โนติสให้เวลากี่วัน เลือก 7 วัน 15 วัน หรือ 30 วันอย่างไร

สรุปประเด็นสำคัญ
เห็นตัวอย่างโนติสให้เจ็ดวัน แต่อีกฉบับให้สามสิบวัน จึงไม่แน่ใจว่าควรเลือกเท่าไร โนติสให้เวลากี่วันต้องเริ่มจากเรื่องที่เรียกร้องและสิทธิที่จะใช้ต่อ ไม่ใช่เลือกเวลาสั้นที่สุดเพื่อเร่งให้ลูกหนี้กลัว
โนติสให้เวลากี่วัน ต้องแยกสิทธิที่จะใช้ก่อน
หนังสือหนึ่งฉบับอาจมีทั้งคำเตือนให้ชำระหนี้และคำให้แก้ผิดสัญญาก่อนเลิก ผลของสองเรื่องนี้ต่างกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 เกี่ยวกับการผิดนัด ส่วนมาตรา 387 ให้ฝ่ายหนึ่งกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้อีกฝ่ายชำระหนี้ก่อนใช้สิทธิเลิกเมื่อยังไม่ปฏิบัติ การเห็นตัวเลขในแบบฟอร์มไม่ได้แทนการตรวจองค์ประกอบเหล่านี้
ถ้ากฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นต่ำ ต้องเริ่มจากขั้นต่ำนั้นและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 560 ในกรณีชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือระยะยาวกว่านั้น ให้บอกกล่าวชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนบอกเลิกเพราะไม่ชำระ ส่วนมาตรา 728 ให้ลูกหนี้มีเวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วันนับแต่ได้รับคำบอกกล่าวบังคับจำนอง ไม่ใช่เลือก 30 วันเพราะใช้บ่อยในงานทวงทั่วไป
- ระบุว่าต้องการทวงเงิน ให้ส่งงาน แก้ข้อบกพร่อง หรือบอกเลิก
- ตรวจว่าสิทธิเรียกร้องถึงกำหนดแล้วหรือยังและผิดนัดด้วยเหตุใด
- อ่านระยะและวิธีส่งตามสัญญาประกอบกฎหมายเฉพาะ
- กำหนดเวลาที่ทำได้จริงตามลักษณะหน้าที่ โดยไม่ลดขั้นต่ำตามกฎหมาย
- ระบุจุดเริ่มนับให้ชัดและเตรียมหลักฐานพิสูจน์วันนั้น
ตัวอย่างสมมติ ผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้รับเหมาแก้ระบบรั่วซึ่งต้องเข้าตรวจและจัดหาอะไหล่ การให้เวลาเพียงหนึ่งวันโดยไม่เปิดพื้นที่อาจไม่สอดคล้องกับการให้โอกาสแก้จริง ควรระบุรายการบกพร่อง นัดตรวจ และกำหนดที่เหมาะกับงาน โดยไม่สรุปว่าเจ็ดวันพอสำหรับงานซ่อมทุกชนิด
อีกตัวอย่างหนึ่ง ผู้ขายทวงใบแจ้งหนี้ที่ครบกำหนดแน่นอนแล้ว การให้เวลาติดต่อหรือชำระในหนังสือครั้งใหม่ต้องเขียนให้ชัดว่าจะมีผลอย่างไรต่อกำหนดเดิม ไม่ควรใช้ถ้อยคำเดียวกับคำตกลงเลื่อนกำหนดโดยไม่ตั้งใจ เพราะอาจเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการผ่อนเวลา
จึงไม่มีสูตรว่าโนติสทุกฉบับต้อง 7 วัน 15 วัน หรือ 30 วัน เวลาที่เหมาะต้องอธิบายได้จากหน้าที่ สัญญา และกฎหมาย หากมีผู้ค้ำหรือจำนองร่วมด้วย ต้องตรวจผลต่อแต่ละคนแยก ไม่ใช้กำหนดเดียวให้ทุกฐานสิทธิโดยอัตโนมัติ
เงื่อนไขที่ทำให้ใช้เลขจากแบบฟอร์มไม่ได้
สัญญาบางประเภทมีขั้นบอกกล่าวเฉพาะ และบางกรณีอาจมีสิทธิเลิกโดยไม่ต้องให้เวลาแก้ตามข้อยกเว้น ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อน ไม่เพิ่มขั้นรอเองจนพลาดสิทธิ และไม่ข้ามขั้นที่จำเป็นเพราะเห็นอีกฝ่ายผิดสัญญาชัดแล้ว
