ดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เจ้าหนี้ทวงหรือฟ้องเงินคืนได้แค่ไหน

สรุปประเด็นสำคัญ
เงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไปอยู่ภายใต้เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย การตกลงเกินอัตราอาจทำให้ข้อตกลงดอกเบี้ยเป็นโมฆะและมีความผิดอาญา แต่ไม่ได้แปลว่าเงินต้นจริงหายไปทั้งหมด ต้องแยกเงินที่ส่งมอบจริง ดอกเบี้ยที่นำมารวมต้น และเงินที่ลูกหนี้ชำระแล้วก่อนทวง ไม่แก้ด้วยการลดตัวเลขในโนติสอย่างเดียว ส่วนสินเชื่อภายใต้กฎหมายเฉพาะต้องตรวจอัตราของผลิตภัณฑ์นั้นต่างหาก
ดอกเบี้ยเกินกฎหมายไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้ทวงยอดเดิมได้เพียงลดอัตราในหนังสือ และไม่ได้ทำให้ลูกหนี้พ้นเงินต้นจริงทุกกรณี ต้องตรวจเงินที่ส่งมอบ ข้อตกลงดอกเบี้ย และยอดชำระแล้วก่อนคำนวณใหม่
ดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี ทวงต้นเงินได้หรือไม่
สำหรับเงินกู้ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิเรียกอัตราเฉพาะ มาตรา 654 กำหนดเพดานดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี แต่การตรวจต้องอ่านร่วมกับพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 และหลักนิติกรรมที่ขัดกฎหมาย ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความเรื่องลดอัตราแล้วสรุปว่าเจ้าหนี้ยังได้ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าเสมอ
ข้อตกลงดอกเบี้ยที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจตกเป็นโมฆะทั้งหมดในส่วนดอกเบี้ย ส่วนต้นเงินที่ส่งมอบจริงและแยกจากส่วนไม่ชอบได้ยังต้องตรวจเรียกคืนตามสิทธิ จึงต้องแยกสองคำถามว่าเรียกดอกเบี้ยตามข้อตกลงได้หรือไม่ และมีต้นเงินจริงที่ยังไม่ได้คืนเท่าไร การไม่มีสิทธิในดอกเบี้ยไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ลูกหนี้เก็บต้นเงินที่รับไป
หากสัญญาระบุยอดสูงกว่าที่รับจริงเพราะรวมดอกเบี้ยล่วงหน้าหรือค่าตอบแทนแฝง ต้องตรวจส่วนประกอบเหล่านั้นก่อนใช้ยอดตามหน้าสัญญา และถ้าเคยรับเงินที่เรียกว่าดอกเบี้ยไปแล้ว ต้องตรวจผลการชำระต่อยอดต้นตามกฎหมายและข้อเท็จจริง ไม่ยืนยันว่าต้นยังเต็มจำนวนเพราะบัญชีของเจ้าหนี้บันทึกเงินเข้าเป็นดอกเบี้ยทั้งหมด
ก่อนใช้ บริการร่างและส่งหนังสือทวงถาม ควรนำข้อมูลจริงทั้งหมดมาให้ตรวจ รวมถึงข้อตกลงนอกเอกสารและยอดเงินสดที่รับ ไม่ปรับชื่อค่าตอบแทนหรือให้ทำสัญญาใหม่เพื่อปิดบังดอกเบี้ยเดิม หนังสือที่ดีต้องเริ่มจากยอดที่มีฐานเรียกได้ ไม่ใช่ทำให้ยอดผิดดูเป็นทางการขึ้น
เพดาน 15% ใช้กับทุกธนาคารและแอปกู้ไหม
