081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

โนติสให้เวลากี่วัน เลือก 7 วัน 15 วัน หรือ 30 วันอย่างไร

ทนายและเจ้าของกิจการตรวจปฏิทิน พร้อมข้อความ 7 วัน 15 วัน 30 วัน เลือกผิดเสียจังหวะ

สรุปประเด็นสำคัญ

โนติสให้เวลากี่วันต้องดูสิทธิที่ใช้และกฎหมายเฉพาะ เช่น ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 ให้เวลาพอสมควรก่อนเลิกสัญญา ส่วนค่าเช่าตามมาตรา 560 และจำนองตามมาตรา 728 มีกำหนดเฉพาะ ไม่ควรคัดเลข 7, 15 หรือ 30 วันมาใช้ทุกเรื่อง ต้องตรวจจุดเริ่มนับ หลักฐานรับ และอายุความแยกกันก่อนส่ง

เห็นตัวอย่างโนติสให้เจ็ดวัน แต่อีกฉบับให้สามสิบวัน จึงไม่แน่ใจว่าควรเลือกเท่าไร โนติสให้เวลากี่วันต้องเริ่มจากเรื่องที่เรียกร้องและสิทธิที่จะใช้ต่อ ไม่ใช่เลือกเวลาสั้นที่สุดเพื่อเร่งให้ลูกหนี้กลัว

โนติสให้เวลากี่วัน ต้องแยกสิทธิที่จะใช้ก่อน

หนังสือหนึ่งฉบับอาจมีทั้งคำเตือนให้ชำระหนี้และคำให้แก้ผิดสัญญาก่อนเลิก ผลของสองเรื่องนี้ต่างกัน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 204 เกี่ยวกับการผิดนัด ส่วนมาตรา 387 ให้ฝ่ายหนึ่งกำหนดระยะเวลาพอสมควรให้อีกฝ่ายชำระหนี้ก่อนใช้สิทธิเลิกเมื่อยังไม่ปฏิบัติ การเห็นตัวเลขในแบบฟอร์มไม่ได้แทนการตรวจองค์ประกอบเหล่านี้

ถ้ากฎหมายเฉพาะกำหนดขั้นต่ำ ต้องเริ่มจากขั้นต่ำนั้นและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เช่น มาตรา 560 ในกรณีชำระค่าเช่าเป็นรายเดือนหรือระยะยาวกว่านั้น ให้บอกกล่าวชำระภายในเวลาไม่น้อยกว่า 15 วันก่อนบอกเลิกเพราะไม่ชำระ ส่วนมาตรา 728 ให้ลูกหนี้มีเวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วันนับแต่ได้รับคำบอกกล่าวบังคับจำนอง ไม่ใช่เลือก 30 วันเพราะใช้บ่อยในงานทวงทั่วไป

  • ระบุว่าต้องการทวงเงิน ให้ส่งงาน แก้ข้อบกพร่อง หรือบอกเลิก
  • ตรวจว่าสิทธิเรียกร้องถึงกำหนดแล้วหรือยังและผิดนัดด้วยเหตุใด
  • อ่านระยะและวิธีส่งตามสัญญาประกอบกฎหมายเฉพาะ
  • กำหนดเวลาที่ทำได้จริงตามลักษณะหน้าที่ โดยไม่ลดขั้นต่ำตามกฎหมาย
  • ระบุจุดเริ่มนับให้ชัดและเตรียมหลักฐานพิสูจน์วันนั้น

ตัวอย่างสมมติ ผู้ว่าจ้างต้องการให้ผู้รับเหมาแก้ระบบรั่วซึ่งต้องเข้าตรวจและจัดหาอะไหล่ การให้เวลาเพียงหนึ่งวันโดยไม่เปิดพื้นที่อาจไม่สอดคล้องกับการให้โอกาสแก้จริง ควรระบุรายการบกพร่อง นัดตรวจ และกำหนดที่เหมาะกับงาน โดยไม่สรุปว่าเจ็ดวันพอสำหรับงานซ่อมทุกชนิด

อีกตัวอย่างหนึ่ง ผู้ขายทวงใบแจ้งหนี้ที่ครบกำหนดแน่นอนแล้ว การให้เวลาติดต่อหรือชำระในหนังสือครั้งใหม่ต้องเขียนให้ชัดว่าจะมีผลอย่างไรต่อกำหนดเดิม ไม่ควรใช้ถ้อยคำเดียวกับคำตกลงเลื่อนกำหนดโดยไม่ตั้งใจ เพราะอาจเกิดข้อโต้แย้งเรื่องการผ่อนเวลา