กรณีเช่าซื้อต้องดูประเภททรัพย์ คู่สัญญา และประกาศที่ใช้บังคับกับสัญญานั้น ไม่เหมารวมว่าค้างสามงวดแล้วให้สามสิบวันใช้ได้ทุกฉบับ ส่วนผู้ค้ำประกันตามมาตรา 686 มีกรอบบอกกล่าวภายใน 60 วันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ซึ่งเป็นหน้าที่เจ้าหนี้ในการแจ้ง ไม่ใช่ระยะรอให้ลูกหนี้ชำระแบบเดียวกับมาตรา 728
หากคู่กรณีตกลงเปลี่ยนวันชำระภายหลัง ต้องตรวจข้อตกลงล่าสุด ไม่ใช้วันจากสัญญาเดิมโดยไม่สนใจหลักฐานแก้ไข และอย่าอ้างว่าข้อตกลงทุกชนิดใช้ย่นกำหนดที่กฎหมายบังคับได้เสมอ
เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เลขเท่ากันอาจนับคนละจุด
คนมักเข้าใจว่า คำว่า 60 วันในเรื่องผู้ค้ำกับจำนองหมายถึงให้ลูกหนี้รอเท่ากัน หรือคิดว่าลงวันที่จดหมายวันนี้แล้วเริ่มนับได้ทันที ความเข้าใจนี้ทำให้เลือกวันดำเนินคดีผิดแม้จำนวนวันดูถูกต้อง
กฎหมายมองว่า ต้องดูว่ากำหนดนั้นเป็นหน้าที่ของใคร ให้ทำอะไร และเริ่มจากเหตุใด เช่น วันผิดนัด วันที่รับหนังสือ หรือวันสิ้นรอบชำระค่าเช่า การเขียนหัวตารางเพียง “ครบกำหนด” โดยไม่ระบุฐานจึงไม่พอสำหรับตรวจขั้นตอน
จุดเสี่ยงจริง คือส่งหนังสือหลายฉบับที่ให้กำหนดขัดกัน หรือใช้วันฝากส่งแทนวันรับ ทั้งที่ข้อความผูกกับการรับ ควรทำเส้นเวลาหนึ่งชุดซึ่งอ้างถึงเอกสารแต่ละฉบับได้ และให้ทนายทบทวนก่อนใช้สิทธิที่อาศัยการครบกำหนด
มองสองฝั่งเมื่อเวลาที่ให้ชำระไม่ตรงกัน
| ประเด็น | ฝั่งเจ้าหนี้ | ฝั่งลูกหนี้ |
|---|---|---|
| สิทธิ | กำหนดคำเรียกร้องตามฐานและเวลาที่กฎหมายยอมรับ | ตรวจระยะและแจ้งอุปสรรคหรือข้อโต้แย้งพร้อมหลักฐาน |
| ความเสี่ยง | ให้สั้นเกินเงื่อนไขหรือรอจนพ้นอายุความ | คิดว่าเวลาหนังสือทำให้หนี้เดิมยังไม่ผิดนัดเสมอ |
| ควรทำ | ชี้จุดเริ่มนับและสิ่งที่ต้องปฏิบัติ | ตอบให้ชัดว่าขอเวลาเพิ่มหรือโต้แย้งหน้าที่ส่วนใด |
| ไม่ควรทำ | ใช้กำหนดสั้นเพื่อขู่ยึดทรัพย์ทันที | ถือว่าขอผ่อนฝ่ายเดียวแล้วเจ้าหนี้ยอมรับ |
การขอเวลาเพิ่มยังต้องดูว่าอีกฝ่ายตกลงหรือไม่และตกลงเงื่อนไขใด คำว่า “รับเรื่องไว้พิจารณา” อาจยังไม่ใช่การอนุมัติเลื่อนชำระ ควรเก็บคำตอบครบและให้ผู้มีอำนาจยืนยันข้อความที่เปลี่ยนสิทธิ
เจ้าหนี้อาจเปิดทางเจรจาได้โดยกำหนดให้ส่งข้อเสนอพร้อมเอกสาร แต่ต้องแยกกำหนดส่งข้อเสนอออกจากกำหนดชำระหรือแก้งาน เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าติดต่อมาเพียงครั้งเดียวแล้วถือว่าปฏิบัติตามคำทวงครบ
วิธีนับวันต้องตรวจวันแรกและวันสุดท้าย
มาตรา 193/1 ให้ใช้หลักนับระยะเวลาตามกฎหมาย เว้นแต่มีกฎหมาย คำสั่งศาล ระเบียบข้อบังคับ หรือนิติกรรมกำหนดต่าง ส่วนมาตรา 193/3 โดยหลักไม่รวมวันแรกเมื่อกำหนดเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปี และมีข้อยกเว้นเมื่อเริ่มการตั้งแต่เวลาที่ถือเป็นเวลาเริ่มทำงานตามประเพณี จึงต้องตรวจข้อความและเหตุเริ่มจริง
มาตรา 193/8 วางหลักเมื่อวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการตามประกาศทางการหรือตามประเพณี ให้เลื่อนไปวันเริ่มทำการถัดไปภายใต้กติกาที่ใช้กับเรื่อง ไม่ควรแปลงคำว่าเจ็ดวันเป็นเจ็ดวันทำการทุกครั้ง หรือถือว่าทุกกำหนดเลื่อนเหมือนกันโดยไม่ตรวจข้อยกเว้น
