081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี เจ้าหนี้ทวงหรือฟ้องเงินคืนได้แค่ไหน

ตรวจสัญญากู้และเครื่องคิดเลข พร้อมข้อความ ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย ทวงต้นเงินอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ

เงินกู้ระหว่างบุคคลทั่วไปอยู่ภายใต้เพดานดอกเบี้ยตามกฎหมาย การตกลงเกินอัตราอาจทำให้ข้อตกลงดอกเบี้ยเป็นโมฆะและมีความผิดอาญา แต่ไม่ได้แปลว่าเงินต้นจริงหายไปทั้งหมด ต้องแยกเงินที่ส่งมอบจริง ดอกเบี้ยที่นำมารวมต้น และเงินที่ลูกหนี้ชำระแล้วก่อนทวง ไม่แก้ด้วยการลดตัวเลขในโนติสอย่างเดียว ส่วนสินเชื่อภายใต้กฎหมายเฉพาะต้องตรวจอัตราของผลิตภัณฑ์นั้นต่างหาก

ดอกเบี้ยเกินกฎหมายไม่ได้ทำให้เจ้าหนี้ทวงยอดเดิมได้เพียงลดอัตราในหนังสือ และไม่ได้ทำให้ลูกหนี้พ้นเงินต้นจริงทุกกรณี ต้องตรวจเงินที่ส่งมอบ ข้อตกลงดอกเบี้ย และยอดชำระแล้วก่อนคำนวณใหม่

ดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปี ทวงต้นเงินได้หรือไม่

สำหรับเงินกู้ทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ภายใต้สิทธิเรียกอัตราเฉพาะ มาตรา 654 กำหนดเพดานดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าต่อปี แต่การตรวจต้องอ่านร่วมกับพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 และหลักนิติกรรมที่ขัดกฎหมาย ไม่ควรอ่านเฉพาะข้อความเรื่องลดอัตราแล้วสรุปว่าเจ้าหนี้ยังได้ดอกเบี้ยร้อยละสิบห้าเสมอ

ข้อตกลงดอกเบี้ยที่ฝ่าฝืนกฎหมายอาจตกเป็นโมฆะทั้งหมดในส่วนดอกเบี้ย ส่วนต้นเงินที่ส่งมอบจริงและแยกจากส่วนไม่ชอบได้ยังต้องตรวจเรียกคืนตามสิทธิ จึงต้องแยกสองคำถามว่าเรียกดอกเบี้ยตามข้อตกลงได้หรือไม่ และมีต้นเงินจริงที่ยังไม่ได้คืนเท่าไร การไม่มีสิทธิในดอกเบี้ยไม่ได้เป็นใบอนุญาตให้ลูกหนี้เก็บต้นเงินที่รับไป

หากสัญญาระบุยอดสูงกว่าที่รับจริงเพราะรวมดอกเบี้ยล่วงหน้าหรือค่าตอบแทนแฝง ต้องตรวจส่วนประกอบเหล่านั้นก่อนใช้ยอดตามหน้าสัญญา และถ้าเคยรับเงินที่เรียกว่าดอกเบี้ยไปแล้ว ต้องตรวจผลการชำระต่อยอดต้นตามกฎหมายและข้อเท็จจริง ไม่ยืนยันว่าต้นยังเต็มจำนวนเพราะบัญชีของเจ้าหนี้บันทึกเงินเข้าเป็นดอกเบี้ยทั้งหมด

ก่อนใช้ บริการร่างและส่งหนังสือทวงถาม ควรนำข้อมูลจริงทั้งหมดมาให้ตรวจ รวมถึงข้อตกลงนอกเอกสารและยอดเงินสดที่รับ ไม่ปรับชื่อค่าตอบแทนหรือให้ทำสัญญาใหม่เพื่อปิดบังดอกเบี้ยเดิม หนังสือที่ดีต้องเริ่มจากยอดที่มีฐานเรียกได้ ไม่ใช่ทำให้ยอดผิดดูเป็นทางการขึ้น