จึงไม่มีสูตรว่าโนติสทุกฉบับต้อง 7 วัน 15 วัน หรือ 30 วัน เวลาที่เหมาะต้องอธิบายได้จากหน้าที่ สัญญา และกฎหมาย หากมีผู้ค้ำหรือจำนองร่วมด้วย ต้องตรวจผลต่อแต่ละคนแยก ไม่ใช้กำหนดเดียวให้ทุกฐานสิทธิโดยอัตโนมัติ

เงื่อนไขที่ทำให้ใช้เลขจากแบบฟอร์มไม่ได้

สัญญาบางประเภทมีขั้นบอกกล่าวเฉพาะ และบางกรณีอาจมีสิทธิเลิกโดยไม่ต้องให้เวลาแก้ตามข้อยกเว้น ต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อน ไม่เพิ่มขั้นรอเองจนพลาดสิทธิ และไม่ข้ามขั้นที่จำเป็นเพราะเห็นอีกฝ่ายผิดสัญญาชัดแล้ว

กรณีเช่าซื้อต้องดูประเภททรัพย์ คู่สัญญา และประกาศที่ใช้บังคับกับสัญญานั้น ไม่เหมารวมว่าค้างสามงวดแล้วให้สามสิบวันใช้ได้ทุกฉบับ ส่วนผู้ค้ำประกันตามมาตรา 686 มีกรอบบอกกล่าวภายใน 60 วันนับแต่ลูกหนี้ผิดนัด ซึ่งเป็นหน้าที่เจ้าหนี้ในการแจ้ง ไม่ใช่ระยะรอให้ลูกหนี้ชำระแบบเดียวกับมาตรา 728

หากคู่กรณีตกลงเปลี่ยนวันชำระภายหลัง ต้องตรวจข้อตกลงล่าสุด ไม่ใช้วันจากสัญญาเดิมโดยไม่สนใจหลักฐานแก้ไข และอย่าอ้างว่าข้อตกลงทุกชนิดใช้ย่นกำหนดที่กฎหมายบังคับได้เสมอ

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: เลขเท่ากันอาจนับคนละจุด

คนมักเข้าใจว่า คำว่า 60 วันในเรื่องผู้ค้ำกับจำนองหมายถึงให้ลูกหนี้รอเท่ากัน หรือคิดว่าลงวันที่จดหมายวันนี้แล้วเริ่มนับได้ทันที ความเข้าใจนี้ทำให้เลือกวันดำเนินคดีผิดแม้จำนวนวันดูถูกต้อง

กฎหมายมองว่า ต้องดูว่ากำหนดนั้นเป็นหน้าที่ของใคร ให้ทำอะไร และเริ่มจากเหตุใด เช่น วันผิดนัด วันที่รับหนังสือ หรือวันสิ้นรอบชำระค่าเช่า การเขียนหัวตารางเพียง “ครบกำหนด” โดยไม่ระบุฐานจึงไม่พอสำหรับตรวจขั้นตอน

จุดเสี่ยงจริง คือส่งหนังสือหลายฉบับที่ให้กำหนดขัดกัน หรือใช้วันฝากส่งแทนวันรับ ทั้งที่ข้อความผูกกับการรับ ควรทำเส้นเวลาหนึ่งชุดซึ่งอ้างถึงเอกสารแต่ละฉบับได้ และให้ทนายทบทวนก่อนใช้สิทธิที่อาศัยการครบกำหนด

มองสองฝั่งเมื่อเวลาที่ให้ชำระไม่ตรงกัน

ประเด็นฝั่งเจ้าหนี้ฝั่งลูกหนี้
สิทธิกำหนดคำเรียกร้องตามฐานและเวลาที่กฎหมายยอมรับตรวจระยะและแจ้งอุปสรรคหรือข้อโต้แย้งพร้อมหลักฐาน
ความเสี่ยงให้สั้นเกินเงื่อนไขหรือรอจนพ้นอายุความคิดว่าเวลาหนังสือทำให้หนี้เดิมยังไม่ผิดนัดเสมอ
ควรทำชี้จุดเริ่มนับและสิ่งที่ต้องปฏิบัติตอบให้ชัดว่าขอเวลาเพิ่มหรือโต้แย้งหน้าที่ส่วนใด
ไม่ควรทำใช้กำหนดสั้นเพื่อขู่ยึดทรัพย์ทันทีถือว่าขอผ่อนฝ่ายเดียวแล้วเจ้าหนี้ยอมรับ