ใช้ตารางระบุวันที่รับ หลักฐานรับ จำนวนวัน ฐานกฎหมาย วันหยุดที่เกี่ยวข้อง และวันที่ตรวจ การนับจากวันรับต้องมีหลักฐานรองรับตามมาตรา 169 ก่อน ใช้เครื่องมือคำนวณเวลาช่วยคำนวณหลังระบุเงื่อนไข ไม่ให้ผลจากเครื่องมือแทนการตีความสัญญาหรือกำหนดเฉพาะคดี
จำนวนวันที่เพิ่มอาจกระทบยอด แต่ต้องมีฐานคิด
การให้เวลาเพิ่มไม่ใช่อำนาจตั้งค่าปรับใหม่เอง หากจะเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายระหว่างนั้นต้องตรวจฐาน อัตรา วันเริ่ม และผลของข้อตกลงล่าสุดก่อน ไม่ใช้จำนวนวันในโนติสเป็นเหตุคิดเงินทุกประเภทพร้อมกัน
ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายการคำนวณเท่านั้น หากเงินต้นที่ใช้คิดได้จริง 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่ตรวจแล้วว่าชอบ 5% ต่อปี และใช้ฐาน 365 วัน ช่วง 14 วันได้ 100,000 × 0.05 × 14 ÷ 365 = 191.78 บาท ตัวอย่างนี้ไม่ได้ยืนยันว่าทุกหนี้ใช้อัตรา 5% หรือเริ่มคิดตั้งแต่ส่งจดหมาย
ก่อนใส่ยอดต้องตรวจการชำระบางส่วนและรายการที่ใช้คิดดอกเบี้ยได้ หากมีเงินรับระหว่างรอกำหนด อาจต้องแบ่งช่วงคำนวณ ไม่คิดจากต้นเดิมเต็มช่วงโดยไม่ปรับ และไม่บวกค่าจ้างส่งโนติสเป็นหนี้ลูกหนี้โดยไม่มีฐานรองรับ
หลักฐานที่ช่วยตอบว่ากำหนดครบจริงหรือยัง
- สัญญาและข้อตกลงแก้วันชำระที่มีผลจริง
- หลักฐานหนี้ถึงกำหนดและเหตุผิดนัดหรือไม่ปฏิบัติ
- หนังสือทุกฉบับพร้อมวันที่และข้อความกำหนดเวลา
- หลักฐานรับหรือเหตุส่งคืนของแต่ละผู้รับ
- คำตอบขอเวลา ข้อเสนอ และคำยืนยันของผู้มีอำนาจ
- บัญชีชำระและเอกสารการแก้ไขงานระหว่างกำหนด
หากผู้รับหลายคนได้รับคนละวัน ให้ทำตารางแยก ไม่ใช้วันที่ผู้รับคนแรกเซ็นเป็นวันรับของทุกคน การส่งถึงบริษัท ลูกหนี้ และผู้ค้ำอาจมีหน้าที่กับจุดเริ่มต่างกัน ต้องระบุฐานะผู้รับในแฟ้มด้วย
เมื่อเอกสารขัดกัน ให้แก้ความคลาดเคลื่อนตามจริงก่อนสรุปผล เช่น จดหมายอ้างสิบห้าวันแต่ตารางท้ายระบุเจ็ดวัน การปล่อยข้อความขัดกันแล้วเลือกใช้ด้านที่ตนได้ประโยชน์ภายหลังเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อโต้แย้ง
เรื่องใกล้เคียงที่ต้องคิดก่อนกำหนดเส้นตาย
ด้านการเลิกสัญญา ควรอ่านการให้เวลาแก้ผิดสัญญา เพราะครบจำนวนวันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ตอบว่ามีสิทธิเลิกครบองค์ประกอบ ส่วนค่าเช่ารายเดือนอ่านหนังสือทวงค่าเช่าอาคารพาณิชย์ประกอบ
ด้านอายุความ การส่งคำทวงฝ่ายเดียวไม่ใช่เหตุสะดุดหยุดลงโดยตัวมันเองตามมาตรา 193/14 จึงต้องตรวจระยะรักษาสิทธิแยกจากเวลาที่ให้ชำระ ถ้ากำลังจะครบอายุความ ควรให้ทนายวางขั้นตอนทันที ไม่รอส่งจดหมายครบจำนวนครั้งที่คิดขึ้นเอง
ด้านบริการสัญญา หากต้องตกลงเลื่อนเวลาให้ตรวจผลต่อหลักประกันและผู้เกี่ยวข้องผ่านบริการธุรกิจและสัญญา ส่วนโครงคำทวงรวมอ่านคู่มือโนติสฉบับหลักเพื่อจัดข้อความให้ตรงเป้าหมาย