เพดาน 15% ใช้กับทุกธนาคารและแอปกู้ไหม

ไม่ควรใช้เพดานนี้ตัดสินสินเชื่อทุกประเภท สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจบางประเภทอาจอยู่ภายใต้กฎหมายหรือประกาศเฉพาะ ต้องตรวจผู้ให้บริการ ใบอนุญาต ประเภทผลิตภัณฑ์ และวิธีรวมค่าธรรมเนียม การเห็นอัตราเกินสิบห้าเพียงอย่างเดียวจึงไม่พอจะบอกว่าทุกแอปหรือทุกธนาคารผิดกฎหมาย

ในทางกลับกัน บุคคลทั่วไปไม่อาจอ้างอัตราของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมาใช้กับตนเอง และการเปลี่ยนชื่อดอกเบี้ยเป็นค่าดูแล ค่าบริการ หรือผลตอบแทนไม่ได้ทำให้พ้นการตรวจ พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ ครอบคลุมการอำพรางและประโยชน์อื่นตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดด้วย

อัตรารายเดือนต้องแปลงให้เห็นภาระรายปีอย่างถูกต้อง เช่น ร้อยละสองต่อเดือนแบบไม่ทบต้นเทียบเป็นร้อยละยี่สิบสี่ต่อปี ไม่ใช่ร้อยละสองต่อปี ส่วนการหักเงินล่วงหน้าและคิดจากยอดหน้าสัญญาอาจทำให้ภาระจริงสูงขึ้นอีก ต้องดูเงินที่ผู้กู้ได้รับจริงและวิธีคำนวณทั้งหมด

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้อัตราอย่างเดียวไม่จบ

คนมักเข้าใจว่า เมื่อจะฟ้องค่อยลดจากดอกเบี้ยสูงเหลือสิบห้าแล้วใช้ได้ หรือให้ลูกหนี้เซ็นรับยอดรวมใหม่ก็ล้างปัญหาเดิม ความเข้าใจนี้ทำให้ดอกเบี้ยที่ไม่มีสิทธิถูกนำไปรวมเป็นต้น และยอดที่เคยรับไปไม่ถูกนำมาตรวจผลต่อเงินคงเหลือ

กฎหมายมองว่า ต้องตรวจความชอบของข้อตกลงตั้งแต่เกิดและผลของเงินที่ชำระแล้ว การเปลี่ยนชื่อหรือเขียนโนติสด้วยอัตราต่ำลงไม่ทำให้ข้อตกลงเดิมที่เป็นโมฆะกลับสมบูรณ์ ส่วนดอกเบี้ยผิดนัดที่กฎหมายรับรองเป็นอีกฐานหนึ่ง ต้องตรวจวันผิดนัดและยอดต้นที่ถูกต้องแยกจากดอกเบี้ยตามสัญญาที่ใช้ไม่ได้

จุดเสี่ยงจริง คือบัญชีหนี้มีแต่ยอดคงเหลือโดยไม่มีประวัติรับจ่ายครบ หากต้องทำ หนังสือรับสภาพหนี้ ควรให้ตรวจย้อนถึงเงินที่จ่ายจริงก่อน ไม่ใช้ลายมือชื่อใหม่เป็นเหตุหลีกเลี่ยงการแยกส่วนผิดกฎหมาย และต้องเก็บเอกสารเดิมเพื่ออธิบายที่มาของยอด