การขอเวลาเพิ่มยังต้องดูว่าอีกฝ่ายตกลงหรือไม่และตกลงเงื่อนไขใด คำว่า “รับเรื่องไว้พิจารณา” อาจยังไม่ใช่การอนุมัติเลื่อนชำระ ควรเก็บคำตอบครบและให้ผู้มีอำนาจยืนยันข้อความที่เปลี่ยนสิทธิ

เจ้าหนี้อาจเปิดทางเจรจาได้โดยกำหนดให้ส่งข้อเสนอพร้อมเอกสาร แต่ต้องแยกกำหนดส่งข้อเสนอออกจากกำหนดชำระหรือแก้งาน เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าติดต่อมาเพียงครั้งเดียวแล้วถือว่าปฏิบัติตามคำทวงครบ

วิธีนับวันต้องตรวจวันแรกและวันสุดท้าย

มาตรา 193/1 ให้ใช้หลักนับระยะเวลาตามกฎหมาย เว้นแต่มีกฎหมาย คำสั่งศาล ระเบียบข้อบังคับ หรือนิติกรรมกำหนดต่าง ส่วนมาตรา 193/3 โดยหลักไม่รวมวันแรกเมื่อกำหนดเป็นวัน สัปดาห์ เดือน หรือปี และมีข้อยกเว้นเมื่อเริ่มการตั้งแต่เวลาที่ถือเป็นเวลาเริ่มทำงานตามประเพณี จึงต้องตรวจข้อความและเหตุเริ่มจริง

มาตรา 193/8 วางหลักเมื่อวันสุดท้ายเป็นวันหยุดทำการตามประกาศทางการหรือตามประเพณี ให้เลื่อนไปวันเริ่มทำการถัดไปภายใต้กติกาที่ใช้กับเรื่อง ไม่ควรแปลงคำว่าเจ็ดวันเป็นเจ็ดวันทำการทุกครั้ง หรือถือว่าทุกกำหนดเลื่อนเหมือนกันโดยไม่ตรวจข้อยกเว้น

ใช้ตารางระบุวันที่รับ หลักฐานรับ จำนวนวัน ฐานกฎหมาย วันหยุดที่เกี่ยวข้อง และวันที่ตรวจ การนับจากวันรับต้องมีหลักฐานรองรับตามมาตรา 169 ก่อน ใช้เครื่องมือคำนวณเวลาช่วยคำนวณหลังระบุเงื่อนไข ไม่ให้ผลจากเครื่องมือแทนการตีความสัญญาหรือกำหนดเฉพาะคดี

จำนวนวันที่เพิ่มอาจกระทบยอด แต่ต้องมีฐานคิด

การให้เวลาเพิ่มไม่ใช่อำนาจตั้งค่าปรับใหม่เอง หากจะเรียกดอกเบี้ยหรือค่าเสียหายระหว่างนั้นต้องตรวจฐาน อัตรา วันเริ่ม และผลของข้อตกลงล่าสุดก่อน ไม่ใช้จำนวนวันในโนติสเป็นเหตุคิดเงินทุกประเภทพร้อมกัน

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายการคำนวณเท่านั้น หากเงินต้นที่ใช้คิดได้จริง 100,000 บาท อัตราดอกเบี้ยที่ตรวจแล้วว่าชอบ 5% ต่อปี และใช้ฐาน 365 วัน ช่วง 14 วันได้ 100,000 × 0.05 × 14 ÷ 365 = 191.78 บาท ตัวอย่างนี้ไม่ได้ยืนยันว่าทุกหนี้ใช้อัตรา 5% หรือเริ่มคิดตั้งแต่ส่งจดหมาย

ก่อนใส่ยอดต้องตรวจการชำระบางส่วนและรายการที่ใช้คิดดอกเบี้ยได้ หากมีเงินรับระหว่างรอกำหนด อาจต้องแบ่งช่วงคำนวณ ไม่คิดจากต้นเดิมเต็มช่วงโดยไม่ปรับ และไม่บวกค่าจ้างส่งโนติสเป็นหนี้ลูกหนี้โดยไม่มีฐานรองรับ