ไม่ควรใช้เพดานนี้ตัดสินสินเชื่อทุกประเภท สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายหรือประกาศเฉพาะ ต้องตรวจผู้ให้บริการ ใบอนุญาต ประเภทผลิตภัณฑ์ และวิธีรวมค่าธรรมเนียม การเห็นอัตราเกินสิบห้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอจะบอกว่าทุกแอปหรือทุกธนาคารผิดกฎหมาย
ในทางกลับกัน บุคคลทั่วไปไม่อาจอ้างอัตราของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมาใช้กับตนเอง และการเปลี่ยนชื่อดอกเบี้ยเป็นค่าดูแล ค่าบริการ หรือผลตอบแทนไม่ได้ทำให้พ้นการตรวจ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ ครอบคลุมการอำพรางและประโยชน์อื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดด้วย
อัตรารายเดือนต้องแปลงให้เห็นภาระรายปีอย่างถูกต้อง เช่น ร้อยละสองต่อเดือนแบบไม่ทบต้นเทียบเป็นร้อยละยี่สิบสี่ต่อปี ไม่ใช่ร้อยละสองต่อปี ส่วนการหักเงินล่วงหน้าและคิดจากยอดหน้าสัญญาอาจทำให้ภาระจริงสูงขึ้นอีก ต้องดูเงินที่ผู้กู้ได้รับจริงและวิธีคำนวณทั้งหมด
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้อัตราอย่างเดียวไม่จบ
คนมักเข้าใจว่า เมื่อจะฟ้องค่อยลดจากดอกเบี้ยสูงเหลือสิบห้าแล้วใช้ได้ หรือให้ลูกหนี้เซ็นรับยอดรวมใหม่ก็ล้างปัญหาเดิม ความเข้าใจนี้ทำให้ดอกเบี้ยที่ไม่มีสิทธิถูกนำไปรวมเป็นต้น และยอดที่เคยรับไปไม่ถูกนำมาตรวจผลต่อเงินคงเหลือ
กฎหมายมองว่า ต้องตรวจความชอบของข้อตกลงตั้งแต่เกิดและผลของเงินที่ชำระแล้ว การเปลี่ยนชื่อหรือเขียนโนติสด้วยอัตราต่ำลงไม่ทำให้ข้อตกลงเดิมที่เป็นโมฆะกลับสมบูรณ์ ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดที่กฎหมายรับรองเป็นอีกฐานหนึ่ง ต้องตรวจวันผิดนัดและยอดต้นที่ถูกต้องแยกจากดอกเบี้ยตามสัญญาที่ใช้ไม่ได้
จุดเสี่ยงจริง คือบัญชีหนี้มีแต่ยอดคงเหลือโดยไม่มีประวัติรับจ่ายครบ หากต้องทำ หนังสือรับสภาพหนี้ ควรให้ตรวจย้อนถึงเงินที่จ่ายจริงก่อน ไม่ใช้ลายมือชื่อใหม่เป็นเหตุหลีกเลี่ยงการแยกส่วนผิดกฎหมาย และต้องเก็บเอกสารเดิมเพื่ออธิบายที่มาของยอด
มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้แก้ยอด ลูกหนี้ตรวจการชำระ
| เรื่อง | เจ้าหนี้ | ลูกหนี้ |
|---|---|---|
| สิทธิ | เรียกต้นเงินจริงที่ยังมีสิทธิและดอกเบี้ยที่กฎหมายรับรอง | โต้แย้งดอกเบี้ยผิดกฎหมายและพิสูจน์เงินที่จ่ายแล้ว |
| ความเสี่ยง | เรียกยอดเกินและมีประเด็นความผิดอาญา | ลงชื่อยอดใหม่ที่รวมส่วนไม่มีสิทธิหรือเก็บหลักฐานไม่ครบ |
| ทำทันที | หยุดใช้ยอดรวมเดิมแล้วกระทบเงินรับจ่ายจริง | รวบรวมสลิป ใบรับเงิน และข้อความเรื่องอัตรา |