มองสองฝั่ง: เจ้าหนี้แก้ยอด ลูกหนี้ตรวจการชำระ

เรื่องเจ้าหนี้ลูกหนี้
สิทธิเรียกต้นเงินจริงที่ยังมีสิทธิและดอกเบี้ยที่กฎหมายรับรองโต้แย้งดอกเบี้ยผิดกฎหมายและพิสูจน์เงินที่จ่ายแล้ว
ความเสี่ยงเรียกยอดเกินและมีประเด็นความผิดอาญาลงชื่อยอดใหม่ที่รวมส่วนไม่มีสิทธิหรือเก็บหลักฐานไม่ครบ
ทำทันทีหยุดใช้ยอดรวมเดิมแล้วกระทบเงินรับจ่ายจริงรวบรวมสลิป ใบรับเงิน และข้อความเรื่องอัตรา
ไม่ควรทำอำพรางดอกเบี้ยเป็นค่าบริการหรือเงินต้นสรุปว่าไม่ต้องคืนต้นทั้งหมดหรือทำลายหลักฐานเดิม

การเจรจาควรตั้งต้นจากบัญชีที่แต่ละรายการอธิบายได้ ไม่ใช้ยอดที่ไม่มีที่มาแลกกับคำขู่ว่าจะฟ้อง หากยังเห็นต่างเรื่องผลของเงินที่ชำระแล้ว ให้แยกรายการที่โต้แย้งไว้และตรวจข้อกฎหมายก่อนลงชื่อว่าชำระหรือรับครบ

เริ่มคิดผิดนัดเมื่อไร และทวงช้ากระทบอย่างไร

วันผิดนัดต้องดูวันครบกำหนดและการบอกกล่าวที่กฎหมายกำหนด ไม่ใช่วันเริ่มให้กู้เสมอไป หากเป็นเงินกู้ไม่มีวันคืนต้องตรวจมาตรา 652 และหลักผิดนัดประกอบ ส่วนหนี้ที่มีกำหนดตามปฏิทินอาจมีผลต่างกันตามมาตรา 204

อัตราดอกเบี้ยผิดนัดทั่วไปตามมาตรา 224 เชื่อมกับอัตราตามมาตรา 7 โดยปัจจุบันหลักทั่วไปเป็นร้อยละห้าต่อปีเมื่อไม่มีฐานให้เรียกอย่างอื่นที่ชอบ ต้องแยกจากดอกเบี้ยตามสัญญาและตรวจการเปลี่ยนกฎหมายหากหนี้กินช่วงเวลาหลายยุค หนี้ผ่อนเป็นงวดต้องตรวจมาตรา 224/1 ซึ่งจำกัดฐานต้นเงินสำหรับผิดนัด ไม่คิดจากยอดในอนาคตทุกงวดทันที

อายุความเงินต้น ดอกเบี้ย และงวดชำระอาจต่างกัน การส่งหนังสือไม่ทำให้อายุความสะดุดหยุดลงเอง อ่าน วิธีแยกดอกเบี้ยในหนังสือทวงถาม พร้อมบัญชีจริงก่อนตั้งกำหนดตอบ หากใกล้เสียสิทธิไม่ควรรอทำเอกสารรับยอดใหม่เพียงทางเดียว

ตัวอย่างแยกอัตราผิดกับเงินที่รับมาจริง

สมมติผู้ให้กู้ทั่วไปส่งมอบเงิน 100,000 บาทและเรียกดอกเบี้ยร้อยละสามต่อเดือนแบบไม่ทบต้น ภาระที่เรียกเทียบปีคือร้อยละสามสิบหก ซึ่งเกินเพดานเงินกู้ทั่วไปในตัวอย่าง ไม่ควรนำอัตรานี้ไปใส่ในโนติส หรือเพียงเปลี่ยนเป็นสิบห้าแล้วอ้างว่าแก้ปัญหาครบ

หากมีเงินจ่ายเข้ามา 18,000 บาทก่อนผิดนัด และตรวจข้อเท็จจริงกับผลกฎหมายแล้วว่าต้องนำมาหักต้นเงิน ตัวอย่างยอดต้นจะเหลือ 82,000 บาท ไม่ใช่ 100,000 บาท แต่ก่อนใช้ยอดนี้ต้องตรวจรายการจริงว่าเงินทั้งหมดชำระหนี้เดียวกัน มีเงินคืนหรือรายการอื่นหรือไม่ การเรียกคืนเงินที่จ่ายเกินกับการนำมาหักต้นเป็นคนละประเด็นที่ต้องวิเคราะห์