ทางไปต่อ: เลือกกำหนดจากฐานสิทธิก่อนส่ง
- แยกวัตถุประสงค์คำทวงและสิทธิที่จะใช้ต่อ
- ตรวจสัญญา ข้อกฎหมาย และขั้นต่ำเฉพาะ
- เลือกเวลาที่สมเหตุสมผลและระบุจุดเริ่มนับ
- จัดหลักฐานส่งรับพร้อมตารางนับวัน
- ตรวจคำตอบ การชำระ และอายุความก่อนดำเนินขั้นต่อไป
| ทางเลือก | เหมาะเมื่อ | สิ่งที่ต้องระวัง |
|---|---|---|
| กำหนดเวลาตามสิทธิที่ตรวจแล้ว | ฐานหนี้และขั้นตอนชัด | อย่าคัดตัวเลขจากหนี้อีกประเภท |
| ให้เวลาแก้ตามลักษณะงาน | ต้องเปิดโอกาสปฏิบัติจริง | ระบุงานและความร่วมมือที่จำเป็น |
| ให้ทนายจัดแผนเร่งด่วน | ใกล้อายุความหรือมีหลักประกัน | อย่ารอคำตอบโดยไม่มีแผนรักษาสิทธิ |
ควรให้ทนายตรวจเมื่อมีผู้ค้ำหรือจำนอง ต้องเลิกสัญญา เอกสารหลายฉบับกำหนดวันขัดกัน หรือวันสุดท้ายอาจตรงวันหยุดที่มีเงื่อนไขเฉพาะ การเลือกเวลาอย่างมีที่มาช่วยให้คำทวงตรวจสอบได้มากกว่าการใช้คำว่าเร่งด่วนอย่างเดียว
สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมมีบริการร่างและส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามพร้อมตรวจเงื่อนไขเวลา เตรียมสัญญา ประวัติชำระ และหนังสือที่เคยส่ง แล้วติดต่อเพื่อประเมินขอบเขตงานก่อนกำหนดวันใช้สิทธิต่อ
ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169, 204 การไปถึงผู้รับและผิดนัด
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1–193/3, 193/8 การนับระยะเวลา
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 อายุความสะดุดหยุดลง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 การให้เวลาแก้ก่อนเลิกสัญญา
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 ค่าเช่าค้างและเงื่อนไขบอกเลิก
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686, 728 ค้ำประกันและจำนอง
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7, 224 ดอกเบี้ย
ตรวจจากตัวบทกฎหมายที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ ประกอบคำอธิบายการแก้กฎหมายดอกเบี้ย พ.ศ. 2564 เมื่อ 6 ตุลาคม 2569
คำถามที่พบบ่อย
ให้เวลา 3 วันได้ไหมถ้าลูกหนี้ผิดนัดมานานแล้ว
หนังสือเขียนจำนวนวันกับวันที่ปฏิทินไม่ตรงกันควรทำอย่างไร
ลูกหนี้รับวันเสาร์ต้องเริ่มนับวันจันทร์เสมอไหม
ขอขยายเวลาทางโทรศัพท์ถือว่าตกลงแล้วหรือยัง
สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์
ดูประวัติทีมทนายความ →บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ
บทความที่เกี่ยวข้อง
หนี้สินและบังคับคดี
ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง
มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร
ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 8 นาที
หนี้สินและบังคับคดี
ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร
ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
·อ่าน 7 นาที
ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา
เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