| ไม่ควรทำ | อำพรางดอกเบี้ยเป็นค่าบริการหรือเงินต้น | สรุปว่าไม่ต้องคืนต้นทั้งหมดหรือทำลายหลักฐานเดิม |
การเจรจาควรตั้งต้นจากบัญชีที่แต่ละรายการอธิบายได้ ไม่ใช้ยอดที่ไม่มีที่มาแลกกับคำขู่ว่าจะฟ้อง หากยังเห็นต่างเรื่องผลของเงินที่ชำระแล้ว ให้แยกรายการที่โต้แย้งไว้และตรวจข้อกฎหมายก่อนลงชื่อว่าชำระหรือรับครบ
เริ่มคิดผิดนัดเมื่อไร และทวงช้ากระทบอย่างไร
วันผิดนัดต้องดูวันครบกำหนดและการบอกกล่าวที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่วันเริ่มให้กู้เสมอไป หากเป็นเงินกู้ไม่มีวันคืนต้องตรวจมาตรา 652 และหลักผิดนัดประกอบ ส่วนหนี้ที่มีกำหนดตามปฏิทินอาจมีผลต่างกันตามมาตรา 204
อัตราดอกเบี้ยผิดนัดทั่วไปตามมาตรา 224 เชื่อมกับอัตราตามมาตรา 7 โดยปัจจุบันหลักทั่วไปเป็นร้อยละห้าต่อปีเมื่อไม่มีฐานให้เรียกอย่างอื่นที่ชอบ ต้องแยกจากดอกเบี้ยตามสัญญาและตรวจการเปลี่ยนกฎหมายหากหนี้กินช่วงเวลาหลายยุค หนี้ผ่อนเป็นงวดต้องตรวจมาตรา 224/1 ซึ่งจำกัดฐานต้นเงินสำหรับผิดนัด ไม่คิดจากยอดในอนาคตทุกงวดทันที
อายุความเงินต้น ดอกเบี้ย และงวดชำระอาจต่างกัน การส่งหนังสือไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเอง อ่าน วิธีแยกดอกเบี้ยในหนังสือทวงถาม พร้อมบัญชีจริงก่อนตั้งกำหนดตอบ หากใกล้เสียสิทธิไม่ควรรอทำเอกสารรับยอดใหม่เพียงทางเดียว
ตัวอย่างแยกอัตราผิดกับเงินที่รับมาจริง
สมมติผู้ให้กู้ทั่วไปส่งมอบเงิน 100,000 บาทและเรียกดอกเบี้ยร้อยละสามต่อเดือนแบบไม่ทบต้น ภาระที่เรียกเทียบปีคือร้อยละสามสิบหก ซึ่งเกินเพดานเงินกู้ทั่วไปในตัวอย่าง ไม่ควรนำอัตรานี้ไปใส่ในโนติส หรือเพียงเปลี่ยนเป็นสิบห้าแล้วอ้างว่าแก้ปัญหาครบ
หากมีเงินจ่ายเข้ามา 18,000 บาทก่อนผิดนัด และตรวจข้อเท็จจริงกับผลกฎหมายแล้วว่าต้องนำมาหักต้นเงิน ตัวอย่างยอดต้นจะเหลือ 82,000 บาท ไม่ใช่ 100,000 บาท แต่ก่อนใช้ยอดนี้ต้องตรวจรายการจริงว่าเงินทั้งหมดชำระหนี้เดียวกัน มีเงินคืนหรือรายการอื่นหรือไม่ การเรียกคืนเงินที่จ่ายเกินกับการนำมาหักต้นเป็นคนละประเด็นที่ต้องวิเคราะห์
สมมติต่อว่ายอด 82,000 บาทเป็นต้นคงเหลือที่ถึงกำหนดผิดนัด และใช้อัตรากฎหมายร้อยละห้าต่อปีตลอดหนึ่งปีเต็มโดยไม่มีการชำระเพิ่ม ดอกเบี้ยตัวอย่างคือ 4,100 บาท การคำนวณจริงต้องใช้วันและฐานหนี้ที่ถูกต้อง ตัวเลขนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ย้อนคิดผิดนัดก่อนมีเหตุ และไม่รวมค่าบริการสำนักงานหรือค่าศาล
ข้อมูลที่ต้องเปิดครบก่อนคำนวณยอดใหม่
- สัญญาทุกฉบับ รวมเอกสารที่เปลี่ยนยอดหรือรับสภาพหนี้
- ยอดเงินที่จ่ายจริงและรายการที่หักไว้ก่อนส่งมอบ
- ข้อความตกลงอัตรารายวัน รายเดือน หรือรายปี