สมมติต่อว่ายอด 82,000 บาทเป็นต้นคงเหลือที่ถึงกำหนดผิดนัด และใช้อัตรากฎหมายร้อยละห้าต่อปีตลอดหนึ่งปีเต็มโดยไม่มีการชำระเพิ่ม ดอกเบี้ยตัวอย่างคือ 4,100 บาท การคำนวณจริงต้องใช้วันและฐานหนี้ที่ถูกต้อง ตัวเลขนี้ไม่ใช่คำแนะนำให้ย้อนคิดผิดนัดก่อนมีเหตุ และไม่รวมค่าบริการสำนักงานหรือค่าศาล

ข้อมูลที่ต้องเปิดครบก่อนคำนวณยอดใหม่

  • สัญญาทุกฉบับ รวมเอกสารที่เปลี่ยนยอดหรือรับสภาพหนี้
  • ยอดเงินที่จ่ายจริงและรายการที่หักไว้ก่อนส่งมอบ
  • ข้อความตกลงอัตรารายวัน รายเดือน หรือรายปี
  • ค่าบริการ ประโยชน์อื่น หรือทรัพย์ที่เรียกควบกับดอกเบี้ย
  • หลักฐานเงินที่ลูกหนี้จ่ายทั้งหมดพร้อมวันและผู้รับ
  • กำหนดคืน หนังสือบอกกล่าว และหลักฐานรับหนังสือ
  • สถานะผู้ให้กู้และกฎหมายเฉพาะ หากอ้างสิทธิเรียกเกินอัตราทั่วไป

เอกสารภายในควรแสดงยอดตามที่เคยเรียกกับยอดหลังตรวจแยกกัน เพื่อให้รู้ว่าแก้รายการใดเพราะอะไร แต่หนังสือถึงลูกหนี้ควรใช้เฉพาะข้อเรียกร้องที่ตรวจแล้วและอธิบายวิธีคิดได้ ไม่แนบยอดเก่าที่ผิดให้ผู้รับเข้าใจว่าเป็นยอดทางเลือกที่ยังต้องจ่าย

ความผิดอาญาและหลักประกันต้องตรวจแยกอย่างไร

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 กำหนดความผิดเกี่ยวกับการเรียกเกินอัตรา ข้อความเท็จปิดบัง และประโยชน์อื่นเกินสมควรตามเงื่อนไข หากมีข้อเท็จจริงเข้าข่ายควรตรวจ ความรับผิดทางอาญา แยกจากสิทธิเรียกเงินต้น การยอมลดหนี้ภายหลังไม่ได้รับรองว่าความรับผิดทุกอย่างสิ้นไป

ถ้ามีจำนอง ค้ำประกัน หรือขายฝาก ต้องตรวจนิติกรรมและยอดที่หลักประกันรองรับด้วย ไม่ถือว่ามีโฉนดหรือผู้ค้ำแล้วเรียกยอดดอกเบี้ยผิดได้ งาน ตรวจสัญญาเงินกู้และข้อตกลงชำระ จึงควรอ่านหลักประกันพร้อมกัน และไม่ใช้แบบทวงเงินกู้ทั่วไปแทนหนังสือบอกกล่าวเฉพาะที่กฎหมายกำหนด

