081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

หนังสือบอกกล่าวผิดสัญญา ต้องให้โอกาสแก้ก่อนเลิกไหม

คู่สัญญาปรึกษาทนายเรื่องหนังสือบอกกล่าวผิดสัญญา พร้อมข้อความ ผิดสัญญาแล้ว เลิกได้ทันทีไหม

สรุปประเด็นสำคัญ

หนังสือบอกกล่าวผิดสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 ใช้กำหนดเวลาพอสมควรให้อีกฝ่ายชำระหนี้ก่อนใช้สิทธิเลิกสัญญา แต่ต้องตรวจข้อสัญญา เหตุผิดนัด และข้อยกเว้นเรื่องเวลาที่เป็นสาระสำคัญด้วย การระบุสิ่งที่ต้องแก้ให้ตรวจรับได้และเก็บหลักฐานว่าคำบอกกล่าวไปถึง ช่วยลดข้อโต้แย้งว่าฝ่ายใดเป็นผู้ผิดสัญญา

หนังสือบอกกล่าวผิดสัญญาควรบอกให้อีกฝ่ายทำอะไรและภายในเมื่อไร ก่อนคุณเลือกเลิกสัญญา การเขียนว่า “เลิกทันที” ทั้งที่ยังต้องให้โอกาสแก้ อาจทำให้ฝ่ายที่มีสิทธิเรียกร้องกลับถูกโต้แย้งว่าเป็นผู้ผิดสัญญาเอง

หนังสือบอกกล่าวผิดสัญญาต้องให้แก้ก่อนเลิกไหม

โดยหลัก เมื่อคู่สัญญาไม่ชำระหนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 387 เปิดทางให้อีกฝ่ายกำหนดระยะเวลาพอสมควรและบอกกล่าวให้ชำระหนี้ หากยังไม่ทำภายในเวลานั้นจึงใช้สิทธิเลิกสัญญาได้ คำว่าชำระหนี้ในที่นี้รวมถึงส่งสินค้า ส่งมอบงาน หรือทำหน้าที่ที่ตกลงกัน ไม่ได้จำกัดเฉพาะจ่ายเงิน

ก่อนร่างต้องตรวจว่าสิ่งที่เรียกนั้นถึงกำหนดแล้วหรือยัง คุณทำหน้าที่ที่ต้องทำก่อนครบหรือไม่ และมีการตกลงแก้สัญญาหรือเลื่อนวันภายหลังหรือไม่ การหยิบวันเดิมในสัญญามาทวงโดยไม่อ่านแชทที่อนุญาตให้เลื่อน อาจทำให้เหตุผิดนัดที่เขียนไม่ตรงกับข้อตกลงจริง

  • ระบุสัญญาและข้อที่ต้องปฏิบัติ พร้อมวันถึงกำหนดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
  • อธิบายสิ่งที่ยังขาดเป็นรายการ เช่น เอกสารส่งมอบ 2 ชุด หรืออุปกรณ์ตามสเปกที่ยังไม่ได้รับ
  • กำหนดวิธีแก้ สถานที่ส่งมอบ และเวลาที่พอทำได้ตามสภาพงาน
  • แจ้งผลหากไม่แก้ให้ชัด โดยแยกขั้นให้แก้กับขั้นใช้สิทธิเลิกสัญญา
  • ส่งถึงคู่สัญญาหรือผู้มีอำนาจรับ และเก็บสำเนาเนื้อหาควบคู่หลักฐานส่งถึง

ตัวอย่างสมมติ บริษัทตกลงซื้อชั้นวางพร้อมติดตั้งภายในสิ้นเดือน ผู้ขายส่งชิ้นส่วนมาแต่ยังไม่ติดตั้ง ผู้ซื้อยังต้องการใช้งานและเปิดพื้นที่ให้เข้าทำงานได้ หนังสือควรแจกแจงงานที่ค้าง นัดช่วงเข้าพื้นที่ และให้เวลาที่เหมาะกับจำนวนงาน ไม่ควรเขียนเพียง “ผิดสัญญาทุกข้อ ให้คืนเงินทั้งหมดใน 24 ชั่วโมง” เพราะทำให้ไม่ชัดว่าต้องการให้ทำต่อหรือเลิกแล้ว