- ค่าบริการ ประโยชน์อื่น หรือทรัพย์ที่เรียกควบกับดอกเบี้ย
- หลักฐานเงินที่ลูกหนี้จ่ายทั้งหมดพร้อมวันและผู้รับ
- กำหนดคืน หนังสือบอกกล่าว และหลักฐานรับหนังสือ
- สถานะผู้ให้กู้และกฎหมายเฉพาะ หากอ้างสิทธิเรียกเกินอัตราทั่วไป
เอกสารภายในควรแสดงยอดตามที่เคยเรียกกับยอดหลังตรวจแยกกัน เพื่อให้รู้ว่าแก้รายการใดเพราะอะไร แต่หนังสือถึงลูกหนี้ควรใช้เฉพาะข้อเรียกร้องที่ตรวจแล้วและอธิบายวิธีคิดได้ ไม่แนบยอดเก่าที่ผิดให้ผู้รับเข้าใจว่าเป็นยอดทางเลือกที่ยังต้องจ่าย
ความผิดอาญาและหลักประกันต้องตรวจแยกอย่างไร
มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการเรียกเกินอัตรา ข้อความเท็จปิดบัง และประโยชน์อื่นเกินสมควรตามเงื่อนไข หากมีข้อเท็จจริงเข้าข่ายควรตรวจ ความรับผิดทางอาญา แยกจากสิทธิเรียกเงินต้น การยอมลดหนี้ภายหลังไม่ได้รับรองว่าความรับผิดทุกอย่างสิ้นไป
ถ้ามีจำนอง ค้ำประกัน หรือขายฝาก ต้องตรวจนิติกรรมและยอดที่หลักประกันรองรับด้วย ไม่ถือว่ามีโฉนดหรือผู้ค้ำแล้วเรียกยอดดอกเบี้ยผิดได้ งาน ตรวจสัญญาเงินกู้และข้อตกลงชำระ จึงควรอ่านหลักประกันพร้อมกัน และไม่ใช้แบบทวงเงินกู้ทั่วไปแทนหนังสือบอกกล่าวเฉพาะที่กฎหมายกำหนด
ทางไปต่อ: ใช้ยอดที่อธิบายที่มาได้ก่อนทวง
- ระบุประเภทผู้ให้กู้และกฎหมายอัตราที่ใช้จริง
- แยกต้นเงินที่ส่งมอบออกจากดอกเบี้ยและค่าตอบแทนแฝง
- ตรวจเงินที่ชำระแล้วและผลต่อยอดคงเหลือเป็นรายวัน
- คำนวณผิดนัดเฉพาะส่วนที่มีฐานสิทธิ พร้อมตรวจอายุความ
- จัดหนังสือหรือข้อตกลงใหม่ตามยอดที่ตรวจแล้ว หากยังโต้แย้งให้ประเมินการเจรจาหรือคดี
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | จุดตรวจ |
|---|---|---|
| แก้บัญชีและทวงยอดจริง | หลักฐานรับจ่ายครบและฐานสิทธิชัด | ส่วนโมฆะ เงินชำระแล้ว และวันผิดนัด |
| ทำข้อตกลงระงับข้อพิพาท | ทั้งสองฝ่ายต้องการยุติข้อโต้แย้ง | ยอดที่ชอบ ผลต่อสิทธิเดิม และความสมัครใจ |
| ตรวจคดีก่อนออกหนังสือ | มีดอกเบี้ยแฝง หลักประกัน หรือข้อกล่าวหาอาญา | เอกสารเต็มชุดและความเสี่ยงแต่ละฐาน |
ควรหยุดใช้ยอดเดิมก่อน หากหักดอกเบี้ยล่วงหน้า รับเงินหลายงวดแต่ต้นไม่ลด หรือให้ลงชื่อยอดใหม่เกินเงินรับจริง สามารถ ติดต่อยอดทิพย์ธรรมเพื่อตรวจบัญชีหนี้ก่อนร่างโนติส โดยเตรียมประวัติรับจ่ายทั้งหมดเพื่อประเมินขอบเขตงานได้ตรง
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150, 173 และ 654: นิติกรรมขัดกฎหมาย การแยกส่วนโมฆะ และเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป
- มาตรา 650 และ 653: ต้นเงินที่ส่งมอบและหลักฐานกู้ยืม