ทางไปต่อ: ใช้ยอดที่อธิบายที่มาได้ก่อนทวง

  1. ระบุประเภทผู้ให้กู้และกฎหมายอัตราที่ใช้จริง
  2. แยกต้นเงินที่ส่งมอบออกจากดอกเบี้ยและค่าตอบแทนแฝง
  3. ตรวจเงินที่ชำระแล้วและผลต่อยอดคงเหลือเป็นรายวัน
  4. คำนวณผิดนัดเฉพาะส่วนที่มีฐานสิทธิ พร้อมตรวจอายุความ
  5. จัดหนังสือหรือข้อตกลงใหม่ตามยอดที่ตรวจแล้ว หากยังโต้แย้งให้ประเมินการเจรจาหรือคดี
ทางเลือกเหมาะเมื่อจุดตรวจ
แก้บัญชีและทวงยอดจริงหลักฐานรับจ่ายครบและฐานสิทธิชัดส่วนโมฆะ เงินชำระแล้ว และวันผิดนัด
ทำข้อตกลงระงับข้อพิพาททั้งสองฝ่ายต้องการยุติข้อโต้แย้งยอดที่ชอบ ผลต่อสิทธิเดิม และความสมัครใจ
ตรวจคดีก่อนออกหนังสือมีดอกเบี้ยแฝง หลักประกัน หรือข้อกล่าวหาอาญาเอกสารเต็มชุดและความเสี่ยงแต่ละฐาน

ควรหยุดใช้ยอดเดิมก่อน หากหักดอกเบี้ยล่วงหน้า รับเงินหลายงวดแต่ต้นไม่ลด หรือให้ลงชื่อยอดใหม่เกินเงินรับจริง สามารถ ติดต่อยอดทิพย์ธรรมเพื่อตรวจบัญชีหนี้ก่อนร่างโนติส โดยเตรียมประวัติรับจ่ายทั้งหมดเพื่อประเมินขอบเขตงานได้ตรง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150, 173 และ 654: นิติกรรมขัดกฎหมาย การแยกส่วนโมฆะ และเพดานดอกเบี้ยเงินกู้ทั่วไป
  • มาตรา 650 และ 653: ต้นเงินที่ส่งมอบและหลักฐานกู้ยืม
  • มาตรา 7, 204, 224 และ 224/1: การผิดนัด อัตราตามกฎหมาย และฐานต้นเงินของหนี้ผ่อนงวด
  • พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 มาตรา 4: การเรียกเกินอัตราและการอำพรางตามองค์ประกอบกฎหมาย

แหล่งตรวจ: ตัวบทพระราชบัญญัติจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ, คู่มือกฎหมายห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา และ ธปท. อธิบายการแก้ไขอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมาย โดยแยกอัตราเก่าในตัวอย่างคดีจากอัตราที่ใช้ในปัจจุบัน