หากให้เวลาแล้วอีกฝ่ายทำครบ การจะเลิกต่อยังต้องตรวจว่ามีเหตุอื่นเหลือหรือไม่ หากแก้เพียงบางส่วนให้บันทึกว่าส่วนใดรับไว้และส่วนใดยังค้าง อย่าลงชื่อว่าปฏิบัติครบแล้วเพื่อความสะดวกโดยไม่สงวนข้อที่โต้แย้งไว้ อ่านองค์ประกอบเอกสารโดยรวมในคู่มือหนังสือทวงถามและวิธีส่งโนติสก่อนเลือกถ้อยคำเฉพาะกรณี

กรณีใดอาจเลิกได้โดยไม่ต้องให้เวลาใหม่

มาตรา 388 กล่าวถึงกรณีวัตถุประสงค์ของสัญญาจะสำเร็จได้ก็ด้วยการชำระหนี้ในเวลาหรือภายในระยะเวลาที่กำหนด เมื่อพ้นเวลาแล้วอาจเลิกได้โดยไม่ต้องบอกกล่าวตามมาตรา 387 เช่น ต้องพิจารณาว่างานผูกกับเหตุการณ์ที่ผ่านแล้วจริงหรือไม่ การมีวันส่งมอบในกระดาษอย่างเดียวไม่ทำให้ทุกสัญญาเข้าเงื่อนไขนี้

มาตรา 389 เป็นอีกกรณีเมื่อการชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนพ้นวิสัยเพราะเหตุที่โทษลูกหนี้ได้ ต้องแยกจากเพียงล่าช้าหรือทำได้ยาก และต้องมีข้อเท็จจริงรองรับ นอกจากนี้สิทธิเลิกตามข้อสัญญาอาจกำหนดขั้นตอนเฉพาะ จึงควรอ่านร่วมกับกฎหมายที่บังคับกับสัญญาประเภทนั้น

แม้เคยระบุว่าเวลาเป็นสาระสำคัญ แต่การขยายเวลา รับงานต่อ หรือรับชำระภายหลังอาจกระทบการตีความเจตนา อย่าสรุปว่าข้อความเดิมใช้ได้เสมอ หากมีผู้เกี่ยวข้องหลายคนหรือสัญญาควบคุมเฉพาะธุรกิจ ควรตรวจเงื่อนไขเพิ่มก่อนส่งหนังสือเลิก การเลือกใช้ข้อยกเว้นผิดอาจสร้างข้อพิพาทใหม่แทนการจบเรื่อง

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: แก้ให้ชัดก่อนตัดสัญญา

คนมักเข้าใจว่า เขียนคำว่า “ผิดสัญญา” และให้ 7 วันแล้วจะเลิกได้ทุกเรื่อง แต่ช่วงเวลาเดียวกันอาจพอสำหรับส่งเอกสารที่มีอยู่แล้ว และไม่พอสำหรับแก้งานติดตั้งที่ต้องสั่งอะไหล่ตามปกติ การเลือกวันควรอธิบายจากงานที่ค้างและประวัติการให้โอกาสที่ผ่านมา

กฎหมายมองว่า ต้องมีฐานสิทธิเลิกและปฏิบัติตามขั้นตอนของฐานนั้น คำขอให้ชำระหนี้กับการแสดงเจตนาเลิกสัญญามีผลต่างกันตามมาตรา 386–389 หนังสือที่ใช้ถ้อยคำปะปนอาจทำให้คู่กรณีไม่ทราบว่าสัญญายังดำเนินอยู่หรือไม่

จุดเสี่ยงจริง อยู่ที่สิ่งที่คุณทำหลังส่งด้วย เช่น ห้ามอีกฝ่ายเข้าพื้นที่ทั้งที่ยังให้แก้งาน หรือสั่งงานเพิ่มเติมขณะอ้างว่าสัญญาเลิกไปแล้ว การตรวจจึงต้องดูทั้งเอกสารและการปฏิบัติภายหลัง พร้อมวางคนรับการติดต่อให้ตอบในทิศทางเดียวกัน

