบ่งหน้าที่อย่างไร
สัญญา OEM เครื่องสำอางและอาหารเสริมต้องแบ่งงานจดแจ้ง ฉลาก โฆษณา และเรียกคืนอย่างไร เจ้าของแบรนด์ควรขอหลักฐานอะไรจากโรงงานก่อนเปิดขาย
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ตรวจรับและเรียกคืนอย่างไร
สัญญา OEM สินค้าไม่ผ่านสเปก ต้องแยกตรวจรับ แก้ไข คืนสินค้า และเรียกคืนจากตลาดอย่างไร พร้อมหลักฐานล็อตผลิตที่ช่วยระบุผู้รับผิดได้ชัดเจน
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ธุรกิจและสัญญา
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ต้องกำหนดสูตรและสิทธิอะไร
ร่างสัญญาจ้างผลิต OEM ก่อนจ่ายมัดจำ ต้องแยกสูตรเดิม สูตรพัฒนาใหม่ สิทธิใช้แบรนด์ และเอกสารส่งมอบอย่างไร เพื่อไม่ติดโรงงานเมื่อเปลี่ยนคู่ค้า
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 9 นาที
ปรึกษาทนายกฎหมายธุรกิจของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