- มาตรา 7, 204, 224 และ 224/1: การผิดนัด อัตราตามกฎหมาย และฐานต้นเงินของหนี้ผ่อนงวด
- พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4: การเรียกเกินอัตราและการอำพรางตามองค์ประกอบกฎหมาย
แหล่งตรวจ: ตัวบทพระราชบัญญัติจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ, คู่มือกฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และ ธปท. อธิบายการแก้ไขอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย โดยแยกอัตราเก่าในตัวอย่างคดีจากอัตราที่ใช้ในปัจจุบัน
ตรวจสอบมาตราที่อ้างเมื่อ ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
ลูกหนี้เป็นคนเสนอดอกเบี้ยสูงเอง เจ้าหนี้รับได้ไหม
ลดดอกเบี้ยในโนติสเหลือสิบห้าเปอร์เซ็นต์ แก้โมฆะได้ไหม
ค่าบริการรายเดือนถือเป็นดอกเบี้ยด้วยเสมอหรือไม่
เคยจ่ายดอกเบี้ยผิดกฎหมายไปแล้ว ขอคืนเป็นเงินสดได้ทันทีไหม
มีโฉนดจำนองเป็นประกัน ทำให้เรียกดอกเบี้ยเดิมได้ไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บริการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามหนี้ (โนติส) ในนามสำนักงานตรวจหลักฐาน คำนวณดอกเบี้ย ส่งหนังสือแบบมีหลักฐานการส่ง และฟ้องคดีกู้ยืมเงินจนถึงบังคับคดี แจ้งค่าใช้จ่ายก่อนเริ่มงานดูบริการออกโนติส
ทำสัญญาให้รัดกุม ก่อนเกิดข้อพิพาทร่างหรือตรวจสัญญากู้ยืม เช่า จ้างงาน และสัญญาธุรกิจ โดยทนายความ ชี้จุดเสี่ยงพร้อมข้อความที่ควรแก้ดูบริการร่าง–ตรวจสัญญา
ปรึกษาทนายความ เรื่องของท่านเป็นความลับเล่าข้อเท็จจริงและส่งเอกสาร ทนายความอธิบายสิทธิ ทางเลือก และขั้นตอนถัดไปที่ทำได้จริงนัดหมายปรึกษาบทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
หจก. เป็นหนี้ ตามหุ้นส่วนผู้จัดการหรือหุ้นส่วนคนอื่นได้ไหม
หจก. เป็นหนี้ไม่ได้แปลว่าทุกหุ้นส่วนรับผิดเท่ากัน ตรวจประเภทหุ้นส่วน อำนาจลงนาม และหลักฐานจัดการ ก่อนส่งโนติสหรือฟ้องเรียกเงิน
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ร่วมลงทุนไม่ได้เงินคืน เป็นเงินกู้หรือเงินหุ้นส่วน
ร่วมลงทุนไม่ได้เงินคืน ต้องดูว่าเป็นเงินกู้ เงินลงหุ้น หรือข้อตกลงซื้อหุ้น ตรวจสิทธิขอดูบัญชี ถอนทุน และส่งหนังสือให้ตรงฐานก่อนทวง
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
เช็คเด้ง ต้องส่งโนติสหรือแจ้งความ และนับกำหนดใดบ้าง
เช็คเด้งต้องแยกสิทธิตามเช็ค มูลหนี้เดิม และประเด็นอาญา ตรวจวันลงเช็ค วันธนาคารปฏิเสธ และผลของโนติสก่อนรอคำตอบจากลูกหนี้
นายเอกราช ทิพย์แมม
·อ่าน 9 นาที
ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน
ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน