ดอกเบี้ยในหนังสือทวงถาม คิดจากยอดไหนและวันใด

สรุปประเด็นสำคัญ
ดอกเบี้ยในหนังสือทวงถามต้องแยกเงินต้น อัตรา และช่วงเวลาที่คำนวณให้ตรวจย้อนกลับได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 กำหนดอัตราผิดนัดทั่วไปจากอัตราตามมาตรา 7 บวกสองเปอร์เซ็นต์ต่อปี ซึ่งตามบทที่ตรวจใช้อัตรา 5% ต่อปี แต่มีกรณีเรียกอัตราสูงกว่าด้วยเหตุที่ชอบด้วยกฎหมาย และหนี้ผ่อนเป็นงวดต้องตรวจมาตรา 224/1 ก่อนใช้ยอดทั้งสัญญา
ดอกเบี้ยในหนังสือทวงถามที่สูงกว่าหนี้จริงทำให้การเจรจาสะดุดและเพิ่มข้อโต้แย้งได้ ก่อนกดเครื่องคิดเลขจึงต้องตอบให้ได้ว่าเงินต้นส่วนใดถึงกำหนด ใช้อัตราใด และเริ่มผิดนัดเมื่อใด แล้วจึงแนบตารางที่ลูกหนี้ตรวจสอบได้
ดอกเบี้ยในหนังสือทวงถาม เริ่มตรวจจากฐานสิทธิ
การเป็นเจ้าหนี้ไม่ได้ทำให้คิดดอกเบี้ยทุกชนิดย้อนหลังได้ตั้งแต่วันจ่ายเงินเสมอ ต้องแยกระหว่างดอกเบี้ยตอบแทนตามข้อตกลง ดอกเบี้ยผิดนัด และค่าปรับที่อาจมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ แต่ละรายการต้องมีฐานเรียกและอาจมีข้อจำกัดต่างกัน การตั้งชื่อในตารางว่า “ค่าติดตาม” ก็ไม่ได้ทำให้ยอดที่ไม่มีสิทธิเรียกกลายเป็นชอบด้วยกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 ใช้กรณีต้องเสียดอกเบี้ยแก่กันแต่ไม่ได้กำหนดอัตราโดยนิติกรรมหรือกฎหมายชัดเจน อัตราที่บัญญัติไว้คือ 3% ต่อปี ส่วนมาตรา 224 ให้หนี้เงินระหว่างผิดนัดใช้อัตราตามมาตรา 7 บวกอีก 2% ต่อปี จึงเป็น 5% ตามบทที่ตรวจเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ไม่ใช่นำ 5% ไปบวกอีก 2% เป็น 7%
ถ้ามีเหตุอื่นอันชอบด้วยกฎหมายให้เรียกสูงกว่านั้น มาตรา 224 เปิดให้คงอัตรานั้นได้ จึงไม่ถูกต้องที่จะบอกว่าทุกสัญญาต้องลดเหลือ 5% หรือทุกอัตราที่เขียนไว้ในสัญญาใช้ได้ทั้งหมด ผู้ตรวจต้องอ่านเงื่อนไข ประเภทเจ้าหนี้ และกฎหมายเฉพาะประกอบ
ตัวอย่างสมมติ ผู้ซื้อค้างค่าสินค้าถึงกำหนดและผิดนัดแล้ว 60,000 บาท ไม่มีข้อตกลงดอกเบี้ยที่ใช้ได้เป็นอย่างอื่น หากเข้าหลักทั่วไป เจ้าหนี้คำนวณดอกเบี้ยผิดนัดจากเงินต้นก้อนนี้ในช่วงวันที่ผิดนัดจริง ไม่รวมเงินจากใบสั่งซื้ออีกฉบับที่ยังไม่ส่งมอบและยังไม่ถึงกำหนดมาคิดพร้อมกัน
โนติสควรแสดงยอดถึงวันที่คำนวณหนึ่งวัน พร้อมระบุฐานคิดต่อหลังวันนั้นโดยไม่ซ้ำวัน และบอกให้ติดต่อขอยอดปิด ณ วันชำระจริง ถ้าหลักฐานวันผิดนัดยังไม่ครบ ให้ตรวจเรื่องบอกกล่าวก่อน อย่าเติมวันที่ตามความคุ้นเคยเพื่อให้ตารางดูสมบูรณ์
ข้อยกเว้น: งวดค้าง อัตราเฉพาะ และหนี้เก่า
มาตรา 224/1 จำกัดการคิดดอกเบี้ยผิดนัดในหนี้ที่ต้องผ่อนเป็นงวดให้คิดจากต้นเงินของงวดที่ผิดนัด ไม่ใช่เงินต้นทั้งหมดที่ยังไม่ถึงกำหนด และข้อตกลงขัดหลักนี้เป็นโมฆะ หากอ้างว่าบอกเลิกหรือเร่งรัดจนหนี้ทั้งหมดถึงกำหนด ต้องตรวจความสมบูรณ์และผลของขั้นตอนนั้นก่อน ไม่ใช้ข้อความในหนังสือเพียงฝ่ายเดียวแทนฐานสิทธิ
สัญญาที่มีดอกเบี้ยหรือค่าปรับสูง รวมถึงสินเชื่อที่อยู่ภายใต้การกำกับ ต้องตรวจบทเฉพาะ ไม่ใช้บทความทั่วไปแทนเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์ การมีลายมือชื่อยินยอมไม่ได้ลบข้อห้ามตามกฎหมาย และค่าปรับที่สูงเกินส่วนอาจมีประเด็นให้ศาลลดได้ตามลักษณะของข้อตกลง
หากช่วงค้างชำระคร่อมวันที่ 11 เมษายน 2564 ต้องแยกช่วงตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายแก้ไข ไม่ใช่ใช้ 5% หรือ 7.5% ครอบทั้งช่วงโดยไม่ตรวจ อัตราตามมาตรา 7 ยังอาจเปลี่ยนผ่านพระราชกฤษฎีกา จึงต้องตรวจบทที่ใช้ในช่วงคำนวณ ไม่อิงดอกเบี้ยนโยบายธนาคารแห่งประเทศไทยโดยตรง
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ยอดที่อธิบายได้ช่วยการทวง
คนมักเข้าใจว่า ใส่ดอกเบี้ยสูงไว้ก่อนแล้วค่อยลดตอนเจรจาจะได้เปรียบ แต่เมื่อลูกหนี้พบว่ายอดตั้งต้นผิด อาจโต้แย้งทั้งเอกสารและไม่เชื่อถือยอดที่เรียกจริง การตั้งยอดเผื่อต่อรองจึงสร้างภาระพิสูจน์ให้เจ้าหนี้เอง
กฎหมายมองว่า ต้องมีฐานเรียกแต่ละรายการและวันเริ่มที่ถูกต้อง มาตรา 224 ยังห้ามคิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด จึงไม่ควรรวมดอกเบี้ยค้างเข้าต้นทุกเดือนแล้วคิดดอกเบี้ยผิดนัดต่อจากยอดใหม่โดยอัตโนมัติ
จุดเสี่ยงจริง มักอยู่ที่ข้อมูลต้นทาง เช่น ลืมหักเงินที่ชำระแล้ว ใช้วันออกใบแจ้งหนี้แทนวันครบกำหนด หรือเอาดอกเบี้ยกับค่าปรับรายการเดียวกันมาบวกซ้ำ ควรให้ผู้ตรวจอีกคนไล่จากเอกสารกลับมายอดรวม และเก็บเวอร์ชันตารางที่ใช้แนบหนังสือจริง
มองสองฝั่ง: ขอชำระยอดที่ตรวจสอบได้
| ประเด็น | เจ้าหนี้ | ลูกหนี้ |
|---|---|---|
| สิทธิ | เรียกเงินต้นและดอกเบี้ยที่มีฐาน | ขอรายละเอียดและโต้แย้งยอดเกินสิทธิ |
| ความเสี่ยง | คำนวณผิดจนกระทบความน่าเชื่อถือ | ชำระตามยอดรวมโดยไม่เห็นการตัดหนี้ |
| ควรทำทันที | แนบฐาน อัตรา ช่วงวัน และยอดรับเงิน | เทียบหลักฐานโอนกับตารางแต่ละงวด |
| ควรหลีกเลี่ยง | คิดดอกเบี้ยทับดอกเบี้ยโดยไม่มีฐาน | แก้ยอดเองแล้วถือว่าเจ้าหนี้ตกลงแล้ว |
หากเห็นต่างเฉพาะดอกเบี้ย ควรระบุว่าข้อโต้แย้งอยู่ที่อัตรา วันเริ่ม หรือฐานเงินต้น เพื่อให้ตรวจได้ตรงจุด ไม่จำเป็นต้องกล่าวหาว่าอีกฝ่ายจงใจโกงทันที ส่วนเจ้าหนี้ที่พบความผิดพลาดควรส่งตารางแก้ไขพร้อมอธิบายรายการที่เปลี่ยน
การจ่ายเฉพาะยอดที่ไม่โต้แย้งต้องตกลงให้ชัดว่ารับเงินไว้ในฐานใดและตัดรายการใด ไม่ใช่ถือเอาเองว่าการรับเงินเท่ากับยอมปิดบัญชีหรือยอมรับยอดที่เหลือทั้งหมด ต้องอ่านข้อความประกอบการจ่ายและการรับด้วย
เส้นเวลา: วันผิดนัดไม่จำเป็นต้องเป็นวันส่ง
มาตรา 204 แยกกรณีที่ต้องเตือนหลังหนี้ถึงกำหนดออกจากกรณีกำหนดชำระตามวันปฏิทินซึ่งอาจผิดนัดโดยไม่ต้องเตือน หากหนังสือให้เวลาชำระเพิ่มเติม ต้องอ่านว่าเป็นการผ่อนเวลา เปลี่ยนกำหนด หรือเพียงเปิดทางเจรจา เพราะถ้อยคำอาจกระทบช่วงที่นำมาคิดดอกเบี้ย
ตารางควรมีวันครบกำหนดตามสัญญา วันผิดนัดที่ใช้คำนวณ และวันสิ้นสุดรอบคำนวณแยกช่อง ถ้าต้องอาศัยหนังสือบอกกล่าว ให้มีวันที่หนังสือถึงและวันครบเวลาที่ให้ไว้ด้วย อ่าน โนติสให้เวลากี่วัน เพื่อเลือกกรอบเวลาที่ตรงประเภทหนี้
เมื่อได้รับชำระบางส่วน ให้แยกคำนวณก่อนและหลังรายการชำระตามผลตัดหนี้ที่ถูกต้อง อย่านับวันรับเงินซ้ำในสองช่วง และอย่าลืมว่าอายุความดอกเบี้ยต้องตรวจแยกจากเงินต้น การส่งจดหมายใหม่ไม่ได้ทำให้ยอดเก่าทั้งหมดกลับมาเรียกได้โดยไม่ตรวจ
ตัวอย่างเงิน: แยกสูตรก่อนรวมยอด
ตัวอย่างสมมติสำหรับตรวจเลขเท่านั้น เงินต้นที่ถึงกำหนด 60,000 บาท อัตราผิดนัดที่ใช้ได้ 5% ต่อปี ระยะคำนวณที่ตรวจแล้ว 30 วัน ใช้ฐาน 365 วัน และไม่มีการชำระระหว่างช่วง ดอกเบี้ย = 60,000 × 0.05 × 30 ÷ 365 = 246.58 บาท เมื่อปัดสองตำแหน่ง ยอดรวมจึงเป็น 60,246.58 บาท
สูตรนี้ไม่ได้ตัดสินว่าวันใดเริ่มผิดนัดหรือทุกสัญญาต้องหาร 365 เหมือนกันเสมอ ต้องกำหนดหลักนับวันและฐานปีให้ตรงข้อตกลงที่ชอบและแนวคำนวณที่ใช้จริง กรณีคร่อมปีหรือเปลี่ยนฐานระหว่างช่วงควรแยกแถวเพื่อให้ตรวจสอบได้
| รายการสมมติ | ฐานคำนวณ | จำนวนเงิน |
|---|---|---|
| เงินต้นค้าง | ยอดที่ตรวจเอกสารแล้ว | 60,000.00 บาท |
| ดอกเบี้ย 30 วัน | 60,000 × 5% × 30/365 | 246.58 บาท |
| รวม ณ วันคำนวณ | เงินต้นบวกดอกเบี้ย | 60,246.58 บาท |
หากเป็นสัญญาผ่อนรวม 120,000 บาท แต่มีต้นเงินงวดค้างเพียง 10,000 บาท การใช้ฐาน 120,000 บาทเพราะเห็นยอดสัญญาทั้งก้อนย่อมต้องหยุดตรวจมาตรา 224/1 ก่อน ส่วนค่าทนายและค่าจัดส่งให้แสดงเฉพาะรายการที่มีฐานเรียก ไม่บวกค่าบริการที่เจ้าหนี้ตกลงกับสำนักงานลงเป็นหนี้ลูกหนี้ทั้งหมดเอง
เอกสารที่ต้องส่งให้ผู้ตรวจยอด
- สัญญาและเอกสารแก้ไขอัตราหรือกำหนดชำระครบทุกหน้า
- ใบส่งมอบ ใบตรวจรับ และใบแจ้งหนี้ที่ระบุงวดชัดเจน
- รายการรับชำระและใบเสร็จ รวมถึงเงินคืนหรือใบลดหนี้
- หนังสือบอกกล่าวเดิมพร้อมหลักฐานถึงผู้รับ
- ตารางคำนวณที่แสดงสูตรและสมมติฐาน ไม่ส่งเฉพาะยอดสรุป
ก่อนแนบตารางให้ลูกหนี้ ควรตรวจว่าการอ้างเอกสารตรงเลขที่และชื่อคู่สัญญา ไม่มีรายรับของบุคคลอื่นปนมา หากแสดงรายการเดินบัญชีเพื่ออธิบายการรับเงิน ให้จำกัดข้อมูลเท่าที่จำเป็นและปิดข้อมูลธุรกรรมที่ไม่เกี่ยวข้อง
สำหรับเงินกู้ที่มีเพียงสลิปและแชท ต้องตรวจสิทธิฟ้องและข้อตกลงดอกเบี้ยก่อนคำนวณ อ่าน ยืมเงินไม่มีสัญญา ฟ้องได้ไหม ประกอบ เพราะความแม่นของสูตรไม่ทดแทนหลักฐานก่อหนี้
เรื่องใกล้เคียงที่อาจทำให้ยอดเปลี่ยน
ในหนี้การค้า ใบลดหนี้ สินค้าคืน และข้อโต้แย้งส่งมอบอาจลดฐานเงินต้นก่อนคิดดอกเบี้ย ตรวจ หนังสือทวงค่าสินค้าค้างชำระ ควบคู่การกระทบยอด ไม่ใช้ใบแจ้งหนี้เพียงฉบับเดียวสรุปว่าลูกหนี้ยอมรับครบ
ในข้อพิพาทงานรับเหมา ต้องพิจารณาการตรวจรับ ความชำรุด และสิทธิยึดหน่วงชำระที่อาจกระทบการผิดนัด การตรวจสัญญากับหลักฐานหน้างานผ่าน บริการกฎหมายธุรกิจและสัญญา ช่วยกำหนดประเด็นที่ต้องพิสูจน์ก่อนเรียกดอกเบี้ย
หากมีการเรียกค่าปรับหรือค่าทวงหนี้ร่วมด้วย ต้องตรวจว่ากฎหมายทวงถามหนี้และกฎเฉพาะครอบคลุมกรณีนั้นหรือไม่ ไม่ใช้ชื่อรายการเลี่ยงข้อจำกัด และไม่ใช้การเปิดเผยหนี้ต่อคนอื่นเป็นวิธีเร่งชำระ อ่าน ข้อควรระวังการทวงหนี้ ก่อนติดตาม
ทางไปต่อก่อนส่งยอดให้ลูกหนี้
- ยืนยันฐานเงินต้นและหักรายการชำระที่ตรวจสอบได้
- ให้ผู้ตรวจเลือกอัตราและวันผิดนัดจากเอกสารจริง
- คำนวณแยกงวด แยกช่วง และตรวจการปัดเศษ
- ร่างโนติสอ้างตารางยอดพร้อมช่องทางขอคำอธิบาย
- เมื่อมีเงินเข้าหรือข้อมูลใหม่ ปรับยอดและเก็บฉบับที่ส่งจริง
| ทางเลือก | ใช้เมื่อ | จุดตรวจสำคัญ |
|---|---|---|
| ทวงยอดที่แน่นอน | เอกสารและสูตรครบ | ระบุวันคำนวณและยอดปิดต่อเนื่อง |
| กระทบยอดก่อน | มีชำระหรือคืนสินค้าคลาดเคลื่อน | ไม่คิดซ้ำจากยอดที่ลดแล้ว |
| ส่งตรวจข้อกฎหมาย | อัตราสูง หลายงวด หรือคร่อมกฎหมายเก่า | ฐานสิทธิและข้อยกเว้นรายสัญญา |
ควรส่งตรวจเมื่อมีดอกเบี้ยทบต้น ค่าปรับซ้ำ หลายรายการรับเงิน หรือไม่แน่ใจวันผิดนัด ดูโครงรวมใน คู่มือหนังสือทวงถาม และ บริการร่างและส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม หากต้องการให้ตรวจยอดก่อนส่ง สามารถ ติดต่อยอดทิพย์ธรรม พร้อมสัญญาและตารางรับชำระเพื่อประเมินขอบเขตงาน
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7: อัตราเมื่อมีหน้าที่เสียดอกเบี้ยแต่ไม่กำหนดอัตรา
- มาตรา 204: การผิดนัดหลังเตือนและตามวันปฏิทิน
- มาตรา 224: อัตราผิดนัดและห้ามดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยระหว่างผิดนัด
- มาตรา 224/1: ฐานเงินต้นงวดที่ผิดนัด
- พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564: บทแก้ไขและบทเฉพาะกาล
คำอธิบายกฎหมายแก้ไขจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และ ตัวบทเรื่องการผิดนัด ตรวจเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 อัตราเฉพาะและการแก้ไขในช่วงคำนวณต้องตรวจเป็นรายกรณี
คำถามที่พบบ่อย
ไม่มีข้อตกลงดอกเบี้ยเลย คิดก่อนผิดนัดได้ไหม
เขียนว่าอัตรา 5% ต่อเดือนแทนต่อปีได้ไหม
ลูกหนี้ขอยอดปิดอีกวัน ต้องทำหนังสือใหม่ทั้งฉบับหรือไม่
โปรแกรมคำนวณออกยอดแล้วใช้แนบได้ทันทีไหม
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง
มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร
ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร
ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