มองสองฝั่งเมื่อได้รับคำเตือนให้แก้สัญญา

ประเด็นฝ่ายส่งหนังสือฝ่ายรับหนังสือ
สิทธิขอให้ทำหน้าที่ที่ถึงกำหนดตามสัญญาขอตรวจข้อกล่าวหาและชี้แจงสิ่งที่ทำแล้ว
ความเสี่ยงเรียกสิ่งนอกขอบเขตหรือไม่เปิดทางให้แก้เงียบจนพ้นเวลาหรือรับปากโดยไม่มีแผนทำ
ควรทำตอนนี้แนบรายการขาดและเปิดช่องนัดส่งมอบตอบเป็นข้อพร้อมหลักฐานและกำหนดทำจริง
ไม่ควรทำเลิกทันทีโดยไม่ตรวจฐานสิทธิลบแชทหรือส่งข้อความประชดแทนคำตอบ

การตอบว่าไม่เห็นด้วยควรบอกว่าข้อใดและเพราะอะไร ไม่จำเป็นต้องรับว่าผิดทั้งหมดเพื่อขอเวลาตรวจ หากยอมแก้บางรายการให้กำหนดขอบเขตไว้ เช่น ยอมส่งเอกสารที่ขาด แต่ยังโต้แย้งค่าปรับที่ไม่มีในสัญญา ฝ่ายส่งก็ควรรับเอกสารและทบทวนยอดโดยไม่ถือว่าการชี้แจงทุกครั้งเป็นการประวิง

ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงขยายเวลา ให้ทำบันทึกชัดว่าวันใดแทนวันใด ข้ออื่นยังใช้หรือเปลี่ยนอย่างไร และจะจัดการความเสียหายที่เกิดก่อนหน้านั้นอย่างไร ความเงียบเรื่องนี้อาจทำให้ต่างฝ่ายเข้าใจผลการผ่อนผันไม่ตรงกัน

กำหนดเวลาพอสมควรและแยกนาฬิกาอายุความ

ไม่มีจำนวนวันเดียวในมาตรา 387 ที่ใช้กับทุกสัญญา ควรดูชนิดงาน ปริมาณที่เหลือ การเข้าถึงพื้นที่ ความจำเป็นต้องใช้วัสดุ และโอกาสที่ให้ไปแล้ว ระบุวันเริ่มนับให้ตรวจได้ เช่น จากวันที่หนังสือไปถึง และเผื่อเวลาส่งจริง หลักการแสดงเจตนาต่อบุคคลที่อยู่ห่างตามมาตรา 169 เน้นการไปถึงผู้รับ ไม่ใช่เพียงวันที่พิมพ์จดหมาย

แยกวันครบกำหนดแก้สัญญาออกจากอายุความเรียกร้อง การส่งจดหมายของเจ้าหนี้อย่างเดียวไม่ใช่เหตุสะดุดหยุดลงตามมาตรา 193/14 และการรอเจรจาไม่ทำให้ทุกสิทธิเริ่มนับใหม่ ควรตรวจฐานหนี้และวันเริ่มใช้สิทธิเรียกร้องตามมาตรา 193/12 โดยเฉพาะเรื่องที่มีบทอายุความเฉพาะ

ใช้เครื่องมือคำนวณระยะเวลาทางกฎหมายช่วยวางวันได้หลังเลือกหลักกฎหมายแล้ว แต่เครื่องมือไม่ตัดสินว่าสัญญาใดต้องให้กี่วัน หากอายุความใกล้ครบให้ทนายประเมินทางรักษาสิทธิควบคู่กับการส่งหนังสือ ไม่ควรรอให้อีกฝ่ายตอบก่อนเสมอ

ค่าเสียหายจากผิดสัญญาต้องมีฐานคำนวณ

การเลิกสัญญาไม่ได้แปลว่าจะเรียกจำนวนใดก็ได้ มาตรา 222 วางหลักความเสียหายตามปกติและความเสียหายจากพฤติการณ์พิเศษที่เข้าเงื่อนไข ส่วนมาตรา 391 วางผลการกลับคืนสู่ฐานะเดิมและคงสิทธิเรียกค่าเสียหาย การคืนเงินกับค่าเสียหายต้องแยกบัญชี เพื่อไม่เรียกซ้ำรายการเดียวกัน