หลักฐานที่ช่วยตอบว่ากำหนดครบจริงหรือยัง

  • สัญญาและข้อตกลงแก้วันชำระที่มีผลจริง
  • หลักฐานหนี้ถึงกำหนดและเหตุผิดนัดหรือไม่ปฏิบัติ
  • หนังสือทุกฉบับพร้อมวันที่และข้อความกำหนดเวลา
  • หลักฐานรับหรือเหตุส่งคืนของแต่ละผู้รับ
  • คำตอบขอเวลา ข้อเสนอ และคำยืนยันของผู้มีอำนาจ
  • บัญชีชำระและเอกสารการแก้ไขงานระหว่างกำหนด

หากผู้รับหลายคนได้รับคนละวัน ให้ทำตารางแยก ไม่ใช้วันที่ผู้รับคนแรกเซ็นเป็นวันรับของทุกคน การส่งถึงบริษัท ลูกหนี้ และผู้ค้ำอาจมีหน้าที่กับจุดเริ่มต่างกัน ต้องระบุฐานะผู้รับในแฟ้มด้วย

เมื่อเอกสารขัดกัน ให้แก้ความคลาดเคลื่อนตามจริงก่อนสรุปผล เช่น จดหมายอ้างสิบห้าวันแต่ตารางท้ายระบุเจ็ดวัน การปล่อยข้อความขัดกันแล้วเลือกใช้ด้านที่ตนได้ประโยชน์ภายหลังเพิ่มความเสี่ยงต่อข้อโต้แย้ง

เรื่องใกล้เคียงที่ต้องคิดก่อนกำหนดเส้นตาย

ด้านการเลิกสัญญา ควรอ่านการให้เวลาแก้ผิดสัญญา เพราะครบจำนวนวันเพียงอย่างเดียวไม่ได้ตอบว่ามีสิทธิเลิกครบองค์ประกอบ ส่วนค่าเช่ารายเดือนอ่านหนังสือทวงค่าเช่าอาคารพาณิชย์ประกอบ

ด้านอายุความ การส่งคำทวงฝ่ายเดียวไม่ใช่เหตุสะดุดหยุดลงโดยตัวมันเองตามมาตรา 193/14 จึงต้องตรวจระยะรักษาสิทธิแยกจากเวลาที่ให้ชำระ ถ้ากำลังจะครบอายุความ ควรให้ทนายวางขั้นตอนทันที ไม่รอส่งจดหมายครบจำนวนครั้งที่คิดขึ้นเอง

ด้านบริการสัญญา หากต้องตกลงเลื่อนเวลาให้ตรวจผลต่อหลักประกันและผู้เกี่ยวข้องผ่านบริการธุรกิจและสัญญา ส่วนโครงคำทวงรวมอ่านคู่มือโนติสฉบับหลักเพื่อจัดข้อความให้ตรงเป้าหมาย

ทางไปต่อ: เลือกกำหนดจากฐานสิทธิก่อนส่ง

  1. แยกวัตถุประสงค์คำทวงและสิทธิที่จะใช้ต่อ
  2. ตรวจสัญญา ข้อกฎหมาย และขั้นต่ำเฉพาะ
  3. เลือกเวลาที่สมเหตุสมผลและระบุจุดเริ่มนับ
  4. จัดหลักฐานส่งรับพร้อมตารางนับวัน
  5. ตรวจคำตอบ การชำระ และอายุความก่อนดำเนินขั้นต่อไป
ทางเลือกเหมาะเมื่อสิ่งที่ต้องระวัง
กำหนดเวลาตามสิทธิที่ตรวจแล้วฐานหนี้และขั้นตอนชัดอย่าคัดตัวเลขจากหนี้อีกประเภท
ให้เวลาแก้ตามลักษณะงานต้องเปิดโอกาสปฏิบัติจริงระบุงานและความร่วมมือที่จำเป็น
ให้ทนายจัดแผนเร่งด่วนใกล้อายุความหรือมีหลักประกันอย่ารอคำตอบโดยไม่มีแผนรักษาสิทธิ

ควรให้ทนายตรวจเมื่อมีผู้ค้ำหรือจำนอง ต้องเลิกสัญญา เอกสารหลายฉบับกำหนดวันขัดกัน หรือวันสุดท้ายอาจตรงวันหยุดที่มีเงื่อนไขเฉพาะ การเลือกเวลาอย่างมีที่มาช่วยให้คำทวงตรวจสอบได้มากกว่าการใช้คำว่าเร่งด่วนอย่างเดียว

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมมีบริการร่างและส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามพร้อมตรวจเงื่อนไขเวลา เตรียมสัญญา ประวัติชำระ และหนังสือที่เคยส่ง แล้วติดต่อเพื่อประเมินขอบเขตงานก่อนกำหนดวันใช้สิทธิต่อ

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169, 204 การไปถึงผู้รับและผิดนัด
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/1–193/3, 193/8 การนับระยะเวลา
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/14 อายุความสะดุดหยุดลง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 การให้เวลาแก้ก่อนเลิกสัญญา
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 560 ค่าเช่าค้างและเงื่อนไขบอกเลิก
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686, 728 ค้ำประกันและจำนอง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7, 224 ดอกเบี้ย

ตรวจจากตัวบทกฎหมายที่หน่วยงานรัฐเผยแพร่ ประกอบคำอธิบายการแก้กฎหมายดอกเบี้ย พ.ศ. 2564 เมื่อ 6 ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ให้เวลา 3 วันได้ไหมถ้าลูกหนี้ผิดนัดมานานแล้ว
ต้องตรวจว่าหนังสือมีเป้าหมายเพียงติดตามหนี้หรือเป็นเงื่อนไขก่อนใช้สิทธิอื่น และมีกำหนดขั้นต่ำหรือเวลาพอสมควรที่ต้องให้หรือไม่ การผิดนัดมานานไม่ได้ทำให้ข้ามเงื่อนไขเฉพาะทุกเรื่องได้ ควรประเมินสัญญาและขั้นตอนที่จะทำหลังครบกำหนดก่อน
หนังสือเขียนจำนวนวันกับวันที่ปฏิทินไม่ตรงกันควรทำอย่างไร
ควรตรวจสาเหตุและจัดข้อความแก้ไขให้ชัดโดยเก็บฉบับเดิมไว้ ไม่เลือกนับด้านที่เป็นประโยชน์ฝ่ายเดียวโดยไม่แจ้ง เพราะผู้รับอาจเข้าใจและวางแผนตามอีกข้อความหนึ่ง ผลของฉบับแก้ต่อวันเดิมและสิทธิที่ใช้ควรให้ทนายประเมินก่อนส่ง
ลูกหนี้รับวันเสาร์ต้องเริ่มนับวันจันทร์เสมอไหม
ไม่ควรสรุปเช่นนั้นจากวันในสัปดาห์อย่างเดียว ต้องดูข้อความกำหนดเวลา หลักวันแรกตามมาตรา 193/3 และกติกาที่ใช้กับเรื่อง ส่วนหลักวันหยุดในมาตรา 193/8 เกี่ยวกับวันสุดท้าย จึงต้องแยกจากการตัดวันหยุดทุกวันที่อยู่ระหว่างช่วงออก
ขอขยายเวลาทางโทรศัพท์ถือว่าตกลงแล้วหรือยัง
ต้องตรวจว่าใครพูด มีอำนาจหรือไม่ และอีกฝ่ายยอมรับเงื่อนไขใดจริง การขอฝ่ายเดียวไม่ใช่คำตกลงเสมอ ควรยืนยันสาระเป็นข้อความที่ตรวจย้อนหลังได้ โดยระบุวันใหม่ ยอด และผลต่อข้อตกลงเดิมให้ชัดก่อนอาศัยเป็นเหตุรอ
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ซองจดหมายและแฟ้มผู้รับหลายราย พร้อมข้อความ หนี้ก้อนเดียว ผู้รับหลายคน หนี้สินและบังคับคดี

ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง

มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ทนายตรวจแฟ้มกับผู้ว่าจ้าง พร้อมข้อความ ก่อนให้ทนายทวง เตรียมอะไรไปบ้าง หนี้สินและบังคับคดี

จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร

ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ทนายตรวจบัญชีและหนังสือทวงถาม พร้อมข้อความ ยอดหนี้ไม่ตรงกัน ตรวจอะไรก่อนตอบ หนี้สินและบังคับคดี

ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร

ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE