081-327-8551 จ.–ศ. 09:00–18:00 น. info@yodthiptham.com
โลโก้ยอดทิพย์ธรรม ยอดทิพย์ธรรม Yod Thip Tham Law

ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้ไหม เมื่อไรเป็นฉ้อโกง เมื่อไรต้องฟ้องแพ่ง

ชายกังวลถือสลิปโอนเงินปรึกษาทนายความในสำนักงาน พร้อมข้อความ ยืมเงินไม่คืน แจ้งความได้ไหม

สรุปประเด็นสำคัญ

การยืมเงินแล้วไม่คืนโดยทั่วไปเป็นหนี้ทางแพ่ง ไม่ใช่ความผิดอาญา เว้นแต่ผู้ยืมหลอกลวงด้วยข้อความเท็จตั้งแต่ก่อนได้เงิน ซึ่งอาจเป็นฉ้อโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 หรือจ่ายคืนด้วยเช็คแล้วเช็คถูกปฏิเสธ ทั้งสองกรณีเป็นความผิดที่ยอมความได้ ต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่รู้เรื่องและรู้ตัวผู้กระทำ ถ้าเป็นหนี้แพ่ง ทางที่ได้เงินคืนคือส่งหนังสือทวงถามและฟ้องคดี

คุณให้คนรู้จักยืมเงิน ตอนยืมเขาเล่าเหตุผลน่าเห็นใจ สัญญาว่าจะคืนภายในเดือนเดียว แต่หลังได้เงินกลับเงียบหายและบล็อกทุกช่องทาง คุณไปสถานีตำรวจแต่ได้คำตอบว่าเป็นเรื่องทางแพ่ง ความรู้สึกว่าถูกโกงกับสิ่งที่กฎหมายเรียกว่าฉ้อโกงไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป บทความนี้ช่วยแยกให้ชัด

ทำไมยืมเงินไม่คืนส่วนใหญ่แจ้งความไม่ได้

การกู้ยืมเงินเป็นสัญญาทางแพ่ง ผู้ยืมได้เงินไปโดยความยินยอมของผู้ให้ยืม และมีหน้าที่คืนตามสัญญา การผิดสัญญาไม่คืนเงินเป็นการผิดนัดชำระหนี้ ซึ่งกฎหมายให้เจ้าหนี้ฟ้องเรียกเงินคืนและดอกเบี้ย แต่ไม่ได้กำหนดโทษอาญาสำหรับการไม่คืนเงินเพียงอย่างเดียว

สิ่งที่ตำรวจทำได้ในกรณีหนี้แพ่งมักเป็นการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งต่างจากการร้องทุกข์เพื่อให้ดำเนินคดีอาญา การลงบันทึกประจำวันไม่ได้ทำให้ผู้ยืมต้องคืนเงิน

เมื่อไรการยืมเงินอาจเป็นความผิดฐานฉ้อโกง

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 เอาผิดผู้ที่โดยทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้ง จนได้ทรัพย์สินไป หัวใจคือการหลอกลวงต้องเกิดก่อนหรือขณะได้เงิน และเป็นเหตุให้ผู้ให้ยืมยอมให้เงิน

  • ใช้ชื่อปลอม ตัวตนปลอม หรือเอกสารปลอมเพื่อให้ได้เงิน
  • อ้างเหตุผลที่เป็นเท็จทั้งหมด เช่น อ้างว่าป่วยหนักพร้อมส่งเอกสารโรงพยาบาลที่ทำปลอมขึ้น
  • ยืมจากหลายคนด้วยเรื่องเล่าเดียวกันที่ไม่มีอยู่จริง แล้วหายไปพร้อมกัน

ในทางกลับกัน ถ้าผู้ยืมตั้งใจจะคืนในตอนยืม แต่ภายหลังไม่มีเงินหรือเปลี่ยนใจไม่คืน กรณีนี้มักเป็นหนี้แพ่ง แม้จะผิดสัญญาอย่างชัดเจนก็ตาม การที่ผู้ยืมเคยโอนคืนบางส่วนก็มักถูกมองว่าไม่ได้มีเจตนาหลอกตั้งแต่ต้น

ถ้าการหลอกลวงทำต่อประชาชนทั่วไป เช่น ประกาศชักชวนคนจำนวนมาก อาจเข้ามาตรา 343 ฉ้อโกงประชาชน ซึ่งไม่ใช่ความผิดอันยอมความได้ และการหลอกลวงผ่านระบบคอมพิวเตอร์อาจมีกฎหมายเฉพาะเกี่ยวข้องด้วย ควรให้ทนายประเมินจากพยานหลักฐานจริง

จ่ายคืนด้วยเช็คแล้วเช็คเด้ง

อีกกรณีที่อาจเป็นคดีอาญาคือผู้ยืมออกเช็คเพื่อชำระหนี้ แล้วธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 อาจใช้บังคับได้ แต่มีเงื่อนไขสำคัญ เช่น เช็คต้องออกเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมาย และต้องมีพฤติการณ์ตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าเงินกู้ไม่มีหลักฐานตามมาตรา 653 ประเด็นนี้อาจถูกยกขึ้นต่อสู้

เก็บเช็คตัวจริงและใบคืนเช็คจากธนาคารไว้ให้ครบ และอย่ารอนาน เพราะกำหนดเวลาร้องทุกข์สั้นมาก

ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน และสิ่งที่ต้องรู้ก่อนไปสถานีตำรวจ

ฉ้อโกงตามมาตรา 341 และความผิดตามกฎหมายเช็คเป็นความผิดอันยอมความได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 กำหนดให้ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด ถ้าพ้นกำหนดคดีอาญาจะขาดอายุความ แม้สิทธิเรียกเงินคืนทางแพ่งยังอยู่

  • เตรียมลำดับเหตุการณ์ วันที่ และข้อความที่ผู้ยืมใช้ตอนขอยืม
  • หลักฐานที่แสดงว่าข้อความนั้นเป็นเท็จ ไม่ใช่เพียงหลักฐานว่าไม่คืนเงิน
  • สลิปโอนเงิน บัญชีปลายทาง และข้อมูลตัวตนของผู้ยืม

นอกจากการร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ผู้เสียหายยังมีสิทธิฟ้องคดีอาญาต่อศาลเองได้ และในคดีอาญายื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้เงินได้ด้วย แต่ทางเลือกนี้ต้องวางพยานหลักฐานให้ดี เพราะภาระพิสูจน์ในคดีอาญาสูงกว่าคดีแพ่ง

เลนส์ทนายยอดทิพย์ธรรม: ขู่ว่าจะแจ้งความ อาจย้อนเป็นปัญหา

คนมักเข้าใจว่า ถ้าบอกผู้ยืมว่าจะแจ้งความให้ติดคุก เขาจะรีบหาเงินมาคืน

กฎหมายมองว่า ถ้าข้อเท็จจริงเป็นเพียงหนี้แพ่ง การเอาคดีอาญามาขู่เพื่อเร่งชำระหนี้ไม่ได้เพิ่มสิทธิของเจ้าหนี้ และถ้าใช้ถ้อยคำข่มขู่หรือประจาน เจ้าหนี้อาจกลายเป็นฝ่ายถูกกล่าวหาเสียเอง

จุดเสี่ยงจริง คือเสียเวลาหลายเดือนไปกับการพยายามทำให้เป็นคดีอาญา ระหว่างนั้นผู้ยืมย้ายที่อยู่ โอนทรัพย์สิน หรือหลักฐานในแชทหายไป การส่งหนังสือทวงถามและเตรียมฟ้องคู่กันไปตั้งแต่ต้นจึงมักได้ผลกว่า

มองสองฝั่ง: หนี้แพ่งกับฉ้อโกง

ประเด็นหนี้แพ่ง (ยืมแล้วไม่คืน)อาจเป็นฉ้อโกง
ตอนได้เงินผู้ยืมพูดความจริง ตั้งใจคืนใช้ข้อความเท็จหรือปกปิดความจริงเพื่อให้ได้เงิน
หลังได้เงินไม่มีเงินคืน หรือผัดผ่อนหายตัว เปลี่ยนชื่อ หรือหลอกคนอื่นซ้ำ
ช่องทางฟ้องแพ่ง บังคับคดีร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน และเรียกเงินคืนได้
สิ่งที่ต้องพิสูจน์การกู้ยืม และยอดที่ค้างเจตนาทุจริตและการหลอกลวงตั้งแต่แรก

ทางที่ได้เงินคืนจริงเมื่อเป็นหนี้แพ่ง

เมื่อเรื่องเป็นหนี้แพ่ง ทางที่ได้ผลคือส่งหนังสือบอกกล่าวทวงถาม แล้วฟ้องคดีถ้ายังไม่ได้รับชำระ หนี้ไม่เกิน 300,000 บาทเป็นคดีมโนสาเร่ที่พิจารณากระชับกว่า และเมื่อชนะคดีแล้วบังคับคดีได้ภายใน 10 ปี อ่านลำดับขั้นในฟ้องเรียกเงินกู้คืน มีขั้นตอนอะไรบ้าง หรือดูบริการออกโนติสและฟ้องคดีกู้ยืมเงินถ้าต้องการให้ทนายตรวจหลักฐานให้ก่อน

ถ้าผู้ยืมยังติดต่อได้ เริ่มจากตรวจว่าคุณมีหลักฐานการยืมพอหรือยัง ตามยืมเงินไม่มีสัญญา ฟ้องได้ไหม และอย่าลืมว่าคดีอาญากับคดีแพ่งเดินคู่กันได้ ไม่ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตรวจประกอบบทความ ณ ตุลาคม 2569

  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 และ 343 ฉ้อโกง และฉ้อโกงประชาชน
  • ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และ 348 กำหนดร้องทุกข์ 3 เดือน และความผิดอันยอมความได้
  • พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534
  • ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 653 หลักฐานการกู้ยืมเงิน
  • ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 และ 44/1 สิทธิฟ้องคดีอาญาเอง และการเรียกค่าสินไหมทดแทนในคดีอาญา

คำถามที่พบบ่อย

ตำรวจไม่รับแจ้งความ บอกว่าเป็นเรื่องแพ่ง ต้องทำอย่างไร

ขอให้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้ทนายประเมินว่ามีพยานหลักฐานเรื่องการหลอกลวงตั้งแต่แรกหรือไม่ ถ้าเป็นหนี้แพ่งจริง ให้เดินทางส่งโนติสและฟ้องคดีแพ่งทันที อย่าเสียเวลาจนหลักฐานหาย

ยืมเงินผ่านโซเชียลแล้วหายไป เป็นฉ้อโกงไหม

อาจเป็นได้ถ้าผู้ยืมใช้ตัวตนหรือเรื่องราวที่เป็นเท็จเพื่อให้ได้เงิน แต่ต้องมีหลักฐานว่าข้อความนั้นเท็จตั้งแต่ตอนขอยืม ควรเก็บโปรไฟล์ ข้อความ และบัญชีปลายทางให้ครบ แล้วร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน

ผู้ยืมคืนมาบางส่วนแล้วเงียบ ยังเป็นฉ้อโกงไหม

การคืนบางส่วนมักถูกมองว่าผู้ยืมไม่ได้มีเจตนาหลอกตั้งแต่ต้น จึงมักเป็นหนี้แพ่ง อย่างไรก็ตาม การชำระบางส่วนช่วยเรื่องอายุความทางแพ่ง และเป็นหลักฐานว่ามีหนี้อยู่จริง

แจ้งความแล้ว ยังฟ้องแพ่งเรียกเงินคืนได้ไหม

ได้ คดีอาญากับคดีแพ่งเดินคู่กันได้ และในคดีอาญาผู้เสียหายยื่นคำร้องขอให้จำเลยชดใช้เงินได้ด้วย ควรให้ทนายวางแผนทั้งสองทางให้สอดคล้องกัน

นายเอกราช ทิพย์แมม
ผู้เขียน นายเอกราช ทิพย์แมม คดีครอบครัว มรดก และหนี้สิน

สาขาที่เชี่ยวชาญ: ครอบครัว · มรดกและพินัยกรรม · หนี้สินและบังคับคดี

ดูประวัติทีมทนายความ →

บทความนี้เป็นความรู้กฎหมายทั่วไปเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะคดี ผลทางกฎหมายขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เอกสาร และพยานหลักฐานของแต่ละกรณี ควรปรึกษาทนายความเพื่อประเมินเรื่องของท่านโดยเฉพาะ

แชร์: Facebook LINE

บทความที่เกี่ยวข้อง

ญาติหารือยอดเงินยืมที่โต๊ะในบ้าน พร้อมข้อความ ญาติยืมเงินไม่คืน เริ่มทวงตรงไหน หนี้สินและบังคับคดี

ญาติยืมเงินไม่คืน ทวงและทำข้อตกลงอย่างไรให้คุยกันได้

ญาติยืมเงินไม่คืน เริ่มจากแยกยอดเงินและหลักฐานก่อนคุย ตรวจคนที่ต้องรับผิด กำหนดผ่อน และข้อควรระวังเมื่อให้ผู้ใหญ่มาช่วยเจรจา

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 8 นาที
ชายอ่านจดหมายทวงหนี้จากทนายโดยมีทนายความหญิงให้คำปรึกษา พร้อมข้อความ ได้จดหมายจากทนาย ต้องทำอะไรต่อ หนี้สินและบังคับคดี

จดหมายทวงหนี้จากทนาย มีผลทางกฎหมายอย่างไร ได้รับแล้วต้องทำอะไร

ได้รับจดหมายทวงหนี้จากทนาย หรือกำลังจะให้ทนายส่ง ดูว่าหนังสือนี้มีผลอะไรจริง อะไรไม่มีผล ต่างจากหมายศาลอย่างไร และควรตอบอย่างไรไม่ให้เสียสิทธิ

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 4 นาที
หญิงสาวเปิดแชทในโทรศัพท์ให้ทนายความหญิงดูหลักฐานการยืมเงิน พร้อมข้อความ เพื่อนยืมเงินไม่คืน ทวงยังไงไม่ผิด หนี้สินและบังคับคดี

เพื่อนยืมเงินไม่คืน ทำอย่างไรได้บ้าง ทวงแบบไหนได้เงินและไม่ผิดกฎหมาย

ให้เพื่อนยืมเงินแล้วทวงไม่ได้ เริ่มจากเก็บแชทที่ยอมรับหนี้ ขอหนังสือรับสภาพหนี้ ส่งโนติส แล้วค่อยฟ้อง ดูลำดับที่ได้ผลจริงและสิ่งที่ห้ามทำแม้เพื่อนจะผิด

นายเอกราช ทิพย์แมม ·อ่าน 5 นาที

ให้ทนายออกหนังสือทวงถามแทนท่าน

ทนายตรวจหลักฐาน คำนวณยอด ร่างและส่งหนังสือในนามสำนักงาน แจ้งค่าใช้จ่ายเป็นหนังสือก่อนเริ่มงาน

แชทผ่าน LINE