ตัวอย่างสมมติ หากมีสิทธิเรียกค่าจ้างทดแทนส่วนเพิ่ม โดยงานที่เหลือตามสัญญาเดิมมีราคา 40,000 บาท และผู้รับจ้างใหม่คิดงานขอบเขตเดียวกัน 55,000 บาท ส่วนต่างตั้งต้นคือ 55,000 − 40,000 = 15,000 บาท ยังต้องพิสูจน์ความจำเป็น เหตุจากการผิดสัญญา และราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่เอาราคางานใหม่ทั้งก้อนมาเป็นความเสียหายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายที่เดิมต้องจ่าย

หากงานใหม่มีการเพิ่มคุณภาพหรือขยายพื้นที่ ให้แยกส่วนเพิ่มนั้นออกก่อน ระบุยอดที่มีใบเสร็จแล้วต่างจากยอดประมาณการ และอย่านับค่าปรับซ้ำกับความเสียหายโดยไม่ตรวจข้อตกลง การเขียนขอสงวนสิทธิเรียกเพิ่มไม่ได้รับรองว่าศาลจะให้ยอดนั้นทั้งหมด

หลักฐานที่ทำให้คำว่าไม่แก้พิสูจน์ได้

  • สัญญาทุกฉบับพร้อมภาคผนวกและเอกสารเปลี่ยนแปลงงาน
  • ลำดับวันส่งมอบ วันตรวจพบปัญหา และการขยายเวลา
  • ภาพหรือรายงานที่ระบุตำแหน่งงานค้างและวันจัดทำ
  • หลักฐานว่าฝ่ายส่งพร้อมทำหน้าที่ของตน เช่น เปิดพื้นที่หรือชำระงวดที่ถึงกำหนด
  • สำเนาหนังสือฉบับลงนาม รายการแนบ และหลักฐานการส่งถึง
  • คำตอบของอีกฝ่ายและบันทึกผลตรวจรับหลังพ้นกำหนด

เก็บไฟล์ต้นฉบับควบคู่สำเนาที่นำไปแนบจดหมาย ภาพควรอธิบายว่าสิ่งใดไม่ตรงกับข้อกำหนดใด ไม่ส่งภาพหลายสิบรูปโดยไม่มีรายการอ้างอิง หากมีผู้ตรวจงานให้บันทึกชื่อและหน้าที่ตามจริง ไม่เรียกบุคคลทั่วไปว่าผู้เชี่ยวชาญโดยไม่มีข้อมูล

เอกสารส่งควรเป็นชุดเดียวกับที่เก็บไว้ภายใน เพราะใบรับไปรษณีย์พิสูจน์การส่งได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ได้อธิบายเนื้อหาทุกหน้าเอง หากใช้แบบเริ่มต้น ดูจุดที่ต้องแก้ในแบบฟอร์มหนังสือทวงถาม Wordและตรวจชื่อคู่สัญญาอีกครั้งก่อนลงนาม

เรื่องสัญญาเชื่อมกับธุรกิจและคดีแพ่งอย่างไร

ในงานธุรกิจ คนเจรจา คนออกใบสั่งซื้อ และคนลงนามอาจเป็นคนละคน ต้องตรวจว่าใครผูกพันนิติบุคคลและใครมีอำนาจตกลงขยายเวลา บริการตรวจสัญญาและเอกสารธุรกิจช่วยให้ขอบเขตหน้าที่และวิธีบอกกล่าวสอดคล้องกันก่อนเกิดข้อพิพาทซ้ำ

ในคดีแพ่ง ต้องเลือกคำขอให้เข้ากับสถานะสัญญา เช่น ยังขอให้ทำงานต่อ หรือเลิกแล้วขอคืนเงินและค่าเสียหาย การวางแนวทางคดีแพ่งจึงควรเริ่มก่อนส่งข้อความที่เปลี่ยนสถานะความสัมพันธ์ โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายอ้างว่าคุณผิดนัดตอบแทนอยู่ด้วย

ถ้ามีเงินมัดจำต้องจัดการร่วมด้วย ให้แยกเหตุริบหรือคืนออกจากค่าปรับและค่าเสียหาย อ่านหนังสือทวงเงินมัดจำคืนเพื่อเตรียมหลักฐานชนิดเงินและเหตุที่ขอคืน ไม่ถือว่าการเลิกสัญญาทุกแบบนำไปสู่ผลเรื่องมัดจำอย่างเดียวกัน

ทางไปต่อเมื่อจะให้ทนายส่งคำบอกกล่าวผิดสัญญา

  1. รวบรวมสัญญาและลำดับเหตุการณ์ โดยทำเครื่องหมายข้อที่ยังไม่ปฏิบัติ
  2. เลือกเป้าหมายว่ายังต้องการให้ทำต่อหรือมีเหตุจะเลิกแล้ว
  3. ตรวจฐานสิทธิและกำหนดเวลาพร้อมวิธีส่งที่พิสูจน์ได้
  4. ร่างรายการที่ให้แก้และตารางยอดเรียกร้องโดยไม่รวมสิ่งที่ยังไม่มีฐาน
  5. ติดตามผลเมื่อพ้นเวลา แล้วตรวจหนังสือเลิกหรือทางคดีอีกครั้ง
ทางเลือกเหมาะเมื่อสิ่งที่ต้องระวัง
ให้แก้แล้วทำต่อยังใช้งานหรือรับประโยชน์ตามสัญญาได้ต้องเปิดโอกาสให้ปฏิบัติจริง
ตกลงยุติร่วมกันทั้งสองฝ่ายพร้อมสรุปเงินและงานที่ทำแล้วกำหนดการคืนเงินและผลสละสิทธิให้ชัด
ใช้สิทธิเลิกและดำเนินคดีมีฐานสิทธิและผ่านขั้นตอนที่ต้องทำพิสูจน์การบอกกล่าวและแยกคำขอไม่ให้ขัดกัน

ควรให้ทนายตรวจเป็นพิเศษเมื่อเคยขยายเวลาหลายครั้ง อีกฝ่ายกล่าวหาว่าคุณไม่ทำหน้าที่ตอบแทน มีเงินชดเชยหลายประเภท หรือระยะเวลาฟ้องใกล้ครบ ข้อมูลเหล่านี้มีผลกับถ้อยคำและลำดับหนังสือมากกว่าความยาวของจดหมาย

สำนักงานกฎหมายยอดทิพย์ธรรมให้บริการร่างและส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถามโดยตรวจเหตุผิดสัญญา เอกสาร และเป้าหมายที่จะดำเนินการต่อ ติดต่อส่งข้อมูลให้ทีมทนายประเมินขอบเขตงานก่อนเลือกหนังสือให้แก้หรือหนังสือเลิกสัญญา

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 การแสดงเจตนาต่อบุคคลที่อยู่ห่าง
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386–389 การใช้สิทธิเลิกสัญญาและเหตุเลิก
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 391 ผลของการเลิกสัญญา
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 ขอบเขตค่าสินไหมทดแทน
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/12 และ 193/14 อายุความและเหตุสะดุดหยุดลง

ตรวจตัวบทประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จากเอกสารหน่วยงานรัฐ ตรวจเนื้อหาที่อ้างเมื่อ 6 ตุลาคม 2569

คำถามที่พบบ่อย

ส่งหนังสือเตือนหลายครั้งแล้ว ต้องเริ่มใหม่ทุกครั้งไหม
ไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่ทุกเรื่อง ต้องดูว่าฉบับก่อนเรียกให้ทำอะไร ให้เวลาพอสมควรหรือไม่ และไปถึงคู่กรณีหรือยัง รวมถึงพฤติการณ์ภายหลังว่ามีการยอมขยายเวลาหรือเปลี่ยนข้อตกลงหรือไม่ ควรให้ทนายอ่านหนังสือทุกฉบับตามลำดับก่อนเลือกขั้นต่อไป
อีกฝ่ายแก้บางส่วน จะถือว่าหนังสือเดิมจบแล้วหรือไม่
ต้องเทียบงานที่แก้กับหน้าที่ที่เรียกให้ทำ และดูว่าคุณรับไว้โดยสงวนข้อใด การแก้บางส่วนไม่ทำให้ข้อที่ค้างหายไปเสมอ แต่การลงชื่อรับว่าครบทั้งหมดอาจสร้างข้อโต้แย้งได้ ควรทำบันทึกผลตรวจรับแยกรายการและแจ้งประเด็นที่ยังไม่ตกลงกันให้ชัด
ใช้คำว่าสงวนสิทธิแล้วเลิกสัญญาได้ทุกกรณีไหม
ไม่ได้ คำว่าสงวนสิทธิไม่สร้างสิทธิที่กฎหมายหรือสัญญาไม่ได้ให้ และไม่แทนขั้นตอนบอกกล่าวที่ต้องทำ ต้องตรวจเหตุเลิก ระยะเวลาที่ให้ และการปฏิบัติของทั้งสองฝ่าย ถ้อยคำสงวนสิทธิควรระบุเรื่องที่ต้องการรักษาไว้ให้สัมพันธ์กับข้อเท็จจริง
หนังสือให้แก้กับหนังสือเลิกควรแยกฉบับหรือไม่
การแยกฉบับมักทำให้ติดตามขั้นตอนและพิสูจน์เจตนาได้ชัดขึ้น แต่รูปแบบที่เหมาะสมขึ้นกับข้อสัญญาและฐานสิทธิเลิก หากจะเขียนผลเลิกแบบมีเงื่อนไขในฉบับเดียว ต้องให้ทนายตรวจถ้อยคำและเหตุที่จะทำให้เงื่อนไขนั้นเกิดผล ไม่ควรคัดข้อความจากคดีอื่นมาใช้ทันที
นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว
ผู้เขียน นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ใบอนุญาตว่าความตั้งแต่ปี 2560

สาขาที่เชี่ยวชาญ: คดีแพ่งและการว่าความ · คดีอาญา · ที่ดินและอสังหาริมทรัพย์

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ซองจดหมายและแฟ้มผู้รับหลายราย พร้อมข้อความ หนี้ก้อนเดียว ผู้รับหลายคน หนี้สินและบังคับคดี

ทวงหนี้ลูกหนี้หลายคน ต้องแยกหนังสือถึงใครบ้าง

มีลูกหนี้หลายคน อย่าส่งโนติสแบบเดียวถึงทุกชื่อ ตรวจว่าเป็นลูกหนี้ร่วม ผู้ค้ำ หรือตัวแทน พร้อมแยกวันรับหนังสือและยอดคงเหลือให้ถูกต้อง

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ทนายตรวจแฟ้มกับผู้ว่าจ้าง พร้อมข้อความ ก่อนให้ทนายทวง เตรียมอะไรไปบ้าง หนี้สินและบังคับคดี

จ้างทนายส่งหนังสือทวงถาม เตรียมเอกสารและตกลงงานอะไร

ก่อนจ้างทนายส่งโนติส เตรียมสัญญา ยอดหนี้ และที่อยู่ให้ครบ พร้อมตกลงงานร่าง ส่ง ติดตาม และเจรจา เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายตรงกับงานจริง

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 8 นาที
ทนายตรวจบัญชีและหนังสือทวงถาม พร้อมข้อความ ยอดหนี้ไม่ตรงกัน ตรวจอะไรก่อนตอบ หนี้สินและบังคับคดี

ลูกหนี้โต้แย้งยอดหนี้ในโนติส เจ้าหนี้ควรตอบอย่างไร

ลูกหนี้บอกว่ายอดในโนติสผิด ตรวจเงินที่จ่ายแล้ว ใบลดหนี้ และข้ออ้างหักค่าเสียหายก่อนตอบ พร้อมตัวอย่างกระทบยอดและเอกสารที่ควรแนบ

นางสาวจุฑาทิพย์ เตี้ยบัวแก้ว ·อ่าน 7 นาที

ปรึกษาทนายคดีหนี้สินของเรา

เราพร้อมรับฟังและประเมินแนวทางที่เหมาะกับกรณีของท่าน ทุกเรื่องเป็นความลับ

แชทผ่าน LINE