ตรวจสอบมาตราที่อ้างเมื่อ ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ลูกหนี้เป็นคนเสนอดอกเบี้ยสูงเอง เจ้าหนี้รับได้ไหม
การเสนอหรือยินยอมของลูกหนี้ไม่ทำให้อัตราที่ฝ่าฝืนกฎหมายกลายเป็นชอบ เจ้าหนี้ยังต้องตรวจเพดานที่ใช้กับตนและลักษณะประโยชน์ที่เรียกทั้งหมด หากตกลงกันไปแล้วควรตรวจผลของข้อตกลงและยอดชำระจริงก่อนทวง ไม่อ้างเพียงว่าทั้งสองฝ่ายสมัครใจเพื่อเรียกตามอัตราเดิมต่อ
ลดดอกเบี้ยในโนติสเหลือสิบห้าเปอร์เซ็นต์ แก้โมฆะได้ไหม
การลดตัวเลขในหนังสือไม่ได้ทำให้ข้อตกลงเดิมที่เป็นโมฆะกลับสมบูรณ์โดยอัตโนมัติ ต้องตรวจเงินต้นจริง ผลของเงินที่รับไป และฐานดอกเบี้ยผิดนัดที่กฎหมายรองรับแยกกัน หนังสือควรใช้ยอดหลังตรวจและอธิบายที่มาได้ ไม่เลือกอัตราใหม่แล้วคงยอดต้นที่รวมส่วนไม่มีสิทธิไว้เหมือนเดิม
ค่าบริการรายเดือนถือเป็นดอกเบี้ยด้วยเสมอหรือไม่
ต้องตรวจสาระและเหตุของค่าบริการ ไม่ใช่ดูชื่ออย่างเดียว หากเป็นวิธีเรียกประโยชน์จากการกู้หรืออำพรางอัตราอาจอยู่ภายใต้ข้อห้ามตามกฎหมาย ส่วนค่าใช้จ่ายที่มีฐานเฉพาะต้องตรวจตามประเภทผู้ให้บริการและผลิตภัณฑ์ ควรรวมเอกสารค่าธรรมเนียมทั้งหมดให้ตรวจพร้อมสัญญากู้ก่อนสรุปอัตรา
เคยจ่ายดอกเบี้ยผิดกฎหมายไปแล้ว ขอคืนเป็นเงินสดได้ทันทีไหม
ต้องแยกสิทธิเรียกคืนเงินที่จ่ายแล้วออกจากผลการนำเงินนั้นไปหักต้นคงเหลือ และตรวจข้อเท็จจริงกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ควรสรุปว่าทุกยอดได้คืนเงินสดทันทีหรือเจ้าหนี้เก็บไว้ได้ทั้งหมด ควรทำบัญชีวันจ่ายและหลักฐานรับเงินก่อนกำหนดข้อเรียกร้องหรือยอมรับยอดใหม่
มีโฉนดจำนองเป็นประกัน ทำให้เรียกดอกเบี้ยเดิมได้ไหม
หลักประกันไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยที่ผิดกฎหมายใช้บังคับได้ ต้องตรวจยอดหนี้ที่ชอบและขอบเขตจำนองแยกจากวิธีบอกกล่าวบังคับหลักประกัน หากจะดำเนินการจริงควรนำสัญญากู้ สัญญาจำนอง และประวัติชำระทั้งหมดมาตรวจ ไม่ใช้เพียงยอดที่จดทะเบียนหรือชื่อโฉนดเป็นคำตอบว่าทวงได้เท่าไร
นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

โต๊ะตรวจสัญญาห้างหุ้นส่วนพร้อมคำว่า หจก. ค้างหนี้ ใครต้องรับผิด หนี้สินและบังคับคดี

หจก. เป็นหนี้ ตามหุ้นส่วนผู้จัดการหรือหุ้นส่วนคนอื่นได้ไหม

หจก. เป็นหนี้ไม่ได้แปลว่าทุกหุ้นส่วนรับผิดเท่ากัน ตรวจประเภทหุ้นส่วน อำนาจลงนาม และหลักฐานจัดการ ก่อนส่งโนติสหรือฟ้องเรียกเงิน

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที
ผู้ร่วมธุรกิจตรวจสมุดบัญชีและสัญญา พร้อมข้อความ เงินลงทุนหรือเงินยืม ทวงคนละแบบ หนี้สินและบังคับคดี

ร่วมลงทุนไม่ได้เงินคืน เป็นเงินกู้หรือเงินหุ้นส่วน

ร่วมลงทุนไม่ได้เงินคืน ต้องดูว่าเป็นเงินกู้ เงินลงหุ้น หรือข้อตกลงซื้อหุ้น ตรวจสิทธิขอดูบัญชี ถอนทุน และส่งหนังสือให้ตรงฐานก่อนทวง

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
เช็คเด้ง อย่ารอจนเสียสิทธิ ตรวจวันสำคัญก่อนเลือกทางคดี หนี้สินและบังคับคดี

เช็คเด้ง ต้องส่งโนติสหรือแจ้งความ และนับกำหนดใดบ้าง

เช็คเด้งต้องแยกสิทธิตามเช็ค มูลหนี้เดิม และประเด็นอาญา ตรวจวันลงเช็ค วันธนาคารปฏิเสธ และผลของโนติสก่อนรอคำตอบจากลูกหนี้

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 9 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE